วอร์เรน บัฟเฟตต์ (ภาพ: gettyimages)
Cover วอร์เรน บัฟเฟตต์ (ภาพ: gettyimages)
วอร์เรน บัฟเฟตต์ (ภาพ: gettyimages)

แม้ว่า วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) หนึ่งในนักลงทุนผู้ประสบความสำเร็จมากที่สุด จะประกาศก้าวลงจากตำแหน่งซีอีโอ เบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ (Berkshire Hathaway) บริษัทมหาชนที่มีมูลค่าสูงที่สุดติดท็อปเท็นของโลก แต่ปรัชญาในการใช้ชีวิตและแนวคิดด้านการลงทุนของคุณปู่วัย 94 ปีรายนี้ ก็ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนในแวดวงการเงินการลงทุน ในฐานะต้นแบบนักลงทุนแบบเน้นคุณค่า (value investor) ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล

ตลอดระยะเวลาการบริหารงานเกือบ 60 ปีของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ในฐานะหัวเรือใหญ่ของ เบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ (Berkshire Hathaway) กลุ่มบริษัทโฮลดิ้งข้ามชาติ สัญชาติอเมริกัน ซึ่งลงทุนในหลากหลายธุรกิจ เขาได้สร้างผลตอบแทนที่น่าทึ่งถึง 5,502,284% นับตั้งแต่ปี 1965 จนถึงสิ้นปี 2024 หรือคิดเป็นผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีประมาณ 19.9% ซึ่งสูงกว่าดัชนีหุ้น S&P 500 ที่ให้ผลตอบแทน 10.4% ต่อปี เกือบเท่าตัว

ลองนึกภาพง่ายๆ ว่า หากเราลงทุน 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ ใน S&P 500 เมื่อปี 1965 เงินจำนวนนี้จะเติบโตขึ้นเป็นประมาณ 390,540 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 12.79 ล้านบาท) ในปัจจุบัน แต่ถ้าเราเลือกลงทุน 1,000 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากันใน Berkshire Hathaway เงินของเราจะงอกเงยมากถึงประมาณ 55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 1.802 พันล้านบาท) เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ในการประชุมผู้ถือหุ้นล่าสุดของบริษัทฯ ณ เมืองโอมาฮา รัฐเนบราสกา สหรัฐอเมริกา คุณปู่วอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้ประกาศลงจากตำแหน่งซีอีโอ Berkshire Hathaway ในสิ้นปีนี้ และส่งต่อตำแหน่งให้กับ เกร็ก เอเบล (Greg Abel) ผู้บริหารวัย 62 ปี โดยบัฟเฟตต์จะยังนั่งเก้าอี้ประธานกรรมการบริษัทฯ ต่อไป และยืนยันว่าจะไม่ขายหุ้น Berkshire Hathaway แม้แต่หุ้นเดียว

Tatler ได้หยิบยก 10 คำพูดทรงพลังของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ที่สะท้อนปรัชญาในการใช้ชีวิตและแนวคิดด้านการลงทุน ซึ่งควรค่าแก่การศึกษา

อ่านเพิ่มเติม: เผย 10 อันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชียของ Times Higher Education พร้อมศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง

Tatler Asia
Above วอร์เรน บัฟเฟตต์ (ภาพ: AI Generated image)

1. Rule No.1 is never lose money. Rule No.2 is never forget Rule No.1.

“กฎข้อที่ 1 คือ อย่าเสียเงิน
กฎข้อที่ 2 คือ อย่าลืมกฎข้อที่ 1”

วอร์เรน บัฟเฟตต์ไม่ได้พูดประโยคนี้ขึ้นมาเล่นๆ แต่นี่คือปรัชญาที่เขายึดถือมาตลอดในเส้นทางการลงทุนของเขา แม้จะเป็นคำกล่าวที่ฟังดูเรียบง่าย แต่แฝงด้วยความหมายอันลึกซึ้ง ลองจินตนาการว่า หากเราใช้เวลาหลายปี ค่อยๆ สะสมเงินก้อนหนึ่งขึ้นมาในชีวิต แต่การตัดสินใจพลาดเพียงครั้งเดียว อาจหมายถึงการสูญเงินทั้งหมดไปในชั่วในพริบตา ซึ่งการจะฟื้นคืนทุกสิ่งทุกอย่างให้กลับมาอยู่ในจุดเดิมนั้นเป็นสิ่งที่ยากยิ่ง

