Midori Monet (ภาพ: Worapon Teerawatvijit / Tatler Thailand)
Cover Midori Monet ผู้คว้ามงกุฎ Miss International Queen 2025 ด้วยหัวใจที่รู้คุณค่าแห่งตน (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Midori Monet (ภาพ: Worapon Teerawatvijit / Tatler Thailand)

ภายใต้แสงสปอตไลต์บนเวทีโรงละครทิฟฟานี่ โชว์ พัทยา จ.ชลบุรี ท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ดังกึกก้อง รัศมีแห่งความงามที่แท้จริงกำลังเปล่งประกาย นี่ไม่ใช่เพียงความสวยงามที่ตาเห็น หากคือพลังแห่งความกล้าหาญที่หลอมรวมกับศักดิ์ศรี และชัยชนะที่มากกว่าการคว้ามงกุฎสาวงาม แต่คือการหยั่งรากลึกจากความรักที่มอบให้ตัวเองของ Midori Monet

Midori Monet สตรีข้ามเพศผู้สง่างามจากสหรัฐอเมริกา ได้รับเสียงปรบมือกึกก้อง หลังการประกาศว่าเธอคือผู้คว้ามงกุฎ Miss International Queen 2025 ซึ่งไม่เพียงชัยชนะในฐานะ “ราชินีบนเวที” แต่ยังเป็นเสียงแห่งการปลดปล่อย เสียงที่กล้าประกาศว่า ผู้หญิงทุกคนสมควรได้รับความรักและการยอมรับ โดยเฉพาะจากตัวเองเป็นอันดับแรก และเธอก็ได้อุทิศชัยชนะให้กับ “ผู้หญิงที่กล้าหาญในการก้าวข้ามข้อจำกัด” ผู้หญิงที่ต่อสู้กับความรู้สึกด้อยคุณค่าและถูกมองข้าม

“อย่าละทิ้งตัวเองเป็นอันขาด จงรักตัวเองเสมอ แม้จะต้องยืนหยัดอยู่เพียงลำพัง”

คำพูดนี้ไม่ได้มาจากหนังสือสอนใจ หากกลั่นออกมาจากประสบการณ์จริง จากวันเวลาที่เธอต้องสร้างรากฐานของความมั่นใจด้วยมือตัวเอง ท่ามกลางเสียงตำหนิที่ดังกว่าเสียงปรบมือ และโลกที่ยังไม่ใจดีเสมอไป

อ่านเพิ่มเติม: Miss International Queen 2025: Midori Monet จาก USA สวยสะกดทุกสายตา

Tatler Asia
Midori Monet (ภาพ: Worapon Teerawatvijit / Tatler Thailand)
Above Midori Monet สตรีข้ามเพศผู้สง่างามจากสหรัฐอเมริกา (ภาพ: Worapon Teerawatvijit / Tatler Thailand)
Midori Monet (ภาพ: Worapon Teerawatvijit / Tatler Thailand)

ความงดงามต้องเริ่มจาก “หัวใจที่รู้คุณค่าแห่งตน”

Midori เผยว่าเธอเคยต้องเผชิญกับวัยเยาว์ที่ยากลำบาก ซึ่งเกิดจากการขาดความเข้าใจและการยอมรับจากครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากคำกล่าวของบิดาที่มักกัดกร่อนความมั่นใจของเธอในช่วงวัยที่เปราะบาง ซึ่งส่งผลกระทบทางความรู้สึกอย่างรุนแรงต่อคำว่า “คุณค่าในตนเอง”

จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตมาถึงเมื่อเธอตัดสินใจที่จะให้ความสำคัญกับเส้นทางของตัวเองเป็นอันดับแรก โดยไม่จำเป็นต้องรอการสนับสนุนจากครอบครัว “มีช่วงเวลาหนึ่งที่ฉันตัดสินใจว่า ‘ในเมื่อพ่อแม่ไม่สนับสนุน แต่นี่คือชีวิตของฉัน’ การตัดสินใจครั้งนั้นปลดปล่อยฉัน ฉันเริ่มนิยามตัวเองด้วยตัวเอง”

