พบกับ Kenneth Cobonpue ดีไซเนอร์ชาวฟิลิปปินส์มือรางวัล ผู้ผลักดันงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยของฟิลิปปินส์ไปสู่เวทีโลก
การใช้วัสดุพื้นเมืองเป็นคุณสมบัติที่โดดเด่นและขึ้นชื่อมายาวนานในงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ของฟิลิปปินส์ ไม่ว่าจะเป็น capiz (เปลือกหอยมุก) ไปจนถึง pina (ใยสัปปะรด) อุตสาหกรรมที่เปี่ยมด้วยพลังนี้ได้ช่วยส่งเสริมให้ประเทศฟิลิปปินส์เฉิดฉายในฐานะผู้นำการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ระดับโลกด้วยการผสมผสานงานหัตถศิลป์แบบดั้งเดิมกับนวัตกรรมสมัยใหม่ ตลอดจนสะท้อนมรดกทางวัฒนธรรมอันรุ่มรวยของประเทศไปพร้อมๆ กับความมุ่งมั่นในเรื่องความยั่งยืนที่เพิ่มขึ้น ในการผลักดันเรื่องนี้ มีไม่กี่คนที่สามารถท้าทายขีดจำกัดของงานออกแบบได้สำเร็จมากเท่ากับ Kenneth Cobonpue เจ้าของรางวัลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชีย
“มีแบรนด์ลักซ์ชูรีสัญชาติฟิลิปปินส์เพียงไม่กี่แบรนด์เท่านั้น เพราะเป็นเรื่องยากที่จะขายความเป็นฟิลิปปินส์ในตลาดต่างประเทศในฐานะของสินค้าหรูหรา” Kenneth บอกกับ Tatler
“เมื่อพูดถึงความหรูหรา คุณจะคิดถึงยุโรปหรือสหรัฐอเมริกา แต่เมื่อผู้คนรู้สึกทึ่งกับงานออกแบบที่ทำในฟิลิปปินส์ ผมก็ตระหนักว่าเรามีที่ทางที่ถูกต้องในโลกแห่งงานดีไซน์นี้”
อ่านเพิ่มเติม: 80 ปี เวทีมวยราชดำเนิน จุดกำเนิดมวยไทย สู่ซอฟต์พาวเวอร์โฉมใหม่ระดับโลก
“ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง เปี่ยมเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใคร”

Above Kenneth Cobonpue กับ Betty Cobonpue แม่ของเขา (ภาพ: Instagram / @Kenneth Cobonpue)
Kenneth เกิดและเติบโตในเซบูก่อนจะเริ่มสำรวจความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองตั้งแต่ยังเล็ก Betty Chen Cobonpue แม่ของเขาซึ่งเป็นนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ จะอ่านนิทานก่อนนอนให้เขาฟังและสนับสนุนให้เขาทำเรื่องราวเหล่านั้นให้มีชีวิตขึ้นมา
“ผมจะนอนบนเตียงและจินตนาการไปว่าพวกมันหน้าตาเป็นอย่างไร” เขาย้อนความหลัง “เช้าวันถัดมา ผมก็จะสร้างพวกมันขึ้นมาด้วยวัสดุที่มีอยู่รอบๆ บ้าน นั่นทำให้ผมมีวัยเด็กที่น่าหลงใหลมาก”
ประสบการณ์วัยเด็กเช่นนี้วางรากฐานให้เส้นทางสายอาชีพของเขาในวงการออกแบบ เขาศึกษาสาขาการออกแบบอุตสาหกรรมที่ Pratt Institute ในนิวยอร์กเมื่อปี 1991 หลังจบการศึกษา เขาได้ฝึกงานในเวิร์กช็อปเครื่องหนังและงานไม้ใกล้เมืองฟลอเรนซ์ก่อนจะเริ่มงานในหลายเมืองของเยอรมนีเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับตลาดเฟอร์นิเจอร์และการผลิตงาน
กลางทศวรรษ 1990s เขากลับไปที่ฟิลิปปินส์เพื่อไปบริหารบริษัทผลิตเครื่องหวายของแม่ซึ่งชื่อว่า Interior Crafts of the Islands, Inc (ICI) ที่แม่ของเขาก่อตั้งขึ้นในปี 1972
ในงานออกแบบของผม ผมพยายามทำตามสิ่งที่แม่สอน นั่นคือ ‘ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง เปี่ยมเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใคร’
Carving a new path

