Cover ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลที่รณรงค์ให้ความรู้ด้านอนุรักษ์ทะเลไทยมาตลอดชีวิตการทำงาน

วันทะเลโลก (World Ocean Day) 8 มิถุนายน เวียนมาบรรจบอีกครั้ง หากมีใครสักคนที่เราอยากพูดคุยด้วยมากที่สุดก็คงเป็น ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้ชายที่รักทะเล เรียนรู้เรื่องทะเล และยืนยันว่าจะทำงานเพื่อทะเลไปตลอดชีวิต

ท่ามกลางภาวะโลกรวน (Climate Change) เราทุกคนรู้ดีว่าสิ่งมีชีวิตทุกชนิดได้รับผล กระทบ ไม่เว้นแม้แต่สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในน้ำ โดยเฉพาะสิ่งมีชีวิตในทะเลที่เราได้ยินข่าวปะการังฟอกขาวกันเป็นประจำในทุกฤดูร้อน 

ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หรืออาจารย์ธรณ์ของลูกศิษย์ บอกเล่าข้อมูลจากกรมอุทยานแห่งชาติทางทะเลว่าในช่วงสองเดือนที่ผ่านมาพบปะการังฟอกขาว 94% ในจุดท่องเที่ยวทางทะเล และมีปะการังถึง 83% ที่ฟอกขาวรุนแรงถึงรุนแรงมาก ข้อมูลนี้ตรงกับประสบการณ์อาจารย์ธรณ์ที่ตระเวนดำน้ำเพื่อดูปะการังทั่วทะเลไทยเป็นเวลาสองเดือนเช่นกัน

เมื่อได้พบกับอาจารย์ธรณ์ที่คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ Tatler มีคำถามในใจที่อยากถามผู้เชี่ยวชาญด้านทะเลคนนี้มากมาย ทั้งสถานการณ์ทะเลไทย ความหวังที่เราอยากให้ทะเลไทยสวยงามไปชั่วลูกชั่วหลานนั้นเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน และเราคนธรรมดาจะช่วยทะเลได้อย่างไร

อ่านเพิ่มเติม: “ไม่ต้องถึง Net Zero แต่ให้ใกล้เคียงที่สุดก็พอ” เรียนรู้จากมุมมองเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ Robert F. Engle

Tatler Asia
Above ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ขณะดำน้ำสำรวจปะการังฟอกขาวในเดือนพฤษภาคม 2024 บริเวณหมู่เกาะพีพี ซึ่งพบว่าบริเวณน้ำตื้นมีอัตราการฟอกขาว 90-100%

สำหรับคนทั่วไปที่ไม่มีความรู้เรื่องทะเลแต่เป็นห่วงท้องทะเลในภาวะโลกรวน อาจารย์ธรณ์จะเล่าถึงสถานการณ์ตอนนี้ว่าอย่างไร

อาจารย์ธรณ์: สถานการณ์ตอนนี้เป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา เราอยู่ในขอบหมิ่นเหม่กับการตกหน้าผา เหตุผลง่ายๆ คืออุณหภูมิน้ำทะเลร้อนเร็วกว่าที่เราคิด ยิ่งประจวบกับถ้าปีไหนมีปรากฎการณ์เอลนีโญ (El Niño) ก็จะยิ่งร้อนจัด จนอาจจะใช้คำว่าทะเลเดือดได้เลย

อุณหภูมิน้ำในอดีตตั้งแต่สมัยผมเริ่มทำงานถึง 30 องศาก็ถือว่าร้อนมากแล้ว แต่ปัจจุบันอุณหภูมิน้ำอยู่ที่ 34 องศา บางครั้งเกือบ 35 องศา สูงสุดตั้งแต่เคยมีการบันทึกกันมา แสดงให้เห็นชัดเจนว่าโลกร้อนมาถึงเราเรียบร้อยและรุนแรงกว่าที่เราคิด 

ปัญหาโลกร้อนส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เราไม่เคยคาดการณ์ไว้ เช่น ปะการังฟอกขาวเป็นจำนวนมหาศาลที่เกิดในเดือนเมษายนถึงมิถุนายนของปีนี้ ในเรื่องของหญ้าทะเลเราก็ไม่เคยคิดว่าจะเกิดวิกฤตหญ้าทะเล ทำให้หญ้าทะเลในจังหวัดตรังและกระบี่ตอนล่างหายไปหมดเลย รวมถึงที่เกาะกระดาด จังหวัดตราด ด้วย ส่งผลกระทบต่อสัตว์หายาก พะยูน และอื่นๆ อีกมากมาย 

