มาริสา สุโกศล หนุนภักดี (ภาพ: Termsit Siripanich / Tatler Thailand)
Cover มาริสา สุโกศล หนุนภักดี ทายาทคนโตของกมลา สุโกศล ซึ่งปัจจุบันมีบทบาทสำคัญในฐานะแม่ทัพใหญ่ของธุรกิจครอบครัวสุโกศล (ภาพ: Termsit Siripanich / Tatler Thailand)
มาริสา สุโกศล หนุนภักดี (ภาพ: Termsit Siripanich / Tatler Thailand)

จากทายาทคนโตสู่เสาหลัก “สุโกศล” ในรุ่นที่สอง มาริสา สุโกศล หนุนภักดี กำลังทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อม’ และ “ผู้นำ” ในการส่งต่อคุณค่าของครอบครัวไปสู่คนรุ่นถัดไป

มาริสา สุโกศล หนุนภักดี  ไม่เคยวางภาพตัวเองไว้บนเส้นทางของนักธุรกิจตั้งแต่ต้น ในวัยเด็ก เธอมองตัวเองเป็น ‘ศิลปิน’ ที่รักเสียงเพลง ที่แม้แต่ผู้เป็นมารดายังบอก “ลูกคนนี้ร้องเพลงเพราะที่สุด” เธอไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งคนรอบตัวจะมองเธอในภาพของ ‘power woman’ แต่เมื่อเวลาผ่านไป บทบาทและประสบการณ์ค่อยๆ เปลี่ยนเธอทีละน้อย จนวันนี้ได้กลายเป็นสิ่งที่มาริสาบอกว่า “เหมือนอยู่ในสายเลือดไปแล้ว”

“สาไม่ได้รู้สึกเสียดายเส้นทางดนตรีนะคะ เพราะเราได้มีโอกาสร้องเพลง มีเพลง สักวันหนึ่ง ที่คนรู้จัก ได้เก็บประสบการณ์ของการเป็นศิลปินในแบบที่ต้องการแล้ว สาแฮปปี้แล้วค่ะ”

อ่านเพิ่มเติม: Living the Legacy (1): กมลา สุโกศล ─ “The Heart” มรดกแห่งรัก ศิลปะแห่งการส่งต่อ และหัวใจที่เชื่อมสามเจเนอเรชั่น

Tatler Asia
ครอบครัวสุโกศลสามเจเนอเรชั่น (แถวนั่ง จากซ้าย) มาริสา สุโกศล หนุนภักดี, กมลา สุโกศล, ดารณี สุโกศล แคลปป์; (แถวยืน จากซ้าย) กฤษดา สุโกศล แคลปป์, กมล สุโกศล แคลปป์, เดชจุฑา สุโกศล แคลปป์ (ภาพ: Termsit Siripanich / Tatler Thailand)
Above ครอบครัวสุโกศลสามเจเนอเรชั่น (แถวนั่ง จากซ้าย) มาริสา สุโกศล หนุนภักดี, กมลา สุโกศล, ดารณี สุโกศล แคลปป์; (แถวยืน จากซ้าย) กฤษดา สุโกศล แคลปป์, กมล สุโกศล แคลปป์, เดชจุฑา สุโกศล แคลปป์ (ภาพ: Termsit Siripanich / Tatler Thailand)
ครอบครัวสุโกศลสามเจเนอเรชั่น (แถวนั่ง จากซ้าย) มาริสา สุโกศล หนุนภักดี, กมลา สุโกศล, ดารณี สุโกศล แคลปป์; (แถวยืน จากซ้าย) กฤษดา สุโกศล แคลปป์, กมล สุโกศล แคลปป์, เดชจุฑา สุโกศล แคลปป์ (ภาพ: Termsit Siripanich / Tatler Thailand)

LESSONS WITHOUT WORDS

เมื่อถามถึงบทเรียนสำคัญที่สุดจากมารดา มาริสาไม่ได้พูดถึงคำสอน หากพูดถึงสิ่งที่เห็นมาตลอดชีวิต “คุณแม่ไม่ได้สอนด้วยคำพูด เราก็เรียนรู้จากการ observe จากการทำงาน” หนึ่งในภาพที่จำได้คือ มารดาเดินทางไปดูแลโรงแรมที่พัทยาแทบทุกสุดสัปดาห์ สิ่งนั้นทำให้มาริสาเข้าใจว่าธุรกิจบริการต้องอาศัยทั้งความทุ่มเทและการใส่ใจในรายละเอียด ที่สำคัญ พนักงานต้องเห็นว่าผู้บริหารให้ความสำคัญกับสิ่งที่ทำจริงๆ

อีกบทเรียนคือความอดทน ธุรกิจโรงแรมตลอด 50 ปีมีทั้งช่วงขึ้นและลง แต่มารดาแทบไม่เคยนำภาระหนักมาวางไว้กับลูก ประสบการณ์จึงสอนให้มาริสารู้ว่า ในเวลาที่เผชิญความยากลำบาก สิ่งที่ต้องทำคือเข้มแข็งและผ่านมันไป โดยเชื่อว่าหลังช่วง ‘down’ ย่อมมี ‘up’ ตามมาเสมอ

อ่านเพิ่มเติม: Living the Legacy (3): ดารณี สุโกศล แคลปป์ ─ “The Guardian” ผู้พิทักษ์ธุรกิจครอบครัว เพื่อมรดกที่เดินต่อข้ามรุ่น

