ในวัย 90 ปี กมลา สุโกศล ยังคงเป็นหัวใจที่เชื่อมคนทั้งสามเจเนอเรชั่นของครอบครัวสุโกศล ผ่านความรักของแม่ และคุณค่าที่เธออยากส่งต่อให้คนรุ่นถัดไป
ในหมวกหลายใบของ กมลา สุโกศล ทั้งในฐานะนักธุรกิจผู้บุกเบิกเครือโรงแรมที่ปัจจุบันมีเจ้าของเป็นครอบครัวคนไทยโดยสมบูรณ์เพียงไม่กี่แห่ง หรือแม้แต่หมวกของศิลปินเจ้าของเสียงร้องในบทเพลง Live & Learn ที่อยู่ในหัวใจของใครหลายคน แต่หมวกที่สำคัญและท้าทายที่สุดสำหรับเธอ คือหมวกของการเป็น “แม่”
“คุณเลิกทำธุรกิจได้ คุณเลิกร้องเพลงได้ แต่คุณลาออกจากการเป็นแม่ไม่ได้ คุณต้องเป็นแม่ไปตลอดชีวิต คุณต้องรับผิดชอบตั้งแต่เขาเกิด จนกระทั่งตัวคุณตายจากไป เพราะฉะนั้น ความรับผิดชอบของคุณยังคงอยู่ ตราบที่คุณยังมีลมหายใจ…”
อ่านเพิ่มเติม: กมลา สุโกศล ในวัย 89 ปี กับบทเรียนตลอดชีวิตที่ “หากไม่ Live… ก็ไม่ Learn”

Above ครอบครัวสุโกศลสามเจเนอเรชั่น (แถวนั่ง จากซ้าย) มาริสา สุโกศล หนุนภักดี, กมลา สุโกศล, ดารณี สุโกศล แคลปป์; (แถวยืน จากซ้าย) กฤษดา สุโกศล แคลปป์, กมล สุโกศล แคลปป์, เดชจุฑา สุโกศล แคลปป์ (ภาพ: Termsit Siripanich / Tatler Thailand)
LEAD BY EXAMPLE
สำหรับกมลา การเป็นแม่ไม่ได้หมายถึงการกำหนดทางเดินให้ลูกทั้งสี่คนว่า พวกเขาต้องใช้ชีวิตแบบใด แม้เธอจะเป็นผู้วางรากฐานให้ครอบครัว แต่เมื่อถึงเวลาที่ลูกๆ ต้องตัดสินใจ เธอเลือกให้พื้นที่พวกเขาคิดและตัดสินใจด้วยตัวเอง
“ถ้าคุณไปถามพวกเขา เขาจะบอกว่า แม่ไม่เคยสั่งสอนอะไรเลย เพราะโดยมากเราให้ความเป็นอิสระ ให้เขากล้าคิด เพียงแต่เราทำให้ดูเป็นแบบอย่าง ที่สำคัญคือรู้ว่าอะไรควรทำและอะไรไม่ควรทำ เราอาจให้คำแนะนำบ้างเป็นครั้งคราว แต่เราจะไม่ไปก้าวก่ายชีวิตเขา ไม่ไปพูดว่า ‘เธอต้องทำแบบนั้นแบบนี้นะ’ หรือ ‘สมัยก่อนฉันเคยทำ ฉะนั้นเธอต้องทำตาม’ นั่นเพราะลูกๆ แต่ละคนถูกสอนให้มีความคิดเป็นของตนเอง และรู้จักช่วยเหลือตนเอง”
อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่เธอคาดหวัง คือการเห็นลูกหลานเติบโตเป็นคนดี และปฏิบัติต่อผู้อื่นในแบบที่เราเองอยากได้รับการปฏิบัติ
“สิ่งที่โลกใบนี้ต้องการที่สุด คือความเมตตาและความมีน้ำใจต่อกัน ‘put yourself in someone else’s shoes.’ คุณเอารองเท้าของคนอื่นมาใส่แล้วคุณรู้สึกยังไง ถ้าคุณไม่ชอบ คุณก็อย่าทำแบบนั้นกับคนอื่นสิ!”
“ทุกวันนี้ฉันเองก็พยายามดำเนินชีวิตเช่นนั้น พยายามเป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุด บางครั้งก็ทำได้ บางครั้งก็พลาดไปบ้าง แต่อย่างน้อยฉันก็เลือกที่จะไม่ใจร้อนเหมือนในอดีต เชื่อฉันเถอะว่า พออายุมากขึ้น เราจะหวนคิดถึงเรื่องเหล่านี้มากกว่าเมื่อหลายสิบปีก่อนมาก”
อ่านเพิ่มเติม: Living the Legacy (2): มาริสา สุโกศล หนุนภักดี ─ “The Keeper” ผู้ส่งต่อหัวใจของสุโกศล และบทบาท “สะพานเชื่อม” สองรุ่น

