มิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2025 กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ โดยปีนี้ 23 สาวงามจากทั่วโลกได้เดินทางมาเก็บตัวที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมไฮไลต์ “ชุดล้านนาร่วมสมัย” ตอกย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่น่าประทับใจในระดับโลก
เวทีประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2025 (Miss International Queen 2025) เริ่มต้นขึ้นแล้ว ภายใต้ธีม “Beyond Beauty, Open Possibilities” พร้อมกับความชุ่มฉ่ำในช่วงปลายฤดูฝน และเพื่อให้เหล่าสาวงามผู้เข้าประกวดจาก 23 ประเทศทั่วโลก ได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศและความงดงามของประเทศไทยแบบไม่รู้ลืม ในปีนี้กองประกวดจึงยกทัพขึ้นเหนือไปยังจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อจัดกิจกรรมต้อนรับและเก็บตัวนางงามเป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 9-11 ก.ย. 2568
อ่านเพิ่มเติม: สรุปผลรางวัลสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 33 หลานม่า-วิมานหนาม สองภาพยนตร์คุณภาพจาก GDH คว้า 14 รางวัล
อลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน ประธานคณะกรรมการจัดการกองประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2025 กล่าวว่า เวทีมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีนเป็นหัวใจสำคัญในการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าประกวดได้แสดงศักยภาพอย่างไร้ขีดจำกัด และเป็นพลังขับเคลื่อนความเข้าใจและความเท่าเทียมในสังคม การจัดกิจกรรมที่เชียงใหม่ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความประทับใจให้ผู้เข้าประกวด แต่ยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในฐานะเมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

Above อลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน ประธานคณะกรรมการจัดการกองประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2025 (ภาพ: ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา)
ทางด้านวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับผู้เข้าประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2025 อย่างอบอุ่น พร้อมแสดงศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม และการบริการอันเป็นเลิศ โดยเชียงใหม่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่ดีที่สุดในเอเชียในปี 2025 การต้อนรับครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีในการประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ให้ผู้คนทั่วโลกได้รู้จักในฐานะเมืองที่พร้อมโอบรับความหลากหลาย

Above วีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ (ภาพ: ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา)
กิจกรรมหลากหลาย สะท้อนเสน่ห์ล้านนา
ตลอดการเก็บตัว ผู้เข้าประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2025 ได้ร่วมกิจกรรมที่สะท้อนมนต์เสน่ห์ล้านนาในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ผ่านกิจกรรม “To The Nature’s Embrace” ที่พาผู้เข้าประกวดได้สัมผัสความงามของป่าเขาและวิถีชีวิตที่กลมกลืนกับธรรมชาติ เช่น การทำสบู่สมุนไพร การอาบน้ำและเรียนรู้การทำดินโป่งให้ช้าง การนวดไทย และเรียนโยคะท่ามกลางธรรมชาติ กิจกรรมเชิงวัฒนธรรมและพิธีการ “Chiang Mai Welcomes MIQ 2025” ที่ผู้เข้าประกวดนั่งรถสามล้อโบราณไปทำบุญที่วัดเจดีย์หลวง และถ่ายภาพที่ประตูท่าแพ และกิจกรรมเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น “To The Art Of Lanna Legacy” ผ่านเวิร์กช็อปต่างๆ เช่น การแกะสลักไม้ที่ชุมชนบ้านถวาย การทำร่มที่บ่อสร้าง การทอผ้าไหมที่ Thai Silk Village การทำเครื่องดุนโลหะที่วัดศรีสุพรรณ รวมถึงการเยี่ยมชมวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยงคอยาว ซึ่งสะท้อนความหลากหลายทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรมของเชียงใหม่
อ่านเพิ่มเติม: 48 ชั่วโมงในเชียงใหม่ หลากกิจกรรมกับหลายมุมมองที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในเมืองน่ารักแห่งนี้
“ชุดล้านนาร่วมสมัย” ตอกย้ำ Soft Power ไทย สู่สายตาโลก
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการเก็บตัวผู้เข้าประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีนครั้งนี้คืองาน “MIQ 2025 Gala Night: Culture & Couture in Chiang Mai” ณ โรงแรมอนันตรา เชียงใหม่ ซึ่งผู้เข้าประกวดได้สวมใส่ “ชุดล้านนาร่วมสมัย” อวดโฉมบนเวทีแฟชั่นโชว์ “The Lanna Queen’s Garden” ที่ได้รับการออกแบบโดยอาจารย์ส้มโอ หิรัญกฤษฏิ์ ภัทรบริบูรณ์กุล ดีไซเนอร์ไทยมากความสามารถ ผู้ถ่ายทอดความงดงามของผ้าซิ่นล้านนาผ่านเทคนิคการเดรปปิ้งแบบตะวันตกที่เรียกว่า “มู่หล่า” (Moulage) เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่ผสมผสานระหว่าง “traditional” และ “contemporary” ได้อย่างลงตัว โดยมีแนวคิดสำคัญคือ “east meets west”

Above อาจารย์ส้มโอ หิรัญกฤษฏิ์ ภัทรบริบูรณ์กุล ผู้ออกแบบ “ชุดล้านนาร่วมสมัย” (ภาพ: ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา)
อาจารย์ส้มโอเล่าว่า การออกแบบสำหรับการประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีนในครั้งนี้ตั้งใจนำเสนอความหลากหลายของผ้าซิ่นล้านนาให้ชาวต่างชาติได้เห็น ทั้งผ้าซิ่นราชสำนัก ผ้าซิ่นเชียงแสน ผ้าซิ่นเมืองเงิน ผ้าซิ่นชาวไทยภูเขา และผ้าซิ่นแบบผ้าแพรจีน โดยใช้เทคนิคการพันผ้าบริเวณหน้าอก ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการแต่งกายที่มีความคล้ายคลึงกับชาวตะวันตกตั้งแต่ยุคกรีกโรมัน และประดับเครื่องศีรษะ โดยนำเอาวิธีการติดดอกไม้ของทางเหนือที่เป็น traditional มาผสมผสาน เพื่อสื่อถึงล้านนาการ์เด้นอันหมายถึงวัฒนธรรมล้านนา ซึ่งเครื่องศีรษะดอกไม้ก็เปรียบเสมือนเป็นมงกุฎของผู้เข้าประกวดแต่ละคน
“ในการเลือกผ้าซิ่น ผ้าพันหน้าอก และเครื่องหัวดอกไม้นั้น เราไม่ได้ยึดโยงหรือกำหนดว่าต้องเป็นผ้าซิ่นกลุ่มเดียวกัน แบบหรือลวดลายที่เข้ากัน เพื่อให้เกิดความแปลกใหม่ และโชว์ให้เห็นว่าผ้าซิ่นราชสำนักก็สามารถสวมใส่กับผ้าชาวเขาได้อย่างลงตัว เช่นเดียวกับความงามของเครื่องศีรษะดอกไม้ ที่ทุกดอกต่างก็มีความสวยงามเท่ากันหมด แฟชั่นโชว์ครั้งนี้จึงเสมือนการทลายกรอบและชนชั้น เพราะเราตั้งใจจัดให้ทุกอย่างมาเป็นระนาบเดียวกันหมด เพื่อเฉลิมฉลองทุกความหลากหลายและความเท่าเทียม”
ความทุ่มเทที่มากทักษะและความเชี่ยวชาญ
เบื้องหลังความงดงามของชุดล้านนาร่วมสมัย ที่ผู้เข้าประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2025 สวมใส่บนเวทีแฟชั่นโชว์ คือความทุ่มเทของเหล่าทีมงาน ในการเดรปปิ้งผ้าซิ่นและเย็บบนตัวนางงามทันที ซึ่งเป็นทักษะที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ เป็นการจับและเย็บบนหุ่นหรือที่เรียกว่าเป็นการนุ่งสด
“ความท้าทายคือเราไม่ได้เห็นหรือวัดสัดส่วนของผู้สวมใส่มาก่อน และทีมงานทั้ง 17 คน มีเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ในการแต่งกายให้กับผู้เข้าประกวดทั้ง 23 คน เพื่ออวดเสน่ห์ผ้าไทยพื้นเมืองสู่สายตาชาวโลก จึงถือเป็นบุคลากรระดับท็อปประจำจังหวัด และเป็นผู้ขับเคลื่อน รันวงการอย่างแท้จริง”
ในตอนท้ายอาจารย์ส้มโอยืนยันว่า “ผ้าไทยมีคุณค่าระดับ world class” และเป็น soft power ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะผ้าพื้นเมืองที่มีเทคนิคการทอและการปักที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้เชียงใหม่กลายเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักออกแบบและผู้หลงใหลในผ้าไทยจากทั่วโลก


















































