Cover ดร. Sylvia Earle สนทนากับ Mathilda D'Silva ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารองค์กรเพื่อสังคม Ocean Purpose Project

นักสมุทรศาสตร์ นักชีววิทยาทางทะเล และนักสำรวจในตำนาน ดร. Sylvia Earle สนทนากับ Mathilda D'Silva ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารองค์กรเพื่อสังคม Ocean Purpose Project ว่าจะสร้างแรงบันดาลใจในการปกป้องท้องทะเลที่เป็นระบบค้ำจุนชีวิตของโลกได้อย่างไร

ฉันนั่งตรงข้ามกับ ดร. Sylvia Earle หรือชื่อที่เธอมักถูกเรียกด้วยความรักและชื่นชมว่า ‘Her Deepness’ ฉันอดไม่ได้ที่จะรู้สึกทั้งทึ่งและผูกพัน เธออาจจะจำไม่ได้ แต่ว่าการพบกันครั้งนี้ของเราถือเป็นครั้งที่สองแล้ว ครั้งแรกนั้นเป็นการพบกันโดยบังเอิญที่ Ismaili Centre ในกรุงลิสบอน เป็นเช้าที่ดูเหมือนฝันที่ได้ดื่มกาแฟและเดินชมนิทรรศการภาพถ่ายสัตว์ทะเลของเจ้าชาย Hussain Aga Khan

“Mathilda!” Sylvia ร้องทักฉัน “เธอทำให้ฉันนึกถึงเต่าตัวหนึ่งที่เราถ่ายภาพไว้ ที่มันชอบมางับและอ้อนเจ้าชายอยู่เสมอ” ฉันยิ้มและตอบอย่างเขินอายว่า “นั่นแหละ ฟังดูเหมือน Mathilda จริงๆ”

การได้ใกล้ชิดกับคนเก่งแบบนี้เป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืม ผู้หญิงที่เป็นตัวเองได้อย่างไม่ขัดเขินต่อหน้าเจ้าชายและผู้นำประเทศเมื่อต้องดำน้ำและเดินสำรวจบนพื้นทะเล

Sylvia สร้างสถิติโลกกินเนสส์เดินใต้น้ำที่ลึกที่สุดโดยไม่ใช้เชือกถึง 1,250 ฟุต (ราว 380 เมตร) เมื่อปี 1979 เธอมีผลงานเขียนตีพิมพ์มากกว่า 200 ชิ้น เดินทางไปบรรยายใน 80 ประเทศ ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์ 27 ใบ และนำการสำรวจทางทะเลมากกว่า 100 ครั้งโดยใช้เวลาใต้น้ำรวมมากกว่า 7,000 ชั่วโมง และสหประชาชาติยกย่องเธอว่าเป็นผู้พิทักษ์โลกหรือ ‘Champion of the Earth’

อ่านเพิ่มเติม: Mark Dalio นำนวัตกรรมการสร้างภาพยนตร์จากฮอลลีวูดสู่งานวิจัยและการศึกษาเรื่องท้องทะเล

Tatler Asia
Sylvia Earle with Barack Obama
Above ดร. Sylvia Earle ผู้หญิงที่เป็นตัวเองได้อย่างไม่ขัดเขินต่อหน้าเจ้าชายและผู้นำประเทศเมื่อต้องดำน้ำและเดินสำรวจบนพื้นทะเล รวมถึงเมื่อครั้งที่เธอแนะนำอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บารัค โอบามา ให้รู้จักกับปลาชนิดใหม่ที่เพิ่งค้นพบ ซึ่งตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่เขาเมื่อปี 2016 (ภาพ: ดร. Sylvia Earle)
Sylvia Earle with Barack Obama

มันทำให้ฉันสงสัยว่าอะไรที่เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอกลายเป็นคนที่ได้รับการยอมรับสูงสุดทั่วโลกในการอนุรักษ์ทะเลและในอุตสาหกรรมการดำน้ำ

เรื่องราวของ Sylvia เริ่มขึ้นเมื่อเธอไปเล่นน้ำทะเลที่ชายฝั่งในนิวเจอร์ซีของสหรัฐฯ ตอนเด็กๆ แล้วถูกคลื่นซัดลงทะเล นั่นเป็นนาทีที่อาจสร้างความหวาดกลัวสำหรับเด็กหลายๆ คน แต่มันกลับจุดประกายความหลงใหลชั่วชีวิตของเธอ

“มันสนุกมาก และฉันก็กระโดดกลับ (ลงทะเล) ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา”

