Tatler Weekend ประเทศไทย: เหล่านักสร้างฝันแห่งเอเชีย ผู้ร่วมเปลี่ยนแปลงโลก
Editor’s note
ขอบคุณสำหรับการตอบรับที่อบอุ่นของ Tatler Weekend! เราซาบซึ้งใจที่คุณให้ความสนใจและมีส่วนร่วมกับเรา
ในสัปดาห์นี้ เราพูดถึงสี่บุคคลที่น่าจับตามองและนิยมความสำเร็จใหม่ในอาชีพของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นกีฬา ศิลปะ ภาพยนตร์ และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร แม้ว่าแต่ละสาขาอาชีพจะแตกต่างกันและมีเส้นทางเดินไปสู่ความสำเร็จที่ไม่เหมือนกัน พวกเขาล้วนมีสิ่งที่เหมือนกัน นั่นก็คือความกล้าที่จะฉีกวิถีเดิมที่เป็นอยู่
ไม่ว่าจะเป็นแปม ธัชพัทธ์ เบ็ญจศิริวรรณ ประธานสโมสรบลูเวฟ ชลบุรี หนุ่มไฟแรงที่พยายามผลักดันให้ฟุตซอลของทีมชาติไทยเข้าไปมีพื้นที่ในการแข่งขันฟุตซอลโลก แม้จะยังไม่สามารถสร้างประวัติศาสตร์เข้าไปถึงรอบแปดทีมสุดท้ายได้ตามที่ตั้งใจฝัน แต่ก็สามารถเข้าทะลุรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ถึงสี่ครั้งติดต่อกัน
“เราต้องมีความใจร้อนในแต่ละวัน และมีความอดทนในระยะยาว” Atul Satija กล่าว หลังจากที่ลาออกจากงานประจำที่นั่งสบายในออฟฟิศอย่าง Google และ InMobi เขาก่อตั้งสถาบัน The/Nudge ที่ทำงานเพื่อขจัดความยากจนในอินเดีย ความท้าทายขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไรคือการสร้างอิทธิพลต่อรัฐบาลในการสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ สร้างกระแสหนังไทยเรื่อง “หลานม่า” ที่ผสมผสานระหว่างคอมเมดี้และดราม่าเข้าด้วยกันอย่างลงตัว สะท้อนความคิดในเรื่องการสร้างฐานะและทัศนคติที่สืบต่อเนื่องกันในสังคมไทย หนังยาวเรื่องแรกของผู้กำกับหนุ่มวัย 33 ปีสามารถทำรายได้ทั่วโลกทะลุสองพันล้านบาท และเป็นตัวแทนของไทยไปเข้าชิงภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมในเวทีออสการ์
เอเชียถือเป็นเบ้าหลอมอันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สะท้อนแนวคิดใหม่ๆ ที่มีความเป็นเลิศ ในสัปดาห์นี้ของ Tatler Weekend เราเฉลิมฉลองให้กับบุคคลที่สร้างแรงบันดาลใจเหล่านี้ซึ่งกล้าฉีกกรอบแบบเดิมๆ และย้ำเตือนเราว่าบางครั้งคุณต้องเขียนกฎให้กับตัวคุณเอง
Parminder Singh
Parminder Singh
Chief Operating Officer

'หลานม่า' ตัวแทนหนังไทยเข้าชิงรางวัลออสการ์ ไขเบื้องหลังความสำเร็จภาพยนตร์ไทยแห่งปี
ถอดบทเรียนความสำเร็จของภาพยนตร์แห่งปี 'หลานม่า' หลังได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนหนังไทยเข้าชิงรางวัลออสการ์ "อะไรคือสิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้เดินทางมาไกลถึงขนาดนี้?" ร่วมพูดคุยกับ พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ ผู้กำกับหนุ่มไฟแรง และ จินา โอสถศิลป์ หัวเรือใหญ่แห่งค่ายหนัง GDH
ปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสความร้อนแรงของภาพยนตร์เรื่อง หลานม่า (Lahn Mah or How To Make Millions Before Grandma Dies) ผลงานสุดภาคภูมิใจของค่ายหนัง GDH คือหนึ่งใน soft power ที่สำคัญของประเทศไทยในขณะนี้ หลังจากกวาดรายได้อย่างถล่มทลายในประเทศไปมากกว่า 339 ล้านบาท และกลายเป็นภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศจีน โดยสร้างสถิติเป็นภาพยนตร์ไทยที่มียอดผู้ชมสูงสุดในประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ เมียนมา และเวียดนาม นอกจากนั้น ยังทำรายได้รวมมากกว่า 2,000 ล้านบาท แซงหน้าภาพยนตร์พันล้านของไทยก่อนหน้านี้ ทั้ง พี่มาก..พระโขนง (Pee Mak 2013) และ ฉลาดเกมส์โกง (Bad Genius 2017) และเตรียมเดินทางไปสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมทั่วโลก ทั้งเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ยุโรป ออสเตรเลีย รวมถึงสหรัฐอเมริกาที่สามารถคว้ารางวัล Audience Award จากงานเทศกาลภาพยนตร์ New York Asian Film Festival 2024 มาครองได้สำเร็จ
ล่าสุด หลานม่า ยังเข้าใกล้ความฝันขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการเป็นภาพยนตร์ไทยแห่งปีที่ได้รับเลือกจากสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติให้เป็นตัวแทนหนังไทยเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 97 สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม อีกด้วย
อ่านเพิ่มเติม: เปิดประตูสู่ ‘วิมานหนาม’ กับบอส กูโน, อิงฟ้า วราหะ และเจฟ ซาเตอร์ สู่การเดินทางบนเรื่องราวความไม่เท่าเทียม ความรัก และ 'หนามทุเรียน'

คุยกับ Atul Satija ผู้ปฏิวัติกว่า 100 ธุรกิจเพื่อสังคมเพื่อสร้างสรรค์โลกที่ปราศจากความยากจน
ในความเห็นของ Atul Satija ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารสถาบัน The/Nudge ความก้าวหน้าไม่ควรต้องรอนาน และต้องตั้งเป้าหมายที่ทะเยอทะยานเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง
นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2015 สถาบัน The/Nudge ได้ทำงานเพื่อขจัดความยากจนในประเทศอินเดีย โดยสานต่อจากความก้าวหน้าอย่างน่าทึ่งที่ประเทศสามารถลดอัตราความยากจนจาก 80 เปอร์เซ็นต์ในปี 1947 เหลือเพียง 11 เปอร์เซ็นต์ในปี 2022 สำนักงานใหญ่ของ The/Nudge ในบังกาลอร์ได้ใช้แนวทางในการประสานความร่วมมือจากทั้งภาครัฐบาล ประชาชน และผู้ประกอบการเพื่อสังคม ในการพัฒนากลยุทธ์ทางเศรษฐกิจที่ปรับให้เหมาะกับความต้องของแต่ละเงื่อนไข
อ่านเพิ่มเติม: ภาพยนตร์สารคดีเล่าเรื่องราวของนักฟรีไดฟ์วิ่งหญิงที่เกาะเชจูกับวิกฤติทางสิ่งแวดล้อม สร้างโดย Malala Yousafzai
สิ่งที่สำคัญคือโครงการบ่มเพาะและเร่งการเติบโต ซึ่งสนับสนุนธุรกิจเพื่อสังคมระยะแรกเริ่ม โดยไม่เพียงแต่ให้เงินทุนสนับสนุนเท่านั้น แต่ยังมีการให้คำปรึกษาแบบใกล้ชิดจากผู้แก้ปัญหาระดับโลก ระบบสนับสนุนเหล่านี้เน้นความรวดเร็ว ขยายขนาดได้ และการใช้นวัตกรรม ซึ่งนำไปสู่ความสำเร็จขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอย่าง Peepul
ด้วยการแนะแนวทางของ The/Nudge โครงการของเพื่อการศึกษาของ Peepul ได้ขยายมูลค่าไปถึงหลายพันล้านดอลลาร์ จนสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้นักเรียนกว่า 10 ล้านคนในระบบโรงเรียนรัฐบาลของอินเดีย
Atul เชื่อมั่นว่า The/Nudge จะเติบโตอย่างรวดเร็วใน 5 ปีข้างหน้านี้ เขาเผยว่าองค์กรมีเป้าหมายที่จะลงทุน 100 ล้านเหรียญสหรัฐกับธุรกิจเพื่อสังคม 800 แห่ง เป็นจำนวนเงินที่มากกว่าปัจจุบันถึง 10 เท่า พร้อมคาดการณ์ว่าจะมีการขยายไปสู่การเข้าถึงบริการทางการเงิน เกษตรกรรม และผลกระทบต่อสภาพอากาศ รวมถึงการบูรณาการกับเทคโนโลยีมากขึ้นเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่โลกจำเป็นต้องมี
Tatler คุยกับ Atul อย่างเจาะลึกถึงวิธีที่สถาบัน The/Nudge ท้าทายภาพจำเชิงลบของธุรกิจเพื่อสังคมขณะเดียวกันก็ช่วยเหลือองค์กรไม่แสวงหากำไรกว่า 100 แห่งให้ประสบความสำเร็จกับภารกิจที่ช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตแบบพึ่งพาตนเอง

ศิลปินชาวเกาหลีใต้ Haegue Yang กับนิทรรศการเรื่องลัทธิหมอผี และการต่อต้านการนิยามตัวเองในฐานะศิลปิน
ก่อนที่งานนิทรรศการครั้งใหญ่ของ Haegue Yang จะเริ่มขึ้นที่หอศิลป์ Hayward Gallery ประเทศอังกฤษ หนึ่งในศิลปินที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดขณะนี้ เล่าให้ Tatler ฟังว่า ทำไมเธอถึงสร้างสรรค์ผลงานที่ไม่สามารถบรรจุลงกล่องได้
“ฉันเคยได้ยินที่คนบอกกันว่า ‘สิ่งง่ายๆ นั้นเป็นกับดัก’ " Haegue Yang บอก เธอไม่เชื่อเรื่องความง่าย ถ้าเธอได้เจอกับอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นวิธีการหรือวัสดุเพื่อสร้างสรรค์งาน เธอต้องทำให้มันยากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอบอกว่านั่นเป็นหน้าที่ในฐานะประติมากร
“วัสดุเป็นตัวกำหนดทิศทาง ฉันเพียงแค่ทำตามศักยภาพของวัสดุ”
เราได้ยินเสียงอะไรกระทบกันพร้อมเสียงเหมือนระฆังดังอย่างต่อเนื่องในสตูดิโอของเธอที่กรุงโซล ระหว่างที่เธอคุยกับ Tatler ผ่านวิดีโอคอล Haegue มีสตูดิโออีกแห่งในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ทำให้นึกถึงเสียงจากกระดิ่งโลหะที่ปรากฏอยู่บ่อยครั้งในผลงานของเธอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในซีรีส์ Sonic Sculpture หนึ่งในผลงานเป็นเชือกเส้นหนาที่เต็มไปด้วยวัตถุโลหะห้อยลงมาจากเพดาน เป็นตัวแทนการเชื่อมโยงถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในขณะที่ส่วนประกอบที่เป็นเสียงกริ่งจะดังสะท้อนทั่วพื้นที่ที่จัดแสดง
อ่านเพิ่มเติม: มุก พรทิพย์ ดีไซเนอร์ที่เชื่ออย่างสุดใจว่าแฟชั่นและความยั่งยืนเป็นเรื่องไปด้วยกันได้
“การติดกระดิ่งเป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนมาก เป็นขั้นตอนที่ทำให้เข้าใจความหมายของคำว่าการทำงานอย่างหนัก” ถ้าพูดถึงเทคนิคที่ท้าทาย เธอพบว่าการทอฟางนั้นเหน็ดเหนื่อย แต่การถักเชือกแบบมาคราเม่เป็นงานที่ใช้แรงงานมากที่สุด
“แค่การทออย่างเดียวอาจใช้เวลามากกว่า 300 ชั่วโมงสำหรับหนึ่งชิ้นงานประติมากรรม และทั้งหมดทำด้วยมือ มันเป็นแค่การผูกปม ไม่มีอะไรมาก แต่ก็เหนื่อยสุดๆ”
เสียงและวิธีการพูดของ Haegue ช่างแตกต่างอย่างชัดเจนกับเสียงสูงแหลมของระฆัง Haegue มีเสียงที่นุ่มนวลแต่มั่นคง ช้าและมีน้ำหนัก มีโทนเสียงที่โปร่งเบาและบอบบาง ซึ่งชวนฝัน สงบ ลึกลับ และครุ่นคิดในเวลาเดียวกัน อารมณ์คล้ายกับแสงออร่าที่สัมผัสได้จากผลงานของเธอ

‘ฟุตซอลไทยไปไกลระดับโลก’ ความฝันไม่เกินจริง ของ แปม ธัชพัทธ์ เบ็ญจศิริวรรณ
หนุ่มหล่อไฟแรงวัย 31 ปี หนึ่งใน Gen.T Leaders of Tomorrow และประธานสโมสรบลูเวฟ ชลบุรี ผู้มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนวงการฟุตซอลไทยเสมอมา
ปีนี้นับเป็นปีทองของวงการกีฬาโลก ที่นอกจากจะมีมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติอย่างการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ รวมถึงพาราลิมปิกเกมส์ ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสแล้ว ยังมีการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2024 หรือ FIFA Futsal World Cup 2024 ที่จัดขึ้น ณ ประเทศอุซเบกิสถาน ซึ่งถือเป็นการเข้ารอบฟุตซอลโลกครั้งที่เจ็ดของทีมชาติไทย และเป็นครั้งที่สี่ติดต่อกันที่เราสามารถทะลุเข้าไปถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ โดยการแข่งขันในครั้งนี้ ทีมชาติไทยได้มีโอกาสประลองฝีมือกับทีมชาติบราซิล ดีกรีแชมป์ฟุตซอลโลกห้าสมัยและเป็นเบอร์หนึ่งของโลกในปัจจุบัน แม้จะไม่สามารถสร้างประวัติศาสตร์ฟันฝ่าไปถึงรอบแปดทีมสุดท้ายดั่งที่ตั้งใจ แต่อย่างน้อย ‘ทีมช้างศึกโต๊ะเล็ก’ ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เราคือหนึ่งในทีมระดับโลกจริงๆ
อ่านเพิ่มเติม: 6 นักกีฬาเอเชียแถวหน้า ผู้เป็นนิยามใหม่ของความเป็นเลิศด้านกีฬา



