Tatler Front & Female Awards 2026 (ภาพ: Tatler Thailand)
Cover ผู้ได้รับรางวัล Tatler Front & Female Awards 2026 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย (จากซ้าย) ผู้แทน กชกร วรอาคม จากรางวัล Founder Award, มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ กับรางวัล Innovation Award, กมลา สุโกศล รางวัล Legacy Award, วรรณกนก เปาะอิแตดาโอะ รางวัล Social Impact Award และ พญ.นิษฐา เอื้ออารีมิตร รางวัล Well-being Award (ภาพ: Tatler Thailand)
Tatler Front & Female Awards 2026 (ภาพ: Tatler Thailand)

จากความกล้าที่จะเริ่มต้น ความรักในวาระสุดท้าย พลังของการให้โอกาส ไปจนถึง “มรดกแห่งความเมตตา” บนเวที Tatler Front & Female Awards ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองผู้หญิงผู้สร้างความเปลี่ยนแปลง กลับงดงามที่สุดในช่วงเวลาที่แต่ละคนบอกเล่าถึงผู้คนซึ่งทำให้พวกเธอเดินทางมาถึงวันนี้

พลังของผู้หญิงที่ส่งต่อไปไกลกว่ารางวัล… คำว่า “รางวัล” อาจเป็นเครื่องหมายของความสำเร็จ แต่สำหรับค่ำคืนของ Tatler Front & Female Awards ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย สิ่งที่ทรงพลังยิ่งกว่าถ้วยรางวัลกลับเป็นถ้อยคำที่เกิดขึ้นบนเวที คำขอบคุณจากลูกทีมถึงผู้นำ คำบอกเล่าจากครอบครัวหนึ่งถึงแพทย์ผู้ทำให้การจากลาเป็นไปอย่างงดงาม เสียงของเด็กทุนซึ่งเติบโตขึ้นมาเพื่อกลับไปดูแลเด็กรุ่นถัดไป ตลอดจนเรื่องราวของสตรีในวัย 90 ปี ผู้เปลี่ยนความสำเร็จตลอดชีวิตให้กลายเป็นโอกาสและความหวังของคนอื่น

งานประกาศรางวัลครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเชิดชูสตรีผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงและแรงบันดาลใจในหลากหลายมิติ ตั้งแต่นวัตกรรม สุขภาวะ ผลกระทบทางสังคม การเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจ ไปจนถึงการสร้างมรดกทางความคิด โดย Tatler Front & Female Awards ริเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2022 และประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซีย

และในปีนี้ รางวัลอันทรงเกียรติได้เดินทางมาถึงประเทศไทย โดยจะมอบให้แก่สตรีแถวหน้าในสี่สาขาสำคัญ ได้แก่ Innovation, Well-being, Social Impact และ Founder ที่ผ่านการโหวตของคณะกรรมการผู้ทรงเกียรติและทรงคุณวุฒิจำนวนถึง 15 ท่าน พร้อมด้วยรางวัลเกียรติยศ Legacy Award ที่รังสรรค์ขึ้นสำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะ เพื่อยกย่องผู้นำผู้สร้างรากฐานและส่งต่อความสำเร็จจากรุ่นสู่รุ่น เปลี่ยนความสำเร็จส่วนบุคคลให้กลายเป็นมรดกทางธุรกิจที่ยั่งยืน ซึ่งทั้งห้ารางวัลนี้ได้เชื่อมโยงผู้หญิงทุกคนบนเวทีเข้าด้วยกัน สิ่งนั้นอาจไม่ใช่ความสำเร็จ หากคือความเชื่อร่วมกันว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แทบทุกครั้ง เริ่มต้นจากการมองเห็นคุณค่าของใครบางคนก่อนเสมอ

อ่านเพิ่มเติม: ครั้งแรกในไทย 'Tatler Front & Female Awards 2026' เฉลิมฉลองพลังแห่งสตรีผู้ร่วมขับเคลื่อนสังคมไทย

ก้าวไปข้างหน้า ด้วยพลังที่มีจุดหมาย

ก่อนเข้าสู่การประกาศรางวัล Stephanie Tay, Executive Managing Director, Tatler Asia Thailand & Singapore และณัฐวุฒิ แสงชูวงษ์ บรรณาธิการบริหาร Tatler Thailand ได้ขึ้นกล่าวเปิดงาน พร้อมตอกย้ำว่า Front & Female ไม่ได้เป็นเพียงเวทีเชิดชูผู้หญิงผู้บุกเบิก หากคือแพลตฟอร์มระดับภูมิภาคที่เปิดพื้นที่ให้เกิดบทสนทนา ความร่วมมือ และแรงสนับสนุนระหว่างผู้หญิงในหลากหลายวงการ โดย Stephanie สรุปหัวใจของค่ำคืนนี้ไว้ในคำว่า “Forward” ซึ่งเป็นการก้าวไปข้างหน้า พร้อมกล่าวว่า “เราอยู่ที่นี่เพื่อฉายแสงไปยังผู้หญิงผู้เดินทางมาไกล และจะเป็นพลังพาพวกเราก้าวต่อไปข้างหน้า”

Stephanie ยังย้ำว่าเรื่องราวของผู้หญิงแต่ละคนคือสิ่งที่สะท้อนคุณค่าของพวกเธอได้ดีที่สุด พร้อมแสดงความยินดีกับทั้งผู้ได้รับรางวัลและผู้ได้รับการเสนอชื่อ และหวังว่าการจัดงานในครั้งนี้จะนำไปสู่มิตรภาพและความร่วมมือใหม่ๆ ที่สามารถสร้างผลกระทบร่วมกันต่อไป

อ่านเพิ่มเติม: บทสนทนาครั้งแรกในประเทศไทยของ Tatler Front & Female “Give to Gain” พลังของผู้หญิงเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