Tatler Asia
Sylvia Earle
Above ความหลงใหลในมหาสมุทรตลอดชีวิตของดร. Sylvia ถูกจุดขึ้นเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก (ภาพ: ดร. Sylvia Earle)
Sylvia Earle

จิตวิญญาณนี้เองที่ทำให้เธอเป็นทั้งผู้บุกเบิกและเป็นพลังขับเคลื่อนการอนุรักษ์ทางทะเล เธออธิบายว่าท้องทะเลคือโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีอะไรบนบกจะเทียบได้ เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่บอกเล่าเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตบนโลก

เรื่องราวของเธอทำให้ฉันนึกถึงเหตุผลที่ฉันก่อตั้ง Ocean Purpose Project บนชายหาดปาซีร์ริสในสิงคโปร์เพื่อปกป้องโลกสีน้ำเงินใบนี้ มันไม่ใช่โครงการในเชิงทฤษฎี แต่เป็นการทำงานจริงที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทันที

วิทยาศาสตร์ การค้นพบ และการเมือง

ฉันพบกับ Sylvia เพียงไม่กี่วันหลังการประกาศผลเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และเมื่อบทสนทนาแตะเรื่องนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศ เสียงที่สงบและมั่นคงของเธอก็สะท้อนถึงทั้งความสำคัญของวิทยาศาสตร์และความเร่งด่วน

“วิทยาศาสตร์ไม่ควรเป็นเรื่องการเมือง” Sylvia ฟังดูหงุดหงิด เธอเคยเป็นหัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ที่องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) ที่ตอนนี้ถูกเสนอให้ลดขนาดองค์กร เธอให้เหตุผลที่น่าสนใจว่าทำไมเงินทุนสาธารณะสำหรับวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสภาพอากาศจึงมีความจำเป็น

"มันไม่ใช่เรื่องการเมือง" เธอเน้นย้ำ "เป็นเรื่องประโยชน์ของประชาชน ความรู้จากการวิจัยของ NOAA ไม่ใช่สินค้าโภคภัณฑ์ แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการอยู่รอด ฉันได้เห็นช่วงเวลาแห่งการค้นพบอันน่าทึ่ง และเรียนรู้ว่ายุคแห่งการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น"

Tatler Asia
Sylvia Earle (Photo: Michael Aw)
Above ดร. Sylvia เป็นผู้นำการสำรวจทางทะเลมากกว่า 100 ครั้ง โดยใช้เวลาอยู่ใต้น้ำมากกว่า 7,000 ชั่วโมง (ภาพ: Michael Aw)
Tatler Asia
Sylvia Earle
Above ดร. Sylvia เป็นที่รู้จักจากงานวิจัยสาหร่ายทะเลของเธอ (ภาพ: ดร. Sylvia Earle)
Sylvia Earle (Photo: Michael Aw)
Sylvia Earle

Sylvia ไม่เคยกลัวที่จะพูดจากประสบการณ์และงานวิจัยที่เธอทำมาเป็นสิบๆ ปีเพื่อเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เห็นได้จากตอนที่เธอวิจารณ์ Google Maps เมื่อนักออกแบบลืมใส่มหาสมุทรเข้าไปในแผนที่ และเธอบอกว่าน่าจะเปลี่ยนชื่อเป็น ‘Google Dirt’ แทน หลายเดือนต่อมา Sylvia ได้เผยแพร่ข้อมูลที่นำไปสู่การสร้างแผนที่ของมหาสมุทรจำลองของ Google

พลังแห่งการเล่าเรื่อง

เวลาที่ Sylvia พูดถึงท้องทะเล คำพูดของเธอพรั่งพรูเหมือนเกลียวคลื่น ทรงพลัง เร่งด่วน และไม่มีหมด แต่เธอไม่ได้พึ่งพาการพูดและการวิจัยเท่านั้น เธอเอาแพชชันนั้นมาใส่ในภาพยนตร์ที่ปลุกเร้าจิตใจก่อนที่จะไปถึงความคิด

“ความรู้อย่างเดียวไม่พอหรอก จะสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดความปลี่ยนแปลง คุณต้องเชื่อมโยงตรงนี้” เธออธิบายพร้อมชี้ไปที่หัวใจของเธอ

ผลงานภาพยนตร์ล่าสุดของ Sylvia ที่ชื่อว่า “Souls” เป็นภาพยนตร์ที่สื่อถึงการเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณระหว่างมนุษย์และมหาสมุทร เล่าเรื่องราวของหกบุคคลอันน่าทึ่งที่ชีวิตและการทำงานของพวกเขาผูกพันอยู่กับทะเล ทั้งเรื่องของเธอเอง นักถ่ายภาพใต้น้ำ 3 คน Michael Aw, David Doubilet และ Jennifer Hayes และนักมีนวิทยาอีก 2 คน Richard Pyle และ Brian Greene โดยมีหนังสือบันทึกเรื่องราวของพวกเขาเผยแพร่ออกมาเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาควบคู่ไปด้วย