ผลกระทบต่อมนุษย์ก็คือด้านการท่องเที่ยว เราจำเป็นต้องปิดแนวปะการังในหลายอุทยาน ส่งผลถึงความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล ชาวประมงจับสัตว์น้ำได้น้อยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน สรุปง่ายๆ ก็คือ ไม่เคยคิดว่าโลกร้อนจะส่งผลต่อทะเลเร็วและแรงขนาดนี้ และต่อจากนี้จะแรงมากขึ้น

อ่านเพิ่มเติม: เมย์ ธนิดา ผู้ก่อตั้ง Ira Natural Products: จุดยืนของคนธรรมดาที่กล้าต่างเพื่อธรรมชาติ

Tatler Asia
Above ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ขณะดำน้ำดูสถานการณ์ปะการังฟอกขาวและความอุดมสมบูรณ์ในท้องทะเลที่มัลดีฟส์

นอกจากทะเลไทยแล้ว ภาวะโลกรวนส่งผลถึงทะเลทั่วโลกหรือไม่ 

อาจารย์ธรณ์: ทะเลมีหนึ่งเดียว ปัญหาของทุกที่จะวิ่งมารวมสุดท้ายที่ทะเล ทะเลในแถบเมืองหนาวนอร์เวย์ก็มีปลาแซลมอนตายเยอะมาก ทะเลที่มัลดีฟส์ก็ฟอกขาวเหมือนกัน แต่มัลดีฟส์น้ำค่อนข้างเย็น ระบบนิเวศของเขาสมบูรณ์มากกว่า เพราะฉะนั้นเขามีปลา มีฉลามเพียบ 

ปัญหาของทะเลไทยคือ ระบบนิเวศของเราสมบูรณ์สู้เขาไม่ได้ ต่อให้ปะการังฟอกขาวเหมือนกันแต่การฟื้นตัวจะไม่เหมือนกัน มัลดีฟส์เขาจะฟื้นตัวได้ดีกว่าเราอย่างเห็นได้ชัด ที่น่าห่วงคือในอ่าวไทย สถานการณ์ค่อนข้างรุนแรงมากเนื่องจากเป็นอ่าว ที่ระยองและชลบุรีน่าจะหนักสุด ที่นั่นอุณหภูมิน้ำทะเลสูงมาก เป็นเขตเศรษฐกิจ เป็นทะเลที่โดนอะไรต่ออะไรมาเยอะจริงๆ ขณะที่อันดามันสถานการณ์จะดีกว่าเพราะเป็นทะเลเปิด

ระบบนิเวศของทะเลไทยที่ด้อยกว่าทะเลในแถบอื่นเกิดจากอะไรบ้าง

อาจารย์ธรณ์: ประเทศไทยจะเน้นการรณรงค์ ประเทศอื่นใช้กฎหมาย ใช้การบังคับดูแลอย่างเข้มงวด ทำให้ไทยมีปัญหาสะสมมากมาย ทั้งการประมง การจับสัตว์น้ำมากเกินเหตุ การกินสัตว์หายาก เช่น ปลานกแก้ว ฉลาม การท่องเที่ยว เช่น การให้อาหารปลา การทิ้งสมอเรือ

รวมถึงเรื่องขยะทะเลที่ 80% มาจากแผ่นดิน ส่วนใหญ่ไหลมาตามแม่น้ำลำคลอง บวกเข้าไปกับเรื่องของน้ำทิ้ง ปุ๋ยเคมี หรืออื่นๆ อีกมากมาย ทำให้เกิดแพลงก์ตอนบลูม (Plankton Bloom) น้ำเป็นสีเขียว

ทะเลมีหนึ่งเดียว ปัญหาของทุกที่จะวิ่งมารวมสุดท้ายที่ทะเล

- ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ -

สถานการณ์ปะการังฟอกขาวในไทยต้องใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะฟื้นฟู