Tatler Asia
Stephanie Tay, Executive Managing Director, Tatler Asia Thailand & Singapore (ภาพ: Tatler Thailand)
Above Stephanie Tay, Executive Managing Director, Tatler Asia Thailand & Singapore กล่าวเปิดงานด้วยถ้อยคำที่ส่งต่อพลังให้ผู้หญิงก้าวไปข้างหน้าอย่างเปล่งประกาย (ภาพ: Tatler Thailand)
Tatler Asia
ณัฐวุฒิ แสงชูวงษ์ บรรณาธิการบริหาร Tatler Thailand (ภาพ: Tatler Thailand)
Above ณัฐวุฒิ แสงชูวงษ์ บรรณาธิการบริหาร Tatler Thailand กล่าวส่งเสริมพลังของผู้หญิงในค่ำคืนสำคัญ ซึ่งล้วนมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือสร้างสรรค์ประโยชน์เพื่อสังคม และสร้างคุณค่าแก่ผู้อื่น (ภาพ: Tatler Thailand)
Stephanie Tay, Executive Managing Director, Tatler Asia Thailand & Singapore (ภาพ: Tatler Thailand)
ณัฐวุฒิ แสงชูวงษ์ บรรณาธิการบริหาร Tatler Thailand (ภาพ: Tatler Thailand)

ด้านณัฐวุฒิขยายความว่า แม้งานจะมีทั้งผู้ได้รับรางวัลและผู้เข้าชิง แต่ในความหมายที่แท้จริง “ไม่มีใครเป็นผู้แพ้และผู้ชนะ” เพราะทุกคนต่างมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ “สร้างสรรค์ประโยชน์เพื่อสังคม ทำให้โลกใบนี้ดีขึ้นกว่าเดิม” ก่อนเชื่อมเข้าสู่แนวคิดสำคัญของ Tatler ว่า “ทั้ง Power และ Purpose ต้องควบคู่ไปด้วยกัน” ไม่ว่าพลังนั้นจะมาจากฐานะ ตำแหน่ง หรือชื่อเสียง หากสามารถนำไปใช้เพื่อสร้างคุณค่าแก่ผู้อื่นได้ พลังนั้นก็ย่อมมีความหมาย

เขาปิดท้ายด้วยการวางบทบาทของ Tatler ไว้อย่างชัดเจนว่า “หน้าที่ของ Tatler ก็คือการเป็นสื่อที่ส่องสปอตไลต์ไปสู่สุภาพสตรีเหล่านี้ เพื่อที่เรื่องราวดีๆ เหล่านี้จะได้ถูกพูดถึงและมีแรงสนับสนุนต่อไป” และจากแนวคิดนี้เอง เรื่องราวของผู้หญิงทั้งห้าบนเวทีจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความสำเร็จ หากคือภาพของพลังที่ถูกนำไปใช้เพื่อผลักผู้คนและสังคมให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมีความหมาย

กล้าที่จะเริ่ม ก่อนวันที่เราจะรู้สึก “พร้อม”

สำหรับการมอบรางวัลในค่ำคืนสุดประทับใจนี้เริ่มต้นด้วย Tatler Front & Female Innovation Award ซึ่งมอบให้แก่ มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ หรือ “นก” ซีอีโอของ Sea (Thailand) ผู้อยู่เบื้องหลังธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง Shopee และ Garena โดยก่อนประกาศรางวัล พุทธวรรณ สุภัทรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรของ Sea (Thailand) ขึ้นกล่าวถึงผู้นำที่เธอร่วมงานอย่างใกล้ชิดในฐานะทั้ง “พี่สาว”, “ต้นแบบ” และแรงบันดาลใจของคนในองค์กร

สิ่งที่เธอเห็นชัดที่สุดในตัวมณีรัตน์ คือความสมดุลระหว่างความเข้มแข็งกับความอ่อนโยน ด้านหนึ่งคือผู้นำที่มุ่งมั่นและพร้อมนำทีมฝ่าความท้าทายของโลกเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงแทบทุกวัน แต่อีกด้านคือผู้บริหารที่ย้ำกับทีมเสมอว่า เทคโนโลยีหรือข้อมูลที่ซับซ้อนไม่อาจสร้างนวัตกรรมที่ดีได้ หากปราศจากความเข้าอกเข้าใจผู้ใช้ ลูกค้า ผู้ประกอบการ และพาร์ตเนอร์อย่างแท้จริง

เมื่อขึ้นรับรางวัล มณีรัตน์จึงเริ่มต้นด้วยการตีความคำว่า “innovation” ในแบบของตัวเองว่า ไม่ได้หมายถึงเพียงการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ แต่หมายถึง “การกล้าคิดต่าง กล้าลอง และกล้าท้าทายวิธีการเดิมๆ เพื่อค้นหาวิธีที่ดีกว่าเดิม” พร้อมย้ำว่าความสำเร็จดังกล่าวไม่เคยเป็นผลงานของคนคนเดียว หากเกิดจากทีมงาน พาร์ทเนอร์ และผู้ใช้ที่ร่วมให้คำแนะนำจนผลิตภัณฑ์และบริการพัฒนาต่อไปได้

ก่อนลงจากเวที เธอทิ้งข้อความสั้นๆ ถึงผู้นำรุ่นใหม่ โดยเฉพาะหญิงสาวที่กำลังลังเลอยู่หน้าประตูบานแรกของตัวเอง “อย่าไปรอคำว่าพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะมันไม่มีจริง เราต้องกล้าคิด กล้าทำ ลองผิดลองถูก แล้วปรับไปตามกระบวนการ” นับเป็นประโยคแรกๆ ของค่ำคืนที่เหมือนวางน้ำเสียงให้กับ Front & Female Awards ปีนี้ได้อย่างชัดเจนที่ว่า ไม่มีใครเดินมาถึงแถวหน้าเพราะรอให้ทุกสิ่งสมบูรณ์แบบ หากเพราะกล้าที่จะออกเดินก่อนต่างหาก