และแล้วความประหลาดใจครั้งยิ่งใหญ่ก็มาพร้อมมงกุฎแรกของเธอ Miss International Queen USA เมื่อบิดาได้เปิดเผยความจริงที่ซ่อนอยู่ว่า คำวิพากษ์วิจารณ์ที่รุนแรงเหล่านั้น แท้จริงแล้วมันคือ “ความรักที่แข็งแกร่ง” (tough love) เพื่อสร้าง “เกราะที่แน่นหนา” (thick skin) ให้เธอพร้อมรับมือกับโลกภายนอกที่อาจจะไม่ได้ใจดีกับคนข้ามเพศ

บทเรียนที่เธอมอบให้โลกจึงชัดเจนและทรงพลัง “อย่ายอมแพ้ต่อตัวเอง รักตัวเองเสมอ แม้คุณจะเป็นคนเดียวในห้องที่รักตัวเอง นั่นก็เพียงพอแล้ว”

อย่ายอมแพ้ต่อตัวเอง รักตัวเองเสมอ แม้คุณจะเป็นคนเดียวในห้องที่รักตัวเอง

- Midori Monet -

ทลายกำแพงมาตรฐานความงามของสตรีผิวสี

ในฐานะสตรีผิวสีข้ามเพศ Midori ต้องเผชิญหน้ากับ “Misogynoir” ที่เป็นคำผสมระหว่าง misogyny (ทัศนคติที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้หญิงจากผู้ชาย) และ noir (ภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า สีดำ) ซึ่งนับเป็นการบรรจบกันของความชิงชังในตัวผู้หญิงและการเหยียดเชื้อชาตินั้น สร้างภาระซ้อนทับที่บีบคั้นให้เธอต้องพิสูจน์คุณค่าของตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“Misogynoir ยังคงมีอยู่” เธอพูดอย่างมั่นใจ “มันคือกรอบความคิดที่บอกว่าผู้หญิงผิวสี ‘แข็งกระด้าง หยาบกร้าน’ ทำให้เกิดความเชื่อว่าเราไม่มีสิทธิ์ที่จะอ่อนโยน อ่อนไหว หรืออบอุ่น” การครองมงกุฎ Miss International Queen 2025 ของเธอจึงไม่ใช่เพียงชัยชนะส่วนตัว แต่เป็นการทลายกำแพงแก้วสำหรับสตรีผิวสีทั่วโลก มันเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า “คุณได้รับอนุญาตให้เป็นคุณ และมีสิทธิ์ที่จะเฉลิมฉลองช่วงเวลาของคุณเอง แม้จะไม่มีใครร่วมฉลองให้คุณก็ตาม”

และสำหรับ Midori แก่นแท้ของความงามที่เธออยากให้สตรีผิวสีร่วมกันเฉลิมฉลองก็คือ “การเป็นในแบบที่คุณเป็นอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องถูกบีบด้วยภาพจำหรือกรอบใดๆ”

Tatler Asia
Midori Monet ขณะกำลังรับมงกุฎและสายสะพาย Miss International Queen 2025 จาก Catalina Marsano, Miss International Queen 2024 (ภาพ: Official Miss International Queen 2025)
Above Midori Monet ขณะกำลังเตรียมรับมงกุฎและสายสะพาย Miss International Queen 2025 จาก Catalina Marsano, Miss International Queen 2024 (ภาพ: Official Miss International Queen 2025)
Midori Monet ขณะกำลังรับมงกุฎและสายสะพาย Miss International Queen 2025 จาก Catalina Marsano, Miss International Queen 2024 (ภาพ: Official Miss International Queen 2025)

Beyond Beauty: ความงามที่ก้าวข้ามทุกคำนิยาม

การประกวด Miss International Queen ในปีนี้ ได้นำเสนอแนวคิดภายใต้ธีม “Beyond Beauty, Open Possibilities” (เหนือกว่าความงาม เปิดกว้างทุกความเป็นไปได้) ภาพของ Midori ที่ก้าวเดินอย่างสง่างามโดยมีมงกุฎระยิบระยับบนศีรษะ จึงกล่าวได้ว่ามันคือการเปล่งพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงที่เธอต้องการสื่อสารที่เธอเชื่อว่า โลกต้องมองสตรีข้ามเพศให้ไกลกว่าคำว่า “สวย” หรือ “เดินดี”

“ผู้หญิงข้ามเพศไม่ใช่วัตถุให้มองหรือประสบการณ์ชั่วคืน แต่เราคือส่วนหนึ่งของสังคมในทุกบทบาท เราคือแม่ พี่สาว น้องสาว ลูกสาว เพื่อน ของใครสักคน และเรายังเป็นหมอ ผู้เยียวยา หรือกระทั่งผู้นำทางจิตวิญญาณ เหนือสิ่งอื่นใด เรามี ‘เสียง’ ที่จะใช้เพื่อสิทธิ์ของเราและชุมชน”

นอกจากนี้ในอีกห้าปีข้างหน้า เธอยังตั้งความหวังที่จะเห็นการยอมรับที่ก้าวไกลขึ้น พร้อมบทบาทของเวทีระดับโลกที่ไม่เพียงคัดเลือก “ผู้หญิงที่สวยที่สุด” แต่ยกย่อง “ผู้หญิงที่มีสารที่จะบอกเล่าและสร้างผลกระทบเชิงบวก” ไปพร้อมกัน

อ่านเพิ่มเติม: “มิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2025” สัมผัสเสน่ห์ล้านนา ยกระดับ Soft Power ไทย สู่สายตาโลก

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 5 Midori Monet ในค่ำคืนวันที่ 20 กันยายน ของการประกวด Miss International Queen 2025 รอบสุดท้าย ที่โรงละครทิฟฟานี่ โชว์ พัทยา จ.ชลบุรี (ภาพ: Official Miss International Queen 2025)
Photo 2 of 5 Midori Monet ในค่ำคืนวันที่ 20 กันยายน ของการประกวด Miss International Queen 2025 รอบสุดท้าย ที่โรงละครทิฟฟานี่ โชว์ พัทยา จ.ชลบุรี (ภาพ: Official Miss International Queen 2025)
Photo 3 of 5 Midori Monet ในค่ำคืนวันที่ 20 กันยายน ของการประกวด Miss International Queen 2025 รอบสุดท้าย ที่โรงละครทิฟฟานี่ โชว์ พัทยา จ.ชลบุรี (ภาพ: Official Miss International Queen 2025)
Photo 4 of 5 Midori Monet กับการแต่งกายชุดล้านนาร่วมสมัยในรอบ MIQ 2025 Gala Night: Culture & Couture in Chiang Mai (ภาพ: Official Miss International Queen 2025)
Photo 5 of 5 Midori Monet ระหว่างร่วมกิจกรรมกับผู้เข้าประกวด Miss International Queen 2025 ที่เชียงใหม่ (ภาพ: Official Miss International Queen 2025)
Midori Monet ในค่ำคืนวันที่ 20 กันยายน ของการประกวด Miss International Queen 2025 รอบสุดท้าย ที่โรงละครทิฟฟานี่ โชว์ พัทยา จ.ชลบุรี (ภาพ: Official Miss International Queen 2025)
Midori Monet ในค่ำคืนวันที่ 20 กันยายน ของการประกวด Miss International Queen 2025 รอบสุดท้าย ที่โรงละครทิฟฟานี่ โชว์ พัทยา จ.ชลบุรี (ภาพ: Official Miss International Queen 2025)
Midori Monet ในค่ำคืนวันที่ 20 กันยายน ของการประกวด Miss International Queen 2025 รอบสุดท้าย ที่โรงละครทิฟฟานี่ โชว์ พัทยา จ.ชลบุรี (ภาพ: Official Miss International Queen 2025)
Midori Monet กับการแต่งกายชุดล้านนาร่วมสมัยในรอบ MIQ 2025 Gala Night: Culture & Couture in Chiang Mai (ภาพ: Official Miss International Queen 2025)
Midori Monet ระหว่างร่วมกิจกรรมกับผู้เข้าประกวด Miss International Queen 2025 (ภาพ: Official Miss International Queen 2025)

บทเรียนสองวัฒนธรรม

การมาคว้ามงกุฎในประเทศไทยยังช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้กับ Midori เธอยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าสหรัฐอเมริกามีกฎหมายที่ก้าวหน้าในหลายด้าน แต่สังคมยังคงมีการต่อต้านโดยเฉพาะต่อผู้หญิงข้ามเพศผิวสี ขณะที่ประเทศไทยนั้น แม้กฎหมายบางฉบับอาจยังไม่ทันสมัย แต่ผู้คนกลับมี “ความเข้าใจว่าเราทุกคนล้วนเป็นมนุษย์” ที่ลึกซึ้งกว่า

“ที่ประเทศไทย ฉันสัมผัสได้ถึงความเป็นชุมชน เข้าไปร้านอาหารก็เหมือนเข้าไปในบ้านของใครสักคน นี่คือบทเรียนที่โลกตะวันตกควรรับรู้ ว่าเหนือกว่าตัวบทกฎหมายคือวิธีที่เราปฏิบัติต่อกันในฐานะมนุษย์” เธอยังเชื่อว่าเวทีในเมืองไทยสามารถส่งสารไปยังโลกตะวันตกได้อย่างทรงพลัง นั่นคือ สิทธิของคนข้ามเพศคือสิทธิมนุษยชน เพราะคนข้ามเพศก็คือมนุษย์เช่นเดียวกัน

มันไม่มีอะไรเป็นพิเศษเลย แนวคิดเรียบง่ายมากว่า คนข้ามเพศก็คือคน พวกเขาแสดงออกทางเพศสภาพต่างกัน แต่เราไม่ควรทำให้การปฏิบัติแตกต่างกัน

- Midori Monet -

ความล้มเหลวเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ

ก่อนจะเป็น Midori Monet ในวันนี้ เธอก็เคยล้มเหลวมาก่อน เพราะครั้งหนึ่งขณะที่ยืนอยู่บนเวทีการประกวด Miss Washington USA แม้จะเข้าไปอยู่ในรอบลึก แต่ก็ไปไม่ถึงมงกุฎ ด้วยเสียงกระซิบภายในที่บอกว่า “เธอเป็นผู้หญิงข้ามเพศคนเดียวบนเวทีนี้ เธอไม่ควรอยู่ตรงนี้เลย”

กระนั้น “ความล้มเหลว” กลับเป็นครูผู้ใจดี เพราะต่อมาไม่นานนักเธอก็ได้รับเชิญไปสู่เวทีการประกวด Miss International Queen USA และครั้งนี้ เธอตัดสินใจแล้วว่าจะไม่เป็นศัตรูของตัวเองอีกต่อไป

“ถ้าครั้งหนึ่งฉันเคยเป็นศัตรูตัวเอง ตอนนี้ฉันจะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของตัวเอง และฉันก็ชนะ” เธอยิ้มอย่างภาคภูมิใจ

เด็กหญิงในกระจก และศิลปะแห่งการมโนภาพ

หลังการเป็นผู้คว้ามงกุฎ Miss International Queen USA, Midori Monet ได้ออกหนังสือมาเล่มหนึ่งในชื่อว่า Mirror, Mirror (กระจกเอ๋ย กระจกวิเศษ) ซึ่งเป็นบันทึกความทรงจำและคู่มือการรักตัวเองและการมโนภาพ (Manifestation) ที่อ้างอิงจากเรื่องราวชีวิตส่วนตัวและการเดินทางบนเวทีประกวดของเธอ

หนังสือเล่มนี้เริ่มต้นจากการเป็นบทสัมภาษณ์ส่วนตัว หลังจากชนะตำแหน่ง Miss International Queen USA ซึ่งต่อมาเธอได้ขยายเนื้อหาให้กลายเป็นอัตชีวประวัติ ครอบคลุมเรื่องราวตั้งแต่การที่เธอได้ก้าวมาเป็นผู้หญิงอย่างที่เป็นอยู่ในวันนี้ รวมถึงการค้นพบความมั่นใจในตัวเอง และการเรียนรู้ที่จะรักตัวเอง

Tatler Asia
Midori Monet กับผลงานของเธอ “Mirror, Mirror” ที่เล่นกับแนวคิดของการมองเห็นภาพสะท้อนของ “ตัวคุณในเวอร์ชันที่สมบูรณ์” (ภาพ: instagram / missinternationalqueen)
Above Midori Monet กับผลงานของเธอ “Mirror, Mirror” ที่เล่นกับแนวคิดการมองเห็นภาพสะท้อนของ “ตัวคุณในเวอร์ชั่นที่สมบูรณ์” (ภาพ: instagram / missinternationalqueen)
Midori Monet กับผลงานของเธอ “Mirror, Mirror” ที่เล่นกับแนวคิดของการมองเห็นภาพสะท้อนของ “ตัวคุณในเวอร์ชันที่สมบูรณ์” (ภาพ: instagram / missinternationalqueen)

Midori เล่าว่า ความหมายของชื่อหนังสือเล่มนี้เล่นกับแนวคิดการมองเห็นภาพสะท้อนของ “ตัวคุณในเวอร์ชั่นที่สมบูรณ์” หรือ “เวอร์ชั่นเต็ม” ในกระจก แม้คนอื่นจะยังมองไม่เห็นก็ตาม เธอสนับสนุนให้ผู้อ่านเชื่อในเวอร์ชั่นที่ดีกว่านั้นและเติบโตไปสู่การเป็นคนนั้น

และหนึ่งในสาระสำคัญที่เธอแบ่งปันคือ “ศิลปะแห่งการมโนภาพ” (manifestation) นับตั้งแต่การเขียนเป้าหมายลงกระดาษ ไปจนถึงการพูด การเดิน การแต่งกาย และการดำเนินชีวิตที่สามารถนำไปสู่การบรรลุความฝันนั้นๆ อย่างเช่นการคว้ามงกุฎ Miss International Queen 2025 ที่ประเทศไทย ซึ่งก่อนจะได้สวมมงกุฎจริงๆ เธอได้ปฏิบัติตนและดำเนินชีวิตอย่าง “Queen” ราวกับว่าเธอได้รับมันมาแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการคิดอย่างตั้งใจเช่นนี้ สามารถนำไปสู่การบรรลุความฝันได้อย่างไร

“ฉันถึงกับเคลียร์พื้นที่ในตู้ถ้วยรางวัลไว้สำหรับมงกุฎนี้ก่อนจะเดินทางมาประกวดที่เมืองไทยเสียอีก และฉันก็เห็นตัวเองกลับบ้านไปพร้อมมงกุฎ” เพราะเมื่อคุณเขียน “นิมิต” ให้ชัดเจน แล้วใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับมัน “จักรวาลจะยิ้มตอบ”

เธอยังได้เล่าย้อนถึงวัยเด็กที่ “รู้” เสมอว่าตัวเองคือใคร เพียงแต่ยังไม่มีคำอธิบาย ชุดทักซิโด้ไม่เคยปรากฏในฝันของวันแต่งงาน มีแต่ชุดเดรสที่พลิ้วไหว นี่คือความจริงของเธอตั้งแต่เริ่มต้น ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่เธอต้องการจึงไม่ใช่ “การอนุญาต” หากเป็น “ภาษาและพื้นที่” ที่จะซื่อสัตย์กับตัวเอง

ต้นไม้แห่งศักดิ์ศรี

Midori Monet ยังเปิดเผยถึงชื่อของตัวเองด้วย โดยชื่อ “Midori” แปลว่า สีเขียว มาจากคุณยายชาวญี่ปุ่นที่เป็นคนตั้งให้ เพราะ “เมื่อมองเธอ ฉัน (คุณยาย) เห็นสีเขียว เห็นธรรมชาติ เห็นความสงบ เห็นความอุดมสมบูรณ์” ส่วน “Monet” เธอบอกว่ามาจากแรงบันดาลใจจากสองบุคคล ได้แก่ Janelle Monáe นักดนตรีที่เป็นผู้สร้างเทรนด์แหวกขนบทางเพศ (gender-breaking trendsetter) และ Claude Monet จิตรกรผู้ให้กำเนิดศิลปะอิมเพรสชั่นนิสม์ชาวฝรั่งเศส ซึ่งชื่อทั้งสองฝั่งคือการประสานของศิลปะ ตัวตน และการทลายกรอบ

ทว่าหากครอบครัวเปรียบได้กับต้นไม้ “family tree” ในครอบครัวของเธอกลับพบบาดแผลทั้งสองด้าน คุณยายถูกพรากจากญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองและไปเติบโตที่สหรัฐอเมริกา ขณะที่คุณปู่คุณย่าถูกสังหารจากอาชญากรรมแห่งความเกลียดชัง ประวัติศาสตร์ครอบครัวในส่วนนี้จึงขาดช่วงไป แต่ตอนนี้เราเชื่อว่า การยืนหยัดอย่างสง่างามของ Midori ในวันนี้ ก็คือการต่อยอดสาแหรกครอบครัวด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

