Yue-Sai Kan เพิ่งเปิดตัวหนังสือชีวประวัติภาษาอังกฤษของเธอ ‘The Most Famous Woman in China—And how she did it’ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เปิดใจกับ Tatler เรื่องการเหยียดเพศในวงการบันเทิง ความสำคัญของการเห็นคนเอเชียตามสื่อต่างๆ และช่อง Youtube ของเธอที่มีคนติดตามมากขึ้นเรื่อยๆ
Yue-Sai เชื่อในความมหัศจรรย์ของจังหวะเวลาที่เหมาะสม ในฐานะที่เธอเป็นทั้งผู้ดำเนินรายการ โปรดิวเซอร์ นักเขียน ผู้ประกอบการ และนักมนุษยธรรมชาวจีน-อเมริกัน เธอบอกว่า จังหวะเวลาคือสิ่งที่ทำให้เธอได้กลายเป็น "ผู้หญิงที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศจีน" อย่างที่สื่อต่างๆ เรียกเธอ
“ไม่เหมือนครอบครัว Kardashian หรืออินฟลูเอนเซอร์คนอื่น ๆ ชื่อเสียงไม่เคยเป็นเป้าหมายชีวิตของฉัน ชื่อเสียงที่ฉันได้มาเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ และเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่จะไม่กลับมาเกิดซ้ำในประวัติศาสตร์อีก”
ตอนที่ Yue-Sai ย้ายจากฮาวายมานิวยอร์กช่วงต้น 1970s และเริ่มสร้างทีวีซีรีส์ Looking East เธอบอกว่าเป็นช่วงเวลาที่คนอเมริกันส่วนใหญ่ไม่คุ้นชินกับชาวเอเชีย และประเทศจีนยังปิดตัวเองจากโลกภายนอก
แต่โลกในขณะนั้นกำลังเปิดกว้างขึ้น และ Yue-Sai ในวัยยี่สิบต้นๆ ตัดสินใจลองเสี่ยงดวง หลายๆ คนไม่เห็นด้วยที่เธอจะทำทีวีซีรีส์เกี่ยวกับวัฒนธรรมเอเชีย เพราะคิดว่าไม่มีใครสนใจ แต่เธอเชื่อว่าแม้จะไม่ใช่เนื้อหาที่อยู่ในกระแส “ฉันรู้ว่าต้องมีคนดูแน่นอนคือ ชุมชนชาวต่างชาติและคนที่สนใจอยากรู้”
อ่านเพิ่มเติม: ศุภจี สุธรรมพันธุ์ Group CEO ผู้พลิกโฉมดุสิตธานีด้วยหลักการบริหารที่เน้น ‘คน’ เป็นหัวใจสำคัญ
แน่นอนว่าอุตสาหกรรมสื่อเต็มไปด้วยความท้าทาย อย่างแรกคือเป็นวงการที่มีแต่ชายผิวขายและคนที่เรียนจบมหาวิทยาลัยดังๆ
“Mike Wallace ดูโชว์ของฉันแล้วบอกว่าฉันขึ้นกล้องมากๆ และเขาไม่คิดว่าฉันจะมีอะไรฉลาดๆ ที่จะพูดออกมา แม้ว่าจะฟังดูเหยียดเพศ แต่ในเวลานั้น ก็ถือเป็นคำชม”
หลังจากนั้น Mike แนะนำเธอให้รู้จักกับตัวแทนของเขา แต่ตัวแทนกลับไม่ยอมทำงานกับ Yue-Sai เพราะมองว่าเธอ “ไม่อยู่ในกระแส” และจุดนั้นทำให้เธอรู้ว่าเธอต้องพึ่งพาตัวเองอย่างเดียว
“การหาทรัพยากร หาความช่วยเหลือที่จะผลิตทีวีโชว์อิสระเป็นสิ่งที่เหนื่อยมาก ฉันทำคนเดียว ฉันต้องโปรดิวซ์ทุกอย่าง หาคนโฆษณา รวมถึงส่งเทปออกอากาศไป 12 สถานีทั่วประเทศ เรียนรู้การแต่งตัวและแต่งหน้า ฉันคุยโทรศัพท์วันละเป็นร้อยครั้ง และถ้ามีสักสองคนโทรกลับคือความโชคดี”
ช่วงเวลาที่ยากลำบากนั้นส่งผลต่อชีวิตครอบครัวและสุขภาพ “กว่าที่ทีวีซีรีส์จะจบ ฉันหนัก 95 ปอนด์ (ประมาณ 43 กิโลกรัม) ฉันรู้สึกเหนื่อยล้ามาก มันเป็นงานที่หนักจริงๆ”
อ่านเพิ่มเติม: 'Dragonfly Summit' ความฝันครั้งใหม่ของ 'วู้ดดี้' เพื่อชีวิตที่ดีของทุกคน
แต่งานหนักนั้นให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า ในปี 1984 สถานีโทรทัศน์สาธารณะของอเมริกา PBS ได้เชิญ Yue-Sai ให้เป็นพิธีกรรายการถ่ายทอดสดจากประเทศจีน เนื่องในโอกาสครบรอบ 35 ปีการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน
“พวกเขาต้องการให้ฉันเป็นผู้บรรยาย ฉันต่อรองขอเป็นพิธีกรออกกล้อง เพราะฉันรู้ว่าฉันดีพอสำหรับงานนี้ และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ฉันได้ติดต่อกับสถานีโทรทัศน์ China Central Television [CCTV]”