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่บัฟเฟตต์ย้ำอยู่เสมอว่า การรักษาเงินทุนให้ปลอดภัยด้วยการลงทุนอย่างรอบคอบและมีสติ คือหัวใจสำคัญของการลงทุน และหากเราสามารถหลีกเลี่ยงความสูญเสียได้ โอกาสเติบโตก็ยังคงอยู่กับเราเสมอ

อ่านเพิ่มเติม: กรุงศรี ไพรเวท แบงก์กิ้ง มอบประสบการณ์ทางการเงินสุดพิเศษ อัปเดตเศรษฐกิจและการลงทุนปี 2025 ในงาน Investment Outlook ‘2025 and Beyond : Power Dynamics after Trump Era’

Tatler Asia
AI Generated image
Above ลงทุนอย่างรอบคอบและมีสติ (ภาพ: AI Generated image)
AI Generated image

2. Price is what you pay, value is what you get.

“ราคาคือสิ่งที่คุณจ่าย มูลค่าคือสิ่งที่คุณได้รับ”

ในโลกของการลงทุนนั้นง่ายมากที่เราจะถูกหลอกด้วยป้ายราคาอันน่าดึงดูดใจ แต่บ่อยครั้งที่ราคาอันแสนถูก กลับแฝงไปด้วยความเสี่ยงมหาศาล คำพูดของ วอร์เรน บัฟเฟตต์จึงเตือนสติให้เรารู้จักแยกให้ออกระหว่าง ‘ราคา’ กับ ‘คุณค่า..ที่แท้จริง’ สิ่งของที่ราคาถูก แม้จะน่าดึงดูด แต่ไม่ได้หมายความว่า ‘คุ้มค่า’ เสมอไป ขณะที่ของแพงอาจมีมูลค่าที่แท้จริง ซึ่งสูงกว่าราคาที่เราจ่ายไปก็เป็นได้ 

สุดท้ายแล้ว ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับการซื้อของถูกที่สุด แต่อยู่ที่การลงทุนในสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดและให้ผลตอบแทนที่แท้จริงในระยะยาว

อ่านเพิ่มเติม: 15 ปี แห่งความเจ็บปวดของ ‘ท๊อป จิรายุส’ ซีอีโอ บิทคับ กรุ๊ป และเป้าหมายครั้งใหม่ในปี 2025

Tatler Asia
AI Generated image
Above จงแยกให้ออกระหว่าง ราคา และคุณค่าที่แท้จริง (ภาพ: AI Generated image)
AI Generated image

3. Never invest in a business you cannot understand.

“อย่าลงทุนในธุรกิจที่คุณไม่เข้าใจ”

หนึ่งในหลักคิดสำคัญของการลงทุนที่ยั่งยืน คือการอยู่ใน ‘วงกลมแห่งความรู้’ (Circle of Competence) หรือการรู้จักขอบเขตความสามารถของตัวเอง มุ่งลงทุนในสิ่งที่เข้าใจอย่างลึกซึ้ง และหลีกเลี่ยงสิ่งที่เราไม่มีความเชี่ยวชาญ บัฟเฟตต์ย้ำว่า ขนาดของวงนั้นไม่สำคัญเท่ากับการรู้ว่าขอบเขตของมันอยู่ตรงไหน

การเลือกลงทุนในบริษัทหรืออุตสาหกรรมที่เราเข้าใจอย่างแท้จริง จะช่วยให้เราตัดสินใจได้อย่างถูกต้องบนพื้นฐานของข้อมูล และช่วยลดความเสี่ยงที่จะขาดทุนได้ ในทางกลับกัน การลงทุนในสิ่งที่เราไม่เข้าใจ ไม่รู้แน่ชัดว่าบริษัทนี้หาเงินมาจากไหน มีความเสี่ยงอะไรบ้าง รวมถึงอุตสาหกรรมนั้นทำงานกันอย่างไร สิ่งเหล่านี้ ไม่อาจเรียกว่าการลงทุน แต่อาจเป็นได้เพียงการพนันเท่านั้น

กลยุทธ์ที่สำคัญของบัฟเฟตต์ คือเลือกที่จะไม่เสี่ยงกับสิ่งที่เขาไม่เข้าใจ เขาเลือกลงทุนในธุรกิจที่เรียบง่าย ชัดเจน และสามารถคาดการณ์ได้ เช่น ธุรกิจประกัน สินค้าอุปโภคบริโภค หรือธนาคาร รวมถึงเลือกที่จะหลีกเลี่ยงธุรกิจอันซับซ้อนอย่างเทคโนโลยี (ในยุคแรกๆ) เพราะเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือขอบเขตความเข้าใจของเขาในตอนนั้น