“มันเป็นเรื่องของการทำให้คนเกิดความรู้สึกบางอย่าง คุณไม่สามารถรักสิ่งที่คุณไม่รู้จัก และคุณก็จะไม่ปกป้องสิ่งที่คุณไม่ได้รัก”

Sylvia เชื่อว่าภาพยนตร์มีพลังพิเศษที่สามารถเป็นสะพานเชื่อมระหว่างชุดข้อมูลกับความรู้สึกของมนุษย์และกระตุ้นให้คนดูลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง

ในโลกที่เต็มไปด้วยคลิปของอินฟลูเอนเซอร์และวิดีโอไวรัล เรื่องราวของ Sylvia เตือนฉันว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญจริงๆ สุขภาพของทะเลและความอยู่รอดของมนุษย์ การรณรงค์ไม่ใช่แค่แฮชแท๊กหรือเทรนด์ แต่เป็นเรื่องของการสร้างผลกระทบเล็กๆ ที่ขยายออกไปจนกลายเป็นคลื่นใหญ่

มันเป็นเรื่องของการทำให้คนเกิดความรู้สึกบางอย่าง คุณไม่สามารถรักสิ่งที่คุณไม่รู้จัก และคุณก็จะไม่ปกป้องสิ่งที่คุณไม่ได้รัก

- ดร. Sylvia Earle -

ผลงานของ Sylvia รวมไปถึงหนังสือด้วย ตั้งแต่ Sea Change: A Message of the Oceans ตีพิมพ์ปี 1996 ไปจนถึงหนังสือ The World is Blue: How Our Fate and the Ocean’s Are One ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2009 งานเขียนของเธอกลั่นกรองจากการสำรวจวิทยาศาสตร์หลายทศวรรษออกมาเป็นเรื่องเล่าที่ทุกคนเข้าถึงได้

“หนังสือทำให้คุณดำดิ่งลงลึกได้ มันจะอยู่ในใจคนอ่านในแบบที่ข้อความเสียงสั้นๆ ไม่สามารถทำได้”

หนังสือของ Sylvia ไม่ใช่แค่ชุดข้อเท็จจริง แต่มันเป็นแถลงการณ์เพื่อโลกของเรา ข้อความในแต่ละหน้าเรียกร้องให้เราช่วยกันปกป้องเยียวยาสิ่งที่ยังเหลืออยู่

Sylvia ไม่ลังเลที่จะพูดถึงด้านมืดของเศรษฐกิจสีน้ำเงิน ทั้งการตกปลาเกินขีดจำกัด มลพิษ และความโลภของมนุษย์ที่แฝงตัวมาในฐานะความยั่งยืน

“ทะเลไม่ใช่สินค้าโภคภัณฑ์ มันคือระบบค้ำจุนชีวิตของเรา”

เธอเรียกร้องให้หลาย ๆ คนออกมาเผชิญกับความจริงของ “การฟอกเขียว” ของธุรกิจต่าง ๆ และอุตสาหกรรมทำลายล้างที่ซ่อนอยู่หลังโฆษณาที่ดูสวยงาม

การฟอกเขียว หรือ greenwashing คือการอ้างเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดูมีความรับผิดชอบต่อสังคมและรักษ์โลก แต่อาจไม่ได้มีการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจริง

นี่คือความซื่อสัตย์ที่ไม่หวั่นไหว ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันปรารถนาจะนำมาปรับใช้ในการทำงานของตัวเอง โดยผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงในน่านน้ำชายฝั่งสิงคโปร์ผ่านวิทยาศาสตร์พลเมือง

Tatler Asia
Sylvia Earle
Above ดร. Sylvia เยือนสิงคโปร์ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาเพื่อร่วมงาน Blue Water EduFest และรอบปฐมทัศน์ของสารคดีเรื่อง 2099: Power in Us (ภาพ: ดร. Sylvia Earle)
Sylvia Earle

Sylvia มางานอีเวนต์อนุรักษ์ทะเล Blue Water EduFest ที่สิงคโปร์และเข้าร่วมรอบปฐมทัศน์ของภาพยนตร์สารคดี 2099: Power in Us ที่เธอเป็นคนให้เสียงบรรยายเล่าเรื่องราวการเดินทางของนักเคลื่อนไหวด้านสภาพภูมิอากาศไปยังแอนตาร์กติกาเพื่อค้นหาทางออกให้กับการอนุรักษ์โลก เพื่อให้มนุษยชาติยังคงสามารถอยู่อาศัยได้ โดยงานนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การพบปะกัน

