เปิดโรงรถชมสปอร์ตคาร์และรถหรูบางรุ่นของ Lewis Hamilton แชมป์โลกเจ็ดสมัยของ F1
นอกเหนือจากความเร็วในสนามแข่ง Lewis Hamilton นักแข่ง Formula One (F1) ระดับตำนาน ยังเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของความหลงใหลในรถยนต์สมรรถนะสูง แชมป์โลกเจ็ดสมัยรายนี้เพิ่งเป็นข่าวใหญ่จากการปรากฏตัวบนจอเงินในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ F1 The Movie (2025) ที่เขารับบทเป็นหนึ่งในยอดนักขับตัวจริงของโลกที่ตัวละครของ Brad Pitt ต้องเผชิญหน้าด้วย
หากไม่นับเรื่องการแสดง ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ Hamilton ในวงการมอเตอร์สปอร์ตนั้นเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาทุกคน เขาครองสถิตินักขับที่มีผลงานชนะเลิศมากที่สุด รวมถึงการครองตำแหน่งโพล (Pole Position) ได้มากที่สุด และขึ้นโพเดียมรับรางวัลมากที่สุดในประวัติศาสตร์ F1 นอกจากนี้เขายังครองสถิติ World Drivers’ Championship ร่วมกับ Michael Schumacher ด้วยจำนวน 7 สมัย
ควบคู่ไปกับความสำเร็จในการแข่งขัน Hamilton ยังเป็นที่รู้จักจากการอุทิศตนเพื่อกิจกรรมทางสังคมและสิ่งแวดล้อม และได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์อัศวินในปี 2021 จากคุณูปการที่มีต่อวงการมอเตอร์สปอร์ตและการกุศล
อ่านเพิ่มเติม: เบื้องหลังความสมจริง ‘F1 The Movie’ บทพิสูจน์ของความทุ่มเทและนวัตกรรมแห่งโลกความเร็ว

Above Lewis Hamilton ในงาน Stars and Cars ในรถ Mercedes (ภาพ: AngMoKio/Wikimedia Commons)
อีกด้านหนึ่งที่อาจไม่เป็นที่รู้กันมากนัก (แต่ก็ไม่น่าแปลกใจ) ของ Hamilton คือการเป็นนักสะสมรถระดับตำนาน ซึ่งมูลค่ารวมของรถยนต์ในคอลเล็กชั่นสะสมของเขาอยู่ที่ราว 13–16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.22 - 5.19 แสนล้านบาท) แบ่งเก็บไว้ทั้งในบ้านที่ลอสแอนเจลิสและโมนาโก ตั้งแต่ไฮเปอร์คาร์สุดหายาก ซูเปอร์คาร์ รถยนต์หรูสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงอเมริกันมัสเซิลคาร์คลาสสิก แต่ละคันล้วนสะท้อนความเป็นเจ้าของผู้ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน และนี่คือบางคันที่โดดเด่น
Hypercars ที่เหนือกว่า “กระแส”
Mercedes-AMG One
อาจกล่าวได้ว่านี่คือรถหายากที่สุดในโรงรถของ Hamilton, Mercedes-AMG One คือไฮเปอร์คาร์ไฮบริดที่สร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี Formula One ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ F1 ที่ได้รับการปรับแต่งและมอเตอร์ไฟฟ้าสี่ตัว สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ได้ใน 2.9 วินาที ด้วยความเร็วสูงสุด 352 กม./ชม. มีการผลิตเพียง 275 คันเท่านั้น และแน่นอนว่า Hamilton ก็เป็นเจ้าของหนึ่งในจำนวนนั้น

Above Mercedes-AMG One คือไฮเปอร์คาร์ไฮบริดหายากจากคอลเล็กชั่นของ Lewis Hamilton (ภาพ: Mercedes)
Pagani Zonda 760LH
มีนักขับเพียงไม่กี่คนที่มีไฮเปอร์คาร์ที่ประทับอักษรย่อของตนเอง แต่ Hamilton มี Pagani Zonda 760LH ที่สั่งทำพิเศษของเขาเป็นหนึ่งในเพียงห้าคันที่เคยสร้างมา โดดเด่นด้วยสีม่วงเมทัลลิกสะดุดตา พร้อมเครื่องยนต์ V12 ขนาด 7.3 ลิตร ให้กำลัง 760 แรงม้า โดดเด่นด้วยเกียร์ธรรมดา ทำให้การขับขี่ต้องใช้ความสามารถสูงสำหรับคนทั่วไป แต่คงต้องยกเว้นนักแข่ง F1 ระดับโลก

Above หนึ่งในห้าคันของ Pagani Zonda 760LH ให้กำลัง 760 แรงม้า ที่ผลิตขึ้นเป็นพิเศษสำหรับ Lewis Hamilton (ภาพ: Wikimedia Commons, Timi Morris)
McLaren P1
ถือเป็นหนึ่งใน “ไตรเทพ” ไฮเปอร์คาร์ไฮบริดร่วมกับ Ferrari LaFerrari และ Porsche 918 Spyder โดย McLaren P1 มีมูลค่าประมาณ 1.6 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 51.9 ล้านบาท) Hamilton ซึ่งเริ่มต้นอาชีพ F1 กับ McLaren เป็นเจ้าของรถคันนี้ที่ให้กำลัง 903 แรงม้า สามารถเร่งจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ได้ใน 2.7 วินาที ด้วยความเร็วสูงสุด 349 กม./ชม.

