Rolls-Royce Ultra-Luxury Electric Super Coupé  รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ยนตรกรรมสุดหรูพลังไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์
Cover Rolls-Royce Ultra-Luxury Electric Super Coupé ยนตรกรรมสุดหรูของรถยนต์พลังไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์
Rolls-Royce Ultra-Luxury Electric Super Coupé  รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ยนตรกรรมสุดหรูพลังไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์

ซูเปอร์คาร์ EV เร็ว แรง สู่อนาคต เมื่อค่ายรถยนต์หลายค่าย ไม่ว่าจะค่ายเล็กหรือค่ายใหญ่ ต่างปรับตัวรับเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้ากันอย่างคึกคัก ด้วยเทรนด์ดังกล่าวกำลังกลายเป็นหัวใจหลักในการกำหนดอนาคตของยานยนต์และการเดินทาง

เทคโนโลยีแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้ามีการพัฒนานวัตกรรมไปอย่างก้าวกระโดด จนเมื่อในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา Supercar EV กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในฐานะอนาคตของรถยนต์สมรรถนะสูง ซึ่งเทียบเคียงหรือเหนือกว่าเครื่องยนต์สันดาป (ICE) ทั้งในแง่ของอัตราเร่ง แรงบิด และความเร็วสูงสุด ขณะเดียวกันซูเปอร์คาร์พลังไฟฟ้าก็ดูจะเป็นมิตรกับโลกและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงไปสู่แหล่งพลังงานที่สะอาดขึ้นและยั่งยืนกว่า

Tatler ขอพาไปรู้จักกับ Supercar EV ที่น่าสนใจ และน่าจะมีโอกาสได้เห็นในเมืองไทย

อ่านเพิ่มเติม: “Call of the Cardamoms” กับระดมทุนงาน ศิลปะ ตอบรับเสียงเรียกจากทิวเขาพนมกระวาน ผ่านหลายผลงานของ บิล เบนส์ลีย์

Rolls-Royce Spectre โอตกูตูร์พลังไฟฟ้า

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 Ultra-Luxury Electric Super Coupé ยนตรกรรมสุดหรูพลังไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์
Photo 2 of 3 Ultra-Luxury Electric Super Coupé ยนตรกรรมสุดหรูพลังไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์
Photo 3 of 3 Ultra-Luxury Electric Super Coupé ยนตรกรรมสุดหรูพลังไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์
Rolls-Royce Ultra-Luxury Electric Super Coupé  รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ยนตรกรรมสุดหรูพลังไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์
Rolls-Royce Ultra-Luxury Electric Super Coupé  ยนตรกรรมสุดหรูพลังไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์
Rolls-Royce Ultra-Luxury Electric Super Coupé  ยนตรกรรมสุดหรูพลังไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์

เป็นความฝันมานับร้อยปีของ Rolls-Royce ที่อยากสร้างรถสักคันที่เป็นสุดยอดแห่งความหรูหรา มีเครื่องยนต์ทรงพลังแต่นุ่มนวลในการเดินทางดุจนั่งพรมวิเศษ และวันนี้ Rolls-Royce Spectre คือคำตอบนั้น นี่คือ Ultra-Luxury Electric Super Coupé ยนตรกรรมสุดหรูพลังไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์ Rolls-Royce Spectre คือสัญลักษณ์แห่งอนาคต ที่ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าล้วน ซึ่งเจ้าของรถจะสัมผัสความแตกต่างได้ทันที จากแรงบิดมหาศาลที่ฉุดตัวรถหนักกว่าสามตันทะยานจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 4.4 วินาทีแบบนุ่มๆ แถมยังเงียบเชียบและแทบไม่มีรอยต่อของเกียร์มารบกวน ทั้งหมดมาจากมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ 2 ตัว พละกำลัง 592 แรงม้า 900 นิวตันเมตร
ที่ทำให้ Rolls-Royce Spectre เป็นยนตรกรรมสุดหรูที่ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD อีกด้วย

