ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit, สถานที่: MOCA Bangkok)
Cover ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี ผู้อุทิศชีวิตให้กับการต่อยอดผลงานของศิลปินแห่งชาติ ถวัลย์ ดัชนี ผู้เป็นบิดา และการสร้างคุณค่าให้กับศิลปินไทย (ภาพ: Worapon Teerawatvijit, สถานที่: MOCA Bangkok)
ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit, สถานที่: MOCA Bangkok)

ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่ผู้สืบทอดและดูแล “พิพิธภัณฑ์บ้านดำ” มรดกทางจิตวิญญาณของบิดาอย่างสุดกำลัง แต่เขายังกล้าก้าวข้ามกรอบเดิมๆ ของวงการศิลปะ สู่บทบาทผู้เปลี่ยน “ความหลงใหล” ให้กลายเป็น “สินทรัพย์” ในฐานะซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Art Investment Center (AIC) ด้วยวิสัยทัศน์ที่ต้องการยกระดับวงการศิลปะไทยสู่สากล ภายใต้แนวคิด “The Next Level of Passion Investment”

ในโลกที่นิยามความมั่งคั่งกำลังถูกตั้งคำถามใหม่ การครอบครองเพียงวัตถุอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของสุนทรียภาพแห่งชีวิตอีกต่อไป ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณทางศิลปะระดับตำนาน Tatler Thailand มีนัดสนทนากับบุรุษผู้เป็นทายาทเพียงหนึ่งเดียวของ “ถวัลย์ ดัชนี” ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พ.ศ.2544 และจิตรกรชื่อดังระดับโลก

การสนทนาในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องราวของตัวเลขหรือราคาประมูล แต่คือการกะเทาะเปลือกความจริงของตลาดศิลปะที่ ดร.ดอยธิเบศร์ มองเห็นทั้งความเหลื่อมล้ำและโอกาสที่ยังไม่มีใครเข้าไปเติมเต็ม จากประสบการณ์ทั้งชีวิตที่คลุกคลีอยู่หลังเฟรมผ้าใบ และการบริหารจัดการมรดกผลงานศิลปะของบิดาระดับหมื่นล้านบาท เขากำลังจะพาเราไปสำรวจว่าเหตุใด “ศิลปะ” จึงเป็นสินทรัพย์ที่ทรงพลังที่สุด และทิศทางของโลกการสะสมในปี 2026 จะเปลี่ยนโฉมหน้าไปอย่างไร ภายใต้เงื่อนไขของเทคโนโลยีและความถวิลหาความจริงแท้

อ่านเพิ่มเติม: จากทับหลัง ‘นารายณ์บรรทมสินธุ์’ สู่ ‘ประติมากรรมสำริดกลุ่มประโคนชัย’ รู้จัก 6 วัตถุโบราณที่ทวงคืนกลับสู่ประเทศไทยได้สำเร็จ

Tatler Asia
ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit, สถานที่: MOCA Bangkok)
Above ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี ตั้งคำถามถึงการสร้างมูลค่าของงานศิลปะ “ทำไมในเมืองไทยงานศิลปะจึงไม่มีมูลค่าที่แท้จริง” (ภาพ: Worapon Teerawatvijit, สถานที่: MOCA Bangkok)
ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit, สถานที่: MOCA Bangkok)

ก้าวข้ามมรดกแห่งตำนาน สู่ตลาดศิลปะที่ยั่งยืน

ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี เริ่มต้นบทสนทนาด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยปณิธานที่เขาได้ปวารณาตัว “ผมยอมสละตัวตน ยอมลบชื่อผมออกจากจักรวาลเพื่อทำให้ชื่อพ่อยังอยู่” พร้อมทั้งอุทิศทั้งชีวิตเพื่อสร้าง “คุณค่า” (value) ให้กับผลงานของศิลปินไทยในตลาดศิลปะอย่างยั่งยืน