Tatler Asia
มาริสา สุโกศล หนุนภักดี (ภาพ: Termsit Siripanich / Tatler Thailand)
Above มาริสา สุโกศล หนุนภักดี บอกว่าการบริหารธุรกิจของเธอมาจากการเรียนรู้จากคุณแม่กมลาที่ไม่ได้สอนด้วยคำพูด แต่สังเกตจากการทำงาน (ภาพ: Termsit Siripanich / Tatler Thailand)
มาริสา สุโกศล หนุนภักดี (ภาพ: Termsit Siripanich / Tatler Thailand)

THE WEIGHT OF LEGACY

ในฐานะพี่คนโต มาริสารู้สึกชัดเจนถึงหน้าที่ในการรักษาและต่อยอดสิ่งที่ครอบครัวสร้างมา แต่ความท้าทายใหม่ไม่ได้อยู่ที่ธุรกิจเพียงอย่างเดียว หากคือการเตรียมพร้อมสำหรับเจเนอเรชั่นที่สามที่เริ่มเข้ามาทำงาน จนเธอได้กลายเป็นทั้งผู้นำ พี่เลี้ยง และคนที่ต้องส่งมอบประสบการณ์ให้กับคนรุ่นต่อไป

ด้วยเหตุนี้ เธอจึงให้ความสำคัญกับการ professionalize ธุรกิจมากขึ้น ทั้งระบบประชุม คณะกรรมการ และกระบวนการตัดสินใจที่ไม่ควรขึ้นอยู่กับคนในครอบครัวเพียงไม่กี่คน ขณะเดียวกันก็ตระหนักถึงความสำคัญของ ‘ธรรมนูญครอบครัว’ ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในช่วงศึกษาและร่างแนวทาง โดยเฉพาะเรื่องสวัสดิการและการดูแลสมาชิกในอนาคต มาริสามองว่านี่คือรูปแบบหนึ่งของ ‘การบริหารความเสี่ยง’ เพราะเมื่อจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้น ความเข้าใจกันโดยธรรมชาติอาจไม่เพียงพออีกต่อไป

Tatler Asia
มาริสา สุโกศล หนุนภักดี (ภาพ: Termsit Siripanich / Tatler Thailand)
Above ในฐานะแม่ทัพธุรกิจ มาริสาบอกว่าความท้าทายใหม่คือการเตรียมพร้อมสำหรับเจเนอเรชั่นที่สามที่เริ่มเข้ามาทำงาน (ภาพ: Termsit Siripanich / Tatler Thailand)
มาริสา สุโกศล หนุนภักดี (ภาพ: Termsit Siripanich / Tatler Thailand)

KEEP THE HEART, CHANGE THE FORM

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดอาจอยู่ตรงที่แม้ตำแหน่งทางธุรกิจในวันนี้คือประธานกรรมการบริหาร กลุ่มโรงแรมและบริษัทในเครือสุโกศล ที่กำลังเตรียมอนาคตไว้สำหรับคนรุ่นถัดไป แต่เธอก็ไม่ได้เชื่อว่าคนรุ่นต่อไปต้องรักษาทุกอย่างไว้ในรูปแบบเดิม ตรงกันข้าม เธอพูดชัดว่า “เจเนอเรชั่นใหม่จะไม่เหมือนเราเลย” และผู้ใหญ่ไม่ควรคาดหวังให้พวกเขาเหมือนคนรุ่นก่อน รูปแบบการบริหารโรงแรมอาจเปลี่ยน วิธีทำงานอาจเปลี่ยนจากเทคโนโลยีและ AI แม้แต่รูปแบบของพนักงานในอนาคตก็อาจแตกต่างไปทั้งหมด

กระนั้นก็มีสิ่งที่มาริสาไม่ยอมปล่อยผ่าน นั่นคือวินัย ความละเอียด ความเป็นมืออาชีพ และวัฒนธรรมองค์กรที่ต้องถูกสร้างผ่านการเป็นแบบอย่างของผู้นำเอง เธอพูดถึงค่านิยมขององค์กรตั้งแต่ความซื่อสัตย์และความไว้วางใจ (honesty), การพัฒนาไม่หยุดนิ่ง (excellence), ความคิดสร้างสรรค์และรสนิยม (art), ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ สังคม และสิ่งแวดล้อม (responsibility) ไปจนถึงหัวใจการบริการแบบไทย (Thainess) ซึ่งเป็นสิ่งที่ใกล้กับความหมายของ “สุโกศล” มากที่สุด เพราะความเป็นไทยและการบริการไม่ใช่คำที่สามารถเขียนลงในคู่มือแล้วเกิดขึ้นได้ทันที แต่เป็นสิ่งที่สั่งสมจากการทำจริงจนลูกค้ารับรู้ได้

หลังจากทำงานมานาน มาริสาจึงเข้าใจชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่า หน้าที่ของผู้สืบทอดมรดกในเจเนอเรชั่นของเธอไม่ใช่การวางกรอบให้ทุกอย่างหยุดนิ่งอยู่ในสภาพเดิม หากคือการดูแลรากให้แข็งแรงมากพอที่จะรับการเปลี่ยนแปลงได้ และสิ่งที่ The Keeper กำลังรักษาไว้จริงๆ อาจเป็นความสามารถของครอบครัวในการเดินต่อ โดยไม่ลืมว่ามาจากไหน และไม่กลัวว่าวันข้างหน้าจะต้องเปลี่ยนไปเพียงใด

คุณแม่ไม่ได้สอนด้วยคำพูด เราก็เรียนรู้จากการ observe จากการทำงาน

- มาริสา สุโกศล หนุนภักดี -

Topics