พิพิธภัณฑ์อียิปต์ใหม่ (Grand Egyptian Museum - GEM) ขนาด 312 ไร่ ตั้งอยู่บนขอบที่ราบสูงทะเลทราย (Desert Plateau) ห่างจากมหาพีระมิดแห่งกีซาเพียงสองกิโลเมตร ได้รับการออกแบบที่เน้นให้ตัวอาคารสอดคล้องกับเส้นสายของมหาพีระมิด โดยมีแกนสายตาที่พุ่งตรงไปยังมหาพีระมิด (ภาพ: Mohamed Elshahed/Anadolu via Getty Images)
Cover พิพิธภัณฑ์อียิปต์ใหม่ (Grand Egyptian Museum - GEM) ขนาด 312 ไร่ ตั้งอยู่บนขอบที่ราบสูงทะเลทราย (Desert Plateau) ห่างจากมหาพีระมิดแห่งกีซาเพียงสองกิโลเมตร ได้รับการออกแบบที่เน้นให้ตัวอาคารสอดคล้องกับเส้นสายของมหาพีระมิด โดยมีแกนสายตาที่พุ่งตรงไปยังมหาพีระมิด (ภาพ: Mohamed Elshahed/Anadolu via Getty Images)
พิพิธภัณฑ์อียิปต์ใหม่ (Grand Egyptian Museum - GEM) ขนาด 312 ไร่ ตั้งอยู่บนขอบที่ราบสูงทะเลทราย (Desert Plateau) ห่างจากมหาพีระมิดแห่งกีซาเพียงสองกิโลเมตร ได้รับการออกแบบที่เน้นให้ตัวอาคารสอดคล้องกับเส้นสายของมหาพีระมิด โดยมีแกนสายตาที่พุ่งตรงไปยังมหาพีระมิด (ภาพ: Mohamed Elshahed/Anadolu via Getty Images)

10 สุดยอดผลงานศิลปะที่ต้องไปชม ณ Grand Egyptian Museum (GEM) ที่ไม่ได้เป็นเพียงพิพิธภัณฑ์ แต่เป็นประตูสู่ความรุ่งโรจน์ของดินแดนไอยคุปต์ที่ข้ามผ่านยุคสมัยหลายพันปี

บริเวณเชิงเนินกีซาที่เคยเป็นทางผ่านของกองคาราวานโบราณ บัดนี้กลับกลายเป็นอาณาจักรใหม่ของโลกศิลปะ Grand Egyptian Museum (GEM) พิพิธภัณฑ์ระดับเมกะโปรเจ็กต์ที่นักประวัติศาสตร์ ภัณฑารักษ์ และนักสะสมทั่วโลกต่างรอคอย ด้วยคอลเล็กชั่นมากกว่า 100,000 ชิ้น ตั้งแต่ม้วนคัมภีร์สมัยฟาโรห์ไปจนถึงประติมากรรมระดับตำนาน GEM คือพิพิธภัณฑ์ที่ทรงพลังที่สุดแห่งศตวรรษใหม่

การเดินเข้าสู่ GEM ให้ความรู้สึกประหนึ่งกำลังก้าวผ่าน “ประตูแห่งกาลเวลา” ที่ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยสถาปัตยกรรมหินทรายสีทองอ่อน แสงแดดทะเลทรายส่องสะท้อนผนังหินราวกับประกายเครื่องประดับโบราณ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักท่องเที่ยวทั่วไป นักสะสมศิลปะ หรือผู้หลงใหลในความงามเหนือกาลเวลา GEM คือสถานที่ที่พร้อมเปิดประตูไปสู่ความลับและความรุ่งเรืองของอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของมนุษยชาติ และนี่คือ 10 มาสเตอร์พีซที่ห้ามพลาดชม คัดสรรโดยกูรูอียิปต์วิทยา ณัฐพล เดชขจร ผู้ก่อตั้งเพจ Iyakoop Society และเจ้าของหนังสือเกี่ยวกับอียิปต์โบราณกว่า 10 เล่ม ที่ระบุว่าผลงานมาสเตอร์พีซที่จัดแสดงเหล่านี้ ไม่ได้มีความสำคัญเพียงเพราะความงามหรือคุณค่าทางศิลปะ หากแต่เพราะแต่ละชิ้นคือบทสนทนายาวนานหลายพันปี ที่รอให้ผู้มาเยือนรับฟังอย่างเงียบงามและลึกซึ้ง

อ่านเพิ่มเติม: MayyR ยูทูบเบอร์สายไลฟ์สไตล์กับ 5 ประเทศที่เธออยากแนะนำให้เราไป

Above พิธีเปิดพิพิธภัณฑ์อียิปต์แห่งใหม่ (GEM) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2025