ในวันที่บิดาล่วงลับ (3 กันยายน 2014) ดร.ดอยธิเบศร์โพสต์ลง Facebook ส่วนตัวว่า “เลือดของพ่อยังไหลเวียนในกายลูกเสมอ” เกือบ 12 ปีผ่านไป เขาได้พิสูจน์คำพูดและปณิธานนั้นให้เป็นที่ประจักษ์ว่า ชื่อของถวัลย์ ดัชนี ยังคงเป็นดาวฤกษ์ที่ส่องแสงสุกสกาวท่ามกลางหมู่ดาวน้อยใหญ่ที่ระยิบระยับพร่างพรายอยู่ในโลกของศิลปะ—โลกที่มีศิลปินใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย รวมถึงการมาถึงของนักสะสมเจเนอเรชั่นใหม่ที่โอบรับงานศิลปะดิจิทัลซึ่งเข้าถึงได้ง่ายผ่านช่องทางออนไลน์

“ทั้งชีวิตผมทำให้พ่อ และคิดเสมอว่า ถึงจะเป็นคนระดับอาจารย์ถวัลย์ แต่ท่านเพียงคนเดียว ต่อให้ท่านตะโกนเสียงดังขนาดไหน ทั้งโลกก็ไม่ได้ยินเสียงประเทศไทย” ดังนั้น เพื่อจะไปให้ถึงปลายทางฝัน จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน

Tatler Asia
ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit, สถานที่: MOCA Bangkok)
Above แม้ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินใหญ่ระดับตำนานจะล่วงลับไปกว่า 10 ปีแล้ว แต่ดร.ดอยธิเบศร์ ยังคงอุทิศตนเพื่อขยายการรับรู้ผลงานของบิดาให้ส่องแสงสุกสกาวดุจดาวฤกษ์ในหมู่ดาวน้อยใหญ่ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit, สถานที่: MOCA Bangkok)
ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit, สถานที่: MOCA Bangkok)

“ศิลปินเรามีปัญหาเรื่องการสื่อสารมาตั้งแต่อดีต” เขาถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน “งานศิลปะเป็นสิ่งที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก มีตั้งแต่หลักร้อยล้าน พันล้าน เป็นหมื่นล้าน หรือตีมูลค่าไม่ได้ก็มี” แต่คำถามที่ตามมาทันทีคือ “ทำไมเราสร้าง value ไม่เป็น ทำไมในเมืองไทยงานศิลปะจึงไม่มีมูลค่าที่แท้จริง” เขากล่าวพร้อมให้เหตุผลว่า นั่นเพราะงานศิลปะในบ้านเรายังไม่ได้รับการยอมรับให้เป็นสินทรัพย์ที่สามารถประเมินเป็นมูลค่าของทรัพย์สิน ไม่สามารถนำไปจำนำ หรือใช้เป็นเครดิตเพื่อขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้เหมือนในต่างประเทศ สิ่งนี้เองจึงกลายเป็นคีย์เวิร์ดที่ตกตะกอนมาเป็น Art Investment Center หรือ AIC ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ภายใต้แนวคิด “Creative Innovation Platform for Sustainability” ที่รวบรวมองคาพยพจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่กระทรวงวัฒนธรรม, กรมทรัพย์สินทางปัญญา, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, สำนักงานศิลปะร่วมสมัย, กลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์, SCB X, มูลนิธิรามาธิบดี, สยามพิวรรธน์, สยามพารากอน, Scoop, SC Asset, Bangkok Art Auction ไปจนถึงพาร์ทเนอร์ด้านโลจิสติกส์ระดับสากลอย่าง JWD และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อทำให้ศิลปะและของสะสมล้ำค่ากลายเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องได้ และมีมูลค่าอย่างแท้จริง