ปรัชญาแห่งความรักจากแก้วน้ำที่เต็มจนล้น

เมื่อถามถึงความสำคัญของความรัก Midori ได้เปรียบเปรยอย่างงดงาม ทั้งการรักตัวเองและการรักผู้อื่น

“ทุกครั้งที่คิดเชิงลบ ฉันจะถามว่า ‘เด็กหญิงห้าขวบในตัวฉันจะชอบที่ฉันพูดแบบนี้ไหม’ ดังนั้น จงใจดีกับตัวเอง เหมือนที่คุณจะใจดีกับเด็กคนหนึ่งข้างถนน”

และสำหรับความรักที่จะมอบให้ผู้อื่น เธอทิ้งท้ายด้วยอุปมาอันไพเราะ “ลองนึกถึงแก้วน้ำ ถ้าฉันเทน้ำหยดสุดท้ายเพื่อเติมให้แก้วอื่น แก้วฉันก็ว่างเปล่า คอฉันก็จะแห้งผาก แต่ถ้ามีน้ำเติมอยู่ตลอดเวลา นั่นคือการรักตัวเองอย่างสม่ำเสมอ และส่วนที่ล้นออกมาก็คือความรักที่ฉันมอบให้ผู้อื่น”

เมื่อคุณยิ้มให้จักรวาล

ตลอดการสนทนา Midori มักหยิบยกคำว่า “manifest” มาพูดถึงบ่อยครั้ง และเธอไม่เคยซ่อนความเชื่อในพลังของการมโนภาพและความรักตนเอง เธอเขียนมันลงกระดาษ เดินไปตามถ้อยคำของตัวเอง และท้ายที่สุด จักรวาลก็ยิ้มตอบ

“คุณทำได้ทุกอย่างตามที่คุณตั้งใจ ถ้าบอกตัวเองว่าทำไม่ได้ คุณก็จะทำไม่ได้ แต่ถ้าบอกตัวเองว่าทำได้ คุณจะมีพลังที่จะไปต่อ เมื่อคุณยิ้มให้จักรวาล จักรวาลก็จะยิ้มกลับ”

มาถึงตรงนี้ เราจึงเชื่อมั่นอย่างแท้จริงว่า ความงามไม่ใช่ประกายบนผิวหน้า หากเป็นแสงที่ส่องจากภายใน จากความกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง จากความรักที่เริ่มต้นในแก้วใบเล็กๆ ของเราเอง ก่อนจะล้นออกไปสู่โลกทั้งใบ

นี่เองจึงเป็นเหตุผลที่มงกุฎเกียรติยศของ Midori Monet ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องประดับ แต่มันคือสัญลักษณ์แห่งการปลดปล่อย เป็นคำประกาศว่าทุกคนสมควรได้รับความรัก ความเคารพ และโอกาสที่จะเปล่งประกาย… ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ไม่ว่าจะเป็นใคร

และสำหรับผู้ที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจ ขอให้เริ่มที่การเติมแก้วน้ำของตัวเอง แล้วรอดูความมหัศจรรย์ที่จะเกิดขึ้นอย่างที่คุณอาจแทบไม่เชื่อสายตา

คุณทำได้ทุกอย่างตามที่คุณตั้งใจ ถ้าบอกตัวเองว่าทำไม่ได้ คุณก็จะทำไม่ได้ แต่ถ้าบอกตัวเองว่าทำได้ คุณจะมีพลังที่จะไปต่อ เมื่อคุณยิ้มให้จักรวาล จักรวาลก็จะยิ้มกลับ

- Midori Monet -

Topics

Usanisa Wongmongkolrit
Assistant Editor, Power & Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

อุษณิษา ว่องมงคลฤทธิ์ ผู้ดูแลเนื้อหาด้านการเงิน การลงทุน และการบริหารจัดการสินทรัพย์ พร้อมขยายพรมแดนความมั่งคั่งไปยังพื้นที่แห่งความสุข เช่น การดูหนัง ฟังเพลง หรืออ่านหนังสือ ด้วยความเชื่อว่าความรื่นรมย์อยู่ในทุกช่วงจังหวะของชีวิต และสามารถสร้างพลังงานใหม่ๆ ให้กับผู้คนได้ไม่สิ้นสุด