1. The Hanging Obelisk

Tatler Asia
The Hanging Obelisk ที่มีการแกะสลักคำว่า “อียิปต์” เป็น “ภาษาไทย” ด้วย (ภาพ: Gehad Hamdy/dpa (Photo by Gehad Hamdy/picture alliance via Getty Images)
Above The Hanging Obelisk ที่มีการแกะสลักคำว่า “อียิปต์” เป็น “ภาษาไทย” ด้วย (ภาพ: Gehad Hamdy/Getty Images)
The Hanging Obelisk ที่มีการแกะสลักคำว่า “อียิปต์” เป็น “ภาษาไทย” ด้วย (ภาพ: Gehad Hamdy/dpa (Photo by Gehad Hamdy/picture alliance via Getty Images)

ชิ้นงานแรกที่รอผู้เข้าชมอยู่ “ด้านนอกอาคาร” คือ เสาโอเบลิสก์ (Obelisk) ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนฐานสีดำ เสาต้นนี้ถูกสร้างขึ้นโดยฟาโรห์รามเสสที่ 2 (Ramses II) ทำจากหินแกรนิต มีความสูงร่วม 16 เมตร และมีน้ำหนักถึง 87 ตัน เดิมทีเคยตั้งอยู่ที่เมืองแทนิส ในดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนล์

บนเสาทั้งสี่ด้านมีจารึกที่ระบุพระนามของฟาโรห์รามเสสที่ 2 เอาไว้ ฐานเสาสีดำขนาดมหึมามีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากมีการแกะสลักคำว่า “อียิปต์” ด้วยภาษาต่างๆ มากมาย รวมถึงมี “ภาษาไทย” ด้วย จุดที่ห้ามพลาด คือการมุดเข้าไปดู “ข้างใต้” ของเสา เพราะเสาต้นนี้ถูก “ยก” ขึ้นเหนือพื้นดิน ทำให้ถูกเรียกขานว่า “โอเบลิสก์แขวน” (Hanging Obelisk) การจัดแสดงแบบพิเศษนี้มีขึ้นเพื่อให้ผู้เข้าชมสามารถมองเห็นคาร์ทูชของรามเสสที่ 2 ที่สลักอยู่ ณ ส่วนล่างสุดของเสาได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถเข้าชมได้มาก่อน

2. Colossal Statue of Ramses II

Tatler Asia
ประติมากรรมขนาดมหึมาของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ต้อนรับในโถงทางเข้า (ภาพ: Ahmad Hasaballah/Getty Images)
Above ประติมากรรมขนาดมหึมาของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ต้อนรับในโถงทางเข้า (ภาพ: Ahmad Hasaballah/Getty Images)
ประติมากรรมขนาดมหึมาของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ต้อนรับในโถงทางเข้า (ภาพ: Ahmad Hasaballah/Getty Images)

วัตถุจัดแสดงห้ามพลาดชมชิ้นที่สองคือรูปสลักขนาดยักษ์ของฟาโรห์รามเสสที่ 2 จัดแสดงอยู่ในห้องโถงใหญ่ (Grand Hall) รูปสลักนี้เป็นโบราณวัตถุ “ชิ้นแรก” ที่ถูกนำเข้าสู่ GEM จึงได้รับหมายเลข GEM No.1 แกะสลักจากหินแกรนิต มีความสูงร่วม 11 เมตร สะท้อนถึงอำนาจของฟาโรห์ เดิมทีตั้งอยู่บริเวณวิหารเทพเจ้าพทาห์ที่เมืองเมมฟิส จุดเด่นคือมีรูปสลักขนาดเล็กกว่าของพระราชโอรสและพระราชธิดาสลักอยู่บริเวณขาขององค์ฟาโรห์ รูปสลักนี้ถูกค้นพบในปี 1882 และเคยจัดแสดงที่จัตุรัสด้านหน้าสถานีรถไฟรามเสสในกรุงไคโร ก่อนจะถูกย้ายมายัง GEM ในปี 2018 ด้วยขบวนรถขนย้ายสุดอลังการ

3. Pyramidion of an Obelisk of Queen Hatshepsut

Tatler Asia
ยอดพีรามีเดียนทำจากหินแกรนิตสีแดง สร้างโดยฟาโรห์หญิงฮัตเชปซุต (ภาพ: Mohamed Elshahed/Anadolu via Getty Images)
Above ยอดพีรามีเดียนทำจากหินแกรนิตสีแดง สร้างโดยฟาโรห์หญิงฮัตเชปซุต (ภาพ: Mohamed Elshahed/Anadolu via Getty Images)
ยอดพีรามีเดียนทำจากหินแกรนิตสีแดง สร้างโดยฟาโรห์หญิงฮัตเชปซุต (ภาพ: Mohamed Elshahed/Anadolu via Getty Images)