สองปีต่อมา Yue-Sai ผลิตทีวีซีรีส์สองภาษา “One World” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ของจีน ยอดคนดูรายสัปดาห์สูงถึง 300 ล้าน เป็นรายการที่ทำให้ชาวจีนหลาย ๆ คนได้เห็นเป็นครั้งแรกว่าโลกภายนอกเป็นอย่างไร
“ฉันคิดว่าผู้คนรู้สึกว่าฉันน่าสนใจมาก คือเหมือนกับว่าฉันมาจากดาวอังคาร ฉันไม่ได้มาจากประเทศจีน แต่ฉันก็เป็นคนจีน พวกเขาจึงเชื่อใจฉัน ในขณะที่ก็ยังมองว่าฉันเป็นคนต่างชาติ เราตั้งใจให้ฉันแต่งตัวแบบเดียวกับที่ฉันแต่งในสหรัฐฯ ใส่เสื้อผ้าสีสันสดใสและแต่งหน้า เป็นการส่งสัญญาณบางอย่าง”

Above Yue-Sai Kan ก่อตั้งแบรนด์เครื่องสำอาง Yue-Sai ในปี 1992 (ภาพ: Yue-Sai Kan)

Above Yue-Sai Kan เปิดตัว Yue-Sai WaWa ในประเทศจีน (ภาพ: Yue-Sai Kan)
การแต่งหน้าแบบนั้นกลายเป็นซิกเนเจอร์ของ Yue-Sai จนเธอสร้างแบรนด์เครื่องสำอาง Yue-Sai cosmetics ในปี 1992 และเป็นบริษัทเครื่องสำอางอันดับต้นๆ ของจีนในช่วงนั้น การสร้างอาณาจักรธุรกิจในจีนไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยเฉพาะที่เธอเป็นผู้หญิง และไม่เคยอาศัยอยู่ที่จีน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกกลัว
“ฉันไม่คิดว่าฉันเคยได้ทำอะไรง่ายๆ เลยสักอย่างในชีวิต ผู้หญิงหลายๆ คนน่าจะคิดว่า ‘ถ้าเธอทำได้ ฉันก็น่าจะทำได้’ ” แบรนด์เครื่องสำอางของเธอเคยมีร้านค้าปลีกถึงกว่า 800 ร้านในจีน
นอกจากนี้ ในปี 2000 ซึ่งเป็นช่วงที่ตุ๊กตาที่ขายในจีนส่วนใหญ่เป็นตามมาตรฐานตะวันตก คล้ายๆ บาร์บี้ ผมทอง ตาสีฟ้า Yue-Sai ตัดสินใจทำตุ๊กตา Yue-Sai WaWa
“ฉันอยากจะท้าทายสิ่งนี้ ฉันเป็นคนจีน เราควรมีมาตรฐานความงามที่เป็นตัวแทนเรา เด็กๆ ของเราควรได้เล่นตุ๊กตาที่หน้าตาเหมือนพวกเขา”
ในขณะที่ธุรกิจกำลังไปได้ดี Yue-Sai ก็ยังไม่ละทิ้งการผลิตสารคดี รายการทีวี “China: Walls and Bridges” ของเธอได้รับรางวัล Daytime Emmy ในปี 1989 และตอนนี้เธอเริ่มหันมาให้ความสนใจ Youtube
“ฉันเพิ่งเปิดตัวสื่อโซเชียลไม่กี่วันก่อน ไม่ถึงสัปดาห์ คลิปวิดีโอบน Youtube มียอดคนดูมากกว่าห้าแสน ฉันไม่เคยสนใจสื่อโซเชียลเลย แต่ Youtube น่าตื่นเต้นมาก สิ่งที่ทำให้ฉันชอบมากๆ คือฉันเป็นตัวเองที่แท้จริงได้เลย แล้วก็ยังคงได้เรียนรู้ต่อไปอีก ฉันชอบความท้าทาย”
อย่างที่หนังสือชีวประวัติที่เพิ่งเปิดตัวของเธอเขียนไว้ว่า ทั้งความท้าทายที่ดี และรางวัลที่ตามมา Yue-Sai Kan นั้นยังห่างไกลจาก “จุดสิ้นสุด”
Front & Female Changemakers เฉลิมฉลองเรื่องราวการเดินทางอันน่าทึ่งของเหล่าผู้หญิงชั้นนำผู้สร้างแรงบันดาลใจและก้าวขึ้นมาเป็นผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ทรงอิทธิพลในหลากหลายสาขา โดยนำเสนอมุมมองในชีวิตของพวกเธอและแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญ วิสัยทัศน์ และการแสวงหาการเปลี่ยนแปลงและความก้าวหน้าเติบโตอย่างไม่ลดละ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการทางสังคม ผู้นำธุรกิจไ ปจนถึงนักการศึกษา ศิลปิน นักเคลื่อนไหว และนักวิทยาศาสตร์
Front & Female Changemakers เป็นแบบอย่างที่ดีในการสะท้อนศักยภาพของผู้หญิงในการท้าทายสถานะเดิมและแสดงให้เห็นถึงพลังของผู้หญิงในการสร้างการเปลี่ยนแปลง
This story was originally written in English by Salomé Grouard.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2024 โดย Salomé Grouard โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
นิว พิมพ์พิชา อุตสาหจิต คลื่นลูกที่สามแห่ง 'อาณาจักรเสียงหัวเราะ'