Above McLaren P1 ผลิตออกมาเพียง 375 คันเท่านั้น (ภาพ: McLaren)
ซูเปอร์คาร์ในตำนาน
McLaren F1
ว่ากันว่า Hamilton ต้องรอเกือบ 10 ปีเพื่อจะได้ครอบครอง McLaren F1 สีเงินคันนี้ ซึ่งเขาชนะการประมูลในปี 2017 หมายเลขแชสซีคือ 044 ซึ่งตรงกับหมายเลขรถแข่งของเขาพอดี ครั้งหนึ่งนี่คือโปรดักชั่นคาร์ (รถที่ออกจำหน่ายจริง) ที่เร็วที่สุดในโลก โดย McLaren F1 มีความเร็วสูงสุด 387 กม./ชม. และโดดเด่นด้วยการจัดวางเบาะสามที่นั่ง โดยคนขับนั่งอยู่ตรงกลาง

Above McLaren F1 ของ Lewis Hamilton มีหมายเลขแชสซี 044 เหมือนกับหมายเลขรถแข่งของเขา (ภาพ: McLaren)
Ferrari SA Aperta
รถเปิดประทุนสุดแรร์ Ferrari คันนี้เป็นโรดสเตอร์แท้ๆ ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6 ลิตร มีราคามากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 32.44 ล้านบาท) และผลิตเพียง 80 คันในโลกเพื่อฉลองครบรอบ 80 ปีของ Pininfarina ด้วยความเร็วสูงสุด 325 กม./ชม. Ferrari SA Aperta ได้รับการออกแบบมาให้ขับแบบเปิดหลังคา พร้อมหลังคาผ้าใบน้ำหนักเบาในวันที่ฝนตก

Above Ferrari SA Aperta ผลิตเพียง 80 คันเท่านั้น (ภาพ: Ferrari)
LaFerrari Aperta
มีรายงานว่า Hamilton เป็นเจ้าของ LaFerrari ถึงสองคัน โดยรุ่น Aperta เป็นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่มีหลังคาแข็งคาร์บอนไฟเบอร์ถอดได้และหลังคาผ้าใบ ผลิตเพียง 209 คัน ไฮบริดซูเปอร์คาร์รุ่นนี้นำเทคโนโลยีจาก F1 เพื่อประสิทธิภาพที่เหนือกว่า จึงไม่น่าแปลกใจที่รถคันนี้มีความเร็วสูงสุดน่าตื่นตะลึงถึงกว่า 350 กม./ชม.

Above LaFerrari Aperta เป็น Ferrari รุ่นจำนวนจำกัด เพียง 200 คันเท่านั้น (ภาพ: Ferrari)
รถยนต์หรูในชีวิตประจำวัน
Mercedes-Benz EQC
ในฐานะผู้สนับสนุนด้านสิ่งแวดล้อมอย่างแข็งขัน Hamilton สร้างสมดุลระหว่างความเร็วกับการขับขี่อย่างยั่งยืน หนึ่งในรถยนต์ที่เขาใช้ในชีวิตประจำวันคือ Mercedes-Benz EQC SUV แบบไฟฟ้าล้วน ขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยมอเตอร์คู่ ระยะทางต่อการชาร์จเกิน 400 กม. รุ่นท็อปสุดมีราคาอยู่ที่ประมาณ 1.3 แสนดอลลาร์ (ประมาณ 4.22 ล้านบาท)
อ่านเพิ่มเติม: 4 นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าสุดหรูแห่งอนาคต

Above SUV Mercedes Benz EQC ที่ใช้ไฟฟ้าล้วนเป็นหนึ่งในรถที่ Lewis Hamilton ใช้ขับขี่ในชีวิตประจำวัน (ภาพ: Mercedes)
Mercedes-Maybach S600
สำหรับการเดินทางระยะไกลอย่างหรูหรา Hamilton เลือกใช้ Mercedes-Maybach S600 ด้วยเครื่องยนต์ V12 ไบเทอร์โบขนาด 6 ลิตร 523 แรงม้า ซีดานสุดหรูคันนี้มีระยะฐานล้อยาวพิเศษเพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง และระบบกันสะเทือนแบบ Airmatic เพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวลตลอดเส้นทาง

Above Mercedes-Maybach S600 ออกแบบมาเพื่อการเดินทางไกล (ภาพ: Mercedes)
อเมริกันมัสเซิลคาร์คลาสสิก
Shelby 427 Cobra
หนึ่งในรถยนต์ที่โดดเด่นที่สุดของ Hamilton คือ 1966 Shelby Cobra 427 ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 5 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.62 ร้อยล้านบาท) ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 7 ลิตร 425 แรงม้า สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 257 กม./ชม. Hamilton ซื้อรถคลาสสิกที่เป็นที่ต้องการคันนี้ในปี 2015 และต่อมาได้ซื้ออีกคันเพื่อรักษาสภาพของคันแรกไว้ไม่ให้สึกหรอ ด้วยน้ำหนักเพียงกว่า 1,000 กก. ทำให้มีอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักที่น่าทึ่ง

Above Lewis Hamilton เป็นเจ้าของ Shelby 427 Cobra มากกว่าหนึ่งคัน (ภาพ: Shelby.com)
Ford Mustang Shelby GT500
ในฐานะแฟนตัวยงของอเมริกันมัสเซิลคาร์คลาสสิก Hamilton ยังเป็นเจ้าของ 1967 Ford Mustang Shelby GT500 ซึ่งเขาได้บูรณะให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ไร้ที่ติ หลังจากซื้อมาในราคา 1.5 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 48.67 ล้านบาท) ใครที่ชื่นชอบภาพยนตร์จะจำได้ว่านี่คือรุ่น “Eleanor” จาก Gone in 60 Seconds เวอร์ชั่นปี 2000

Above Shelby GT500 ปี 1967 เป็นรถที่เหมาะแก่การสร้างเป็นภาพยนตร์ (ภาพ: Shelby.com)
This story was originally written in English by Ed Geronia.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2025 โดย Ed Geronia โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ
Topics