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 4 มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ หรือ ซีอีโอ Sea (Thailand) รับรางวัล Tatler Front & Female Innovation Award (ภาพ: Tatler Thailand)
Photo 2 of 4 ณัฐวุฒิ แสงชูวงษ์ บรรณาธิการบริหาร Tatler Thailand มอบรางวัล Tatler Front & Female Innovation Award ให้แก่มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ (ภาพ: Tatler Thailand)
Photo 3 of 4 มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ กล่าวถึงความสำเร็จว่าเกิดจากทีมงาน พาร์ทเนอร์ และผู้ใช้ที่ร่วมให้คำแนะนำจนผลิตภัณฑ์และบริการพัฒนาต่อไปได้ (ภาพ: Tatler Thailand)
Photo 4 of 4 พุทธวรรณ สุภัทรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรของ Sea (Thailand) ขึ้นกล่าวบนเวทีถึงผู้นำที่เธอร่วมงานอย่างใกล้ชิดในฐานะทั้ง “พี่สาว”, “ต้นแบบ” และแรงบันดาลใจของคนในองค์กร ว่าสิ่งที่เธอเห็นชัดที่สุดในตัวมณีรัตน์ คือความสมดุลระหว่างความเข้มแข็งกับความอ่อนโยน (ภาพ: Tatler Thailand)
มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ หรือ ซีอีโอ Sea (Thailand) รับรางวัล Tatler Front & Female Innovation Award (ภาพ: Tatler Thailand)
ณัฐวุฒิ แสงชูวงษ์ บรรณาธิการบริหาร Tatler Thailand มอบรางวัล Tatler Front & Female Innovation Award ให้แก่มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ซีอีโอของ Sea (Thailand) (ภาพ: Tatler Thailand)
มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ หรือ ซีอีโอ Sea (Thailand)  ขณะขึ้นรับรางวัล Tatler Front & Female Innovation Award กล่าวถึงความสำเร็จว่าเกิดจากทีมงาน พาร์ทเนอร์ และผู้ใช้ที่ร่วมให้คำแนะนำจนผลิตภัณฑ์และบริการพัฒนาต่อไปได้ (ภาพ: Tatler Thailand)
พุทธวรรณ สุภัทรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรของ Sea (Thailand) ขึ้นกล่าวบนเวทีถึงผู้นำที่เธอร่วมงานอย่างใกล้ชิดในฐานะทั้ง “พี่สาว”, “ต้นแบบ” และแรงบันดาลใจของคนในองค์กร ว่าสิ่งที่เธอเห็นชัดที่สุดในตัวมณีรัตน์ คือความสมดุลระหว่าง ความเข้มแข็งกับความอ่อนโยน (ภาพ: Tatler Thailand)

เมื่อความรัก “ทำงานหนักที่สุด”

หากรางวัลแรกพูดถึงการเริ่มต้น รางวัลต่อมากลับชวนให้มองไปยังช่วงปลายของชีวิต รางวัล Tatler Front & Female Well-being Award ในปีนี้มอบให้แก่ พญ.นิษฐา เอื้ออารีมิตร หรือ “หมอแนต” ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลคูน โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านการดูแลแบบประคับประคอง ซึ่งทำงานเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวสามารถผ่านช่วงเวลาสุดท้ายอย่างมีความหมาย

ก่อนการประกาศชื่อผู้ชนะ ณัฏฐ์ภรณ์ ว่องวีรโชติกิจ ผู้เป็นเจ้าของกิจการ D.I.N Family Camp ได้ขึ้นบนเวทีในฐานะตัวแทนของครอบครัวจำนวนมากที่เคยได้รับการดูแลจากโรงพยาบาลคูน เธอย้อนถึงช่วงเวลาที่คุณพ่อป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะสุดท้ายและตัดสินใจปฏิเสธเคมีบำบัด ช่วงเวลานั้นครอบครัวเต็มไปด้วยความสับสนว่า ชีวิตควรเดินต่อไปอย่างไร

คำตอบไม่ได้มาในรูปของการรักษาให้โรคหาย หากมาในรูปของการได้ใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้ “เต็ม” มากที่สุด

ตลอดระยะเวลาราวสี่เดือนที่โรงพยาบาล คุณพ่อของเธอได้หวนกลับไปมองชีวิตตลอด 79 ปี ทั้งความภาคภูมิใจ ความสำเร็จ และความหมายของสิ่งที่ผ่านเข้ามา ขณะเดียวกันทีมแพทย์ก็ช่วยเตรียมทั้งตัวผู้ป่วยและครอบครัวให้พร้อมสำหรับการจากลา จนเธอได้เรียนรู้ความหมายของคำว่า “well-being” ใหม่ทั้งหมด “Well-being ไม่ใช่ว่าเราเหลือเวลาอยู่เท่าไหร่ แต่คือทุกวินาทีที่เราได้อยู่ร่วมกัน ได้บอกรัก ได้ขอบคุณ ได้ขอโทษ และได้ให้อภัยกัน”

เธอขอบคุณหมอแนตที่ทำให้ “การออกเดินทางครั้งสุดท้าย” ของคุณพ่อมีความสง่างามและสมศักดิ์ศรีไม่ต่างจากวันที่เขาเดินทางมายังโลกใบนี้ ซึ่งคำกล่าวของเธอนั้นได้สร้างความตื้นตันใจไปทั่วทั้งฮอลล์ของการจัดงานที่ The Ritz-Carlton, Bangkok และเป็นสปีชที่ทำให้เวทีแห่งนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความหมาย ทั้งยังเป็นถ้อยคำที่ทำให้หมอแนตขึ้นรับรางวัลด้วยน้ำตา ก่อนจะกล่าวถึงความหมายของ “การสร้างความเปลี่ยนแปลง” ในมิติที่เล็กกว่าการเปลี่ยนโลก แต่อาจยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน

“การสร้างการเปลี่ยนแปลงอาจไม่ต้องเป็นเรื่องที่เปลี่ยนโลกหรือเปลี่ยนคนจำนวนมาก แต่อาจเป็นการทำให้คนคนหนึ่งในช่วงวาระสุดท้ายของเขา”

ในฐานะแพทย์ เธอยอมรับว่าวันหนึ่งจะมีภาวะที่วิทยาศาสตร์ไม่อาจรักษาให้หายได้อีกต่อไป แต่สิ่งที่แพทย์ยังทำได้เสมอ คือช่วยให้ทั้งผู้ป่วยและครอบครัวเดินผ่านช่วงเวลาที่ยากที่สุดไปอย่างดีที่สุด กระทั่งมาถึงประโยคที่อาจเป็นหนึ่งในถ้อยคำกินใจที่สุดของทั้งค่ำคืน “หลายคนอาจรู้สึกว่างานดูแลผู้ป่วยระยะท้ายเป็นงานที่เศร้า แต่จริงๆ แล้ว มันเป็นช่วงเวลาที่ความรักทำงานหนักที่สุด”

เพราะสำหรับเธอ การดูแลไม่ได้จบลงเมื่อผู้ป่วยจากไป โรงพยาบาลคูนยังดูแลหัวใจของครอบครัวที่อยู่ข้างหลังต่อ และรางวัลบนเวทีก็ไม่ใช่ของผู้ก่อตั้งเพียงคนเดียว หากเป็นของทีมงานทุกคนที่ “ทำมากกว่า job description” เพื่อแลกกับรอยยิ้มของผู้ป่วยและคนในครอบครัว