อาจารย์ธรณ์: อย่างที่บอกว่าระบบนิเวศของเมืองไทยไม่แข็งแรง ปะการังบางแห่งก็จะไปแล้วไปลับไม่กลับมา เช่น ปะการังในอ่าวไทยที่ไม่ฟื้นกลับมาเลยตั้งแต่ปี 53 ปีนี้ก็มาโดนสถานการณ์แบบนี้ซ้ำเข้าไปอีก แต่บางแห่งอาจจะฟื้นตัว เช่น หมู่เกาะสุรินทร์ เพราะว่าค่อนข้างอยู่ห่างไกลจากแผ่นดิน แต่ใช้เวลา 17 ปีเอง ที่บอกว่า 17 ปีเอง เพราะปะการังอยู่ในโลกมา 400 ล้านปี เป็นสัตว์กลุ่มแรกของโลกที่อยู่มาจนถึงปัจจุบัน เพราะฉะนั้นเวลา10-20 ปีนี้ไม่มีค่าในทางสเกลของมันเลย แต่ปัญหาคือเวลา 10-20 ปีมีค่าสำหรับเรา เราจะไม่ได้ใช้ประโยชน์จากปะการัง การท่องเที่ยวจะเสียหาย

ปรากฎการณ์เอลนีโญ ลานีญา เป็นผลพวงโดยตรงจากภาวะโลกรวน และมีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ หากเอลนีโญ ทำให้อุณหภูมิน้ำทะเลสูง ลานีญาจะส่งผลต่อทะเลอย่างไรบ้าง 

อาจารย์ธรณ์: น้ำทะเลก็จะเย็นลง แต่อย่าลืมว่าลานีญาก็ทำให้น้ำท่วม น้ำจืดจะไหลลงทะเลปริมาณมาก ขยะในทะเลก็จะเยอะขึ้น เพราะน้ำกวาดขยะจากแผ่นดินลงมา รวมถึงเรื่องแพลงก์ตอนบลูมซึ่งปีนี้ก็น่าจะแรงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เนื่องจากน้ำจืดพาน้ำทิ้ง น้ำเสีย ปุ๋ย สารเคมีต่างๆ ลงมาเยอะ

แน่นอนว่าลานีญาก็ไม่อยู่ตลอดกาล อีก 5 ปีสภาพอากาศก็จะกลับมาเป็นเอลนีโญ เป็นวัฏจักรของโลกอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือโลกร้อนขึ้น แล้วลานีญาครั้งหน้าก็จะแรงขึ้นอีก

Tatler Asia
Above อาจารย์ธรณ์ขณะสอนนักศึกษาที่ทะเล สถานที่ที่เขาบอกว่าเป็นห้องเรียนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ในฐานะที่เป็นอาจารย์ด้านวิทยาศาสตร์และทำงานอนุรักษ์ทะเลมาตลอด อาจารย์มองว่าเด็กรุ่นใหม่มีความตระหนักเรื่องความสำคัญของทะเลมากน้อยแค่ไหน 

อาจารย์ธรณ์: เด็กๆ สนใจเรียนวิชาที่ผมสอนกันมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะผมสอนเก่ง (หัวเราะ) ผมเปิดสอนวิชามนุษย์กับทะเล (Man and Sea) ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นวิชาเลือกเสรี เด็กคณะไหนก็เรียนได้ มีนักศึกษาลงเรียนรวมกันทั้งปี 5,000 กว่าคน บางปีถึง 6,000 คนด้วย 

ปัจจุบันสอนไปประมาณ 30,000 คนแล้ว ผมเป็นเจ้าของวิชาสอนคนกับทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ตอนนี้ ผมไม่ได้มีเวลาสอนทุกคาบแต่จะเข้าไปสอนบ้าง ไปพูดให้เด็กฟังโดยเฉพาะเรื่องโลกร้อน กับเรื่องของการปรับตัว ต้องบอกว่าถ้าเด็กรุ่นใหม่ไม่ concerned ก็ตาย เพราะผลกระทบมันเกิดกับเด็กรุ่นใหม่ ที่ต้องโตขึ้นมาทำงานท่ามกลางโลกร้อน และจะโดนผลกระทบทั้งเศรษฐกิจ ค่าไฟ ภาษีคาร์บอน 

ส่วนเด็กที่สอบเพื่อเข้ามาเรียนที่คณะประมงนั้น เราสามารถรับได้แค่ 70 คน แต่ละคนเรียนจบก็ไปประกอบอาชีพตามที่เขาเลือก เพราะไม่ใช่ทุกคนจะเลือกประกอบอาชีพตรงตามที่เรียนมาได้หมด เพียงแต่ว่าสิ่งที่สำคัญก็คือ เขาเคยใช้ชีวิตช่วงหนึ่งกับคำว่ารักทะเลแค่นั้นก็พอแล้ว เขาจะไปที่ไหนเขาก็รักทะเลเอง เราไม่ได้ต้องการนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลเยอะขนาดนั้น แต่เราต้องการคนที่รักทะเลเยอะขนาดนั้น

เราไม่ได้ต้องการนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลเยอะขนาดนั้น แต่เราต้องการคนที่รักทะเลเยอะขนาดนั้น

- ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ -

ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ทางทะเล อาจารย์ธรณ์คิดว่าคนทั่วไปจะช่วยอนุรักษ์ทะเลได้อย่างไรบ้าง

อาจารย์ธรณ์: เรารู้วิธีลดโลกร้อนอยู่แล้ว แต่ตราบใดที่ปัญหายังมาไม่ถึงตัว เราก็อาจไม่ยอมแลกความสะดวกสบาย เพราะฉะนั้นมันก็เป็นเรื่องปกติที่เราพยายามทำ แต่มันไม่ทัน ไม่พร้อม ยังห่างไกล

ที่ผมแนะนำในแฟนเพจคือ ท่องเที่ยวแบบระวังสุดขีด เลิกให้อาหารปลาเด็ดขาด เก็บขยะจากทะเลและชายหาดให้มากขึ้นเป็น 2 เท่า ปฏิเสธการกินสัตว์หายาก เช่น ปลานกแก้ว ฉลาม ฯลฯ รวมทั้งขอร้องคนอื่นให้เลิกกินสัตว์พวกนี้ และลดโลกร้อนทุกวิถีทาง

ในความเห็นของอาจารย์ธรณ์ ทะเลไทยเรายังมีความหวังเหลืออยู่อีกมากน้อยเท่าไร

อาจารย์ธรณ์: ไม่มีที่ไหนหมดหวังนะครับ ผมมีหวังเยอะเลย ผมได้ไปอบรมให้กับโครงการของคณะประมงและบริษัทที่ทำเรื่องอนุรักษ์ทะเลที่มัลดีฟส์ เราทำให้เป็น case study ว่าคนไทยทำได้ ที่นั่นฉลามว่ายน้ำกันเพียบ เห็นอย่างนั้นผมก็เริ่มมีหวัง เผื่อว่าจะเอามาทำที่ทะเลไทยให้เป็นแบบนั้นได้บ้าง  

Tatler Asia
Above ภาพของอาจารย์ธรณ์และทะเลที่มัลดีฟส์ ซึ่งอาจารย์ให้คำบรรยายว่า "มหาสมุทรไร้พรมแดน ทุกที่คือทะเลที่ฉันรัก"

คำถามสุดท้ายในวันทะเลโลกที่ Tatler ถามกับอาจารย์ธรณ์นั้นย้อนกลับไปเมื่อทะเลไทยยังอุดมสมบูรณ์กว่านี้ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลที่ดำน้ำมาแล้วทั่วทะเลประเทศไทยประทับใจที่ไหนมากที่สุด คำตอบของอาจารย์ธรณ์ทำให้เราไม่ผิดหวังเลยทีเดียว

“มันแล้วแต่ความชอบ ความชอบของคนเราไม่เหมือนกัน ถ้าเอาความสวยเป็นที่ตั้ง หมู่เกาะสุรินทร์ สิมิลัน น่าจะเป็นเกาะที่สวยที่สุด แต่ถ้าเอาความแปลกเป็นที่ตั้ง พีพีก็น่าจะเป็นเกาะที่แปลก เพราะมีหินปูน หน้าผา ถ้ำ แต่ถ้าเอาความผูกพันเป็นที่ตั้ง ก็คืออ่าวไทย เพราะผมเป็นคนสำรวจแนวปะการังอ่าวไทยคนแรกของประเทศไทย คืออยู่มานาน...จนรักทุกที่”

Credits

ภาพ: FB/ Thon Thamrongnawasawat

Topics

Panit Tanasuk
Features Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia

ผานิต ธนะสุข เป็นบรรณาธิการ Features Editor ประจำ Tatler Thailand ดูแลเนื้อหาบทความเชิงลึกตั้งแต่บทสัมภาษณ์เจาะลึกบุคคลที่น่าสนใจ เรื่องราวของความยั่งยืน ผู้หญิงแถวหน้าในหลายแวดวง และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย เธอมีประสบการณ์ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทั้งออนไลน์และออฟไลน์มากว่า 10 ปี