“ช่วงเวลาแบบนี้ทำให้คนมาเจอกัน แต่สิ่งสำคัญคือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากเสียงปรบมือชื่นชม” Sylvia อธิบายว่าการฉายภาพยนตร์มักทำให้เกิดบทสนทนาที่ดีที่สุด ความร่วมมือไม่ได้เกิดขึ้นในห้องประชุม แต่เป็นตามทางเดินและล็อบบี้เหล่านี้ต่างหาก

“งานศิลปะมีพลังที่จะเข้าถึงที่ที่ข้อมูลไม่สามารถไปถึง เราต้องใช้เครื่องมือที่เรามี ภาพยนตร์ หนังสือ เพลง หรืออะไรก็ตาม เพราะท้องทะเลต้องการเราทุกคน”

ภารกิจของแม่ลูกใต้ทะเล

ความพยายามในการอนุรักษ์ทะเลของ Sylvia เติมเต็มครบวงจรเมื่อลูกสาวของเธอ Liz Taylor เป็นนักสำรวจทะเลเช่นกัน และดำรงตำแหน่งประธานของบริษัทเทคโนโลยีทางทะเล DOER Marine ที่ Sylvia ก่อตั้งขึ้นในปี 1992 พวกเธอมียานดำน้ำ Deep Hope ที่ใช้ในการสำรวจโลกทะเลลึกได้อย่างเงียบเชียบ เพื่อสังเกตุการณ์ชีวิตใต้ทะเล

Tatler Asia
Liz Taylor, Sylvia Earle’s daughter
Above Liz Taylor ลูกสาวของดร. Sylvia เป็นนักสำรวจมหาสมุทรเช่นกัน และเป็นประธานของ DOER Marine ซึ่งก่อตั้งโดยเอิร์ลในปี 1992 (ภาพ: ดร. Sylvia Earle)
Tatler Asia
Sylvia Earle with Liz Taylor
Above ดร. Sylvia Earle (ขวา) กับลูกสาว Liz Taylor และหลานสองคนของเธอ (ภาพ: ดร. Sylvia Earle)
Liz Taylor, Sylvia Earle’s daughter
Sylvia Earle with Liz Taylor

“เหมือนว่าเราเป็นสิ่งมีชีวิตในทะเล” Sylvia พูดถึงยานสำรวจด้วยความกระตือรือร้น เธอมองว่ายานดำน้ำเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องมือวิจัยเท่านั้น แต่ยังเป็นวิธีที่จะทำให้นักวิทยาศาสตร์พลเมืองเข้าถึงทะเลได้ง่ายขึ้น

“ลองนึกภาพการใช้เทคโนโลยีนี้ในภูมิภาคต่างๆ อย่างเช่นในสิงคโปร์ เพื่อสังเกตุการณ์ความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล และค้นพบสิ่งมีค่าโดยที่ไม่ส่งผลกระทบต่อทะเลของเรา”

Sylvia เชื่อว่าการทำแผนที่สิ่งแวดล้อมและนำเสนอการค้นพบทางวิทยาศาสตร์จากทะเลลึก มีพลังที่จะต่อต้านการทำประมงเกิดขีดจำกัด และลดการใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างสิ้นเปลืองได้

อ่านเพิ่มเติม: บทสนทนากับ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์: ความหวังทะเลไทยในวันที่โลกร้อนจนทะเลเดือด

Tatler Asia
Honu submersible custom-designed and built by DOER Marine and Sylvia Earle
Above Sylvia Earle เจ้าของ DOER Marine ออกแบบและสร้างเรือดำน้ำ Honu ขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อให้สามารถเข้าถึงส่วนลึกของมหาสมุทรได้ (ภาพ: ดร. Sylvia Earle)
Tatler Asia
Sylvia Earle
Above ดร. Sylvia Earle ในยานดำน้ำที่มีคนควบคุม (ภาพ: ดร. Sylvia Earle)
Honu submersible custom-designed and built by DOER Marine and Sylvia Earle
Sylvia Earle

