Cover ทำไม Desa Potato Head ถึงอยู่ในจุดสูงสุดของอิทธิพลทางวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม (ภาพ: Desa Potato Head)

Daniel Mitchell ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของ Desa Potato Head กล่าวถึงวิธีที่ศูนย์กลางความคิดสร้างสรรค์ในบาหลีแห่งนี้ กำลังเปลี่ยนแปลงทิศทางระดับโลก ทั้งในด้านศิลปะ ดนตรี การออกแบบ และความยั่งยืน

ศิลปะแห่งการสร้างความประหลาดใจเป็นสิ่งที่ Desa Potato Head ในบาหลีเชี่ยวชาญ เก้าอี้ดีไซเนอร์ที่คุณนั่งอยู่นั้น ก็ทำมาจากขยะพลาสติกรีไซเคิลที่เก็บมาจากชายฝั่งของบาหลี และใช่แล้ว นั่นคือ Erykah Badu ที่กำลังสอนคลาสสมาธิอยู่ หรือคุณกำลังรู้สึกหิวน้ำไหมล่ะ? ลองเปิดโต๊ะกาแฟแบบแยกส่วนในห้องดูสิ แล้วคุณจะพบกับบาร์ค็อกเทลลับที่มีอุปกรณ์ครบครัน

Desa Potato Head ได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘หมู่บ้านสร้างสรรค์’ โดยผู้ก่อตั้ง Ronald Akili ถือเป็นระบบนิเวศที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีชีวิตและลมหายใจ ซึ่งได้รับการปลูกฝังจากบรรดาผู้มีความสามารถด้านความคิดสร้างสรรค์ที่หลากหลาย หนึ่งในนั้นคือ Daniel Mitchell ซึ่งทำหน้าที่ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของ Desa Potato Head มาตั้งแต่ปี 2014

"ตอนที่ผมเข้าร่วม เรารู้ว่าเราต้องการจะยกระดับวัฒนธรรมของดนตรี ศิลปะ และการออกแบบ" 

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แนวทางเฉพาะตัวของเขาในการจัดโปรแกรมด้านวัฒนธรรม ได้ดึงดูดบุคคลอย่าง Erykah Badu มายังเกาะแห่งนี้ เพื่อเป็นเจ้าภาพจัด wellness retreat ณ Desa Potato Head เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ นอกจากนั้น ยังมีการนำเสนอเฟอร์นิเจอร์ดีไซเนอร์ที่ยั่งยืนและมีสไตล์จาก Max Lamb และ Faye Toogood รวมถึง Headstream แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งสดที่สนับสนุนดีเจและนักดนตรีท้องถิ่น โดยนำเสียงดนตรีที่เต็มไปด้วยแสงแดดอันสดใสของ Potato Head ไปสู่ผู้ฟังทั่วโลก

อ่านเพิ่มเติม: Boss House Bali สวรรค์ของการพักผ่อนแห่งใหม่สำหรับนักเดินทางทั่วโลก

Tatler Asia
Above Daniel Mitchell ทำหน้าที่ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของ Desa Potato Head มาตั้งแต่ปี 2014 (ภาพ: Desa Potato Head)

Desa Potato Head ยังคงรักษาความเท่แบบเงียบๆ ไว้เสมอ ที่นี่เน้นการโชว์ให้เห็น ไม่ใช่การพูด ซึ่งอาจเป็นเหตุผลว่า ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงยังไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับสถานที่แห่งใหม่ล่าสุดของที่นี่ นั่นก็คือ Klymax ไนท์คลับซึ่งเกิดจากแนวคิด การออกแบบ และสร้างขึ้นโดยบุคคลที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงในวงการดนตรี

“แน่นอนว่าการเต้นรำใต้แสงดาวที่บาหลีนั้นช่างงดงาม แต่เราต้องการสร้างสถานที่ที่คุณสามารถหลบหนีจากดินแดนสวรรค์ และเข้าสู่พื้นที่แห่งการหลุดพ้น เพื่อปลดปล่อยตัวเองไปกับเสียงดนตรีได้อย่างเต็มที่” Daniel Mitchell ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของ Potato Head กล่าว

Klymax เป็นพื้นที่ที่ดูคล้ายกับบังเกอร์ แขกจะเดินผ่านประตูที่ดูเสมือนทางเข้าสำหรับพนักงาน เพื่อไปยังพื้นที่ต้อนรับสไตล์บรูทัลลิสต์ พร้อมหน้าต่างที่มองออกไปยังลานคอนกรีต จากนั้นบันไดจะพาคุณลงไปยังไนท์คลับ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากสไตล์วินเทจ