ยอดพีรามีเดียนทำจากหินแกรนิตสีแดงชิ้นนี้คือส่วนปลายยอดบนสุดของเสาโอเบลิสก์อันยิ่งใหญ่ที่สร้างโดยฟาโรห์หญิงฮัตเชปซุต ณ วิหารแห่งเทพเจ้าอะมุน-ราที่คาร์นัค ถูกค้นพบในปี 1861 โดยที่ฐานยังคงมีส่วนของเสาติดอยู่เล็กน้อย

เดิมทีมีการสลักภาพราชินีกำลังคุกเข่าหันหลังให้เทพเจ้าอะมุน-รา ที่กำลังประทานพรและมอบมงกุฎลงบนพระเศียร ทว่าในภายหลัง ภาพเหล่านี้ถูกดัดแปลงไป สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของฟาโรห์ทุธโมซิสที่ 3 ซึ่งได้ลบพระนามของราชินีในสองคอลัมน์แรกออก และแทนที่ภาพของพระนางด้วยแท่นบูชาสองแท่น

นอกจากนี้ ท่าทางของเทพเจ้าอะมุน-รา ก็ถูกเปลี่ยนให้ถือคทา “วาส” (สื่อถึงความรุ่งเรือง) และสัญลักษณ์ “อังค์” (สื่อถึงชีวิต) ไปแทน การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จึงเป็นประจักษ์พยานอันล้ำค่าถึงการช่วงชิงและการปรับเปลี่ยนประวัติศาสตร์ในยุคอียิปต์โบราณ

4. Statue of the Scribe Mitri

Tatler Asia
รูปสลักไม้อาลักษณ์ “มิตรี” (Mitri) แสดงให้เห็นท่าการนั่งแบบดั้งเดิมของอาลักษณ์ชาวอียิปต์โบราณ (ภาพ:  Mohamed Elshahed/Anadolu via Getty Images)
Above รูปสลักไม้อาลักษณ์ “มิตรี” (Mitri) แสดงให้เห็นท่าการนั่งแบบดั้งเดิมของอาลักษณ์ชาวอียิปต์โบราณ (ภาพ: Mohamed Elshahed/Anadolu via Getty Images)
รูปสลักไม้อาลักษณ์ “มิตรี” (Mitri) แสดงให้เห็นท่าการนั่งแบบดั้งเดิมของอาลักษณ์ชาวอียิปต์โบราณ (ภาพ:  Mohamed Elshahed/Anadolu via Getty Images)

รูปสลักไม้ลงสีชิ้นสำคัญนี้เป็นของอาลักษณ์นามว่า “มิตรี” (Mitri) ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งสำคัญหลายหน้าที่ในสมัยราชวงศ์ที่ 5 รูปสลักแสดงให้เห็นท่าทางการนั่งแบบดั้งเดิมของอาลักษณ์ชาวอียิปต์โบราณ โดยการไขว้ขาและมีม้วนกระดาษพาไพรัสแผ่ออกมาวางไว้บนตัก เขาสวมผ้าคล้ายกระโปรงสั้นและสวมสร้อยคอขนาดใหญ่ ใบหน้าที่ดูครุ่นคิดถูกล้อมด้วยผมสั้นเกรียน สิ่งที่น่าสนใจคือ “ดวงตา” ของเขาที่ทำจากการฝังเลี่ยมด้วยหินอย่างประณีต

ชื่อและตำแหน่งของมิตรีถูกจารึกไว้บนฐานของรูปสลัก ทำให้เราทราบว่ามิตรีมีบทบาทเป็นถึง “ผู้บริหารเขตปกครอง” (Nome Administrator) “นักบวชแห่งเทพีมา’อัต” (Priest of the goddess Ma’at) และยังทำหน้าที่เป็น “ผู้ดูแลอาลักษณ์” (Overseer of Scribes) อีกด้วย

5. Seated Statue of Senusret I

Tatler Asia
รูปสลักประทับนั่งของฟาโรห์เซนุสเรตที่ 1 จำนวนสิบชิ้น ในเครื่องทรงฟาโรห์เต็มยศ (ภาพ: Sayed Hassan/Getty Images)
Above รูปสลักประทับนั่งของฟาโรห์เซนุสเรตที่ 1 จำนวน 10 ชิ้น ในเครื่องทรงฟาโรห์เต็มยศ (ภาพ: Sayed Hassan/Getty Images)
รูปสลักประทับนั่งของฟาโรห์เซนุสเรตที่ 1 จำนวนสิบชิ้น ในเครื่องทรงฟาโรห์เต็มยศ (ภาพ: Sayed Hassan/Getty Images)

รูปสลักประทับนั่งของฟาโรห์เซนุสเรตที่ 1 จำนวน 10 ชิ้น ถูกค้นพบในปี 1894 ระหว่างการขุดค้นบริเวณวิหารพิธีศพของพระองค์ที่เอล-ลิชต์ (El-Lisht) รูปสลักทั้งหมดแสดงพระองค์ประทับนั่งบนบัลลังก์ในเครื่องทรงฟาโรห์เต็มยศ ประดับด้วยผ้าคลุมพระเศียรแบบ เนเมส (Nemes) และกระโปรงสั้นแบบฟาโรห์

ด้านข้างของบัลลังก์ถูกตกแต่งด้วยสัญลักษณ์ “เซมา-ทาวี” (Sema-Tawy) ซึ่งเป็นเครื่องหมายศักดิ์สิทธิ์ที่สื่อถึงการรวมอียิปต์บนและอียิปต์ล่าง โดยรูปสลักห้าชิ้นแสดงภาพเทพเจ้าฮาปีสององค์กำลังดำเนินการรวมสองแผ่นดิน ส่วนอีกห้าชิ้นที่เหลือได้รับการตกแต่งด้วยภาพการรวมสองแผ่นดินที่กระทำโดยเทพเจ้าฮอรัส และเทพเจ้าเซธ ซึ่งสะท้อนถึงแก่นแท้แห่งความเป็นเอกภาพของอียิปต์โบราณในสมัยราชวงศ์ที่ 12 อย่างชัดเจน

6. The Chariots of Tutankhamun

Tatler Asia
รถศึกหกซี่ล้อของยุวฟาโรห์ตุตันคาเมน สำหรับใช้ในขบวนพิธีการ เน้นการตกแต่งด้วยลวดลายทองคำอันประณีต ซึ่งแสดงถึงอำนาจและชัยชนะอันยิ่งใหญ่เหนือศัตรูทั้งปวง (ภาพ: Mohamed Elshahed/Anadolu via Getty Images)
Above รถศึกหกซี่ล้อของยุวฟาโรห์ตุตันคาเมน สำหรับใช้ในขบวนพิธีการ เน้นการตกแต่งด้วยลวดลายทองคำอันประณีต ซึ่งแสดงถึงอำนาจและชัยชนะอันยิ่งใหญ่เหนือศัตรูทั้งปวง (ภาพ: Mohamed Elshahed/Anadolu via Getty Images)
รถศึกหกซี่ล้อของยุวฟาโรห์ตุตันคาเมน สำหรับใช้ในขบวนพิธีการ เน้นการตกแต่งด้วยลวดลายทองคำอันประณีต ซึ่งแสดงถึงอำนาจและชัยชนะอันยิ่งใหญ่เหนือศัตรูทั้งปวง (ภาพ: Mohamed Elshahed/Anadolu via Getty Images)

รถศึกคันนี้เป็นหนึ่งในรถศึกจำนวนหกคันที่ถูกค้นพบในสภาพถูกถอดออกเป็นชิ้นๆ อยู่ในห้องโถงด้านหน้าของสุสานยุวฟาโรห์ตุตันคาเมน ตัวโครงรถศึกทำจากไม้ ประดับประดาด้วยขดเกลียวทองคำ และมีคาร์ทูชพระนามขององค์ฟาโรห์ประดับอยู่ด้านบน

พื้นห้องโดยสารทำจากหนังสัตว์ ภายในตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง โดยเฉพาะภาพศัตรูที่อยู่ในท่าคุกเข่าถูกผูกเชือกคล้องคอ ส่วนด้านหลังของรถศึกโดดเด่นด้วยภาพสลักของเทพคนแคระ “เบส” พร้อมลิ้นงาช้างที่แลบยื่นออกมาเพื่อขับไล่พลังชั่วร้าย

รถศึกหกซี่ล้อนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในขบวนพิธีการ เน้นการตกแต่งด้วยลวดลายทองคำอันประณีตที่แสดงให้เห็นฟาโรห์ในร่างสฟิงซ์กำลังพิชิตศัตรูชาวนูเบียและชาวเอเชีย ซึ่งแสดงถึงอำนาจและชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของยุวฟาโรห์เหนือศัตรูทั้งปวง

7. Golden Throne of Tutankhamun

Tatler Asia
บัลลังก์ทองคำที่ปรากฏพระนามเดิมของฟาโรห์ตุตันคาเมนในคาร์ทูชว่า “ตุตันคาเตน” (Tut-ankh-aten) (ภาพ: Mohamed Elshahed/Anadolu via Getty Images)
Above บัลลังก์ทองคำที่ปรากฏพระนามเดิมของฟาโรห์ตุตันคาเมนในคาร์ทูชว่า “ตุตันคาเตน” (Tut-ankh-aten) (ภาพ: Mohamed Elshahed/Anadolu via Getty Images)
บัลลังก์ทองคำที่ปรากฏพระนามเดิมของฟาโรห์ตุตันคาเมนในคาร์ทูชว่า “ตุตันคาเตน” (Tut-ankh-aten) (ภาพ: Mohamed Elshahed/Anadolu via Getty Images)

