Cover ปู ไปรยา ลุนด์เบิร์ก นักแสดงไทยที่ได้แสดงภาพยนตร์ฮอลลีวูด เรื่อง Paradise City ร่วมกับ Bruce Willis และ John Travolta (ภาพ: Tatler Thailand)

โลดแล่นอยู่หน้าเลนส์มานานปี วันหนึ่ง ปู ไปรยา ก็ออกเดินทางอีกครั้ง เพื่อแสวงหาประสบการณ์ครั้งใหม่ ที่แทบจะเปลี่ยนชีวิตไปโดยสิ้นเชิง

ปลายปี 2023 เราได้ข่าวดีที่ชวนให้แสดงความยินดีเรื่องการแต่งงานของ ปู ไปรยา หลังจากเธอเดินทางไปทำงานในฮอลลีวูด หลายคนได้อัปเดตชีวิตของเธอว่าอาศัยอยู่กับสามีที่ลอสแอนเจลิส และเดินทางกลับมาไทยเพื่อทำงานและเยี่ยมเยียนครอบครัวบางครั้ง ล่าสุด Tatler ได้พบปู ไปรยา ลุนด์เบิร์ก ในโอกาสที่เธอเดินทางกลับไทย

เราพบกันในวันท้องฟ้าแจ่มใสเพื่อท่องทะเลกับยอชต์หรู Azimut The New S7 ในน่านน้ำเมืองพัทยา และไม่พลาดที่จะพูดคุยเรื่องราวที่เธอได้ตกผลึกจากการเป็นคนดังในสปอตไลท์ การเป็นนักแสดงไทยที่ไปตามฝันในฮอลลีวูด และชีวิตเรียบง่ายหลังการแต่งงาน

อ่านเพิ่มเติม: เชอรี่ เข็มอัปสร ในวันที่จังหวะชีวิตนำพาให้ทำงานด้านสิ่งแวดล้อม และกลับมาแสดงละครให้คนหายคิดถึง

Tatler Asia
Above ปู ไปรยา ลุนด์เบิร์ก บนเรือยอชต์ Azimut The New S7 (ภาพ: Tatler Thailand)

ชีวิตตอนนี้เป็นอย่างไร
ไปๆ มาๆ ระหว่างลอสแอนเจลิสกับกรุงเทพฯ ค่ะ ปูจัดงานแต่งที่เบลแอร์ แต่อยู่ที่เบเวอร์ลีฮิลส์ ซึ่งน่าจะเหมาะที่สุดเพราะค่อนข้างเงียบ แต่แรกๆ ก็อยู่ที่เวสต์ฮอลลีวูด

การเป็นนักแสดงซึ่งเป็นบุคคลสาธารณะตลอดเวลา หลังแต่งงานและย้ายไปอยู่สหรัฐอเมริกาฯ ชีวิตเปลี่ยนไปไหม
มองว่าเป็นการพัฒนาชีวิตตัวเองมากกว่า ปู ไปรยา ยังคงเป็นนักแสดงอยู่ ต่างกันที่ที่โน่นจะแสดงก็ต้องแคสต์ แม้แต่นักแสดงฮอลลีวูดดังๆ ก็ไม่ได้เล่นทุกปี ตอนอยู่เมืองไทยก็มีความสุขนะคะ เราสามารถทำงานได้ทุกวัน คิวเต็มตลอดเวลา แต่การเป็นมนุษย์หรือคนที่ทำงานครีเอทีฟก็ต้องมีเวลาพักบ้าง และใช้เวลากับการเติบโต พอย้ายไปอยู่อเมริกาแล้วใช้ชีวิตเรียบง่าย มีเวลาอ่านหนังสือที่เราชอบ อ่านนิยาย 