Above Kenneth Cobonpue ในโชว์รูมแห่งใหม่ของเขาที่ Bonifacio Global City
ในปี 1998 เขาก่อตั้งบริษัทที่ใช้ชื่อเดียวกับเขา ณ ตอนนั้น บริษัทผลิตเฟอร์นิเจอร์มักจะปักหลักในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม Kenneth เชื่อว่างานออกแบบของฟิลิปปินส์ถูกนำเสนอไม่มากพอ
“ผมตระหนักว่าผมต้องทำงานหนักขึ้นในการออกแบบชิ้นงานคุณภาพสูงที่สามารถแข่งขันกับงานทางยุโรปได้” เขากล่าว
ภายใต้แบรนด์ชื่อเดียวกับเขา Kenneth รังสรรค์คอลเล็กชั่นแรกของเขาโดยใช้ชื่อว่า Yin & Yang เขาสานหวายหรือสายโพลีเอทิลีนบนโครงโลหะเพื่อสร้างเก้าอี้อาร์มแชร์ โต๊ะกินข้าว และออตโตมานขึ้นมา ซึ่งช่วยสร้างสมดุลระหว่างความโปร่งใสกับรูปทรงที่มีชีวิตชีวา

Above อาร์มแชร์และโซฟาจากคอลเล็กชั่น Ying & Yang (ภาพ: Kenneth Cobonpue Website)

Above โซฟารูปตัวแอลและโซฟาจากคอลเล็กชั่น Ying & Yang (ภาพ: Kenneth Cobonpue Website)
ในโลกเฟอร์นิเจอร์ บ่อยครั้งที่นักออกแบบต้องการให้ชิ้นงานนั้นบ่งบอกถึงตัวตนของพวกเขา แต่ Kenneth ตัดสินใจที่จะเปิดตัวผลงานการออกแบบของเขาภายใต้ชื่อของเขาเอง โดยถักทออัตลักษณ์ของเขาเข้าไปผลงานการรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน
อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าเขาเป็นคนจำพวกอินโทรเวิร์ตที่เพลิดเพลินกับการมองดูปฏิกิริยาที่ผู้คนมีต่อผลงานของเขาแทนที่จะต้องไปสาธยายคุณค่าของมันเป็นการส่วนตัว Kenneth บอกว่าเขามองชีวิตของเขาว่าเป็นเรื่องราวที่มีเอกลักษณ์ซึ่งเขาสำรวจตรวจตรามันผ่านการสร้างสรรค์ โดยเติมความมีชีวิตชีวาใส่เข้าไปในผลงานแต่ละชิ้น เขายังสนับสนุนให้นักออกแบบรุ่นใหม่ๆ ทำเช่นเดียวกันนี้ด้วย
“คนทุกคนมีเรื่องราวไม่เหมือนใครที่สามารถแบ่งปันให้กับโลกใบนี้ได้ เราทั้งหมดแค่ต้องหามันให้เจอ” เขากล่าว “เราทำเช่นนั้นได้ด้วยการมองลึกเข้าไปในตัวเราเองแล้วเรียนรู้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้จากหลักการต่างๆ จากวัฒนธรรมที่แตกต่างออกไป และขัดเกลาผลงานของเราให้สมบูรณ์แบบ”
อ่านเพิ่มเติม: จิม ทอมป์สัน ร่วมงาน ‘Paris Déco Off’ อวดโฉมคอลเล็กชั่นผ้าตกแต่งประจำฤดูใบไม้ผลิ 2025
Kenneth ให้คุณค่ากับชุมชนและการเปิดใจกว้าง ซึ่งเป็นลักษณะนิสัยที่เขาซึมซับมาจากการคลุกคลีอยู่ในแวดวงการออกแบบของฟิลิปปินส์เพื่อหาแรงสนับสนุนจากชุมชนเหล่านี้ ตอนต้นทศวรรษที่ 2000s เขาเข้าร่วมกับ Movement Eight Group พร้อมกับไอคอนอีกคนในวงการดีไซน์ นั่นคือ Budgi Layug ผู้ซึ่งได้เปิดโลกอย่างแท้จริงให้กับ Kenneth ในการทำความเข้าใจงานหัตถศิลป์
“ทุกวันนี้ ผมก็ยังปรึกษาเขาเรื่องการจับงานออกแบบมาอยู่ร่วมกัน” เขากล่าว