“ผมมีเสาหลักอยู่สามข้อในการทำธุรกิจ หนึ่งคือผมดูแลคนทุกระดับตั้งแต่บนยอดเขาหิมาลัยจนถึงใต้ภูเขาน้ำแข็ง สอง ผมดูแลคนตั้งแต่ 8 ขวบถึง 80 ปี และสาม ผมสามารถขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ และโมบายล์” ดร.ดอยธิเบศร์แจกแจง นี่เองจึงเป็นรากฐานของ AIC ที่เขาสรุปเป็นคำขวัญ “The Next Level of Passion Investment” ซึ่งไม่เหมือนแกลเลอรีแสดงงานศิลปะทั่วไป แต่เป็น “ต้นแบบนวัตกรรมสร้างสรรค์เพื่อสังคมอย่างยั่งยืน”

บรรทัดฐานใหม่ในโลกการลงทุนด้านศิลปะ

Above งาน Grand Opening ในการเปิดตัวแฟลตฟอร์ม Art Investment Center (AIC) “The next level of passion investment”

ครึ่งปีของการจัดตั้ง AIC คือผลลัพธ์จากการตกผลึกปัญหาที่เขาพบมาตลอดทั้งชีวิต โดยใช้ประสบการณ์ทั้งหมด ทั้งในฐานะศิลปิน ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ นักลงทุน และผู้เฝ้ามองตลาดที่สร้างมูลค่าได้จริง บวกกับการใช้เวลาหลายปีในการพัฒนาแพลตฟอร์มอัจฉริยะแบบไร้ขีดจำกัด ทำให้ AIC มีองค์ประกอบสำคัญที่สร้างความโดดเด่นและความไว้วางใจจากเหล่านักลงทุนและศิลปิน นั่นคือโครงสร้างการบริหารจัดการผลประโยชน์ที่ชัดเจน โปร่งใส และเป็นธรรม ซึ่ง ดร.ดอยธิเบศร์ตั้งใจให้เป็น “ต้นแบบ” (role model) ของอุตสาหกรรม ภายใต้สูตรตัวเลข 100-35-5-10-20

เขาอธิบายอย่างละเอียดว่า เมื่อเกิดการซื้อขายขึ้น AIC จะหักค่าธรรมเนียมเพียง 35 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งน้อยกว่าแกลเลอรีทั่วไปที่มักเก็บสูงถึง 50 เปอร์เซ็นต์ “ผมรู้ว่าศิลปินมักถูกเอาเปรียบ ผมจึงอยากทำตรงนี้ขึ้นมาเป็นตัวอย่าง โดยใน 35 เปอร์เซ็นต์นั้น ผมจะหักออกทันที 5 เปอร์เซ็นต์เพื่อบริจาคให้การกุศลต่างๆ เช่น มูลนิธิรามาธิบดี และอีก 10 เปอร์เซ็นต์จะแบ่งให้พันธมิตรในระบบนิเวศของเรา” นั่นหมายความว่า AIC จะเหลือผลตอบแทนเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเขามองว่าเป็นตัวเลขที่เพียงพอสำหรับการขับเคลื่อนแพลตฟอร์มด้วยความบริสุทธิ์ใจ

อ่านเพิ่มเติม: สำรวจไฮไลต์งาน ‘Art SG 2026’ อาร์ตแฟร์ระดับนานาชาติ ณ ประเทศสิงคโปร์ 23 - 25 ม.ค. 2026

Tatler Asia
ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit, สถานที่: MOCA Bangkok)
Above ดร.ดอยธิเบศร์ ใช้ประสบการณ์ทั้งชีวิตในการพัฒนาแพลตฟอร์ม Art Investment Center หรือ AIC ภายใต้สูตร 100-35-5-10-20 เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตศิลปินไทย รวมถึงระบบนิเวศของวงการศิลปะในประเทศไทย (ภาพ: Worapon Teerawatvijit, สถานที่: MOCA Bangkok)
ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit, สถานที่: MOCA Bangkok)