แน่นอนว่า Spirit of Ecstasy นางฟ้าประจำรถ ยังคงอยู่บนด้านหน้าฝากระโปรงของ Rolls-Royce Spectre เช่นเดิม แต่เส้นสายทั้งหมดของรถถูกทดสอบตามหลักอากาศพลศาสตร์ในอุโมงค์ลมกว่า 830 ชั่วโมง ทำให้ Spectre เป็น Rolls-Royce ที่ลู่ลมที่สุดตั้งแต่ผลิตมา ด้วยค่าสัมประสิทธ์แรงเสียดทาน 0.25cd กระจังหน้าส่องสว่างอย่างนุ่มนวลด้วยไฟ LED 22 ดวง งานโค้ชพื้นผิวของ Spectre จะค่อยๆ แนบไปกับขอบประตูทำให้พื้นผิวดูสว่างขึ้น เหมือนเรือยอชต์ที่กำลังตัดผ่านน้ำและสะท้อนแสงของมหาสมุทร เพียงแค่ว่านี่คือรถคูเป้ 2 ประตูที่ติดตั้งล้อขนาด 23 นิ้วเป็นครั้งแรกในรอบ 100 ปีของ Rolls-Royce

ส่วนภายในห้องโดยสารของ Rolls-Royce Spectre เทียบได้กับแฟชั่นโอตกูตูร์ ทั้งการออกแบบตัดเย็บเบาะหนังแบบอังกฤษ หลังคาหมู่ดาว Starlight Headliner  ยังคงเป็นเอกลักษณ์ของ Rolls-Royce ยุคใหม่ แต่ Spectre ยังเพิ่มประตู Starlight Doors เป็นครั้งแรกด้วยหลอดไฟ LED ส่องสว่าง 4,796 ดวง สร้างความรู้สึกของห้องโดยสารโอบล้อมด้วยหมู่ดาวระยิบระยับน่าหลงใหล แดชบอร์ดกรุไม้แสดงป้ายชื่อ ‘Spectre’ เรืองแสง รวมถึงงานไม้ทุกชิ้นขึ้นรูปจากไม้จริง Canadel Panelling ที่มาจากทางตอนใต้ของฝรั่งเศส

ความหรูหราที่สุดคือความนุ่มนวลในการเดินทาง Rolls-Royce Spectre ติดตั้งระบบกันสะเทือน Planar Suspension ที่มีการวิเคราะห์เส้นทางล่วงหน้า ทั้งจากกล้องและแผนที่ดาวเทียมด้วยซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ล่าสุด รถจึงเตรียมรับแรงสั่นสะเทือนได้ล่วงหน้า ให้ความรู้สึกแบบ ‘การขับขี่บนพรมวิเศษ’ อย่างแท้จริง การรวมแบตเตอรี่เข้ากับแพลตฟอร์มอะลูมิเนียมสเปซเฟรมช่วยให้ Rolls-Royce Spectre มีความแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม 30 เปอร์เซ็นต์ และแบตเตอรี่ Lithium-ion 102 kWh ก็ยังทำให้รถคันนี้วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 530 กิโลเมตรต่อชาร์จ (WLTP) รองรับการชาร์จไฟกระแสตรง DC Fast Charging สูงสุด 195 kW จาก 10-80 เปอร์เซ็นต์ ใช้เวลา 34 นาที  หรือจะชาร์จเพียง 9 นาทีก็สามารถวิ่งได้ไกล 100 กิโลเมตร Rolls-Royce Motor Cars Bangkok ผู้แทนจำหน่ายในประเทศไทย เปิดราคาจำหน่ายของ Rolls-Royce Spectre เริ่มต้นที่ 31.8 ล้านบาท และทำให้ยนตรกรรมคันนี้เป็นรถไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์ ที่สนนราคาสูงที่สุดในโลกเวลานี้

Taycan Turbo S Cross Turismo ทัวริ่งพลังแรงแห่งอนาคต

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 Porsche Taycan Turbo S Cross Turismo
Photo 2 of 3 Porsche Taycan Turbo S Cross Turismo
Photo 3 of 3 Porsche Taycan Turbo S Cross Turismo
Porsche Taycan Turbo S Cross Turismo
Porsche Taycan Turbo S Cross Turismo
Porsche Taycan Turbo S Cross Turismo

ถึงเวลานี้ใคร ๆ ก็รู้กันแล้วว่า Taycan คือซูเปอร์คาร์พลังไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์ ของ Porsche ด้วยความสำเร็จจากยอดขายกว่า 150,000 คันทั่วโลก แต่ Porsche ก็ยังไม่หยุดพัฒนารถรุ่นนี้ให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ล่าสุดกับ Taycan Turbo S Cross Turismo ที่ Porsche ได้อัปเดตใหม่ให้มีพละกำลังมากขึ้น

