พลังเครือข่ายสู่การสร้างคุณค่าใหม่ที่ทำให้ 1+1 = 5 และเปลี่ยนความไว้วางใจให้กลายเป็น ‘มูลค่า’ ที่สร้างสรรค์ของแชนนอน กัลยาณมิตร
ในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยคำว่า ‘networking’ ผู้คนจำนวนไม่น้อยมักมองเครือข่ายเป็นเพียงการแลกเปลี่ยนนามบัตร หรือสะพานเชื่อมไปสู่โอกาสทางการค้าในครั้งถัดไป แต่สำหรับ แชนนอน (ชาริณี) กัลยาณมิตร ที่ปัจจุบันคือผู้ร่วมก่อตั้ง The CrestHaus และรองประธานบริหารฝ่ายพัฒนาธุรกิจทั่วโลก ของแบรนด์น้ำแร่ธรรมชาติ 6ty Degrees เชื่อมั่นเสมอมาว่า เครือข่ายไม่ใช่เพียง ‘connection’ หากคือ ‘platform’ อันทรงพลังที่สามารถเปลี่ยนพลังของผู้คน ความไว้วางใจ และวิสัยทัศน์ ให้กลายเป็นสายธารแห่งคุณค่าใหม่ที่ต่อยอดได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
อ่านเพิ่มเติม: นับถอยหลังการเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่ เมื่อประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ 20 ปี Cartier Women’s Initiative

Above แชนนอน กัลยาณมิตร เป็นที่รู้จักในหลากหลายบทบาท ที่โดดเด่นที่สุดคือ ‘นักสร้างธุรกิจ’ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
สองทศวรรษแห่งการขับเคลื่อนระบบนิเวศธุรกิจ
ตลอดการทำงานร่วม 20 ปีที่ผ่านมา เราจะมองเห็นผู้หญิงที่เปี่ยมด้วยพลังคนนี้ได้พิสูจน์ตัวเองในหลากหลายบทบาทอันโดดเด่น ตั้งแต่การเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Orami (ในชื่อเดิมคือ Moxy) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เน้นสินค้าสำหรับผู้หญิง แม่และเด็ก ที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของภูมิภาค ในยุคบุกเบิกของวงการสตาร์ทอัพไทย, การดำรงตำแหน่ง Venture Partner ของสองกองทุนร่วมลงทุนระดับภูมิภาคอย่าง Gobi Partners และ Hive Ventures ไปจนถึงการรับบทบาท CEO แห่ง 5G Catalyst Technologies ที่มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะและสมาร์ตซิตี้ผ่านเทคโนโลยี 5G นอกจากนี้เธอยังได้รับเกียรติเป็นกระบอกเสียงตัวแทนประเทศไทยในเวทีระดับโลกมากมาย อาทิ UN Women เพื่อร่วมขับเคลื่อนการสนับสนุนพลังสตรี (women empowerment) ล่าสุดแชนนอนได้ร่วมก่อตั้ง The CrestHaus ร่วมกับสุภาณี อนุวงศ์วรเวทย์ (อดีต CFO ของไมโครซอฟท์ ประเทศไทย) ผู้ก่อตั้งงานประชุม EmpowerHerAsia Conference พร้อมทั้งก้าวเข้ามาสนับสนุนวิสัยทัศน์ของรีน่า อุดมคุณธรรม ณ แบรนด์น้ำแร่ธรรมชาติพรีเมียมสัญชาติไทยที่มีเป้าหมายไกลระดับโลกอย่าง 6ty Degrees ภายใต้บริษัท แร่ เบฟเวอเรจ จำกัด ในฐานะรองประธานบริหารฝ่ายพัฒนาธุรกิจทั่วโลก (Executive Vice President of Global Business Development) อย่างไรก็ดี แชนนอนมักย้ำเตือนอย่างถ่อมตนเสมอว่า ความสำเร็จในทุกย่างก้าวและทุกบทบาทในชีวิตไม่ได้เกิดขึ้นจากตัวเธอเพียงลำพัง ทว่าถูกหล่อหลอมและขัดเกลาจากบุคคลรอบข้างที่คอยท้าทายและยกระดับวิธีคิดของเธออยู่เสมอ
อ่านเพิ่มเติม: เจาะลึก ‘CLICX’ Virtual Bank รายแรกของไทย กับการปฏิวัติไลฟ์สไตล์การเงินแห่งอนาคต
ผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ส่งผลให้แชนนอนได้รับการยอมรับในฐานะ ‘ผู้จัดวางกลยุทธ์และตัวเร่งการเติบโตทางการตลาด’ (Strategic Orchestrator and Market Accelerator) ผู้มีความเชี่ยวชาญในการมองหา เชื่อมโยง และยกระดับธุรกิจที่มีแก่นสารและคุณค่าที่แท้จริง โดยสามารถผสานภาพรวมผ่านศาสตร์แห่งการสร้างแบรนด์ การตลาด การระดมทุน ตลอดจนสูตรลับเฉพาะตัวที่ยากจะลอกเลียนแบบ ที่สำคัญที่สุด เธอคือผู้จุดประกายและส่งต่อแรงบันดาลใจให้แก่สตรีไทยในการก้าวเข้าสู่โลกแห่งเทคโนโลยีและธุรกิจอย่างกล้าหาญ ผ่านความมุ่งมั่นในการสนับสนุนผู้ประกอบการหญิง (female founders) และความเท่าเทียมทางเพศในโลกธุรกิจมาโดยตลอด
“ในปีแรกๆ ของการทำงาน แชนมองบทบาทของตัวเองเป็นเพียงคนสร้างบริษัท สร้างผลิตภัณฑ์ หรือบริการขึ้นมา” แชนนอนสะท้อนความคิด “แต่หลังจากผ่านประสบการณ์มานานกว่า 20 ปี แชนจึงตระหนักได้ว่า ทุกสิ่งที่เราสร้างขึ้นล้วนก่อกำเนิดสิ่งอื่นตามมาเสมอ มันเปลี่ยนเป็นชุมชน และแปรสภาพเป็นแพลตฟอร์ม ในวันนี้แชนมองตัวเองเป็น ‘ผู้จัดวางกลยุทธ์และเครื่องขยายสัญญาณ’ (Orchestrator and Amplifier) ที่นำเอาเครือข่าย ความคิด และพลังงานของตัวเอง ไปช่วยต่อยอดและขยายศักยภาพของผลิตภัณฑ์หรือองค์กรนั้นๆ ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด”

Above แชนนอนเป็นหนึ่งในผู้หญิงไม่กี่คนที่ครบเครื่องทั้งด้านการเงิน การลงทุน การตลาด การสร้างธุรกิจ และการสร้างเครือข่าย (ภาพ: Shannon Kalayanamitr)
สินทรัพย์ทางสังคมที่ทรงพลัง
แชนนอนค้นพบว่า เครือข่ายที่แท้จริงไม่ใช่เครื่องมือในการทำธุรกรรมหรือเป็นเพียงรายชื่อในสมุดโทรศัพท์ หากแต่ถูกขับเคลื่อนด้วยหลักการอันเรียบง่าย แต่มีความลึกซึ้ง นั่นคือกลุ่มคนที่มีทัศนคติและคุณค่าในแบบเดียวกันมักจะดึงดูดเข้าหากัน สิ่งนี้ก่อให้เกิดแนวคิดที่แชนนอนเรียกว่า ‘The Platform Mindset’ หรือวิธีคิดที่มองว่าความสัมพันธ์และความน่าเชื่อถือ คือโครงสร้างพื้นฐานที่แท้จริงของการเติบโต
“ผู้คนไม่ได้ต้องการเพียงแค่การทำข้อตกลงทางธุรกิจหรือธุรกรรมตลอดเวลา” เธอกล่าว “ส่วนใหญ่แล้ว สิ่งที่พวกเขาแสวงหาคือสายสัมพันธ์อันแท้จริง” สำหรับแชนนอนแล้ว ‘ความน่าเชื่อถือ’ (credibility) คือสารตั้งต้นของทุกระบบนิเวศ เพราะในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่มีใครปรารถนาจะเชื่อมโยงกับสิ่งที่ไม่ไดัมาตรฐาน หากปราศจากรากฐานของประสบการณ์ที่แท้จริง ความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจ เครือข่ายที่มีคุณภาพย่อมไม่อาจงอกงามได้ และสำหรับแชนนอน ปรัชญานี้ทำงานแบบสองทางเสมอ เธอไม่ได้เป็นเพียงผู้สร้างเครือข่าย หากแต่เครือข่ายก็เป็นผู้สร้างตัวเธอขึ้นมาเช่นกัน เหล่าเมนเทอร์ เพื่อนร่วมงาน และผู้ประกอบการรายล้อมรอบตัว ล้วนมีส่วนสำคัญในการหล่อหลอมมุมมองในการมองเห็นโอกาสของเธอทั้งสิ้น
เครือข่ายที่ดีช่วยให้โลกหมุนไปได้ง่ายและราบรื่นยิ่งขึ้น ทว่าเครือข่ายที่มีคุณภาพต้องเริ่มต้นจากคุณค่าที่คุณมีในตัวเองก่อน ไม่ใช่เกิดจากการสะสมจำนวนคนรู้จักเพียงอย่างเดียว
เชื่อมโยงโอกาสและยกระดับคุณค่าไทยสู่สากล
จุดเริ่มต้นของ The CrestHaus ชุมชนเพื่อการพัฒนาภาวะผู้นำระดับบริหาร เกิดขึ้นจากการที่ได้พบกับสุภาณี อนุวงศ์วรเวทย์ ซึ่งจุดประกายให้เกิดแรงบันดาลใจในการร่วมกันก่อตั้ง The CrestHaus ชุมชนเพื่อการพัฒนาภาวะผู้นำระดับบริหารของสตรีขึ้นมา ในมุมมองของสองผู้ร่วมก่อตั้ง อุปสรรคสำคัญของผู้หญิงในโลกธุรกิจไม่ใช่เรื่องของ ‘ความรู้ความสามารถ’ หากแต่คือ ‘โอกาสในการก้าวเข้าสู่พื้นที่ที่มีอำนาจในการตัดสินใจอย่างแท้จริง’ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผู้หญิงจำนวนมากยังคงถูกกีดกันออกไป แม้จะมีตำแหน่งหน้าที่การงานในระดับสูงก็ตาม
The CrestHaus จึงมุ่งมั่นที่จะเป็นมากกว่าแค่ ‘คลับสำหรับพบปะสังสรรค์’ ทว่าเป้าหมายที่แท้จริงคือการสร้างระบบนิเวศที่ครบวงจร เพื่อเอื้ออำนวยให้ผู้หญิงได้พัฒนาทั้งความเชี่ยวชาญ (mastery) การวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ (strategic positioning) การมีที่ปรึกษา (mentorship) และการได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม (sponsorship) ผ่านการสร้างสรรค์กิจกรรม การพบปะสังสรรค์ และโอกาสต่างๆ อย่างตรงจุด วิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่นี้รวมไปถึงการทลาย ‘อคติเชิงโครงสร้าง’ (structural bias) ซึ่งเป็นกำแพงขวางกั้นไม่ให้ผู้หญิงเข้าถึงกระบวนการตัดสินใจระดับสูง พร้อมทั้งสร้าง ‘พันธมิตร’ ในทุกกลุ่มเพศ เพื่อร่วมกันผลักดันให้ผู้หญิงไทยก้าวขึ้นสู่เวทีระดับภูมิภาคและระดับสากลได้อย่างสง่างาม
“เมื่อพิจารณาจากรายงาน Women in Business Report ประจำปี 2026 ของ Grant Thornton ประเทศไทยถือเป็นผู้นำระดับโลกด้านสัดส่วนผู้หญิงในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 32 เราจึงตั้งใจให้ The CrestHaus ในประเทศไทยทำหน้าที่เป็นพิมพ์เขียว (blueprint) ให้แก่ภูมิภาค โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งยังมีอีกหลายมิติที่ต้องร่วมมือกันพัฒนา เราวางเป้าหมายที่จะเป็นสะพานเชื่อมโยงไปสู่สิงคโปร์และประเทศอื่นๆ พร้อมทั้งแต่งตั้งตัวแทนระดับภูมิภาคและเข้าร่วมในเวทีเสวนาต่างๆ เพื่อยกระดับการมีส่วนร่วมในระดับโลก”

Above The CrestHaus ประสบความสำเร็จอย่างสูงในฐานะแพลตฟอร์มระดับภูมิภาคเพื่อยกระดับศักยภาพสตรี (ภาพ: Shannon Kalayanamitr)
ขณะเดียวกัน ในอีกด้านหนึ่ง การค้นพบของรีน่า อุดมคุณธรรม และครอบครัว ได้นำมาซึ่งสิ่งที่แบรนด์ส่วนใหญ่ต้องทุ่มเม็ดเงินมหาศาลเพื่อตามหา นั่นคือผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าในตัวเองอย่างแท้จริง เมื่อเธอค้นพบและพัฒนาแบรนด์น้ำแร่ธรรมชาติพรีเมียม 6ty Degrees จากพื้นที่สงวนชีวมณฑลของยูเนสโก (UNESCO) ณ เชียงดาว ซึ่งไหลผ่านชั้นหินฐานโบราณอายุกว่า 350 ล้านปี คุณประโยชน์ของแร่ธาตุธรรมชาติได้ประกาศคุณค่าในตัวเอง ด้วยแร่ธาตุที่แตกต่างกันถึง 16 ชนิด ในรูปแบบที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ทันที (bioavailable) ซึ่งเปี่ยมคุณภาพจนสามารถเทียบเคียงกับแบรนด์น้ำแร่ระดับพรีเมียมชั้นนำของฝรั่งเศส ไอซ์แลนด์ และฟิจิ ได้ในระดับเดียวกัน
“แชนก้าวเข้ามาร่วมงานเพราะตัวผลิตภัณฑ์พิสูจน์คุณค่าในตัวเองแล้วค่ะ” เธอกล่าว “แชนเห็นทันทีว่านี่คือสิ่งที่ตลาดในปัจจุบันกำลังมองหาอย่างแท้จริง นั่นคือคุณค่าที่แท้จริงที่เหนือกว่ากระแสหรือการโฆษณา (substance over hype) และความจริงแท้ที่อยู่เหนือภาพลักษณ์อันปรุงแต่ง (authenticity over polish) โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลอมรวมสุนทรียศาสตร์แห่งความรื่นรมย์ควบคู่ไปกับความตระหนักรู้ (hedonistic and conscious) เป็นข้อพิสูจน์ว่าความสุขสำราญเหนือระดับและเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการดูแลสุขภาพไม่จำเป็นต้องขัดแย้งกันเลย
แชนนอนบอกว่า สิ่งที่ดึงดูดเธอให้เข้าไปสู่ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่เพียงแค่ตัวน้ำแร่ แต่คือโอกาสครั้งสำคัญ ซึ่งไม่ใช่แค่สำหรับบริษัท แต่สำหรับประเทศไทยด้วย “เราไม่ได้มาเพื่อขายน้ำแร่พรีเมียมทั่วไป แต่เรากำลังสร้างน่านน้ำสีคราม (blue ocean) ในอุตสาหกรรมที่เคยถูกจำกัดอยู่แค่การเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไป เรากำลังวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติระดับโลก เพื่อลงแข่งบนเวทีเดียวกับยุโรปและไอซ์แลนด์ โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์อันเป็นอัตลักษณ์ของ ‘ผลผลิตจากผืนแผ่นดินไทย’ (Thai Terroir) ไว้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ก็เพื่อเฉลิมฉลองความลึกซึ้ง ความอุดมสมบูรณ์ และความหลากหลายที่ประเทศไทยพร้อมจะนำเสนอสู่เวทีโลก นั่นคือเรื่องราวอัตลักษณ์ที่เรากำลังร้อยเรียง และคือตลาดใหม่ที่เรากำลังเปิดประตูต้อนรับ”
แชนนอนยังเปิดเผยว่า บทบาทของเธอนั้นเรียบง่ายมาก นั่นคือการช่วยทีมงานร้อยเรียงเรื่องราวอัตลักษณ์นั้น และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบโครงสร้างตลาดใหม่แห่งนี้ ทั้งเครือข่ายระดับภูมิภาค การวางตำแหน่งในตลาดโลก และแหล่งกำเนิดอันแท้จริง สิ่งเหล่านี้คือโครงสร้างพื้นฐานที่จะยกระดับ 6ty Degrees จากผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมชิ้นหนึ่ง สู่การเป็นแพลตฟอร์มที่เปลี่ยนวิธีคิดของคนทั้งโลกที่มีต่อทรัพยากรไทย “ถ้าเราจะขยายธุรกิจสำหรับสิ่งที่ดีงามขนาดนี้ มันควรจะให้ความรู้สึกเหมือนการออกไปผจญภัย ไม่ใช่แค่การนั่งประชุมกันในห้องสี่เหลี่ยม”
เพราะนี่คือ ‘Thai Terroir’ ที่สามารถผงาดอย่างภาคภูมิได้ในระดับสากล

Above แชนนอนเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ 6ty Degrees ในฐานะรองประธานบริหารฝ่ายพัฒนาธุรกิจทั่วโลก พร้อมภารกิจที่ท้าทายคือการนำอัตลักษณ์ไทยให้ยืดหยัดบนเวทีโลกได้อย่างสมศักดิ์ศรี (ภาพ: Shannon Kalayanamitr)
ตัวตนที่เปรียบเหมือนใบเบิกทางสู่เครือข่ายระดับโลก
บทบาทที่ทำให้ แชนนอน กัลยาณมิตร เป็นเธอในทุกวันนี้ หล่อหลอมจากทุกช่วงประสบการณ์ชีวิต เริ่มจากรากฐานชีวิตที่เติบโตในสหรัฐอเมริกา สำเร็จการศึกษาด้านการเงิน เคยร่วมงานกับสถาบันการเงินระดับโลก เช่น PwC และ Lehman Brothers และดำรงตำแหน่งสำคัญในองค์กรระดับภูมิภาคทั้งทางด้านการเงิน เทคโนโลยี อีคอมเมิร์ซ ซึ่งสร้างเครือข่ายและโครงการทางธุรกิจอันกว้างขวางให้แก่เธอ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมเป็นผู้นำในดีลธุรกิจที่ Altus Transactional Services ครอบคลุมธุรกรรมหลักมูลค่ารวมกว่า 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.61 แสนล้านบาท) ร่วมกับสถาบันการเงินชั้นนำอย่าง IFC, Barclays, GE Capital และ ING ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนการเป็นหนึ่งในทีมผู้ก่อตั้งชุดแรกของ Lazada ประเทศไทย เพื่อวางรากฐานทางการค้าสำหรับสิ่งที่กลายเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคในเวลาต่อมา
การทำงานในบริษัทข้ามชาติชั้นนำทำหน้าที่หล่อหลอมให้เธอกลายเป็น ‘โซ่ข้อกลาง’ ที่เชื่อมโยงโลกธุรกิจภายในประเทศกับต่างประเทศอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการทำงานในแวดวงเทคโนโลยีหลายต่อหลายครั้ง ส่งผลให้ภาพจำของแชนนอนคือผู้บุกเบิกและผู้นำกระแส (early adopter) ที่กล้าทดลองใช้นวัตกรรม สินค้า หรือบริการใหม่ๆ ก่อนใคร เมื่อร้อยเรียงทุกเศษเสี้ยวของประสบการณ์เข้าด้วยกัน ทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวในอดีต ล้วนเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ประกอบสร้างตัวตนอันโดดเด่นในฐานะ ‘นักสร้างธุรกิจ’ จนส่งผลให้เธอได้รับรางวัล United Nations Women's Leadership Award 2020 ในประเทศไทย และยกระดับ The CrestHaus ให้เป็นแพลตฟอร์มเพื่อผู้หญิงในระดับภูมิภาคได้สำเร็จ
“ตั้งแต่เด็กๆ มักมีคนบอกว่าแชนเป็นคน ‘แปลก’” เธอหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเมื่อนึกถึงความชอบในการทำสิ่งต่างๆ แตกต่างจากคนอื่น “คนชอบพูดบ่อยมากว่าเราทำอะไรไม่เหมือนชาวบ้าน พูดอะไรก็ไม่ค่อยเหมือน แต่งตัวก็ไม่ค่อยเหมือนใคร” ทว่า ความ ‘แปลก’ หรือความไม่ดำเนินตามขนบแบบเดิมๆ นั้น ไม่ได้ทำให้เธอถูกปฏิเสธ ในทางตรงกันข้าม มันกลับกลายเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่ทำให้ผู้คนจดจำเธอได้อย่างแม่นยำ และในโลกแห่งการสร้างเครือข่าย ความแตกต่างนี้เองได้แปรสภาพเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดของเธอ
ปักหมุดคุณค่าผ่านสายสัมพันธ์
ในช่วงท้ายของการสนทนา แชนนอนได้สะท้อนมุมมองที่ฟังดูเป็นปรัชญา ทว่ากลั่นกรองมาจากประสบการณ์ที่ผ่านการลงมือทำจริง เธอเล่าว่า โอกาสในการได้เข้าร่วมงานเสวนาระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Fortune's Most Powerful Women, SuperReturn, เวทีประชุมระดับสหประชาชาติ หรือที่เมืองดาวอส (Davos) จุดประสงค์ที่แท้จริงไม่ใช่เพียงแค่การออกไปเสาะแสวงหาโอกาสทางธุรกิจแบบฉาบฉวย หากแต่คือการได้พบเจอผู้คนที่มี ‘คลื่นความถี่ทางความคิด’ (wavelength) เดียวกัน และเมื่อคนเหล่านั้นได้มาบรรจบกัน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่เรื่องของผลประโยชน์ทางธุรกิจ แต่คือการก่อเกิด ‘ความไว้วางใจ’ (trust) ซึ่งกันและกัน
“การสร้างความสัมพันธ์ไม่ได้หมายความว่าเมื่อเจอกันครั้งแรกแล้วจะต้องมีดีลธุรกิจร่วมกันในทันที แต่คือการที่เราได้พบคนที่มี ‘โลกทัศน์’ (worldview mindset) ตรงกัน แล้วความไว้วางใจจะตามมาเองอย่างเป็นธรรมชาติ” และเมื่อความเชื่อมั่นฝังรากลึก ดีลธุรกิจเหล่านั้นย่อมเกิดขึ้นเองโดยปริยาย โดยไม่จำเป็นต้องออกไปวิ่งไล่ล่า แต่ข้อตกลงและโอกาสที่ดีจะเดินเข้ามาหาตัวเราเอง

Above แชนนอนกับเครือข่ายเสริมพลังสตรี (ภาพ: Shannon Kalayanamitr)
ก่อนจบการสนทนา เธอยังได้ฝากคำแนะนำสั้นๆ ที่ทรงพลัง สำหรับผู้ที่ต้องเริ่มต้นสร้างเครือข่ายจากศูนย์ไว้สามข้อ
1. กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน: ตอบตัวเองให้แน่ชัดว่าความต้องการและจุดประสงค์ที่แท้จริงคืออะไร เครือข่ายแบบไหนที่กำลังมองหา เนื่องจากเครือข่ายทางธุรกิจ เครือข่ายเพื่อการพัฒนาตนเอง หรือเครือข่ายทางสังคม ล้วนมีกลยุทธ์และวิธีการสร้างที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
2. มองหาแพลตฟอร์มที่มีค่านิยมตรงกัน: เสาะหากลุ่มคนที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณ เพราะขนาดของเครือข่ายไม่ใช่เรื่องสำคัญ ทว่าความสอดคล้องทางคุณค่าและเป้าหมายต่างหากคือหัวใจหลัก
3. ก้าวเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง: ในเรื่องนี้แชนนอนได้เอ่ยอย่างตรงไปตรงมาว่า คนที่เลือกจะนั่งรออยู่แต่ในบ้านย่อมไม่มีวันสร้างเครือข่ายสำเร็จ “คุณต้องกล้าที่จะเปิดรับการลองผิดลองถูก กล้าที่จะแตกต่าง และอย่าได้หวาดกลัวที่จะริเริ่มสร้างสายสัมพันธ์ใหม่ๆ” หากก้าวเข้าไปแล้วพบว่ากลุ่มนั้นไม่เหมาะสมกับเรา ก็เพียงแค่ถอยออกมาแล้วออกเดินทางตามหากลุ่มใหม่ต่อไป

Above แชนนอนในวันนี้มองตัวเองเป็น ‘ผู้จัดวางกลยุทธ์และเครื่องขยายสัญญาณ’ (ภาพ: Shannon Kalayanamitr)
‘ความจริงแท้’ ของเครือข่าย
ในฐานะ ‘The Deal Alchemist’ แชนนอนได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เมื่อเราครอบครองทั้งเครือข่าย เงินทุน และความน่าเชื่อถือที่แข็งแกร่ง ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมก้าวข้ามคำว่าธุรกรรม (transaction) ไปสู่การสร้าง ‘สายสัมพันธ์’ (relationship) อันแน่นแฟ้น ที่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นมูลค่ามหาศาลและสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกให้แก่สังคมไปพร้อมๆ กัน
ทว่า ภายใต้ปรัชญาอันน่าเลื่อมใสนี้ ยังคงแฝงไว้ด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนอย่างงดงาม เพราะแชนนอนตระหนักดีว่า ตัวเธอในวันนี้คือผลผลิตจากเครือข่ายของเธอเช่นกัน บุคคลรอบข้างที่คอยหล่อหลอมเธอ ไม่ว่าจะเป็นเหล่าเมนเทอร์ เพื่อนร่วมงาน หรือผู้ประกอบการที่เธอเคยช่วยขับเคลื่อนเสียงของพวกเขา ล้วนเป็นส่วนหนึ่งที่ไม่อาจแยกขาดจากตัวตนของเธอได้เลย
“แชนจะเก่งได้เท่ากับคนรอบข้างแชนเท่านั้นค่ะ” เธอสะท้อนทัศนคติ “เครือข่ายของแชนไม่ได้มีหน้าที่แค่ช่วยแชนสร้างสิ่งต่างๆ แต่เครือข่ายเหล่านั้นคือผู้สร้างตัวแชนขึ้นมา และแชนคิดว่านี่คือสัจธรรมที่แท้จริงของเครือข่าย เราไม่ได้สร้างคุณค่าเพียงลำพัง แต่เราสร้างมันขึ้นมาร่วมกัน หากไม่มีพวกเขา แชนก็ไม่มีอะไรเลย มีเพียงการจับมือร่วมกันเท่านั้น เราจึงจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่มีคุณค่าอย่างแท้จริงได้”

Above แชนนอนและบุตรสาวฝาแฝดที่เธอมักแบ่งปันเรื่องราวความน่ารักและบทเรียนการสร้างสมดุลระหว่างการทำงานกับการเป็นคุณแม่ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียส่วนตัวอยู่เสมอ (ภาพ: Shannon Kalayanamitr)
เครือข่ายของแชนคือผู้สร้างตัวแชนขึ้นมา เราไม่ได้สร้างคุณค่าเพียงลำพัง ทว่าเราสร้างมันขึ้นมาร่วมกัน มีเพียงการจับมือร่วมกันเท่านั้น เราจึงจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่มีคุณค่าอย่างแท้จริงได้
Topics