วันหนึ่งปูอยากจะเป็นโปรดิวเซอร์ อยากโปรดิวซ์หนังตัวเอง อยากทำรายการตัวเอง อยากคุยกับนักวิชาการทั่วโลกเพื่อสร้างความรับรู้ในแต่ละประเด็นที่เราสร้างสรรค์ขึ้นมา บางครั้งในชีวิตเรา ประตูหนึ่งปิดก็เพื่อให้อีกประตูหนึ่งเปิด เพื่อประสบการณ์ดีกว่าเดิมในการรับมือกับสิ่งใหม่ๆ

เวลาบนโลกใบนี้สั้นมาก ถ้ามีอะไรอยากพูดกับครอบครัว คนที่เรารัก คนที่ทำงาน อย่าปล่อยให้คาใจ เพื่อจะเดินไปข้างหน้า

- ไปรยา ลุนด์เบิร์ก -

ได้มีโอกาสไปแสดงภาพยนตร์กับ Bruce Willis กับ John Travolta อยากให้เล่าถึงประสบการณ์การทำงานกับฮอลลีวูด
ปูมองว่าเป็นโอกาสที่ดี ปูพยายามมานานแล้ว เราอยากมีโอกาสนี้ แต่ในใจก็มองว่าปูเป็นนักแสดง ไม่ว่าจะได้เล่นหนังหรือไม่ได้ การแสดงคือศิลปะอย่างหนึ่ง ในฐานะนักแสดง ปู ไปรยาก็ยังเรียนรู้ และยังรักการแสดงมาก การได้เล่นหนังเรื่อง Paradise City คือส่วนหนึ่งของอาชีพปู ดีใจที่ได้เล่น เป็นประสบการณ์ที่มีความสุขมาก ที่ได้เจอ Bruce Willis, John Travolta ได้ทำงานกับ Chuck Russell กับทีมงาน ตอนนั้นไปถ่ายทำที่ฮาวาย เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขและท้าทาย เป็นอีกประสบการณ์ที่ไม่ลืมจนวันตาย

ตัดสินใจยากไหมกว่าจะย้ายไปอยู่อเมริกา
ไม่นะคะ ปูไปๆ มาๆ อยู่ 8 ปี ก่อนทำงาน UN ก็อยู่นิวยอร์กแล้วไปแอลเอต่อ เหมือนไปมีชีวิตใหม่ข้างหน้าเลย คนเราเกิดมาครั้งเดียว อยากทำอะไรก็รีบทำ เพราะเวลามันสั้นเหลือเกิน ปูพูดตลอด เอาจริงๆ เราอยากบอกรักพ่อแม่เรา หรือมีเรื่องในครอบครัวที่ควรจะเคลียร์ จะรอทำไมปีหน้า หรือสองปีสามปีต่อจากนี้ ทุกวันนี้โควิดสอนเรา เวลาบนโลกใบนี้สั้นมาก ถ้ามีอะไรที่อยากพูดกับครอบครัว คนที่เรารัก คนที่ทำงาน ก็อย่าปล่อยให้คาใจ เพื่อจะเดินไปข้างหน้า ตอนนี้ปูใช้ชีวิตแบบที่อะไรยังไม่เคยทำ ก็รีบๆ ทำ เพราะเวลามันน้อย

Tatler Asia
Above ปู ไปรยา ลุนด์เบิร์ก บนเรือยอชต์ Azimut The New S7 (ภาพ: Tatler Thailand)

มีอะไรที่ยังไม่ได้ทำและอยากทำอีก
ในใจปูคือ อย่างแรกอยากทำองค์กรของตัวเองที่โฟกัสเรื่องของสุขภาพจิตใจ โดยเฉพาะในประเทศไทย คนที่มีภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หรือคนที่เป็น PTSD (Post-traumatic Stress Disorder) ซึ่งเป็นภาวะเจ็บป่วยทางจิตจากเหตุการณ์รุนแรงมาก่อน หรือประสบปัญหาความรุนแรงภายในครอบครัวแล้วไม่ได้รับการซัพพอร์ตจากรัฐ หรือไม่มีที่ที่เขาจะไปได้ ปูรู้สึกว่าวันหนึ่งปูอาจจะได้ใช้ประสบการณ์ชีวิตของตัวเองและสิ่งที่ปูได้เรียนรู้มาหลายปี เพื่อโฟกัสสิ่งที่ปูมีแพสชั่นมากที่สุดคือเรื่องสุขภาพจิตของเพื่อนมนุษย์ เพราะเป็นเรื่องสำคัญมากที่รัฐไม่ค่อยเห็นถึงความสำคัญ