“การไปอย่างเงียบๆ ปิดไฟส่องสว่าง แล้วนั่งมองชีวิตต่างๆ บนโลกในความมืด มีเพียงแต่แสงจากสิ่งมีชีวิตเรืองแสงที่ระยิบระยับ นับเป็นเกียรติที่ได้ฟังเสียงธรรมชาติในทะเล บางเสียงละเอียดอ่อน และก็มีที่ตึงตังเสียงดัง เสียงร้องของวาฬอันไพเราะ และมีปลาบางชนิดที่เหมือนส่งเสียงคำราม ปลากะรังทำเสียงทุ้มใหญ่ และก็มีที่ทำเสียงเหมือนดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ด้วย”

ฉันเชื่อว่าหากสาธารณชนได้เห็นและได้ยินชีวิตใต้น้ำในรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์และน่าอัศจรรย์แบบนี้ โลกคงจะมองสัตว์ทะเลเป็นสัตว์ป่ามากกว่าเป็นอาหารทะเล

Tatler Asia
Mathilda D’Silva with Sylvia Earle
Above Mathilda D’Silva กับ ดร. Sylvia Earle (ภาพ: Chong Seow Wei)
Mathilda D’Silva with Sylvia Earle

ในฐานะที่ฉันเป็นลูกหลานชาวประมง ฉันรู้ว่าความคิดนี้มันยากขนาดไหนสำหรับคนเอเชีย โดยเฉพาะคนสิงคโปร์ที่คำถามแรกระหว่างการเดินสำรวจสิ่งมีชีวิตจากทะเลหรือสาหร่ายทะเลคือ “ฉันกินสิ่งนี้ได้หรือเปล่า” แต่มุมมองของ Sylvia เติมความหวังให้ฉันพร้อมด้วยความรู้สึกเร่งด่วน เป็นการเตือนว่าเรากำลังแข่งกับเวลา อย่างที่เธอบอก “ความอยู่รอดของเราขึ้นอยู่กับท้องทะเล” สิ่งที่เธอพูดกับฉันก่อนลาจากกันยังก้องอยู่ในหัว

“เรามีความรู้ที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมของเรา แต่เราต้องลงมือทำก่อนที่จะสายเกินไป”

งานของ Sylvia เตือนใจฉันว่าเริ่มทำ Ocean Purpose Project เพราะอะไร ฉันไม่ได้ต้องการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ แต่ต้องการเป็นคนแก้ปัญหา ความโศกเศร้าต่อความเสียหายของท้องทะเลที่เรามีร่วมกันเป็นความแท้จริง แต่ความหวังที่เรามีร่วมกันก็เป็นความแท้จริงเช่นกัน

จากปาซีร์ริสไปจนถึงเวทีโลก ฉันรู้สึกว่าภารกิจที่ต้องทำยิ่งเริ่งด่วนมากขึ้นอีก อย่างที่ Sylvia บอกว่าเราทุกคนคือผู้ดูแลโลกสีน้ำเงินใบนี้ดังนั้นเราต้องลงมือทำการลงมือทำที่แท้จริงที่ก้าวข้ามคำพูดการโฆษณาและคำสัญญาที่ว่างเปล่ามหาสมุทรคือลมหายใจของชีวิตเราต้องดูแลมหาสมุทรเหมือนเป็นลมหายใจของชีวิต

ขอบคุณ Her Deepness ที่แสดงให้เราเห็นว่าควรทำอย่างไร


ดร. Sylvia Earle ได้รับการสัมภาษณ์โดย Mathilda D’Silva ผู้นำแห่งอนาคตของ Gen.T ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Ocean Purpose Project ซึ่งเป็นองค์กรเพื่อสังคมที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนการอนุรักษ์มหาสมุทรและป้องกันมลพิษจากพลาสติก โดยใช้การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีขั้นสูงและโซลูชันจากธรรมชาติ

Front & Female Changemakers เฉลิมฉลองเรื่องราวการเดินทางอันน่าทึ่งของเหล่าผู้หญิงชั้นนำผู้สร้างแรงบันดาลใจและก้าวขึ้นมาเป็นผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ทรงอิทธิพลในหลากหลายสาขา โดยนำเสนอมุมมองในชีวิตของพวกเธอและแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญ วิสัยทัศน์ และการแสวงหาการเปลี่ยนแปลงและความก้าวหน้าเติบโตอย่างไม่ลดละ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการทางสังคม ผู้นำธุรกิจไ ปจนถึงนักการศึกษา ศิลปิน นักเคลื่อนไหว และนักวิทยาศาสตร์

Front & Female Changemakers เป็นแบบอย่างที่ดีในการสะท้อนศักยภาพของผู้หญิงในการท้าทายสถานะเดิมและแสดงให้เห็นถึงพลังของผู้หญิงในการสร้างการเปลี่ยนแปลง

Topics