บัลลังก์ทองคำชิ้นนี้คืออีกหนึ่งโบราณวัตถุชิ้นเอกที่ถูกค้นพบห่ออยู่ด้วยผ้าลินินในห้องด้านหน้าของสุสานยุวฟาโรห์ตุตันคาเมน ตัวบัลลังก์ทำจากไม้หุ้มด้วยแผ่นทองคำอย่างวิจิตร พร้อมประดับฝังด้วยหินสี กระเบื้องเคลือบ (Faience) และหินล้ำค่า แผงด้านข้างตกแต่งด้วยรูปงูยูเรอัสมีปีก (Winged Uraeus) อย่างสง่างาม

จุดเด่นที่สุดคือฉากบนพนักพิงด้านหน้า ซึ่งแสดงภาพฟาโรห์และราชินีภายใต้รังสีจากจานสุริยะแห่งเทพเจ้า อะเตน (Aten) โดยพระราชินีกำลังประพรมน้ำหอมให้แก่ยุวฟาโรห์ แสดงถึงความรักอันลึกซึ้ง ความพิเศษอีกประการหนึ่งที่ทำให้บัลลังก์นี้ล้ำค่าคือ การปรากฏพระนามเดิมของฟาโรห์ในคาร์ทูชว่า “ตุตันคาเตน” (Tut-ankh-aten) ซึ่งบ่งชี้ว่าบัลลังก์ทองคำนี้อาจถูกสร้างและใช้งานในช่วงปีแรกๆ ของการครองบัลลังก์ ก่อนที่พระองค์จะทรงหันกลับไปนับถือเทพเจ้าอะมุนและเปลี่ยนพระนามเป็น “ตุตันคาเมน” ในภายหลัง

8. Innermost Gold Coffin of Tutankhamun

Tatler Asia
หีบพระศพชั้นในสุด (ชั้นที่ 3) ของยุวฟาโรห์ตุตันคาเมน ทำจากทองคำบริสุทธิ์น้ำหนักถึงกว่า 110 กิโลกรัม (ภาพ: Mohamed Elshahed/Anadolu via Getty Images)
Above หีบพระศพชั้นในสุด (ชั้นที่ 3) ของยุวฟาโรห์ตุตันคาเมน ทำจากทองคำบริสุทธิ์น้ำหนักถึงกว่า 110 กิโลกรัม (ภาพ: Mohamed Elshahed/Anadolu via Getty Images)
หีบพระศพชั้นในสุด (ชั้นที่ 3) ของยุวฟาโรห์ตุตันคาเมน ทำจากทองคำบริสุทธิ์น้ำหนักถึงกว่า 110 กิโลกรัม (ภาพ: Mohamed Elshahed/Anadolu via Getty Images)

หีบพระศพชั้นในสุดของยุวฟาโรห์ตุตันคาเมนคือผลงานชิ้นเอกที่ทำจากทองคำบริสุทธิ์น้ำหนักถึงกว่า 110 กิโลกรัม เป็นหีบพระศพชั้นที่สามและชั้นในสุดในบรรดาหีบทั้งสามที่ซ้อนกันอยู่

หีบศพทองคำชิ้นนี้มีรูปลักษณ์จำลองเป็นเทพโอซิริส ผู้เป็นเทพเจ้าแห่งโลกหลังความตาย ถือคทาและแส้ ซึ่งเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์อันศักดิ์สิทธิ์ รายละเอียดภายในและภายนอกหีบเต็มไปด้วยการแกะสลักพระนามฟาโรห์ โดยมีการฝังพลอยล้ำค่าและหินสีอย่างประณีต แกะสลักด้วยข้อความคาถาเพื่อใช้ปกป้องคุ้มครอง และทำหน้าที่ปกปักรักษาพระวรกายของยุวฟาโรห์ให้คงอยู่ไปชั่วนิรันดร์

อ่านเพิ่มเติม: 5 การ์ตูนคลาสสิกตาหวานจากยุค 70-80s ที่ยังคงตราตรึงใจไม่รู้ลืม

9. The Golden Mask of Tutankhamun

Tatler Asia
หน้ากากทองคำของยุวฟาโรห์ตุตันคาเมน หนึ่งในโบราณวัตถุที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก (ภาพ: Mohamed Elshahed/Anadolu via Getty Images)
Above หน้ากากทองคำของยุวฟาโรห์ตุตันคาเมน หนึ่งในโบราณวัตถุที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก (ภาพ: Mohamed Elshahed/Anadolu via Getty Images)
หน้ากากทองคำของยุวฟาโรห์ตุตันคาเมน หนึ่งในโบราณวัตถุที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก (ภาพ: Mohamed Elshahed/Anadolu via Getty Images)

โบราณวัตถุชิ้นสำคัญที่ไม่ควรพลาดชมโดยเด็ดขาดคือ “หน้ากากทองคำ” อันโด่งดังของยุวฟาโรห์ตุตันคาเมน ซึ่งเป็นหนึ่งในโบราณวัตถุที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก หน้ากากนี้ทำจากทองคำแท้น้ำหนักกว่า 10 กิโลกรัม ค้นพบบนพระเศียรและไหล่ของพระมัมมี่ โดยจำลองรูปลักษณ์ของเทพโอซิริส ผู้ปกครองยมโลก

หน้ากากทองคำชิ้นนี้สะท้อนแนวคิดของสุริยเทพรา ผู้มีร่างกายเป็นทองคำและมีเส้นผมเป็นหินลาพิส ลาซูลี อีกทั้งยังแสดงพระพักตร์ของยุวฟาโรห์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สิ่งสำคัญที่ไม่ควรพลาดคือการชม “ด้านหลัง” ของหน้ากากทองคำ ซึ่งมีจารึกอักษรภาพอันงดงามที่คัดลอกมาจากคัมภีร์มรณะ มีจุดประสงค์เพื่อเสริมการปกป้องคุ้มครอง โดยเชื่อมโยงส่วนต่างๆ ของหน้ากากเข้ากับเทพเจ้าหลายองค์ เช่น การระบุว่า “หน้าผากของท่านคือเทพอะนูบิส” แสดงถึงความเชื่อในการเป็นเทพเจ้าหลังจากสิ้นพระชนม์ได้เป็นอย่างดี

10. Khufu’s Solar Boat

Tatler Asia
Khufu’s Solar Boat พาหนะสำหรับฟาโรห์คูฟูในการเดินทางไปรวมกับสุริยเทพราในโลกหลังความตาย (ภาพ: Mohamed Elshahed/Anadolu via Getty Images)
Above Khufu’s Solar Boat พาหนะสำหรับฟาโรห์คูฟูในการเดินทางไปรวมกับสุริยเทพราในโลกหลังความตาย (ภาพ: Mohamed Elshahed/Anadolu via Getty Images)
Khufu’s Solar Boat พาหนะสำหรับฟาโรห์คูฟูในการเดินทางไปรวมกับสุริยเทพราในโลกหลังความตาย (ภาพ: Mohamed Elshahed/Anadolu via Getty Images)

ไปถึง GEM แล้วห้ามลืมเรือลำนี้เป็นอันขาด เพราะไม่ได้จัดแสดงอยู่ในอาคารหลัก แต่อยู่ในอีกอาคารหนึ่งแยกออกไป

“เรือสุริยะ” ลำนี้เป็นหนึ่งในเรือสองลำที่ถูกค้นพบในหลุมปิดผนึกทางด้านทิศใต้ของมหาพีระมิดฟาโรห์คูฟูที่กีซา ภายในหลุมแรกค้นพบเศษไม้ที่แยกชิ้นส่วนกันถึง 1,224 ชิ้น ซึ่งเมื่อนำมาประกอบเป็นเรือลำสมบูรณ์ ก็ได้ความยาวรวมถึง 42 เมตร โดยใช้เวลาประกอบนานกว่า 10 ปีเลยทีเดียว

หลังถูกเก็บรักษาอยู่ติดมหาพีระมิดมานานหลายทศวรรษ เรือลำนี้ได้ถูกเคลื่อนย้ายครั้งประวัติศาสตร์มายัง GEM ในเดือนสิงหาคม ปี 2021 นอกจากนี้ เรือสุริยะลำที่สองก็ถูกขนส่งมายัง GEM เพื่อจัดแสดงแบบจำลองการบูรณะและอนุรักษ์เช่นกัน แม้หน้าที่แท้จริงของเรือสุริยะจะยังเป็นที่ถกเถียงกัน แต่เชื่อกันว่าเรือทั้งสองลำนี้คือ “เรือทิวา” และ “เรือราตรี” ที่ใช้เป็นพาหนะในการเดินทางไปรวมกับสุริยเทพราในโลกหลังความตายของฟาโรห์คูฟูนั่นเอง

Tatler Asia
ณัฐพล เดชขจร ผู้ก่อตั้งเพจ Iyakoop Society และเจ้าของหนังสือเกี่ยวกับอียิปต์โบราณกว่า 10 เล่ม ที่ระบุว่าผลงานมาสเตอร์พีซที่จัดแสดงเหล่านี้ ไม่ได้มีความสำคัญเพียงเพราะความงามหรือคุณค่าทางศิลปะ แต่เพราะแต่ละชิ้นคือบทสนทนายาวนานหลายพันปี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ณัฐพล เดชขจร ผู้ก่อตั้งเพจ Iyakoop Society และเจ้าของหนังสือเกี่ยวกับอียิปต์โบราณกว่า 10 เล่ม ที่ระบุว่าผลงานมาสเตอร์พีซที่จัดแสดงเหล่านี้ ไม่ได้มีความสำคัญเพียงเพราะความงามหรือคุณค่าทางศิลปะ แต่เพราะแต่ละชิ้นคือบทสนทนายาวนานหลายพันปี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ณัฐพล เดชขจร ผู้ก่อตั้งเพจ Iyakoop Society และเจ้าของหนังสือเกี่ยวกับอียิปต์โบราณกว่า 10 เล่ม ที่ระบุว่าผลงานมาสเตอร์พีซที่จัดแสดงเหล่านี้ ไม่ได้มีความสำคัญเพียงเพราะความงามหรือคุณค่าทางศิลปะ แต่เพราะแต่ละชิ้นคือบทสนทนายาวนานหลายพันปี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

GEM ช่วยนำเสนออารยธรรมอียิปต์ในมุมที่เป็น ‘มนุษย์’ มากขึ้น

- ณัฐพล เดชขจร -

พิพิธภัณฑ์อียิปต์แห่งใหม่ (Grand Egyptian Museum: GEM) คือปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่เก็บรักษาโบราณวัตถุ แต่เป็นวิสัยทัศน์ที่กล้าหาญในการเชื่อมโยงความรุ่งโรจน์ของอดีตเข้ากับความล้ำสมัยของปัจจุบัน และยืนหยัดเป็นศูนย์กลางการศึกษาด้านอียิปต์วิทยาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

แนวคิดในการสร้าง GEM เกิดขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 เนื่องจากพิพิธภัณฑ์อียิปต์ (Egyptian Museum) ที่จัตุรัสทาห์รีร์ในกรุงไคโรนั้นแออัดเกินไป และไม่สามารถจัดแสดงโบราณวัตถุจำนวนมหาศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมบัติทั้งหมดจากสุสานของฟาโรห์ตุตันคาเมน ที่มีมากกว่า 5,000 ชิ้น รัฐบาลอียิปต์จึงตัดสินใจสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ขนาด 312 ไร่ บนขอบที่ราบสูงทะเลทราย (Desert Plateau) ห่างจากพีระมิดแห่งกีซาเพียงสองกิโลเมตร โดยมีพิธีเปิดที่ยิ่งใหญ่อลังการเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

GEM ได้รับการยกย่องให้เป็นพิพิธภัณฑ์โบราณคดีที่ใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับอารยธรรมเดียว ด้วยพื้นที่จัดแสดงหลักถึง 32,000 ตารางเมตร และรองรับโบราณวัตถุได้มากถึง 100,000 ชิ้น

“ความยิ่งใหญ่ที่ทุกคนต้องมาคือคอมพลีทคอลเล็กชั่นสมบัติทั้งหมดของฟาโรห์ตุตันคาเมน พร้อมการชูโรงว่านี่คือพิพิธภัณฑ์ที่ผสมผสานเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น VR และมัลติมีเดีย เพื่อสร้างประสบการณ์ที่สมจริงและมีชีวิตชีวา” ณัฐพล เดชขจร ผู้เชี่ยวชาญด้านอียิปต์วิทยา และมีโอกาสไปเยือน GEM มาแล้วไม่ต่ำกว่าสามครั้งนับตั้งแต่ soft opening (บางส่วน) เมื่อปี 2023 กล่าวพร้อมมอบมุมมองสำหรับการเข้าชม

Tatler Asia
การแสดงเลเซอร์เหนือพิพิธภัณฑ์ในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2025 (ภาพ: Mohamed Elshahed/Anadolu via Getty Images)
Above การแสดงโดรนเหนือพิพิธภัณฑ์ในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2025 (ภาพ: Mohamed Elshahed/Anadolu via Getty Images)
การแสดงเลเซอร์เหนือพิพิธภัณฑ์ในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2025 (ภาพ: Mohamed Elshahed/Anadolu via Getty Images)

GEM มีวิธีจัดแสดงผลงานอย่างไร

GEM ไม่ได้จัดเรียงเนื้อหาตามลำดับเวลาเพียงอย่างเดียว แต่เน้นการนำเสนอตามธีมและบริบทเพื่อให้ผู้เข้าชมเข้าใจเรื่องราวได้ลึกซึ้งขึ้น เข้าถึงง่ายขึ้น