Above Kenneth Cobonpue กับสมาชิกในทีมจากยุโรปเหนือและใต้ สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง และอินเดีย (ภาพ: Instagram / @Kenneth Cobonpue)
การได้อยู่ท่ามกลางคนที่มีแนวคิดเหมือนกัน ผู้ซึ่งกำลังสำรวจแง่มุมต่างๆ ที่เปี่ยมเอกลักษณ์ของงานหัตถศิลป์และวัสดุของฟิลิปปินส์ ทำให้ Kenneth วิ่งไล่ตามความคิดสร้างสรรค์ของเขาไปเรื่อยๆ ไม่ว่ามันจะนำเขาไปทางใดก็ตาม ณ วันนี้ เขาไม่ได้มีโชว์รูมแค่ที่มะนิลาเท่านั้น แต่ยังขยายโชว์รูมไปยังสหรัฐอเมริกา เยอรมนี และโปรตุเกสอีกด้วย งานออกแบบของเขา อาทิ เก้าอี้ Bloom ที่แสนโดดเด่น ได้ปรากฏโฉมในภาพยนตร์อย่างเรื่อง Ocean’s 13 และ Glass Onion: A Knives Out Mystery
เขายังได้ออกแบบผลงานหลายชิ้นให้กับบรรดาลูกค้าที่หลากหลาย ตั้งแต่ดาราดังชาวอเมริกันอย่าง Kate Hudson และ Angelina Jolie ไปจนถึงเชื้อพระวงศ์ซึ่งรวมถึงพระราชินีราเนียแห่งจอร์แดนและพระราชินีโซเฟียแห่งสเปน เฟอร์นิเจอร์ของ Kenneth นั้นเตะตาที่สีสันและเท็กซ์เจอร์ โดยเน้นลักษณะอันโดดเด่นที่ทำให้วัสดุอย่างหวายดูมีพลวัตและสามารถปรับแต่งตามต้องการได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
Combating perfection with curiosity

Above Kenneth Cobonpue รับรางวัล Gawad sa Sining จากศูนย์วัฒนธรรมแห่งฟิลิปปินส์ ในภาพนี้เขาถ่ายภาพคู่กับแม่ของเขา Betty Cobonpue (ภาพ: Kenneth Cobonpue Website)

Above Kenneth Cobonpue คว้ารางวัล Pratt Legends ในปี 2023 (ภาพ: Instagram / @Kenneth Cobonpue)
Kenneth ได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย นับตั้งแต่ดีไซเนอร์ชาวเอเชียคนแรกที่ได้รับรางวัล Maison จากงาน Objet's Designer of the Year Award ในปี 2014 ไปจนถึงรางวัล Gawad sa Sining Award จากศูนย์วัฒนธรรมฟิลิปปินส์ในปี 2022 นอกจากนี้ เขายังได้รับรางวัล Pratt Legends Award ในปี 2023 ร่วมกับนักออกแบบชื่อดังอย่าง Tommy Hilfiger และ Marc Jacobs
นอกเหนือจากรางวัลที่ได้รับแล้ว นักออกแบบคนนี้ยังมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น นั่นคือ “มากกว่าการได้รับการยอมรับในผลงานของผม ผมหวังว่าจะส่งเสริมให้นักออกแบบและศิลปินรุ่นเยาว์สนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ของชาวฟิลิปปินส์”
สำหรับ Kenneth อนาคตของการออกแบบมีรากฐานมาจากประเพณีอันล้ำค่าของฟิลิปปินส์
“ทักษะการทำงานด้วยมือ เช่น การทอผ้า การปัก การกลึงโลหะ และการแกะสลัก กำลังค่อยๆ หมดไป อายุเฉลี่ยของช่างทอผ้าและช่างฝีมือชาวฟิลิปปินส์อยู่ที่ 60 ปี” เขากล่าวอย่างเศร้าใจ “ขึ้นอยู่กับเราที่จะทำให้การออกแบบการผลิตมีความน่าดึงดูดใจ เพื่อให้ช่างฝีมือรุ่นใหม่สามารถสืบสานประเพณีเหล่านี้และพัฒนาต่อไปได้ในอนาคต”