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 4 พญ.นิษฐา เอื้ออารีมิตร หรือ “หมอแนต” ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลคูน รับรางวัล Tatler Front & Female Well-being Award
Photo 2 of 4 สืบวงศ์ แก้วทิพรัตน์ Senior Advisor, Dining & Watch, Tatler Thailand เป็นผู้มอบรางวัล Tatler Front & Female Well-being Award ให้แก่ พญ.นิษฐา เอื้ออารีมิตร (ภาพ: Tatler Thailand)
Photo 3 of 4 พญ.นิษฐา เอื้ออารีมิตร กล่าวบนเวทีว่า แม้วิทยาศาสตร์ไม่อาจรักษาให้หายได้ แต่สิ่งที่แพทย์ยังทำได้เสมอ คือช่วยให้ทั้งผู้ป่วยและครอบครัวเดินผ่านช่วงเวลาที่ยากที่สุดไปอย่างดีที่สุด (ภาพ: Tatler Thailand)
Photo 4 of 4 ณัฏฐ์ภรณ์ ว่องวีรโชติกิจ เจ้าของกิจการ D.I.N Family Camp ซึ่งขึ้นเวทีในฐานะตัวแทนของครอบครัวที่เคยได้รับการดูแลจากโรงพยาบาลคูน กล่าวว่าช่วงเวลาที่สมาชิกในครอบครัวได้รับการดูแลจากโรงพยาบาลในระยะสุดท้าย ทำให้เธอและครอบครัวได้เรียนรู้ถึงความหมายที่แท้จริงของคำว่า “well-being” (ภาพ: Tatler Thailand)
พญ.นิษฐา เอื้ออารีมิตร หรือ “คุณหมอแนต” ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลคูน รับรางวัล Tatler Front & Female Well-being Award
สืบวงศ์ แก้วทิพรัตน์ Senior Advisor, Dining & Watch, Tatler Thailand เป็นผู้มอบรางวัล Tatler Front & Female Well-being Award ให้แก่ พญ.นิษฐา เอื้ออารีมิตร (ภาพ: Tatler Thailand)
พญ.นิษฐา เอื้ออารีมิตร กล่าวบนเวทีว่า แม้วิทยาศาสตร์ไม่อาจรักษาให้หายได้ แต่สิ่งที่แพทย์ยังทำได้เสมอ คือช่วยให้ทั้งผู้ป่วยและครอบครัวเดินผ่านช่วงเวลาที่ยากที่สุดไปอย่างดีที่สุด (ภาพ: Tatler Thailand)
ณัฏฐ์ภรณ์ ว่องวีรโชติกิจ เจ้าของกิจการ  D.I.N Family Camp ซึ่งขึ้นเวทีในฐานะตัวแทนของครอบครัวที่เคยได้รับการดูแลจากโรงพยาบาลคูน กล่าวว่าช่วงเวลาที่สมาชิกในครอบครัวได้รับการดูแลจากโรงพยาบาลในระยะสุดท้าย ทำให้เธอและครอบครัวได้เรียนรู้ถึงความหมายที่แท้จริงของคำว่า “well-being” (ภาพ: Tatler Thailand)

จากความสูญเสียสู่ชีวิตอีกหลายร้อยชีวิต

ความซาบซึ้งประทับใจจนกลั่นออกมาเป็นน้ำตาแห่งความตื้นตันใจปรากฏขึ้นอีกครั้งในเรื่องราวของ Tatler Front & Female Social Impact Award ที่นำพาผู้ฟังจากห้องผู้ป่วยไปยังจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อ สุไลมาน เจะอุบง ซึ่งเติบโตมากับ “บ้านลูกเหรียง” ขึ้นกล่าวบนเวทีถึง วรรณกนก เปาะอิแตดาโอะ หรือ “คุณแม่ชมพู่” ผู้ก่อตั้งสมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ หรือกลุ่มลูกเหรียง ซึ่งเป็นผู้คว้ารางวัลในสาขานี้

ในวันที่คุณแม่ชมพู่เองสูญเสียสมาชิกในครอบครัวถึงสี่คนจากสถานการณ์ความไม่สงบ ความโกรธและเจ็บปวดมีอยู่จริง แต่แทนที่จะส่งต่อความรุนแรง เธอกลับใช้สิ่งเหล่านั้นเป็นแรงผลักดันสร้าง “บ้านลูกเหรียญ” ซึ่งเดินทางเข้าสู่ปีที่ 23 และดูแลเด็กที่ได้รับผลกระทบแล้วกว่า 400 คน มากกว่าครึ่งเป็นเด็กผู้หญิงที่สูญเสียพ่อแม่หรือได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ด้วยตัวเอง

ตัวสุไลมานคือหลักฐานมีชีวิตของผลลัพธ์นั้น จากเด็กทุนคนหนึ่งเมื่อ 19 ปีก่อน วันนี้เขากลับมาทำงานเต็มเวลาเพื่อดูแลน้องๆ อีกหลายร้อยชีวิต และบนเวทีเขาได้พูดถึงถ้อยคำที่คุณแม่ชมพู่สอนเด็กๆ อยู่เสมอ “ฉันมีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตอยู่โดยปราศจากความรุนแรง… และฉันเลือกที่จะมีชีวิตอย่างมีคุณค่าและมีความหมาย”

ประโยคนั้นไม่ได้ถือกำเนิดขึ้นจากทฤษฎี หากเกิดจากการเรียนรู้ผ่านความสูญเสีย ความโกรธ และความเจ็บปวด กระทั่งค่อยๆ เปลี่ยนสิ่งเหล่านั้นเป็นผลกระทบเล็กๆ ที่ขยายวงกว้างขึ้นทุกปี

เมื่อขึ้นรับรางวัล วรรณกนกได้เลือกเล่าเรื่องหนึ่งที่ดูเหมือนเล็กน้อยอย่าง “ลิปสติกแดงกับแป้งพัฟฟ์”