หนึ่งในวิธีคิดพื้นฐาน คือหากเรายังไม่สามารถอธิบายธุรกิจที่จะลงทุนให้คนอื่นฟังได้แบบง่ายๆ ก็ยังถือเป็นความเสี่ยงที่ควรระวัง

Tatler Asia
AI Generated image
Above อย่าลงทุนในธุรกิจที่คุณไม่เข้าใจ (ภาพ: AI Generated image)
AI Generated image

4. If you buy things you do not need, soon you will have to sell things you need.

“ถ้าคุณซื้อของที่ไม่ได้จำเป็น อีกไม่นานคุณอาจต้องขายของที่จำเป็นที่สุดในชีวิต”

คำกล่าวอันทรงพลัง ที่เตือนให้เราระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายแบบไม่ยั้งคิด เพราะหลายครั้ง เราเผลอใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือยไปกับสิ่งเราแค่ ‘อยากได้’ ไม่ใช่ส่ิงที่ ‘ต้องมี’ ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้อาจกลายเป็นกับดักทางการเงินโดยไม่รู้ตัว อย่าให้ ‘ความอยาก’ ชั่วครู่ชั่วคราว มาทำลายความมั่นคงระยะยาวของชีวิตเรา

แนวคิดของ บัฟเฟตต์ ยังอธิบายว่า ในช่วงที่ชีวิตยังราบรื่น จงใช้เงินอย่างมีสติ อย่ามองข้ามความสำคัญของการออมและการวางแผนการเงินสำหรับอนาคต ใช้เพื่อตอบโจทย์ ‘ความจำเป็น’ มากกว่า ‘ความอยาก’ มิเช่นนั้น เมื่อถึงวันที่ไม่คาดฝัน เราอาจต้องสละสิ่งที่เคยเป็นของจำเป็นในชีวิต เพียงเพื่อเอาตัวรอดก็เป็นได้

Tatler Asia
AI Generated image
Above อย่าซื้อของเพราะความอยาก มากกว่าความจำเป็น (ภาพ: AI Generated image)
AI Generated image

5. If you don't find a way to make money while you sleep. You will work until you die.

“ถ้าคุณไม่หาวิธีสร้างรายได้ แม้ในขณะที่คุณหลับ คุณอาจจะต้องทำงานไปจนตาย”

หนึ่งในบทเรียนที่เปลี่ยนชีวิตใครหลายคน ด้วยพลังและความสำคัญของการสร้างรายได้แบบ Passive Income บัฟเฟตต์เชื่อว่าความมั่งคั่งและอิสรภาพทางการเงินเกิดจากสินทรัพย์ เช่น หุ้น อสังหาริมทรัพย์ หรือธุรกิจ ที่สามารถสร้างรายได้โดยไม่ต้องลงแรงตลอดเวลา หากรายได้ทั้งหมดของเราขึ้นอยู่กับเวลาและแรงงานเพียงอย่างเดียว เช่น งานประจำ รายได้จะหยุดลงทันทีเมื่อเราหยุดทำงาน แต่หากเราเลือกลงทุนอย่างชาญฉลาด เราก็จะสามารถสร้างแหล่งรายได้ที่ทำงานแทนตัวเราตลอด 24 ชั่วโมง นี่คือกุญแจสำคัญของชีวิตที่ช่วยให้เรามีอิสรภาพทางการเงิน มีอนาคตที่มั่นคง และสามารถใช้ชีวิตในแบบที่เราต้องการ

Tatler Asia
AI Generated image
Above วอร์เรน บัฟเฟตต์ เชื่อในการสร้าง passive income เพื่ออิสรภาพทางการเงิน (ภาพ: AI Generated image)
AI Generated image

6. Be fearful when others are greedy. Be greedy when others are fearful.

“จงกลัวในเวลาที่คนอื่นกระหาย และจงกระหายในเวลาที่คนอื่นกลัว”

คำกล่าวอันโด่งดังของวอร์เรน บัฟเฟตต์ ที่แม้จะฟังดูขัดกับบุคลิกของนักลงทุนผู้ใจบุญ แต่กลับเปี่ยมไปด้วยภูมิปัญญาแห่งการลงทุนที่แท้จริง

ในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรง ทุกคนรอบข้างต่างพูดถึงแต่หุ้นที่กำลังทำกำไรว่า นี่คือ ‘โอกาสทอง’ บรรยากาศแบบนี้ทำให้หลายคนรู้สึกกลัวว่าจะพลาดโอกาส กลัวว่าจะตกขบวนรถไฟ จึงรีบกระโจนเข้าไปลงทุน แต่บัฟเฟตต์กลับเตือนว่า ช่วงเวลาแบบนี้อาจไม่ใช่จังหวะที่ดีที่สุด เพราะเมื่อความโลภครอบงำตลาด ราคาสินทรัพย์มักจะสูงเกินความเป็นจริง จึงมีความเสี่ยงแอบซ่อนอยู่ภายใต้กระแสความตื่นเต้นของตลาดเสมอ

ในทางกลับกัน เมื่อเกิดวิกฤต เศรษฐกิจชะลอตัว ตลาดร่วงหนัก ผู้คนมักรีบเทขายหุ้น ถอนการลงทุน นี่คือช่วงเวลาที่หลายคนหวาดหวั่นและตื่นตระหนก แต่บางครั้งนี่คือช่วงเวลาแห่งโอกาส เพราะอาจมีหุ้นที่ดี ซึ่งราคาลดลงต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง และในมุมมองของนักลงทุนที่มองเห็นภาพใหญ่ พวกเขากลับมองว่านี่คือ ‘จังหวะที่น่าลงทุน’

บัฟเฟตต์กำลังชี้ให้เห็นว่า ธรรมชาติของความรู้สึกของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นความกลัวหรือความโลภ ย่อมมีผลต่อความเป็นไปของตลาดเสมอ เราจำเป็นต้องอ่านสัญญาณให้ดีว่า บางครั้งเราควรทำตรงข้ามกับสิ่งที่คนส่วนใหญ่กำลังทำหรือไม่

Tatler Asia
AI Generated image
Above เข้าใจความกลัวและความโลภของตลาด คือสิ่งสำคัญในการลงทุน (ภาพ: AI Generated image)
AI Generated image

7. The most important investment you can make is in yourself.

“การลงทุนที่สำคัญที่สุด คือการลงทุนในตัวเอง”

อีกหนึ่งวลีที่เรียบง่าย แต่ทรงพลังของวอร์เรน บัฟเฟตต์ ที่ยังคงเป็นจริง ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม

ไม่ว่าเศรษฐกิจจะขึ้นหรือลง ตลาดจะผันผวนแค่ไหน สิ่งหนึ่งที่ไม่มีใครจะพรากไปจากเราได้เลยคือ ความรู้ ทักษะ นิสัย และสุขภาพ สิ่งเหล่านี้ คือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดและมั่นคงที่สุดในระยะยาว

หากเราลงทุนและให้เวลากับการเรียนรู้ทักษะความสามารถใหม่ๆ หากเราลงทุนดูแลร่างกายให้แข็งแรงและรักษาสภาพจิตใจให้มั่นคง หากเราลงทุนพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้คนรอบข้าง เราจะกลายเป็นคนที่มีคุณค่าเพิ่มขึ้นในทุกๆ ด้านของชีวิต

และหากเราทำสิ่งนี้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน เราจะพร้อมเสมอสำหรับทุกๆ โอกาสที่เข้ามา

Tatler Asia
AI Generated image
Above การลงทุนที่สำคัญที่สุด คือการลงทุนในตัวเอง (ภาพ: AI Generated image)
AI Generated image

8. It takes 20 years to build a reputation and five minutes to ruin it. If you think about that, you'll do things differently.

“การสร้างชื่อเสียงอาจต้องใช้เวลานานถึง 20 ปี แต่สามารถถูกทำลายได้ภายในเวลาแค่ 5 นาที ถ้าคุณมองเห็นสิ่งนี้ คุณจะทำในสิ่งที่แตกต่างออกไป” 

ชื่อเสียงไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่ถูกหล่อหลอมอย่างช้าๆ ผ่านความไว้วางใจ ความซื่อสัตย์ และผลงานที่ดีอย่างสม่ำเสมอ แต่ในทางกลับกัน ชื่อเสียงก็อาจพังทลายได้ในพริบตา ด้วยการตัดสินใจที่ผิดพลาดหรือการกระทำอันเลวร้ายแม้เพียงครั้งเดียว 

วอร์เรน บัฟเฟตต์ เตือนว่า เราควรคำนึงถึงผลกระทบระยะยาวของการกระทำในแต่ละวันเสมอ คิดก่อนทำ และประพฤติปฏิบัติตนให้ดี แม้ในช่วงเวลาที่ไม่มีใครเฝ้ามองอยู่ก็ตาม เพราะชื่อเสียงเป็นสมบัติอันล้ำค่าที่สุดอย่างหนึ่งของชีวิต ซึ่งหากเสียไปแล้ว อาจไม่มีวันกลับคืนมาเหมือนเดิมก็เป็นได้