เริ่มตั้งแต่แกรนด์ฮอลล์ที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยรูปสลักขนาดใหญ่ของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ส่วนที่เป็นบันไดสูง (Grand Staircase) จะจัดแสดงวัตถุโบราณขนาดใหญ่ตามขั้นบันได แบ่งเป็นสี่ธีม ได้แก่ รูปสลักฟาโรห์ ส่วนประกอบของวิหาร ความสัมพันธ์ระหว่างเทพเจ้ากับฟาโรห์ และการเดินทางสู่นิรันดร์ เมื่อเดินขึ้นไปจนสุดจะสามารถมองเห็นมหาพีระมิดแห่งกีซาได้อย่างชัดเจน

ในส่วนแกลเลอรีหลักจะแบ่งเป็น 12 ห้อง จัดแสดงในธีมสังคม กษัตริย์ และความเชื่อ โดยแบ่งตามช่วงเวลาประวัติศาสตร์ ทำให้ผู้เข้าชมสามารถเลือกตามความสนใจได้

Tatler Asia
CAIRO, EGYPT - DECEMBER 23: Workers move the Khufu boat planks to a designated display location in the Grand Egyptian Museum as pieces from the second of two Khufu boats, solar barques that were buried alongside the pharaoh Khufu in 2500 BC, at the Grand Egyptian Museum on December 23, 2025 in Cairo, Egypt. The two Khufu ships were discovered in a sealed pit at the Great Pyramid in the 1950s. The first was reconstructed and went on display in the 1980s; the other was in a more dilapidated state and its rest
Above คนงานกำลังเคลื่อนย้ายแผ่นไม้จากเรือคูฟู (ลำที่สอง) ไปยังจุดจัดแสดงที่ GEM โดยชิ้นส่วนจากเรือคูฟูสองลำ ซึ่งเป็นเรือพลังงานแสงอาทิตย์ที่ถูกฝังไว้เคียงข้างฟาโรห์คูฟูเมื่อ 2500 ปีก่อนคริสตกาล (ภาพ: Sayed Hassan/Getty Images)
CAIRO, EGYPT - DECEMBER 23: Workers move the Khufu boat planks to a designated display location in the Grand Egyptian Museum as pieces from the second of two Khufu boats, solar barques that were buried alongside the pharaoh Khufu in 2500 BC, at the Grand Egyptian Museum on December 23, 2025 in Cairo, Egypt. The two Khufu ships were discovered in a sealed pit at the Great Pyramid in the 1950s. The first was reconstructed and went on display in the 1980s; the other was in a more dilapidated state and its rest

คำแนะนำในการเข้าชมที่คุ้มค่ามากที่สุด

ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเข้าชมมากที่สุดคือตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเมษายนซึ่งเป็นช่วงที่อากาศดีที่สุด แต่ก็มาพร้อมกับปริมาณนักท่องเที่ยวจำนวนมากและค่าใช้จ่ายที่มากกว่าช่วงอื่นๆ

สำหรับผู้ที่หลงใหลอารยธรรมอียิปต์โบราณจริงๆ และต้องการเสพงานศิลป์ให้ครบถ้วน แนะนำให้ใช้เวลาใน GEM อย่างน้อยสัก 2-3 วัน และแนะนำให้เที่ยวควบคู่ไปกับ Cairo Museum และ National Museum of Egyptian Civilization (NMEC)

แต่ถ้ามีเวลาไม่มากพออาจเหลือแค่หนึ่งวันหรือครึ่งวันโดยเน้นไปที่ห้องจัดแสดงของฟาโรห์ตุตันคาเมน และควรเลือกให้ตรงกับวันพุธหรือวันเสาร์ เพราะจะเป็นวันที่ GEM เปิดให้เข้าชม 08:30 - 22:00 น. ส่วนห้องจัดแสดงจะเปิดระหว่าง 09:00 - 21:00 น. (วันอื่นเปิดให้บริการ 08:30 - 19:00 น. ส่วนจัดแสดงจะเปิดระหว่าง 09:00 - 18:00) และไม่ต้องกังวลเรื่องอาหาร เพราะข้างในมีทั้งร้านอาหารและร้านกาแฟไว้คอยบริหาร พร้อมจุดพักผ่อนที่ทำให้เรา “สิง” อยู่ใน GEM ได้ตลอดทั้งวัน

Topics

Usanisa Wongmongkolrit
Assistant Editor, Power & Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

อุษณิษา ว่องมงคลฤทธิ์ ผู้ดูแลเนื้อหาด้านการเงิน การลงทุน และการบริหารจัดการสินทรัพย์ พร้อมขยายพรมแดนความมั่งคั่งไปยังพื้นที่แห่งความสุข เช่น การดูหนัง ฟังเพลง หรืออ่านหนังสือ ด้วยความเชื่อว่าความรื่นรมย์อยู่ในทุกช่วงจังหวะของชีวิต และสามารถสร้างพลังงานใหม่ๆ ให้กับผู้คนได้ไม่สิ้นสุด