นอกเหนือจากการเป็นพื้นที่ซื้อขาย AIC ยังทำหน้าที่เป็น “solution provider” แบบครบวงจร ตั้งแต่การรับรองความแท้ (certification) โดยร่วมมือกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา ไปจนถึงบริการ Art Law Firm เพื่อดูแลเรื่องกฎหมายและลิขสิทธิ์ ที่ปรึกษาด้านการลงทุน และบริการอื่นๆ แบบครบจบในที่เดียว ดร.ดอยธิเบศร์ยังย้ำว่า พื้นที่จัดแสดงงานศิลปะของ AIC ไม่ได้มีเพียงแค่ในแกลเลอรี แต่ “ทั้งโลกคือพื้นที่แสดงงานศิลปะ” โดยสามารถใช้ทุกพื้นที่เป็นที่จัดแสดง และทุกเครือข่ายจะช่วยกระจายผลงานศิลปะไปจัดแสดงในทุกพื้นที่ ตั้งแต่พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ ศูนย์การค้า โรงแรม บ้าน งานอีเวนต์—ทุกที่จะมีศิลปะหมุนเวียนเปลี่ยนไปตลอดเวลา หรือบริการ Mobile Museum ที่พร้อมขนงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซ พร้อมผู้เชี่ยวชาญไปให้ลูกค้าได้พิจารณาถึงที่บ้าน นี่คือการยกระดับการลงทุนให้กลายเป็นประสบการณ์ระดับไฮเอนด์ที่หาไม่ได้จากที่ไหนในโลก

“ผมน่าจะเป็นคนแรกของโลกที่คิดแพลตฟอร์มที่เรียกว่า ultimate luxury platform แบบครบจบทุกปัญหาในที่เดียว ตั้งแต่การซื้อ การขาย การแลกเปลี่ยน การให้เช่า การให้บริจาค และสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงการดูแลศิลปินและนักสะสมอย่างครบวงจร” เขากล่าวอย่างภาคภูมิใจ ซึ่งหากย้อนความหลัง เขายังเป็นคนแรกที่นำเสนอผลงานศิลปินไทยกว่า 150 ชีวิต กว่า 1,500 ผลงาน ในรูปแบบ NFT ในงาน Thailand Digital Arts Festival 2022 (TDAF) ที่นอกจากได้รับชมงานศิลปะแบบออฟไลน์ นักสะสมก็ยังสามารถซื้อเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล NFT ได้ด้วย หรือการสร้างสรรค์ผลงานของบิดาในรูปแบบอาร์ตทอยที่มาก่อนกาลมากกว่า 10 ปี

ผมน่าจะเป็นคนแรกของโลกที่คิดแพลตฟอร์มที่เรียกว่า ultimate luxury platform แบบครบจบทุกปัญหาในที่เดียว

- ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี -

ปรัชญา “มนุษย์ถ้ำ” และการโหยหา “ของแท้” ในยุคดิจิทัล

เมื่อถามถึงแรงบันดาลใจที่หล่อหลอมให้เขากลายเป็น “architect of passion” ในวันนี้ ดร.ดอยธิเบศร์มักอ้างถึงคำสอนที่ดูเหมือนจะเป็นปริศนาของบิดาเสมอ “พ่อผมเคยพูดเล่นๆ ว่า รู้หรือไม่ ว่าสุดยอดของการทำธุรกิจคืออะไร… คือการขายของที่เราไม่มี ให้กับคนที่ไม่อยากได้” แม้จะเป็นคำกล่าวเชิงตลกร้ายที่เขายังไม่เข้าใจนัก แต่สิ่งที่เขารับรู้คือการสอนให้รู้จักสร้างคุณค่าจากสิ่งที่จับต้องไม่ได้ ให้กลายเป็นความศรัทธาที่ประเมินค่าไม่ได้ เขายังเปรียบศิลปินว่าเป็นเหมือน “มนุษย์ถ้ำ” ที่มักหันหลังให้กับโลกภายนอกและสื่อสารกับคนอื่นไม่เป็น ดังนั้น หน้าที่ของเขาจึงเป็นการนำจิตวิญญาณเหล่านั้นมาปรับมายด์เซ็ตใหม่ให้เข้ากับโลกปัจจุบัน ที่ไปไกลกว่าบนผนังถ้ำหรือบนผืนผ้าแคนวาส