Above Kenneth Cobonpue ผ่อนคลายท่ามกลางผลงานการรังสรรค์ของเขาที่บ้าน (ภาพ: Instagram / @Kenneth Cobonpue)
ไม่ว่าจะมีอะไรรออยู่เบื้องหน้า เคล็ดลับสู่ความสำเร็จของ Kenneth คือการคงรักษาไว้ซึ่งทัศนคติของวัยเยาว์
“ผมโน้มเอียงไปทางงานออกแบบที่เปี่ยมจินตนาการ ขี้เล่น และแปลกประหลาดเสมอ สิ่งนี้คือวิสัยทัศน์ของผมเสมอมาและเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมสนใจงานออกแบบมาตั้งแต่แรก”
การบ่มเพาะความอยากรู้อยากเห็นอันลึกซึ้งเกี่ยวกับโลกใบนี้ เปิดโอกาสให้เขาท้าทายขีดจำกัดของงานดีไซน์ผ่านการทดลองอย่างสม่ำเสมอกับผิวสัมผัสและสีสันที่แตกต่างกันที่เขามองเห็นในโลกรอบตัว
เขาเอาชนะความท้าทายมากมาย ตั้งแต่การพิสูจน์ถึงคุณค่าของชิ้นงานแบบฟิลิปปินส์ในระดับนานาชาติไปจนถึงการรักษาไว้ซึ่งงานหัตถศิลป์ระดับสูงในผลงานทุกชิ้นของเขา ในฐานะคนที่รักความสมบูรณ์แบบอย่างที่เขาเรียกตัวเอง การใส่ใจในทุกรายละเอียดของเขาเป็นทั้งจุดแข็งที่สุดและเป็นทั้งความท้าทายที่เร่งด่วนที่สุดด้วย
“ผมรู้สึกคับข้องใจมากกับวิธีที่สิ่งต่างๆ ถูกทำขึ้นมา วิธีที่สิ่งต่างๆ ควรจะเป็น แต่ผมตระหนักว่าศัตรูของความสำเร็จคือความสมบูรณ์แบบ คุณต้องเรียนรู้ที่จะประนีประนอมให้ได้” เขากล่าว “เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องมองเข้าไปในตัวเองและหาบ่อน้ำแห่งแรงบันดาลใจให้เจอ”
Taking a leap of faith
ถ้ามีสิ่งหนึ่งที่ Kenneth ได้เรียนรู้จนถึงวันนี้ นั่นคือคุณค่าของการบุกเบิกการเปลี่ยนแปลงที่คุณอยากจะให้มันเกิดขึ้นในโลกนี้ โปรเจ็กต์ล่าสุดของเขาอย่าง Fable Cafe + Lounge ในย่าน BGC ทำให้แขกที่ไปเยือนได้ดำดิ่งเข้าไปในป่าดิบชื้นในเทพนิยายที่เต็มไปด้วยดอกไม้และสัตว์นานาพันธุ์ที่รังสรรค์ขึ้นด้วยมือ
“เป็นเรื่องที่เสี่ยงในการออกแบบโครงการนี้เพราะผู้คนอาจเบื่อมันได้” เขายอมรับ “แต่ผมไม่สนหรอก Fable เป็นการแสดงออกขั้นสุดของสิ่งที่ผมไม่อาจทำได้ในงานเฟอร์นิเจอร์ เมื่อเป็นเฟอร์นิเจอร์ คุณจำเป็นที่จะต้องคิดเรื่องการใช้งานและความสบาย แต่กับโครงการนี้ ผมมีอิสระที่จะทำอะไรที่ผมเคยอยากทำมาตลอดได้ ซึ่งนำคุณไปสู่อีกโลกหนึ่ง”
ในโลกที่มักจะหันไปหางานออกแบบที่ทันสมัยและการใช้สีโทนมินิมอล Kenneth กลับเลือกเส้นทางที่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง
“ในยุคโลกาภิวัฒน์เช่นนี้ ทุกสิ่งเริ่มจะดูเหมือนกันไปหมด” เขากล่าว “แต่ผู้คนปรารถนาที่จะเข้าใจวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของคนอื่น พวกเขายึดมั่นกับธรรมเนียมประเพณีของพวกเขา และนั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะส่งเสริมให้บรรดานักออกแบบทำ นั่นคือซื่อสัตย์กับสิ่งที่คุณทำมันได้อย่างเพลิดเพลินและสิ่งที่คุณหวังว่าจะได้เห็นในโลกนี้”
ทุกวันพฤหัสบดี "Science of Success" จะพาคุณเจาะลึกถึงหลักการและแนวปฏิบัติที่ขับเคลื่อนความสำเร็จในหลากหลายอุตสาหกรรม ผ่านการสัมภาษณ์ที่น่าสนใจ ข้อมูลเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ และคำแนะนำที่สามารถนำไปใช้ได้ ซีรีส์นี้จะเปิดมุมมองเกี่ยวกับเส้นทางของผู้ที่ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหาแรงบันดาลใจหรือกลยุทธ์ที่เป็นรูปธรรมเพื่อบรรลุเป้าหมายของคุณเอง Science of Success จะเป็นแนวทางในการปลดล็อกศักยภาพและไปถึงจุดสูงสุด
This story was originally written in English by Celine Dabao.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2025 โดย Celine Dabao โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
ทำไม Desa Potato Head ถึงอยู่ในจุดสูงสุดของอิทธิพลทางวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม
Naoto Fukasawa นักออกแบบระดับโลก ผู้สร้างสรรค์งานจากพลังแห่งสัญชาตญาณ
วรพันธุ์ คล้ามไพบูลย์ ‘สถาปนิกบูติกโฮเทล’ ผู้พลิกโฉมอาคารเก่าเป็นหมุดหมายระดับประเทศ
Topics