ในชุมชนที่ผู้หญิงจำนวนมากต้องรับภาระเลี้ยงลูก ทำงานหนัก สูญเสียคู่ชีวิต หรืออยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอน เมื่อเธอลองถามว่าอะไรคือความสุขเล็กๆ ในแต่ละวัน คำตอบที่ได้เรียบง่ายอย่างน่าประหลาด นั่นคือการได้ทาลิปสติกสีแดงสักครั้ง หรือมีแป้งพัฟฟ์สักตลับ

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 4 วรรณกนก เปาะอิแตดาโอะ หรือ “คุณแม่ชมพู่” ผู้ก่อตั้งสมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ (กลุ่มลูกเหรียง) รับรางวัล Tatler Front & Female Social Impact Award (ภาพ: Tatler Thailand)
Photo 2 of 4 ณัฐวุฒิ แสงชูวงษ์ บรรณาธิการบริหาร Tatler Thailand มอบรางวัล Tatler Front & Female Social Impact Award ให้แก่ วรรณกนก เปาะอิแตดาโอะ (ภาพ: Tatler Thailand)
Photo 3 of 4 คุณแม่ชมพู่กล่าวบนเวทีในช่วงรับรางวัล Tatler Front & Female Social Impact Award ถึงแรงผลักดันสร้าง “บ้านลูกเหรียญ” พร้อมบอกว่า “ผู้หญิงเมื่อไหร่ที่เรารวมตัวกัน พลังมันจะล้นเหลือ” (ภาพ: Tatler Thailand)
Photo 4 of 4 สุไลมาน เจะอุบง ผู้จัดการวิสาหกิจเพื่อสังคม กลุ่มลูกเหรียง ซึ่งเป็น “ลูกชาย” ของคุณแม่ชมพู่กลุ่มแรกๆ กล่าวบนเวทีที่ทำให้เธอต้องซับน้ำตาด้วยความตื้นตัน และยังกล่าวถึงถ้อยคำที่คุณแม่ชมพู่สอนเด็กๆ อยู่เสมอ (ภาพ: Tatler Thailand)
วรรณกนก เปาะอิแตดาโอะ หรือ “คุณแม่ชมพู่” ผู้ก่อตั้งสมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ (กลุ่มลูกเหรียง) รับรางวัล Tatler Front & Female Social Impact Award (ภาพ: Tatler Thailand)
ณัฐวุฒิ แสงชูวงษ์ บรรณาธิการบริหาร Tatler Thailand มอบรางวัล Tatler Front & Female Social Impact Award ให้แก่  วรรณกนก เปาะอิแตดาโอะ (ภาพ: Tatler Thailand)
“คุณแม่ชมพู่” กล่าวบนเวทีในช่วงรับรางวัล Tatler Front & Female Social Impact Award ถึงแรงผลักดันสร้าง “บ้านลูกเหรียญ” พร้อมบอกว่า “ผู้หญิงเมื่อไหร่ที่เรารวมตัวกัน พลังมันจะล้นเหลือ” (ภาพ: Tatler Thailand)
สุไลมาน เจะอุบง ผู้จัดการวิสาหกิจเพื่อสังคม กลุ่มลูกเหรียง ซึ่งเป็น “ลูกชาย” ของคุณแม่ชมพู่กลุ่มแรกๆ กล่าวบนเวทีที่ทำให้เธอต้องซับน้ำตาด้วยความตื้นตัน และยังกล่าวถึงถ้อยคำที่คุณแม่ชมพู่สอนเด็กๆ อยู่เสมอ (ภาพ: Tatler Thailand)

จากคำตอบนั้นเองจึงเกิดโครงการระดมเครื่องสำอางและเวิร์กช็อปเล็กๆ ที่ในเวลาต่อมาเข้าถึงผู้หญิงในพื้นที่มากกว่า 4,000 คน เพราะสำหรับคนภายนอก ลิปสติกอาจเป็นเพียงเครื่องสำอาง แต่สำหรับผู้หญิงบางคน มันคือการได้มองตัวเองในกระจกและรู้สึกอีกครั้งว่า “ฉันมีคุณค่า”

เบื้องหลังโครงการดังกล่าวยังซ่อนเรื่องราวส่วนตัวของเธอเอง ในวัยเด็ก วรรณกนกเติบโตท่ามกลางค่านิยมที่เด็กหญิงอาจต้องแต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อย แต่การไม่ได้ “ถูกเลือก” กลับกลายเป็นโชคสำคัญ เพราะเปิดโอกาสให้เธอได้เรียนต่อ และทำให้ค้นพบว่าเมื่อผู้หญิงได้รับการศึกษา โลกและทางเลือกในชีวิตจะกว้างขึ้นเพียงใด นั่นกลายเป็นรากฐานความเชื่อในการมอบทุนและการศึกษาแก่เด็กๆ รุ่นต่อมา

“ผู้หญิงเมื่อไหร่ที่เรารวมตัวกัน พลังมันจะล้นเหลือ” เธอกล่าว พร้อมย้อนมองตัวเองว่าเคยคิดมาตลอดว่าเป็นเพียง “ผู้หญิงตัวเล็กๆ” แต่เมื่อวันหนึ่งมีใครสักคนมองเห็นและมอบโอกาส สิ่งนั้นกลับทำให้เธอสามารถลงมือทำเรื่องใหญ่ในพื้นที่ของตัวเองได้

ผู้นำหญิงไม่ได้เติบโตเพียงลำพัง

สำหรับรางวัล Tatler Front & Female Founder Award ตกเป็นของ กชกร วรอาคม ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Landprocess ภูมิสถาปนิกผู้ผลักดันแนวคิด “เมืองซับน้ำ” และใช้การออกแบบพื้นที่สีเขียวช่วยให้เมืองรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและน้ำท่วม

ก่อนการประกาศผล วราพร โคมทองสถิตย์ และน้ำฝน บัวเปรม จากทีม Landprocess ขึ้นบอกเล่าถึงกชกรในอีกมุมหนึ่งที่ไม่ใช่เพียงสถาปนิกที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับระดับนานาชาติ แต่เป็น “อาจารย์” ผู้ให้ทั้งโอกาสและความเชื่อมั่นแก่คนในทีม

หนึ่งในประโยคที่กชกรมักพูดกับพวกเธอคือ “ไม่มีปัญหาใดในโลกนี้ที่แก้ไม่ได้” คำพูดซึ่งทำให้คนทำงานรุ่นหลังเลิกกลัวปัญหา และสำคัญยิ่งกว่านั้น คือการได้เห็นด้วยตาตัวเองว่า ผู้หญิงคนหนึ่งสามารถเป็นผู้นำและได้รับการยอมรับในระดับโลกได้จริง