คนมักจำภาพปู ไปรยา ว่าเป็นคนที่ชัดเจน ตรงไปตรงมา ซึ่งอาจเป็นภาพนางเอกที่คนทั่วไปไม่ค่อยเห็น
ปูว่าบางคนต้องการให้นักแสดงเป็นแบบที่เขาต้องการ ถ้าทำไม่ได้ เขาก็จะไม่ชอบเรา นี่คือบทเรียนใหญ่ที่สุดที่ปูเรียนรู้ก่อนจะย้ายไปอเมริกา เพราะถ้าคนไม่ได้รักเราที่ตัวตนของเรา นั่นแสดงว่าเขาไม่ได้รักเราเลย เขารักภาพที่มันไม่จริง และภาพนั้นไม่มีทางยั่งยืน

จากประสบการณ์ที่ปูอยู่ในวงการนี้จนเข้าปีที่ 17 รุ่นปูหลายคนก็เหมือนนางเอกในยุคนั้น แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้ว เพราะปูเป็นตัวของตัวเอง สิ่งที่เราได้รับรู้และเรียนรู้คือ เราจะรักตัวเองเพียงแค่วันที่คนรักเราไม่ได้ เราต้องเสมอต้นเสมอปลาย และต้องรักตัวเองไม่ว่าเขาจะรักเราหรือไม่

อยากให้พูดถึงสามีบ้าง
เขาเป็นคนจิตใจดี มีวุฒิภาวะค่อนข้างสูง ทำงานเก่ง และเป็นผู้ฟังที่ดี นั่นเป็นควอลิตี้ของสามีที่ดี สำคัญที่สุดคือจิตใจดีค่ะ ตอนนี้ปูก็จะโฟกัสกับชีวิตที่เรียบง่ายขึ้น ที่สำคัญที่สุดน่าจะเป็นการสร้างครอบครัว มีลูก ถ้าปูทำสิ่งพวกนี้ได้ ชีวิตน่าจะสมบูรณ์แบบแล้วจริงๆ

Tatler Asia
Above ปู ไปรยา ลุนด์เบิร์ก (ภาพ: Tatler Thailand)

ครั้งหนึ่งปู-ไปรยาเคยพูดว่าเป็นหรือเกือบมีภาวะซึมเศร้า
เป็นเลยค่ะ คือปูเป็น PMDD (Premenstrual Dysphoric Disorder Syndrome) ซึ่งเกิดขึ้นช่วง 10 วันก่อนมีประจำเดือน ฮอร์โมนจะเปลี่ยน ในช่วงนั้นจะเกิดภาวะซึมเศร้าอย่างรุนแรง จะรู้สึกเศร้า บวมน้ำ แล้วก็ดาวน์ ร้องไห้หนักมาก ไม่มีเหตุผล ทุกอย่างเหมือนเศร้าถึงในกระดูก อธิบายไม่ได้ เลยเข้าใจภาวะของคนคิดสั้น มันเป็นความรู้สึกชั่ววูบ ชั่ววินาทีจริงๆ

เราต้องก้าวออกจากตรงนั้นให้ได้ แต่บางคนไม่สามารถทำได้ เขาต้องไปทำงาน หรือเป็นแม่ที่ต้องเลี้ยงดูลูก การจะบอกแค่ว่า คุณไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวก็หาย มันเป็นไปไม่ได้ เพราะมันคือความไม่สมดุลของสารเคมีในสมอง ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า เครียด ซึ่งมีคนเป็นกันจำนวนมาก

ความแข็งแกร่งของคนเราอยู่ตรงที่กล้าขอความช่วยเหลือ ทุกวันนี้มีสิ่งเร้าเยอะมาก ไม่ว่าจะ Tiktok IG ข่าวสาร ทีวี อีเมล สมองมนุษย์ไม่ได้สร้างมาเพื่อถูกกระตุ้นมากขนาดนี้ 1,000 วิดีโอใน Tiktok คือ 1,000 อารมณ์ ก็ก่อความเครียดโดยเราไม่รู้ตัว ปูเลยอยากสร้างคอมมูนิตี้ที่ทำให้เกิดการพูดคุยกันให้คน ask for help และแบ่งปันประสบการณ์ในประเด็นเหล่านี้กันได้

อ่านเพิ่มเติม: คิม วิสุทธารมณ์ เล่าถึงชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ การพิมพ์ผ้าใบไม้ ดอกไม้ และการให้ความสำคัญกับความยั่งยืน

Tatler Asia
Above ปู ไปรยา ลุนด์เบิร์ก (ภาพ: Tatler Thailand)

ที่ผ่านมา ดูแลตัวเองอย่างไรเพื่อให้ผ่านภาวะนี้ไปได้
สิ่งสำคัญคือ หนึ่งการออกกำลังกาย ปูดูแลตัวเองจากการเดินในสวน การได้รับแสงแดดก็ช่วยได้มาก เพราะได้เห็นต้นไม้ ดูอะไรที่สบายใจแล้วอยู่กับปัจจุบัน

สอง ฝึกลมหายใจ เทคนิคของปูคือ 4-7-8 หายใจเข้าทางจมูก 4 วินาที กลั้นหายใจ 7 วินาที แล้วผ่อนลมหายใจออกทางปาก 8 วินาที ทำไปสัก 3 นาที จะสังเกตได้ว่าร่างกายเกิดภาวะผ่อนคลาย สามคือ ป้องกันสุขภาพ การที่เรามีการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่สมบูรณ์ ทำให้ระบบข้างในดีขึ้น

สี่ ปูดื่มคาเฟอีนน้อย แก้วเดียวตอนเช้า เพราะอะไรที่ทำให้เราวิตกกังวล หรือกระตุ้นอะดรีนาลีนเราขึ้นมา จะไม่ช่วยภาวะนี้เท่าไหร่ ห้า คือการพูดคุยกับคนที่เราเชื่อใจ เรารัก คนที่เรารู้ว่าไม่ตัดสินเรา แต่เป็นผู้ฟังที่ดี อันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก

หก สำคัญที่สุดคือการเขียนบันทึก มีงานวิจัยเยอะมากว่าคนที่เป็นภาวะวิตกกังวลหรือภาวะเครียด การได้ลองหยิบสมุด ปากกาขึ้นมาเขียน ซึ่งไม่ใช่การพิมพ์นะ มันไม่เหมือนกัน ตั้งนาฬิกาไว้ 5 นาที เขียนอะไรที่อยู่ในหัวโดยไม่ต้องบังคับตัวเอง เขียนออกมาให้หมด แล้ววันที่สอง วันที่สามก็ทำอีก พอวันที่สี่จะสังเกตได้ว่า มุมมองกับเรื่องนั้นจะเบาลง

Tatler Asia
Above ปู ไปรยา ลุนด์เบิร์ก (ภาพ: Tatler Thailand)

ปู ไปรยา เคยเป็นทูตสันถวไมตรีของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) การทำงานในตำแหน่งนั้นให้ประสบการณ์อะไรบ้าง
ปูเริ่มต้นจากการเป็นอาสาสมัครก่อน จากอาสาสมัครก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นทูตสันถวไมตรี จริงๆ เป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดี เกือบ 8 ปีที่อุทิศชีวิตตัวเองให้กับองค์กรนี้ และปัญหาเรื่องผู้อพยพ ได้เรียนรู้อะไรมากมาย ตั้งแต่ทำความเข้าใจว่าองค์กรทำงานอย่างไร ระบบการทำงานด้านมนุษยธรรมเป็นอย่างไร และจุดยืนของ UNHCR ที่เป็นกลางมาโดยตลอด

การได้ทำงานนี้ ปูมองว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตที่รู้สึกว่าเกิดมาเป็นคนแล้วมีคุณค่า ได้เข้าใจว่าที่เราอดทนเล่นละครมาตั้งแต่เด็ก ขาดช่วงเวลาความเป็นเด็ก มีปัญหาด้านอารมณ์ก็เพื่อสร้างให้คนรู้จักว่าปู ไปรยา เป็นใคร เพื่อจะได้ไปช่วยเหลือคนอื่น ปูเป็นคนค่อนข้างชัดเจนว่าตัวเองต้องมีเป้าหมายอะไรในชีวิต เราเกิดมาเพื่อทำอะไร มันต้องเป็นมากกว่าการสร้างชื่อเสียงแน่นอน เพราะนั่นเป็นสิ่งไม่จีรัง

นอกจากได้เรียนรู้เรื่องการทำงานและบทเรียนในชีวิตแล้ว การเคยเป็นทูตสันถวไมตรีของ UNHCR ยังทำให้ได้เห็นโลกผ่านการเดินทางด้วยหรือไม่
ใช่ค่ะ ตอนทำงานกับ UNHCR ได้ไปประเทศที่เราไม่คิดจะได้ไป การเดินทางทำให้เราได้เปิดโลกแบบ 100 เปอร์เซ็นต์เลย ปูว่าการที่เราได้รับรู้ถึงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม อาหารการกิน ภาษาของประเทศอื่น มันเป็นสิ่งที่เติมเต็มความเป็นมนุษย์ของเรา

Tatler Asia
Above ปู ไปรยา ลุนด์เบิร์ก (ภาพ: Tatler Thailand)

ท่องเที่ยวบ่อยแบบนี้ ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบใดเป็นพิเศษหรือไม่
ที่จริงเป็นคนเที่ยวทุกรูปแบบ อย่างแรกก็เที่ยวทะเลเพราะได้ชิล ได้ทำกิจกรรมทางน้ำ เช่น ขึ้นเรือ ดำนำ้ เล่นกีฬาทางน้ำ อีกอย่างที่ชอบมากคือท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ สุดท้ายก็คือเหมือนผู้หญิงทั่วไปค่ะที่ชอบช้อปปิ้ง เดินเลือกซื้อของกินอร่อยๆ

จากที่บอกว่าชื่นชอบการเที่ยวทะเลและการดำน้ำ ยังมีกิจกรรมทางน้ำอย่างอื่นที่ชื่นชอบหรือไม่ เช่น การล่องเรือ และเป็นโอกาสดีที่การถ่ายปกครั้งนี้กับ Tatler ได้มาถ่ายบนเรือยอชต์หรู Azimut The New S7 ด้วย
ใช่ค่ะ ปูชอบล่องเรือ ล่าสุดไปภูเก็ตกับครอบครัวและไปล่องเรือที่พังงามา ทะเลที่นั่นสวยมาก ปูชอบการได้อยู่กลางน้ำ นอนอ่านหนังสือบนเรือ เหมือนได้พักใจ ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ เป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ การได้มาถ่ายปกกับ Tatler บนเรือก็เลยเป็นอะไรที่แฮปปี้มาก

นอกจากผ่อนคลายด้วยการออกกำลังกายและท่องเที่ยวแล้ว มีวิธีดูแลใจแบบอื่นอีกไหม
มีค่ะ บางคนรู้ว่าปูชอบเข้าวัด ไหว้พระ สวดมนต์ ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ยุคนี้อาจเรียกว่าสายมูเตลูก็ได้เป็นเหมือนที่พึ่งทางใจ เวลามีทุกข์ เราก็นั่งไหว้พระ อธิษฐาน การอธิษฐานจิตก็เหมือน positive affirmation เป็นการย้ำว่าอยากให้เกิดผลดีกับชีวิต คือเชื่อว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจ ถ้าใจเบิกบาน จิตใจเราก็ดีตามค่ะ

Topics