“ผมเชื่อว่าผู้คนจะต้องการซึมซับอะไรที่ไม่ใช่แค่หน้าจอดิจิทัล แต่อยากเห็นร่องรอยของสิ่งที่ทำด้วยฝีมือมนุษย์ที่เป็นของแท้ (authenticity)” อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ปฏิเสธโลกดิจิทัล แต่กลับมองหาวิธีเชื่อมโยงมันเข้าด้วยกันอย่างแยบยล ผ่านโมเดลที่เขาคิดค้นเป็นคนแรกๆ ของโลก คือการสร้างกรรมสิทธิ์ครอบครองทั้งในโลก physical และ digital ไปพร้อมกัน ดังที่เขาทำมาแล้วในปี 2022 เพื่อให้ศิลปินมีโอกาสสร้างรายได้ได้ถึงสองโลกจากผลงานเพียงชิ้นเดียว

Tatler Asia
ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit, สถานที่: MOCA Bangkok)
Above ดร.ดอยธิเบศร์ เปรียบศิลปินว่าเป็นเหมือน “มนุษย์ถ้ำ” ที่มักหันหลังให้กับโลกภายนอกและสื่อสารกับคนอื่นไม่เป็น หน้าที่ของเขาจึงเป็นการนำจิตวิญญาณเหล่านั้นมาปรับมายด์เซ็ตใหม่ให้เข้ากับโลกปัจจุบัน (ภาพ: Worapon Teerawatvijit, สถานที่: MOCA Bangkok)
ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit, สถานที่: MOCA Bangkok)

ปักหมุดประเทศไทยเป็น “กรุสมบัติชั่วนิรันดร์แห่งเอเชีย”

ก้าวต่อไปของ ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี และ AIC คือการผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็น “The Eternal Treasure of Asia” หรือศูนย์กลางมรดกทางศิลปะชั่วนิรันดร์แห่งเอเชีย เขาเชื่อมั่นว่าหากทุกภาคส่วนร่วมมือกัน ศิลปะไทยจะไม่ได้หยุดอยู่แค่การติดข้างฝาผนัง แต่จะเป็น “soft power” ที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

และในโอกาสที่โลกเคลื่อนตัวสู่ศักราชใหม่ เราได้ขอให้ ดร.ดอยธิเบศร์ มองลึกไปถึงแนวโน้มของตลาดศิลปะในปี 2026 ผ่านคำว่า “ART” ซึ่งเขาก็ได้ถอดรหัสผ่านอักษรสามตัวนี้ เพื่อนิยามความเป็นไปของศิลปะตามบริบทแห่งคุณค่าที่อยู่เหนือกว่าความสวยงาม ตามความเชื่อว่า “ศิลปะคือกุญแจไขจักรวาล” ที่ไม่ได้มีไว้เปิดประตูหอศิลป์ที่จัดแสดงผลงานศิลปะเพียงอย่างเดียว แต่มีไว้เปิด “ประตูหัวใจ” ของมนุษย์ เพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่า เพื่อนำไปสู่หนทางแห่งความยั่งยืนที่แท้จริง ได้แก่

A - Authentic (ความจริงแท้):

ในยุคที่ AI สามารถผลิตความงามได้อย่างไร้ขีดจำกัด ศิลปะในปี 2026 จึงย้อนกลับสู่ “รากเหง้าและร่องรอยของความเป็นมนุษย์” มันคือการพิสูจน์ถึงตัวตนและจิตวิญญาณที่เทคโนโลยีเลียนแบบไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น อารมณ์ ความรู้สึก และบาดแผลในหัวใจ

R - Resilience & Radical Giving (การปรับตัวและการให้ที่ยิ่งใหญ่):