อย่างไรก็ตามแม้กชกรจะติดภารกิจต่างประเทศและไม่สามารถมารับรางวัลด้วยตนเอง แต่ข้อความผ่านวิดีโอของเธอกลับขยายความหมายของคำว่า “Founder” ออกไปไกลกว่าการก่อตั้งบริษัท

เธอเริ่มจากการขอบคุณผู้หญิงทุกคนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ โดยเฉพาะคุณแม่ เพราะในสายตาของกชกร การที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะขึ้นมายืนอยู่ ณ จุดนี้ได้ ไม่เคยเกิดจากตัวเธอเพียงลำพัง และแม้ภูมิสถาปัตยกรรมจะเป็นวิชาชีพของ “การสร้าง” เธอกลับมองว่าอาชีพนี้ต้องการคุณสมบัติที่เธอนิยามว่าเป็น “ความเป็นผู้หญิง” อย่างมากเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเมืองที่ดี สิ่งแวดล้อมที่ดี หรือสังคมที่ดี

“สิ่งสำคัญของการเป็นผู้หญิง คือการสร้างโอกาสและสร้างกำลังใจให้ผู้หญิงคนต่อไป ให้เด็กๆ ที่กำลังจะตามพวกเรามา ได้มีโอกาสสร้างเมืองและสร้างสังคมที่ดีต่อไปในอนาคต” ถ้อยคำนี้เองจึงทำให้คำว่า “founder” บนเวทีนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงผู้สร้างกิจการ หากหมายถึงคนที่สร้างพื้นที่ให้คนรุ่นหลังสามารถลุกขึ้นมาสร้างสิ่งของตัวเองต่อไปได้เช่นกัน

Tatler Asia
ชชานนท์ ลิ่มทอง Editor, Power & Purpose and VIP, Tatler Thailand มอบรางวัล Tatler Front & Female Founder Award ให้แก่ กชกร กชกร วรอาคม ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Landprocess ผ่านตัวแทน วราพร โคมทองสถิตย์ และน้ำฝน  บัวเปรม สองภูมิสถาปนิกอาวุโส ของ Landprocess เนื่องจากกชกรติดภารกิจที่ต่างประเทศ (ภาพ: Tatler Thailand)
Above ชชานนท์ ลิ่มทอง Editor, Power & Purpose and VIP, Tatler Thailand มอบรางวัล Tatler Front & Female Founder Award ให้แก่ กชกร กชกร วรอาคม ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Landprocess ผ่านตัวแทน วราพร โคมทองสถิตย์ และน้ำฝน บัวเปรม สองภูมิสถาปนิกอาวุโส ของ Landprocess เนื่องจากกชกรติดภารกิจต่างประเทศ (ภาพ: Tatler Thailand)
Tatler Asia
วราพร โคมทองสถิตย์ และน้ำฝน  บัวเปรม ขึ้นกล่าวบนเวทีถึง กชกร กชกร วรอาคม ที่ไม่ใช่เพียงสถาปนิกที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับระดับนานาชาติ แต่เป็น “อาจารย์” ผู้ให้ทั้งโอกาสและความเชื่อมั่นแก่คนในทีม ขณะที่กชกรแม้ไม่ได้มารับรางวัลด้วยตัวเอง แต่ได้ส่งข้อความผ่านวิดีโอ บอกว่า แม้ภูมิสถาปัตยกรรมจะเป็นวิชาชีพของ “การสร้าง” แต่อาชีพนี้ต้องการคุณสมบัติที่มี “ความเป็นผู้หญิง” เช่นกัน (ภาพ: Tatler Thailand)
Above น้ำฝน บัวเปรม และวราพร โคมทองสถิตย์ ขึ้นกล่าวบนเวทีถึงกชกร ขณะที่กชกรแม้ไม่ได้มารับรางวัลด้วยตัวเอง แต่ได้ส่งข้อความผ่านวิดีโอ บอกว่า แม้ภูมิสถาปัตยกรรมจะเป็นวิชาชีพของ “การสร้าง” แต่อาชีพนี้ต้องการคุณสมบัติที่มี “ความเป็นผู้หญิง” เช่นกัน (ภาพ: Tatler Thailand)
ชชานนท์ ลิ่มทอง Editor, Power & Purpose and VIP, Tatler Thailand มอบรางวัล Tatler Front & Female Founder Award ให้แก่ กชกร กชกร วรอาคม ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Landprocess ผ่านตัวแทน วราพร โคมทองสถิตย์ และน้ำฝน  บัวเปรม สองภูมิสถาปนิกอาวุโส ของ Landprocess เนื่องจากกชกรติดภารกิจที่ต่างประเทศ (ภาพ: Tatler Thailand)
วราพร โคมทองสถิตย์ และน้ำฝน  บัวเปรม ขึ้นกล่าวบนเวทีถึง กชกร กชกร วรอาคม ที่ไม่ใช่เพียงสถาปนิกที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับระดับนานาชาติ แต่เป็น “อาจารย์” ผู้ให้ทั้งโอกาสและความเชื่อมั่นแก่คนในทีม ขณะที่กชกรแม้ไม่ได้มารับรางวัลด้วยตัวเอง แต่ได้ส่งข้อความผ่านวิดีโอ บอกว่า แม้ภูมิสถาปัตยกรรมจะเป็นวิชาชีพของ “การสร้าง” แต่อาชีพนี้ต้องการคุณสมบัติที่มี “ความเป็นผู้หญิง” เช่นกัน (ภาพ: Tatler Thailand)

Legacy ที่ไม่ใช่สิ่งซึ่งทิ้งไว้ข้างหลัง

รางวัลสุดท้ายและเป็นไฮไลต์ของค่ำคืนคือ Tatler Front & Female Legacy Award ซึ่งมอบให้แก่ กมลา สุโกศล ประธานคณะกรรมการบริหารกลุ่มโรงแรมและบริษัทในเครือสุโกศล ผู้ซึ่งเรื่องราวบนเวทีทำให้คำว่า “legacy” มีความหมายลึกกว่าชื่อรางวัลอย่างมาก