Taycan Turbo S Cross Turismo ปรากฏตัวในรูปทรงทัวริ่ง 5 ประตู 4 ที่นั่ง ที่เพิ่มพื้นที่ห้องโดยสารด้านหลังให้นั่งได้สบายขึ้น พื้นที่เหนือศีรษะภายในห้องโดยสารตอนหลัง ที่ยกระดับเพิ่มสูงขึ้นถึง 47 มิลลิเมตร รวมทั้งพื้นที่บรรทุกสัมภาระท้ายรถที่มีความจุมากขึ้นกว่า 1,200 ลิตร เข้าถึงอย่างสะดวกสบายผ่านบานฝาท้ายขนาดใหญ่ การออกแบบใหม่สะอาดตาและไฟหน้าที่เฉียบยิ่งขึ้น แผงหน้าปัด จอแสดงผลส่วนกลาง มีอินเทอร์เฟซผู้ใช้ที่ได้รับการปรับปรุงพร้อมฟังก์ชั่นสตรีมวิดีโอ เชื่อมต่อ Apple CarPlay บนจอ แสดงผลส่วนกลางและจอแสดงผลสำหรับผู้โดยสาร

ขุมพลังของ Taycan Turbo S Cross Turismo มาจากมอเตอร์คู่กำลังสูงสุด 625 แรงม้า และเมื่อใช้ฟังก์ชัน push-to-pass ใหม่ ในแพ็กเกจ Sport Chrono จะสามารถเรียกกำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นถึง 952 แรงม้า ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในระยะเวลา 2.4 วินาที และความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบตเตอรี่ความจุ 105 kWh ใช้นวัตกรรมไฟฟ้าแรงดัน 800 โวลต์รองรับการชาร์จแบบ DC Fast Charging ได้สูงสุดถึง 320 กิโลวัตต์ ชาร์จจาก 10-80 เปอร์เซ็นต์ ในเวลาแค่ 18 นาที AAS Auto Service ตั้งราคาจำหน่าย Porsche Taycan Turbo Cross Turismo ในประเทศไทยเริ่มต้นที่  10.4 ล้านบาท

Lotus Eletre R เอสยูวีพลังไฟฟ้าเร็วที่สุดในโลก

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 Lotus Eletre R เอสยูวีพลังไฟฟ้าเร็วที่สุดในโลก
Photo 2 of 3 Lotus Eletre R เอสยูวีพลังไฟฟ้าเร็วที่สุดในโลก
Photo 3 of 3 Lotus Eletre R เอสยูวีพลังไฟฟ้าเร็วที่สุดในโลก
Lotus Eletre R เอสยูวีพลังไฟฟ้าเร็วที่สุดในโลก
Lotus Eletre R เอสยูวีพลังไฟฟ้าเร็วที่สุดในโลก
Lotus Eletre R เอสยูวีพลังไฟฟ้าเร็วที่สุดในโลก

Lotus สปอร์ตคาร์สัญชาติอังกฤษ ที่หันมาเอาดีด้านการทำรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า 100 ร้อยเปอร์เซ็นต์ และยังไปได้ดีเสียด้วย ล่าสุดได้เปิดตัวไฮเปอร์เอสยูวีพลังไฟฟ้า Lotus Eletre ที่มาในคอนเซ็ปต์ ‘carved by air’ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Evija และ Emira รุ่นก่อน ด้านหน้าดูสวยโฉบเฉี่ยวด้วยไฟ LED กระจังหน้าแบบแอ็กทีฟ และระบบเซ็นเซอร์ LIDAR ที่ขับขี่แบบกึ่งอัตโนมัติได้อย่างอัจฉริยะด้านหน้าสวยเท่ด้วยสปอยเลอร์คาร์บอนไฟเบอร์

การกดปุ่มบนกุญแจหรือแอปสมาร์ตโฟนจะเป็นการเปิดใช้งาน Lotus Eletre R ไฟภายนอกรถจะวิ่งรอบคันเหมือนกำลังถูกปลุกให้อวดโฉมคล้ายนกยูงรำแพน Lotus Eletre R ติดตั้งล้อขนาด 23 หลังคาซันรูฟกระจกพาโนรามา การตกแต่งภายในใช้วัสดุระดับพรีเมียมและไมโครไฟเบอร์ช่วยลดน้ำหนัก เพราะปรัชญาของ Lotus ทุกรุ่นคือการสร้างรถที่มีน้ำหนักเบา ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป แต่ก็ยังมอบความบันเทิงผ่านชุดลำโพง 15 ตัว 1,380 วัตต์ KEF Premium