ศิลปะในปีนี้ไม่ใช่แค่วัตถุจัดแสดงในนิทรรศการ แต่คือ “พลังแห่งการฟื้นฟู” (resilience) ที่ช่วยให้ผู้คนลุกขึ้นใหม่ได้จากความเหนื่อยล้า และการแปรเปลี่ยนมูลค่าศิลปะให้กลายเป็น “ทาน” (radical giving) หรือการช่วยเหลือสังคมอย่างเป็นรูปธรรม สอนให้คนรู้จักการให้และเสียสละ รวมถึงการรักษาสมดุลระหว่าง “เทคโนโลยี” และ “หัวใจ” เมื่อ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิต สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการรักษา “ความเป็นมนุษย์” เพราะ “หัวใจ” คือซอฟต์แวร์ที่สำคัญที่สุดของจักรวาล

T - Transcendence (การก้าวข้ามสู่ความยั่งยืน):

ศิลปะคือ “กุญแจไขจักรวาล” ที่ก้าวข้ามทุกมิติ ทั้งก้าวข้ามระหว่างโลกจริงและโลกเสมือน เรียนรู้การใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างการพัฒนาผลงานศิลปะ แต่ไม่ยอมให้เทคโนโลยีมาแทนที่จิตวิญญาณ, การก้าวข้ามกำแพงภาษาและวัฒนธรรม เชื่อมโยงโลกให้เป็นหนึ่งด้วย “ภาษาใจ”, การก้าวข้ามจากการสร้างชื่อเสียงให้ตนเอง ไปสู่การสร้าง “มรดกทางปัญญา” เพื่อมวลมนุษยชาติ และการสร้างความยั่งยืนที่มากกว่าเดิม เช่น เน้นใช้วัสดุรักษ์โลก วัสดุรีไซเคิล วัสดุจากธรรมชาติ และไร้สารพิษ เพราะนักสะสมสายเขียวหรือผู้ซื้อที่เน้นจริยธรรมจะเลือกงานที่มีจริยธรรมและสะท้อนคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อม ระบบขนส่งสีเขียว แกลเลอรีและอาร์ตแฟร์ลดคาร์บอนฟุตพริ้นต์ เน้นขนส่งทางเรือและใช้พลังงานหมุนเวียน ศิลปะยั่งยืน (slow art) เน้นความประณีตและการใช้งานในระยะยาว มากกว่าการผลิตปริมาณมากเพื่อกระแสชั่วคราว และความโปร่งใส ตรวจสอบที่มาของงานศิลปะอย่างเข้มงวด

ในการสนทนานี้ ดร.ดอยธิเบศร์ได้ทิ้งท้ายถึงนักสะสมทุกคนว่า ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ความจริงใจและความเสียสละคือหัวใจสำคัญของการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน “ถ้าคุณเอามูลค่ามานำคุณค่า มันจะค่อยๆ ลดลง แต่ถ้าคุณสร้างคุณค่าให้เป็นที่ประจักษ์ มูลค่าจะตามมาเองเสมอ”

ผมเชื่อว่าผู้คนจะต้องการซึมซับอะไรที่ไม่ใช่แค่หน้าจอดิจิทัล แต่อยากเห็นร่องรอยของสิ่งที่ทำด้วยฝีมือมนุษย์ที่เป็นของแท้

- ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี -

Topics

Usanisa Wongmongkolrit
Assistant Editor, Power & Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

อุษณิษา ว่องมงคลฤทธิ์ ผู้ดูแลเนื้อหาด้านการเงิน การลงทุน และการบริหารจัดการสินทรัพย์ พร้อมขยายพรมแดนความมั่งคั่งไปยังพื้นที่แห่งความสุข เช่น การดูหนัง ฟังเพลง หรืออ่านหนังสือ ด้วยความเชื่อว่าความรื่นรมย์อยู่ในทุกช่วงจังหวะของชีวิต และสามารถสร้างพลังงานใหม่ๆ ให้กับผู้คนได้ไม่สิ้นสุด