Tatler Asia
AI Generated image
Above ชื่อเสียงอาจถูกทำลายได้ในพริบตา (ภาพ: AI Generated image)
AI Generated image

9. We don't have to be smarter than the rest. We have to be more disciplined than the rest.

“เราไม่จำเป็นต้องฉลาดกว่าคนอื่น สิ่งที่เราต้องมีคือวินัยที่มากกว่าคนอื่น”

วอร์เรน บัฟเฟตต์ ไม่ได้บอกว่าสติปัญญานั้นไม่สำคัญ แต่เขาเน้นย้ำว่าสติปัญญา ไม่ใช่ปัจจัยขับเคลื่อนหลักของความสำเร็จอันน่าทึ่ง เราไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในห้อง เพื่อที่จะกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ แต่สิ่งที่เราต้องมีคือวินัยที่มากกว่าคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นวินัยในการศึกษาหาความรู้และหมั่นฝึกฝนทักษะการลงทุน เพื่อให้เข้าใจโอกาส อุปสรรค และความเป็นไปได้ต่างๆ อย่างถ่องแท้

รวมถึงวินัยทางอารมณ์ เพราะบางครั้ง การลงทุนอาจเป็นเหมือนรถไฟเหาะในช่วงที่ตลาดผันผวน บัฟเฟตต์เน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีเหตุผล และหลีกเลี่ยงการตัดสินใจที่หุนหันพลันแล่น ซึ่งเกิดขึ้นได้จากความกลัวหรือความโลภ เราต้องไม่ถูกชักจูงโดยกระแสของตลาด แต่ยึดมั่นจากการวิเคราะห์และตัดสินใจบนหลักการและพื้นฐานข้อมูลความรู้ที่ถูกต้อง

Tatler Asia
AI Generated image
Above วินัยในการลงทุน คือสิ่งสำคัญ (ภาพ: AI Generated image)
AI Generated image

10. The different between successful people and really successful people is that really successful people say no to almost everything

“ความแตกต่างระหว่างคนที่ประสบความสำเร็จ กับคนที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง คือคนที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงจะปฏิเสธแทบทุกสิ่งที่เข้ามา”

ในบริบทนี้ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ต้องการชี้ให้เห็นว่า ความสำเร็จที่แท้จริงอาจไม่ได้เกิดจากการตอบรับทุกโอกาส หรือทำทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต แต่เกิดจากการรู้ว่า อะไรที่ควรทำ และอะไรที่ไม่ควรทำ คนที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงจะรักษาเวลา พลังงาน และความตั้งใจของตนเองไว้สำหรับสิ่งที่สำคัญที่สุดเท่านั้น เมื่อไรที่เราพูดว่า ‘ใช่’ กับบางสิ่ง นั่นเท่ากับคุณอาจกำลังพูดว่า ‘ไม่’ กับสิ่งอื่น ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า คนที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงจะเข้าใจถึงต้นทุนค่าเสียโอกาส หรือต้นทุนของการเลือก และทุ่มเทเวลาเฉพาะกับสิ่งที่สอดคล้องกับเป้าหมายหลักเท่านั้น

ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องปิดกั้นโอกาสไปเสียทั้งหมด แต่เราต้องจัดลำดับความสำคัญให้ถูก วอร์เรน บัฟเฟตต์ เลือกที่จะปฏิเสธการประชุมที่ไม่จำเป็น และไม่วิ่งไล่ตามทุกโอกาสทางธุรกิจ แต่รอคอยอย่างอดทนเพื่อการลงทุนที่มีโอกาสสูงและผลตอบแทนคุ้มค่า นี่คือกุญแจความสำเร็จของสุดยอดนักลงทุนระดับโลกผู้นี้

Tatler Asia
Above วอร์เรน บัฟเฟตต์ (ภาพ: AI Generated image)
Chachanondh Limthong
Editor, Tatler Power and Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชชานนท์ ลิ่มทอง (เว้า) บรรณาธิการ Power and Purpose ของ Tatler Thailand ผู้หลงใหลในงานบทสัมภาษณ์ชีวิตและการพบปะผู้คน นอกเหนือจากเนื้อหาเข้มๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กร ธุรกิจ นวัตกรรม และบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแล้ว เขายังสวมหมวกอีกใบในการดูแลคอมมูนิตี้ต่างๆ ของ Tatler ทั้ง Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow, Tatler Most Influential (TMI) และ Front and Female (F&F)