ภายในห้องโดยสารติดตั้ง Intelligent Ambient Lighting สร้างธีมแสงที่ตอบสนองต่อโหมดการขับขี่ พื้นที่สัมภาระด้านท้ายขนาด 688 ลิตร  แต่สามารถพับเบาะหลังเพิ่มเป็น 1,532 ลิตร แถมยังมีช่องเก็บของด้านหน้าขนาด 46 ลิตรเพื่อการเข้าถึงได้ง่าย

Lotus Eletre R ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กำลังสูงสุด 905 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 985 นิวตันเมตร มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อช่วยให้มั่นใจได้ถึงการยึดเกาะที่ยอดเยี่ยม ทําอัตราเร่งจาก  0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 2.9 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 265 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จัดเป็น SUV พลังไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในโลก สถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800 โวลต์ของ Eletre R รองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC สูงสุด 355 kW ช่วยให้สามารถชาร์จได้อย่างรวดเร็วใช้เวลาเพียง 20 นาที ก็สามารถเดินทางได้ถึงระยะทาง 400 กิโลเมตร Lotus Eletre R  ตั้งราคาอย่างเป็นทางการที่ 6.59 ล้านบาท ในประเทศไทย

Automobili Pininfarina B95 ไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้า 10 คันบนโลก

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 Pininfarina SpA รุ่น Automobili Pininfarina B95
Photo 2 of 3 Pininfarina SpA รุ่น Automobili Pininfarina B95
Photo 3 of 3 Pininfarina SpA รุ่น Automobili Pininfarina B95
Pininfarina SpA รุ่น Automobili Pininfarina B95
Pininfarina SpA รุ่น Automobili Pininfarina B95
Pininfarina SpA รุ่น Automobili Pininfarina B95

Pininfarina SpA บริษัทออกแบบรถยนต์ระดับโลกได้ลุกขึ้นมาสร้างรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบรนด์ของตัวเอง คือ Barchetta ไฮเปอร์คาร์หลังคาเปิด ที่เปิดตัวในงาน Monterey Car Week 2023 จนมาถึงวันนี้ Pininfarina ประกาศว่าจะสร้างรถคันพิเศษเพื่อฉลองครบรอบ 95 ปี ของ Pininfarina SpA ในชื่อรุ่น Automobili Pininfarina B95

ด้วยแนวคิดที่ต่อยอดมาจาก Barchetta บอดี้ของ Automobili Pininfarina B95 จึงย้อนไปสู่ยุคของรถแข่งเลอมังส์ที่ไม่มีหน้าต่างด้านข้าง ไม่มีกระจกบังลมหรือกรอบประตู ตัวรถ สร้างบนโครงสร้างโมโนค็อกที่หุ้มด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ พื้นผิวของตัวรถมีความแวววาวเคลือบด้วยสีทูโทนที่ตัดกันโดยผสมผสานสีเทาอ่อนและสีเหลือง แดชบอร์ดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคอนเซ็ปต์คาร์ PURA Vision เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง Tan Sustainable Luxury ส่วนพนักพิงศีรษะตกแต่งด้วยผ้า Pied de Poule Houndstooth Luxury Textile และมีโลโก้ Pininfarina ประทับอยู่ 

Pininfarina B95 ขับเคลื่อนโดยระบบส่งกำลังล้ำสมัยจาก Rimac Automobili มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว (แยกตัวละล้อ) รีดกำลังได้สูงสุด 1,900 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงน้อยกว่า 2 วินาที ความเร็วสูงสุดมากกว่า 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุสูง 120 kWh วางรูปตัว T ที่พื้นรถระบายความร้อนด้วยของเหลวชาร์จแบบเร็ว DC สูงสุด 270 kW โดยสามารถชาร์จจาก 20-80 เปอร์เซ็นต์ ในเวลาเพียง 25 นาที Pininfarina B95 จะผลิตเพียงแค่ 10 คัน เท่านั้น ในราคาคันละ 4.4 ล้านยูโร โดยจะเริ่มส่งมอบให้ผู้จะเป็นเจ้าของได้ในปี 2025

Topics