ก่อนการประกาศผล ศาสตราจารย์กิตติคุณ นพ.จรัญ มหาทุมะรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ขึ้นเล่าถึงความสัมพันธ์ยาวนานกว่า 20 ปีระหว่างกมลาและศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ โดยระบุว่า ผู้ป่วยจำนวนมากของศูนย์ฯ ไม่เพียงต้องเผชิญความพิการที่ซับซ้อนและต้องอาศัยทีมแพทย์จากหลายสาขา แต่ยังมาจากครอบครัวยากจน บางคนไม่มีแม้ค่าเดินทางมารับการรักษา หากไม่ได้รับการผ่าตัด เด็กหลายคนอาจเติบโตโดยไม่กล้าออกจากบ้านและยากต่อการใช้ชีวิตในสังคม

Tatler Asia
ศาสตราจารย์กิตติคุณ นพ.จรัญ มหาทุมะรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ขณะเล่าถึงความสัมพันธ์ยาวนานกว่า 20 ปีระหว่างกมลา สุโกศล แคลปป์ ซึ่งได้รับรางวัล Tatler Legacy Award และศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ (ภาพ: Tatler Thailand)
Above ศาสตราจารย์กิตติคุณ นพ.จรัญ มหาทุมะรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ขณะเล่าถึงความสัมพันธ์ยาวนานกว่า 20 ปีระหว่างกมลา สุโกศล ซึ่งได้รับรางวัล Tatler Legacy Award และศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ (ภาพ: Tatler Thailand)
Tatler Asia
ดารณี สุโกศล แคลปป์ บุตรคนที่สามของ กมลา สุโกศล แคลปป์ ขณะพามารดาขึ้นรับรางวัลเกียรติยศประจำค่ำคืน Tatler Legacy Award
Above ดารณี สุโกศล แคลปป์ บุตรคนที่สามของ กมลา สุโกศล ขณะพามารดาขึ้นรับรางวัลเกียรติยศประจำค่ำคืน Tatler Legacy Award (ภาพ: Tatler Thailand)
ศาสตราจารย์กิตติคุณ นพ.จรัญ มหาทุมะรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ขณะเล่าถึงความสัมพันธ์ยาวนานกว่า 20 ปีระหว่างกมลา สุโกศล แคลปป์ ซึ่งได้รับรางวัล Tatler Legacy Award และศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ (ภาพ: Tatler Thailand)
ดารณี สุโกศล แคลปป์ บุตรคนที่สามของ กมลา สุโกศล แคลปป์ ขณะพามารดาขึ้นรับรางวัลเกียรติยศประจำค่ำคืน Tatler Legacy Award

กมลาเข้ามารู้จักศูนย์แห่งนี้เมื่อกว่าสองทศวรรษก่อน และสิ่งที่สร้างความประทับใจให้กับ นพ.จรัญไม่ใช่เพียงการบริจาค แต่คือการถามไถ่ถึงเด็กแต่ละคนอยู่เสมอ คนนี้เป็นอย่างไร คนนั้นเป็นอย่างไร ราวกับว่าความช่วยเหลือไม่ได้จบลงเมื่อส่งมอบเงิน แต่หัวใจยังเดินตามชีวิตของผู้รับไปด้วย

ตลอดกว่า 20 ปี เธอสนับสนุนค่าเดินทาง ค่าที่พักและค่าใช้จ่ายต่างๆ จัดคอนเสิร์ตระดมทุนในวาระวันเกิด และชวนครอบครัวรวมถึงผู้คนรอบตัวเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อให้เด็กเหล่านั้นไม่เพียงได้รับการรักษาร่างกาย แต่กลับเข้าสู่สังคมด้วยความมั่นใจอีกครั้ง จากเรื่องราวตลอดหลายปี นพ.จรัญจึงนิยาม “legacy” ของกมลาไว้อย่างงดงาม “Legacy ไม่ใช่เพียงสิ่งที่เราทิ้งไว้เบื้องหลัง แต่คือสิ่งที่ยังคงสร้างผลต่อชีวิตของผู้อื่น แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าใด”

ทุกครั้งที่เด็กคนหนึ่งได้รับการผ่าตัด ทุกครั้งที่เด็กคนหนึ่งสามารถยิ้มได้อย่างมั่นใจ และทุกครั้งที่ครอบครัวหนึ่งมีกำลังใจเดินหน้าต่อ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เขาเรียกว่า “มรดกแห่งความเมตตา” ซึ่งกมลาและครอบครัวร่วมกันสร้างขึ้น

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 4 กมลา สุโกศล ประธานคณะกรรมการ กลุ่มโรงแรมและบริษัทในเครือสุโกศล พร้อมดารณี สุโกศล แคลปป์ ขณะขึ้นรับรางวัล Tatler Legacy Award (ภาพ: Tatler Thailand)
Photo 2 of 4 Stephanie Tay, Executive Managing Director, Tatler Asia Thailand & Singapore และกมลา สุโกศล ขณะรับรางวัล Tatler Legacy Award (ภาพ: Tatler Thailand)
Photo 3 of 4 กมลา สุโกศล กล่าวถึงรางวัลที่ได้รับ ก่อนมอบข้อคิดสั้นๆ ผ่านเนื้อหาของบทเพลง ‘Live and Learn’ (ภาพ: Tatler Thailand)
Photo 4 of 4 ศาสตราจารย์กิตติคุณ นพ.จรัญ มหาทุมะรัตน์ มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับกมลา สุโกศล ที่ได้รับรางวัล Tatler Front & Female Legacy Award (ภาพ: Tatler Thailand)
กมลา สุโกศล ประธานคณะกรรมการ กลุ่มโรงแรมและบริษัทในเครือสุโกศล พร้อมดารณี สุโกศล แคลปป์ ขณะขึ้นรับรางวัล Tatler Legacy Award (ภาพ: Tatler Thailand)
Stephanie Tay, Executive Managing Director, Tatler Asia Thailand & Singapore และกมลา สุโกศล แคลปป์ ขณะรับรางวัล Tatler Legacy Award (ภาพ: Tatler Thailand)
กมลา สุโกศล กล่าวถึงรางวัลที่ได้รับ ก่อนมอบข้อคิดสั้นๆ ผ่านเนื้อหาของบทเพลง ‘Live and Learn’ (ภาพ: Tatler Thailand)
ศาสตราจารย์กิตติคุณ นพ.จรัญ มหาทุมะรัตน์ มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับกมลา สุโกศล ที่ได้รับรางวัล Tatler Front & Female Legacy Award (ภาพ: Tatler Thailand)

