โอลิมปิก มหกรรมกีฬาที่ถูกจัดขึ้นเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของมวลมนุษยชาติ ฟันเฟืองที่ขับเคลื่อนงาน คือ คณะกรรมการโอลิมปิกสากลที่มีคนไทยอย่างคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล เป็นหนึ่งในคณะทำงาน
เมื่อคบเพลิงโอลิมปิก ณ เมืองโอลิมเปีย ประเทศกรีซ ถูกจุดขึ้น ทุกคนนับถอยหลังเข้าสู่พิธีเปิด จากนั้นการแข่งขันก็เริ่มต้นขึ้น คนทั้งโลกร่วมยินดีกับผู้ชนะ ให้กำลังใจแก่ผู้แพ้ ทันทีที่ไฟคบเพลิงดับลง การวางแผนเพื่อผลักดันโอลิมปิกครั้งต่อไปก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
กลุ่มคนเบื้องหลังที่ทำงานดังกล่าวคือ คณะกรรมการโอลิมปิกสากล ที่มี คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (International Olympic Committee: IOC) คนไทยคนที่ 4 และผู้หญิงไทยคนแรกที่ได้รับตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ ต่อจากจอมพลประภาส จารุเสถียร, พล.อ.อ.ทวี จุลละทรัพย์ และ ดร.ณัฐ อินทรปาณ
Tatler ขอร่วมเฉลิมฉลองมหกรรมกีฬาของมนุษยชาติที่เตรียมจัดขึ้นปลายเดือนกรกฎาคมนี้ ด้วยบทสัมภาษณ์สุดพิเศษกับคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล คนไทยหนึ่งเดียวในคณะกรรมการโอลิมปิกสากลชุดปัจจุบัน
อ่านเพิ่มเติม: ดร.พรลภัส ณ ลำพูน: ผู้นำหญิงเบื้องหลังเรื่องราวความสำเร็จของบริษัทวิศวกรรมระดับประเทศ

Above คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (International Olympic Committee: IOC)
แรงกายและใจ อุทิศเพื่อกีฬา
นอกจากกรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากลแล้ว คุณหญิงปัทมายังเป็นรองประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (NOCT) นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (BAT) และที่ปรึกษาสมาคมกีฬาอีกหลายสมาคมด้วย บทบาทหน้าที่ที่มากมายนี้ เกิดจากหัวใจที่รักกีฬามายาวนาน
“ปัทมาชอบเล่นกีฬาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นแบดมินตัน ว่ายน้ำ จักรยาน พายเรือ เป็นต้น ก่อนจะเริ่มต้นเข้าสู่วงการกีฬาด้วยตำแหน่งผู้จัดการทีมแบดมินตันทีมชาติไทยเมื่อกว่า 15 ปีที่แล้ว และต่อด้วยการทำหน้าที่นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ ได้เดินทางร่วมกับนักกีฬาไปแข่งขันรายการระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง จนได้พบปะผู้บริหารกีฬาประเภทต่างๆ มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ให้การสนับสนุนด้านทุนทรัพย์และกำลังใจอย่างจริงจังเรื่อยมา”
ความทุ่มเทส่งผลจนเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง กระทั่งในการประชุมสมัชชาใหญ่ของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ครั้งที่ 131 ที่กรุงลิมา ประเทศเปรู เมื่อวันที่ 15 กันยายน ปี 2017 ที่ประชุมมีมติรับรองให้คุณหญิงปัทมาเป็นสมาชิกประเภทบุคคล หรือ Individual Members ที่มีสมาชิก 70 คนทั่วโลก มีวาระจนอายุครบ 70 ปี และต่ออายุได้จนถึง 75 ปี ผู้ที่ได้รับการรับรองจากที่ประชุมใหญ่ทั่วโลกทั้งสิ้น 8 คน จากผู้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการสรรหา และได้รับการเสนอชื่อ 9 คน
หญิงไทยหนึ่งเดียวใน IOC
คุณหญิงปัทมาเป็นหนึ่งในสุภาพสตรีสามคนที่ผ่านการรับรองจากที่ประชุมใหญ่ในครั้งนี้ โดยเป็นคนไทยคนที่ 4 และเป็นผู้หญิงไทยคนแรก ที่ได้รับการรับรองเป็นสมาชิก คุณหญิงปัทมากล่าวเล่าถึงขั้นตอนการคัดสรรที่ละเอียดและรอบคอบว่า
“สำหรับจุดเริ่มต้นของการเข้ามารับตำแหน่งนี้ เริ่มมาจาก Thomas Bach ประธาน IOC ต้องการหาผู้ที่มีใจรักกีฬาอย่างแท้จริง และมีจิตสาธารณกุศล ต้องการช่วยเหลือสังคมในโซนทวีปเอเชียมาเป็นหนึ่งในคณะกรรมการที่เกษียณไป จึงได้เชิญเรามาร่วมประชุมทั้งกลุ่มย่อย กลุ่มใหญ่ และร่วมรับประทานอาหารที่นครโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทำให้ได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอยู่ 2-3 ครั้ง ในปี 2016