Mitchell ได้ร่วมมือกับ Harvey ดีเจระดับตำนานที่มีประสบการณ์มากกว่า 40 ปี ในโปรเจ็กต์ Klymax “เขาเล่นดนตรีได้หลากหลายแนว ตั้งแต่แนวดับ (dub) ดิสโก้ ร็อค เฮาส์ เทคโน และเขาสามารถถ่ายทอดจิตวิญญาณของ Potato Head ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม มันเป็นการผสมผสาน ไม่ใช่สไตล์ใดสไตล์หนึ่งโดยเฉพาะ แต่เรานำเอาหลายๆ แนวมารวมกันจนกลายเป็นหนึ่งเดียว”

เขาเสริมว่า “มีประวัติศาสตร์มากมายที่นั่น และผมคิดว่าเขาเป็นบุคคลที่เหมาะสมที่สุด ที่ไม่เพียงแค่มองย้อนกลับไปในอดีต แต่ยังมองไปในอนาคต เพื่อมอบประสบการณ์เหนือกาลเวลาที่เชื่อมโยงเสียง วัฒนธรรม และการออกแบบเข้าด้วยกัน”

อ่านเพิ่มเติม: Love in Paradise: 6 รีสอร์ตสุดโรแมนติกในบาหลีที่จะพาคุณหนีความวุ่นวายไปผ่อนคลายกับคนรัก

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 2 Klymax ใช้วิธีการออกแบบห้องที่เน้นระบบเสียงเป็นหลัก (ภาพ: Desa Potato Head)
Photo 2 of 2 Klymax ใช้วิธีการออกแบบห้องที่เน้นระบบเสียงเป็นหลัก (ภาพ: Desa Potato Head)

Klymax คือจดหมายรักถึงไนท์คลับในยุค 70s และ 80s เมื่อครั้งที่ความสำคัญอยู่ที่เสียงดนตรี และการออกแบบห้องที่เน้นระบบเสียงเป็นหลัก แทนที่จะเป็นในทางกลับกัน เมื่อเวลาผ่านไปและดนตรีแดนซ์มีการพัฒนาขึ้น พื้นที่ต่างๆ ก็กลายเป็นเชิงพาณิชย์มากขึ้น

“พื้นฐานอย่างอะคูสติก หรือวิธีที่เสียงตอบสนองต่อวัสดุต่างๆ กลับถูกหลงลืมไป เหล่านั่นคือศิลปะที่แท้จริง และเช่นเดียวกับงานฝีมือหลายๆ อย่างก็กลายเป็นศิลปะที่กำลังจะสูญหาย เนื้อหาและสุนทรียศาสตร์ของเสียงเริ่มได้รับความสำคัญน้อยลง 'เพราะฉะนั้น เรามาสร้างอะไรเจ๋งๆ กันเถอะ' ” Mitchell กล่าว

ในการสร้าง Klymax นั้น Harvey ได้จับมือกับวิศวกรเสียงชื่อดัง George Stavro ผู้ผสมผสานสุนทรียศาสตร์แบบวินเทจ เข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อสร้างระบบเสียงแบบเฉพาะตัว รวมถึงทำงานร่วมกับบริษัทออกแบบ Oma และสถาปนิกประจำ Desa Potato Head อย่าง Ade Herkarisma เพื่อออกแบบพื้นที่ภายในที่หรูหราและเน้นการใช้ไม้เป็นองค์ประกอบหลัก พร้อมรายละเอียดที่พิถีพิถัน ได้แก่ พื้นสปริงซึ่งคล้ายกับที่พบในโรงยิม เพื่อให้แขกรู้สึกสบายตัวขณะเต้นรำตลอดคืน รวมถึงบูธดีเจลอยตัว เพื่อป้องกันไม่ให้เสียงจากฟลอร์เต้นรำเล็ดลอดเข้ามาในบูธได้

Tatler Asia
Above พื้นที่ที่ดูคล้ายกับบังเกอร์เพื่อเข้าไปยัง Klymax (ภาพ: Desa Potato Head)

อย่างไรก็ตาม Mitchell และ Harvey ไม่ได้ลดทอนคุณภาพลง เมื่อต้องเลือกดีเจสำหรับ Klymax ซึ่งนอกจากศิลปินระดับนานาชาติที่มาปรากฏตัวเป็นครั้งคราว รวมถึง Harvey เองที่เล่นเป็นประจำแล้ว ไลน์อัพของดีเจยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Mitchell ในการสนับสนุนศิลปินท้องถิ่นผู้มีพรสวรรค์

“Potato Head เป็นบริษัทอินโดนีเซีย และเมื่อผมมาที่นี่ในปี 2014 ผมไม่ต้องการมาบาหลี เพียงเพื่อสร้างแนวคิดแบบต่างประเทศ” Mitchell กล่าว “มีผู้คนที่น่าทึ่ง และสิ่งที่น่าทึ่งเกิดขึ้นมากมายที่นี่ ผมจึงคิดว่าจะนำความรู้ที่เติบโตมาในอังกฤษ มาผสมผสานกับสิ่งที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นได้อย่างไร?”

ดีเจประจำคลับแห่งนี้ ได้แก่ Seabass, Archie, Gero และ Dita ซึ่งเพิ่งเปิดการแสดงให้กับ Jamie XX “พวกเขาเป็นดีเจที่ยอดเยี่ยมมาก และเราได้เห็นการเติบโตของพวกเขาตั้งแต่การแสดงครั้งแรก” Mitchell กล่าว “เป้าหมายของเราคือการยกระดับความสามารถของคนในท้องถิ่น โดยเฉพาะเยาวชน ให้มีผลงานที่ก้าวไปอีกระดับและสร้างมรดกที่ยั่งยืน”

การบ่มเพาะวัฒนธรรมถือเป็นส่วนสำคัญของมรดก Desa Potato Head ตั้งแต่การสนับสนุนศิลปินท้องถิ่น ไปจนถึงการดูแลสิ่งแวดล้อม ในปี 2016 Akili และ Mitchell ได้กำหนดให้การลดขยะเป็นศูนย์เป็นภารกิจหลัก จนในที่สุดก็เกิดเป็นปรัชญา 'good times, do good' ของ Desa Potato Head ขึ้นมา

ล่าสุด Desa Potato Head ได้เปิดศูนย์ขยะ (Waste Centre) ซึ่ง Mitchell กล่าวว่าเป็น 'โครงการที่ยิ่งใหญ่' โดย ณ ศูนย์ขยะแห่งนี้ ขยะซึ่งเก็บจากทั่วบาหลีจะถูกทำความสะอาด แยกประเภท และรีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ที่พบได้ทั่วบริเวณพื้นที่พัก ตั้งแต่ที่รองแก้ว เมนูอาหาร ถังขยะในห้องพัก ไปจนถึงเก้าอี้ ซึ่งออกแบบร่วมกับ Max Lamb ศิลปินและนักออกแบบชาวอังกฤษชื่อดัง 

Tatler Asia
Above การตกแต่งภายในที่ Desa Potato Head Studios (ภาพ: Desa Potato Head)

“Max Lamb มักจะปล่อยให้วัสดุเป็นตัวกำหนดแนวทางการออกแบบเสมอ นั่นคือการใช้ประโยชน์จากวัสดุให้ได้มากที่สุด นักออกแบบหลายคนต้องการวัสดุที่สมบูรณ์แบบ แต่ความสนุกในการใช้วัสดุเหลือใช้ คือการที่เราไม่สามารถจะคาดเดาได้ เพราะวัสดุเหล่านั้นมีสีสันที่แตกต่างกันไป และโดยพื้นฐานแล้ว ความท้าทายของการใช้วัสดุเหลือใช้ ทำให้เกิดความงามรูปแบบใหม่ขึ้นมา”

“ตัวอย่างเช่น เก้าอี้หนึ่งตัวทำมาจากขยะรีไซเคิลของขวดพลาสติก จำนวน 833 ขวด”

“เมื่อก่อนความยั่งยืนเคยถูกมองว่าเป็นการลดระดับคุณภาพชีวิต และเรารู้ตั้งแต่แรกเริ่มว่า เราจะไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการทำให้ผู้คนต้องประนีประนอม หรือเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต” Mitchell กล่าว “เราต้องเริ่มจากการออกแบบที่ยอดเยี่ยมและการใช้งานที่ดีเยี่ยม เมื่อผู้คนได้เห็นสิ่งของและคิดว่า ‘มันสวยมาก ฉันอยากได้สิ่งนั้น’ จากนั้นจึงมองให้ละเอียดขึ้นและตระหนักว่ามันทำจากของเหลือใช้... เราต้องเริ่มจากการสร้างช่วงเวลาดีๆ เพราะถ้าไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดี ก็จะไม่มีใครสนใจ ดังนั้น เราจึงตัดสินใจสร้างประสบการณ์และผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด และหากพวกเขาต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม เราก็ยินดีที่จะแบ่งปันสิ่งเหล่านั้นให้”

Tatler Asia
Above เก้าอี้ที่ Potato Head ออกแบบโดย Max Lamb สร้างขึ้นจากขยะรีไซเคิลจากขวดพลาสติก 833 ขวด (ภาพ: Desa Potato Head)

Topics

Chachanondh Limthong
Editor, Tatler Power and Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชชานนท์ ลิ่มทอง (เว้า) บรรณาธิการ Power and Purpose ของ Tatler Thailand ผู้หลงใหลในงานบทสัมภาษณ์ชีวิตและการพบปะผู้คน นอกเหนือจากเนื้อหาเข้มๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กร ธุรกิจ นวัตกรรม และบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแล้ว เขายังสวมหมวกอีกใบในการดูแลคอมมูนิตี้ต่างๆ ของ Tatler ทั้ง Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow, Tatler Most Influential (TMI) และ Front and Female (F&F)