Above ในวัย 90 ปี กมลา สุโกศล ยังคงเป็นหัวใจที่เชื่อมคนทั้งสามเจเนอเรชั่นของครอบครัวสุโกศล และในวันที่ลูกๆ และหลาน เข้ามารับบทบาทดูแลธุรกิจของครอบครัว เธอเชื่อมั่นว่าพวกเขาจะดูแล ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และอยู่เคียงข้างกันเสมอ (ภาพ: Termsit Siripanich / Tatler Thailand)
FOUR IS BETTER THAN ONE
ทุกวันนี้ ลูกๆ ทั้งสี่คนของครอบครัวสุโกศลเข้ามาสานต่อดูแลธุรกิจโรงแรมของที่บ้านอย่างเต็มตัว รวมถึงโปรเจ็กต์ The Siam Chiangmai ซึ่งกำลังจะเปิดตัวในอนาคตอันใกล้ เมื่อถามว่า มีอะไรที่เสาหลักรุ่นแรกของบ้านยังเป็นห่วงอีกบ้าง เธอตอบเพียงสั้นๆ ว่า
วันนี้ลูกทั้งสี่คนเข้ามารับบทบาทดูแลธุรกิจโรงแรมของครอบครัว ขณะที่รุ่นหลานอย่าง ‘ดีโน่’ เดชจุฑา สุโกศล แคลปป์ ก็เริ่มเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มตัว เมื่อถามว่ามีอะไรที่เธอยังเป็นห่วงอีกบ้าง กมลาตอบเพียงสั้นๆ ว่า “ไม่ห่วงเลย”
“ฉันเชื่อว่าพวกเขาจะดูแลกันได้ เพราะแต่ละคนมีความสามารถ พวกเขาจะคอยช่วยเหลือกันและอยู่เคียงข้างกันเสมอ สมัยก่อนฉันหัวเดียวกระเทียมลีบเองนะ เพราะฉะนั้น สี่ต้องเก่งกว่าหนึ่งสิ” เธอพูดพลางหัวเราะ
อ่านเพิ่มเติม: Living the Legacy (3): ดารณี สุโกศล แคลปป์ ─ “The Guardian” ผู้พิทักษ์ธุรกิจครอบครัว เพื่อมรดกที่เดินต่อข้ามรุ่น
สำหรับกมลา การส่งต่อธุรกิจไม่ได้หมายความว่าคนรุ่นถัดไปต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง หรือทำทุกอย่างเหมือนที่เธอเคยทำ สิ่งสำคัญกว่าคือการเข้าใจหน้าที่ของตน และรู้ว่ามีครอบครัวคอยสนับสนุน “ฉันว่ามันคือ ‘มรดก’ ที่พวกเขาต้องดูแลรับผิดชอบ อย่างน้อยที่สุด พวกเขาต้องเข้าใจในสิ่งที่ทำ และเราเองก็ต้องฟังเขาและซัพพอร์ทเขาเมื่อจำเป็น”
อีกสิ่งหนึ่งที่เธอให้ความสำคัญอย่างมากในการก่อร่างสร้างครอบครัวสุโกศลขึ้นมา คือความยุติธรรม (fairness) เพราะเมื่อคนหลายเจเนอเรชั่นเติบโตและทำงานร่วมกัน ทุกคนควรรู้สึกว่าได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม “ฉันว่านี่เป็นสิ่งที่คนเป็นพ่อแม่ต้องพยายามอย่างสุดความสามารถ ที่จะทำให้ทุกคนในครอบครัวรู้สึกว่าเราแฟร์กับพวกเขา ไม่ใช่ว่าทำไมคนนั้นได้มากกว่าคนนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งกัน”
อ่านเพิ่มเติม: พลังสตรีผู้ขับเคลื่อนโลก: หลากเรื่องราวสุดซาบซึ้งและแรงบันดาลใจจากเวที Tatler Front & Female Awards 2026

Above Stephanie Tay, Executive Managing Director, Tatler Asia Thailand & Singapore และกมลา สุโกศล ขณะรับรางวัล Tatler Legacy Award (ภาพ: Tatler Thailand)
PASSING IT ON
ตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมา แม้กมลาจะเชื่อว่า ประสบการณ์ชีวิตและการทำธุรกิจของเธอสามารถเป็นบทเรียนที่มีค่าให้กับคนเจเนอเรชั่นถัดไปได้ แต่เมื่อมองไปข้างหน้า สิ่งที่กมลาอยากเห็น ไม่ใช่การยึดบทบาทเดิมไว้ หากเป็นการเปิดทางให้ลูกหลานได้สร้างอนาคตครอบครัวด้วยวิธีของพวกเขาเอง
“คนในวัยฉัน เวลาชีวิตมีแต่สั้นลงเรื่อยๆ ต้องยอมรับว่าเวลาของคนรุ่นฉันมันผ่านพ้นไปแล้ว ถึงเวลาที่ต้องเอาตัวเองมาอยู่ข้างหลัง และส่งต่อให้คนรุ่นถัดไป อย่าคิดว่ามีแค่เราคนเดียวที่ทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ได้ ยังมีคนอีกมากมายที่ทำได้ แค่เราต้องให้โอกาส เพราะพวกเขาอาจทำได้ดีกว่าเราก็ได้” (ยิ้ม)
ถ้าคุณไปถามพวกเขา เขาจะบอกว่า แม่ไม่เคยสั่งสอนอะไรเลย เพราะโดยมากเราให้ความเป็นอิสระ ให้เขากล้าคิด เพียงแต่เราทำให้ดูเป็นแบบอย่าง