Live and Learn—บทเรียนจากชีวิตวัย 90 ปี

หากสุนทรพจน์ของผู้รับรางวัลท่านอื่นๆ พาผู้ฟังย้อนกลับไปยังเส้นทางการทำงาน ถ้อยคำของกมลากลับดูราวกับบทสรุปชีวิต ในวัย 90 ปี เธอพูดติดรอยยิ้มว่าจะยังสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกหลานต่อไป “จนกระทั่งอายุร้อยปี” ก่อนมอบข้อคิดสั้นๆ แก่ทุกคนในห้อง ผ่านปรัชญาที่ผูกพันกับเพลง Live and Learn “อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน ตามความคิดสติเราให้ทัน อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด”

ประโยคนี้เองที่เป็นแก่นของเพลง Live and Learn ซึ่งวงดนตรี 159 Chamber Orchestra by Muse [x] Academy เป็นผู้บรรเลง และเสียงร้องขับขานโดย ป่าน กัญภัส ศรีณรงค์ ชยานุวัฒน์ ได้ดังขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เธอในค่ำคืนนั้น ก่อนที่สตรีผู้สร้าง “legacy” ผู้นี้จะขึ้นร่วมขับร้องเพลงนี้ด้วยตัวเอง ท่ามกลางเสียงปรบมือและรอยยิ้มของทุกคนในงาน

Tatler Asia
การขับขานบทเพลงสุดพิเศษ ‘Live and Learn’ โดยป่าน กัญภัส ศรีณรงค์ ชยานุวัฒน์ ร่วมกับ 159 Chamber Orchestra by Muse [x] Academy ก่อนการประกาศรางวัล Tatler Legacy Award (ภาพ: Tatler Thailand)
Above การขับขานบทเพลงสุดพิเศษ ‘Live and Learn’ โดยป่าน กัญภัส ศรีณรงค์ ชยานุวัฒน์ ร่วมกับ 159 Chamber Orchestra by Muse [x] Academy ก่อนการประกาศรางวัล Tatler Legacy Award (ภาพ: Tatler Thailand)
Tatler Asia
ป่าน กัญภัส ศรีณรงค์ ชยานุวัฒน์ เชื้อเชิญกมลา สุโกศล เจ้าของเสียงร้องต้นตำรับ ร่วมขับขานบทเพลง ‘Live and Learn’ ที่ถือเป็นหนึ่งใน magic moment ภายในงานประกาศรางวัล Tatler Front & Female Awards ครั้งนี้ (ภาพ: Tatler Thailand)
Above ป่าน กัญภัส ศรีณรงค์ ชยานุวัฒน์ เชื้อเชิญกมลา สุโกศล เจ้าของเสียงร้องต้นตำรับ ร่วมขับขานบทเพลง ‘Live and Learn’ ที่ถือเป็นหนึ่งใน magic moment ภายในงานประกาศรางวัล Tatler Front & Female Awards ครั้งนี้ (ภาพ: Tatler Thailand)
การขับขานบทเพลงสุดพิเศษ ‘Live and Learn’ โดยป่าน กัญภัส ศรีณรงค์ ชยานุวัฒน์ ร่วมกับ 159 Chamber Orchestra by Muse [x] Academy ก่อนการประกาศรางวัล Tatler Legacy Award (ภาพ: Tatler Thailand)
ป่าน กัญภัส ศรีณรงค์ ชยานุวัฒน์ เชื้อเชิญกมลา สุโกศล เจ้าของเสียงร้องต้นตำรับ ร่วมขับขานบทเพลง ‘Live and Learn’ ที่ถือเป็นหนึ่งใน magic moment ภายในงานประกาศรางวัล Tatler Front & Female Awards ครั้งนี้ (ภาพ: Tatler Thailand)

จึงแทบไม่มีบทสรุปใดเหมาะสมกว่านั้นสำหรับค่ำคืนของ Tatler Front & Female Awards 2026 เพราะเบื้องหลังผู้หญิงซึ่งยืนอยู่ “แถวหน้า” ไม่มีชีวิตใดปราศจากความสูญเสีย ความผิดพลาด ความไม่พร้อม หรือความผิดหวัง หากความแตกต่างอาจอยู่ตรงที่พวกเธอเลือกเรียนรู้อะไรจากสิ่งเหล่านั้น และเลือกส่งต่อสิ่งใดให้แก่คนข้างหลัง

สำหรับมณีรัตน์ นั่นคือความกล้าที่จะลงมือก่อนความพร้อมจะมาถึง สำหรับหมอแนต คือการทำให้ความรักยังคงมีพื้นที่ทำงาน แม้ในโมงยามของการจากลา สำหรับคุณแม่ชมพู่ คือการไม่ยอมให้ความรุนแรงเป็นคำตอบของความเจ็บปวด สำหรับกชกร คือการสร้างโอกาสให้ผู้หญิงคนต่อไป และสำหรับกมลา มันคือการทำให้ความสำเร็จของชีวิตไม่ได้จบลงที่ตัวเอง แต่แปรเปลี่ยนเป็นความหวังในชีวิตของผู้อื่น

Tatler Asia
ผู้บริหาร Tatler Thailand ถ่ายภาพร่วมกับผู้ได้รับรางวัล Tatler Front & Female Awards 2026 (ภาพ: Tatler Thailand)
Above ผู้บริหาร Tatler Thailand ถ่ายภาพร่วมกับผู้ได้รับรางวัล Tatler Front & Female Awards 2026 (ภาพ: Tatler Thailand)
ผู้บริหาร Tatler Thailand ถ่ายภาพร่วมกับผู้ได้รับรางวัล Tatler Front & Female Awards 2026 (ภาพ: Tatler Thailand)

ท้ายที่สุดแล้ว Front & Female อาจไม่ได้หมายถึงเพียงผู้หญิงที่ยืนอยู่แถวหน้า หากหมายถึงผู้หญิงที่เมื่อเดินมาถึงข้างหน้าแล้ว ยังเลือกหันกลับไปยื่นมือให้ใครอีกหลายคนเดินตามขึ้นมาด้วย นับเป็นความงดงามที่เกิดขึ้นบนเวทีแห่งเกียรติยศที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง และทิ้งมรดกทางความคิดไว้ในใจผู้ร่วมงานทุกคนอย่างแท้จริง

Topics