ในเวลาต่อมาจึงได้มีการเสนอชื่อโดยคณะกรรมการคัดสรร ซึ่งนำโดยเจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร มีการพิจารณาในขั้นตอนต่างๆ จนกระทั่งผ่านการพิจารณาจากบอร์ดบริหาร IOC ใช้เวลานานเกือบปี กระบวนการดำเนินไปแบบเงียบๆ ห้ามแจ้งคนนอก ก่อนที่สมาชิก IOC จะลงคะแนนเสียง”

Above คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล และ Timothy Perry Shriver (ที่สองจากซ้าย) ประธานสมาคมสเปเชียลโอลิมปิค โครงการนานาชาติที่ส่งเสริมความเข้าใจ และสร้างพื้นที่ในสังคมให้กับผู้พิการทางสติปัญญา
ภารกิจผลักดันกีฬาเพื่อคนรุ่นใหม่
หลังได้รับตำแหน่ง คุณหญิงปัทมาทำหน้าที่คณะกรรมการโอลิมปิกสากลอย่างเต็มที่และนำสิ่งที่มีประโยชน์ต่อวงการกีฬาไทยมาบอกเล่าและประสานงานกับหน่วยงานในประเทศในทันที เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาในช่วงที่มีการจัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิก โดยคุณหญิงปัทมากล่าวถึงการทำงานในช่วงมหกรรมกีฬาว่า
“ในช่วงจัดงานทุกครั้ง IOC จะรวมตัวกันเพื่อหารือการพัฒนากีฬาในด้านต่างๆ โดยในโอลิมปิก ปารีส 2024 ครั้งนี้ ในการประชุมสมัชชาใหญ่ของ IOC ครั้งที่ 142 จะมีวาระสำคัญคือการผลักดันให้จัดกีฬาโอลิมปิกสำหรับอีสปอร์ต (Esport) ขึ้นมาเป็นการเฉพาะ เนื่องจากผลการศึกษาความเป็นไปได้ของคณะกรรมาธิการ IOC พบว่ามีผู้ให้ความสนใจกีฬากลุ่มนี้จำนวนมาก และสามารถผสมผสานกับวัฒนธรรมของกีฬาโอลิมปิกที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าได้
ขณะเดียวกันในฐานะที่ปัทมาดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการด้านวัฒนธรรมและมรดกโอลิมปิก และคณะกรรมาธิการกองทุนสงเคราะห์โอลิมปิกระหว่างประเทศ IOC จะได้ร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการทั้ง 2 ชุด เพื่อติดตามการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร พร้อมกับกำหนดแนวทางการทำงานในช่วงต่อไปว่าควรต้องมีเนื้อหาและกิจกรรมอะไรบ้าง”
อ่านเพิ่มเติม: มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ผู้บริหารหญิงแห่ง Sea (Thailand) กับการต่อจิ๊กซอว์ในธุรกิจดิจิทัลไทย

Above คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล และทีมนักกีฬาเยาวชนแบดมินตัน
รวมเป็นหนึ่ง เพื่อก้าวผ่านแรงเสียดทาน
ย้อนกลับไปยังโอลิมปิกครั้งที่ 32 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น คณะกรรมการโอลิมปิกสากลลงมติจัดงานในช่วงเดือนกรกฎาคม ปี 2021 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 การตัดสินใจครั้งนั้นได้รับเสียงตอบรับที่ดีและร้ายจากหลายฝ่าย ซึ่งคุณหญิงปัทมากล่าวว่าเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
“ตอนนั้นพูดได้ว่า IOC เป็นหนึ่งในองค์กรนานาชาติที่ออกมาเป็นผู้นำและแสดงความมุ่งมั่นที่จะเยียวยาผู้คนและสังคมโดยใช้กีฬาเป็นเครื่องมือ จึงทำให้เกิดการตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ในการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์โตเกียว 2020 โดยไม่มีผู้เข้าร่วมชมการแข่งขันในปี 2021 ล่าช้าจากกำหนดการเดิม 1 ปี เพื่อให้สถานการณ์มีความผ่อนคลายลงไปบ้าง แต่ปัญหาโรคระบาดยังไม่หมดไป
การนำนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากทั่วโลกมาอยู่ร่วมกันในช่วงการแข่งขันเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และมีการคัดค้านการจัดการแข่งขันอย่างชัดเจนจากหลายภาคส่วน ถึงแม้จะเจอการโจมตีจากภายนอกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประชาชนของเจ้าภาพและไม่ค่อยเห็นด้วย แต่สมาชิก IOC และหลายองค์กรในกระบวนการโอลิมปิก (Olympic Movement) จับมือเดินหน้าไปด้วยกันเพื่อจัดการแข่งขัน แสดงความเป็นหนึ่งเดียวกัน และเน้นย้ำปณิธานเรื่องการใช้กีฬาเป็นเครื่องมือเพื่อเยียวยาและพัฒนา
ในฐานะ IOC member ปัทมาต้องเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ที่โตเกียวด้วย ก่อนการแข่งขัน 14 วันต้องบันทึกอาการของตนเองในระบบทุกวัน เดินทางได้แค่จากโรงแรมไปสนามแข่งขัน อยู่ใน bubble ตลอดเวลา และต้องตรวจ RT-PCR ทุกวัน เมื่อกลับมาถึงประเทศไทยแล้วก็ต้องกักตัวต่อไปตามกำหนด”
ผลตอบรับที่เกินคาด
หลังถ่ายทอดการแข่งขันไปทั่วโลกในทุกแพลตฟอร์ม ในช่วงนั้นที่คนส่วนใหญ่ Work from Home ทำให้โอลิมปิกครั้งนั้นมีผู้รับชม 2,000 - 3,000 ล้านคน นับเป็นประวัติศาสตร์ที่มีคนดูมากที่สุด หลังจากจบมหกรรมกีฬาโอลิมปิกแล้ว ได้รับเสียงตอบรับออกมาว่าจัดงานได้อย่างดี ประชาชนญี่ปุ่นบางส่วนที่เคยคัดค้านในตอนแรก กลับพอใจและภูมิใจมาก และยินดีที่ประเทศของเขาได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในครั้งนี้ แม้จะเป็นการจัดโอลิมปิกที่แพงกว่าทุกครั้ง
การที่ IOC ออกมาเป็นผู้นำในเรื่องนี้ ไม่ใช่ผู้ตาม ทำให้เราต้องคิดวิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนจะทำอะไร คำนึงถึงผลที่จะตามมาในฉากทัศน์ต่างๆ มีความระมัดระวังในทุกขั้นตอนการทำงานและในทุกการสื่อสารที่ออกมายังผู้คนภายนอก ความท้าทายนี้ ทำให้ทุกคนแข็งแกร่งขึ้น เป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อก้าวผ่านอุปสรรค เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าหากคนเราร่วมมือทำอะไรด้วยกันอย่างจริงจังก็จะสามารถเอาชนะสถานการณ์ที่ยากลำบากได้”

Above แกรนด์ดยุกอ็องรีแห่งลักเซมเบิร์ก (Grand Duke Henri of Luxembourg) และคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล
หากคนเราร่วมมือทำอะไรด้วยกันอย่างจริงจังก็จะสามารถเอาชนะสถานการณ์ที่ยากลำบากได้
ปณิธานที่ยั่งยืน
ขณะที่โอลิมปิกกำลังดำเนินไปในเดือนกรกฎาคมและจะจบลงวันที่ 11 สิงหาคม เมื่อมองภาพใหญ่ของการจัดงานในปัจจุบันและอนาคต Tatler ถามถึงความสำคัญและเป้าหมายในการขับเคลื่อนอนาคตของโอลิมปิกว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป
“สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ Thomas Bach ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล วางแนวทางไว้สำหรับโอลิมปิกที่กำลังจัดเกิดขึ้นที่ปารีส รวมถึงในครั้งต่อๆ ไปคือการส่งเสริมกระบวนการโอลิมปิก (Olympic Movement) ให้เกิดขึ้น เพื่อให้กีฬาโอลิมปิกและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเดินหน้าไปด้วยกันอย่างมั่นคง และยั่งยืน
สำหรับกระบวนการโอลิมปิกเป็นการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ณ ที่ใดที่หนึ่งของโลกทุกๆ 4 ปี เป็นลำดับไปโดยไม่ขาดตอนหรือหยุดยั้งอยู่ที่ใดที่หนึ่ง หรือล้มเลิกไปเหมือนอย่างในอดีต ปัจจุบันมีทั้งโอลิมปิกฤดูร้อน โอลิมปิกฤดูหนาว และโอลิมปิกเยาวชน ในแต่ละเกมจะจัดขึ้นในทุกๆ 4 ปี แต่จะสลับสับหว่าง ทำให้เราได้ชมการแข่งขันในทุกๆ 2 ปี
กระบวนการโอลิมปิกยังประกอบไปด้วย ผู้ที่เห็นด้วยกับแนวทางของกฎบัตรโอลิมปิก และผู้ที่รับรองอำนาจของ IOC รวมไปถึงสหพันธ์กีฬานานาชาติของกีฬาที่มีการแข่งขันในกีฬาโอลิมปิก คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติ คณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก นักกีฬา กรรมการผู้ตัดสิน และผู้ตัดสิน สมาคม ชมรม รวมไปถึงองค์กรและสถาบันที่ได้รับการรับรองจาก IOC เหล่านี้ ทุกภาคส่วนล้วนมีความสำคัญที่จะต้องส่งเสริม และสนับสนุนซึ่งกันและกันตลอดไป”
แนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการโอลิมปิกสากลที่วางไว้นั้น สอดคล้องกันอย่างดีกับที่ Pierre de Coubertin ผู้ก่อตั้งกีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่ ได้ให้นิยามโอลิมปิกไว้ว่า 'การแข่งขันมหกรรมกีฬานี้ไม่แบ่งแยกผิวพรรณ ศาสนา การปกครอง แต่เกิดขึ้นเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจอันดีต่อกัน และสันติภาพของโลก'
Credits
ภาพ: คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล





