Cover สุขภาพจิต เป็นเรื่องที่ทุกคนควรพูดได้

ด้วยแหล่งข้อมูลและปัจจัยส่งเสริมที่มีอยู่มากมายในปัจจุบัน แล้วเราสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อดูแลสุขภาพใจและความสุขของเราให้ดีในทุกวัน

สุขภาพใจของเราเองนั้นสำคัญ และสุขภาพจิตคือค่าเฉลี่ยของความรู้สึกทั้งหมดของเราและวิธีที่เราดูแลความรู้สึกและจิตใจของเราให้มีความสมดุล แน่นอนว่าชีวิตคนเราต้องมีช่วงเวลาที่รู้สึกแย่ ช่วงเวลาที่ยากลำบาก และต้องเผชิญอุปสรรคความท้าทาย แต่เราต่างมี "กล่องเครื่องมือ" ของวิธีการต่างๆ ที่จะช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้นได้ เช่น การเดินเล่น การสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ การอ่านหนังสือหรือพูดคุยเรื่องราวชีวิตกับเพื่อนที่รู้ใจ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้คนเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพจิตมากขึ้น มีการใ้ห้ค่าหรือตีตราทางสังคมลดลง ส่งผลให้มีแนวทางแก้ไขและสนับสนุนคุณค่าของการมีสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจมากขึ้นไปด้วย

หมั่นดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีอยู่เสมอ

แนวคิดยุคนี้ที่ว่าปัญหาสุขภาพจิตหมายถึงการหลีกหนีประสบการณ์ที่ส่งผลด้านลบต่อจิตใจและหาวิธีที่จะเติมพลังเชิงบวกให้กับชีวิตของเราอย่างเดียวนั้น ใช้ไม่ได้กับโลกความเป็นจริงเสมอไป เราต้องเจอกับสถานการณ์ความเป็นจริงของชีวิตที่มีทั้งทุกข์และสุขปะปนกันไป และไม่หลบหนีช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่ต้องหาวิธีรับมือและลุกขึ้นยืนต่อไปให้ได้มากกว่า การลุกขึ้นยืนและผ่านเหตุการณ์นั้นๆ มาได้ถือเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด เพราะความสุขไม่ใช่แค่ช่วงเวลาแห่งความสุข แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะก้าวผ่านจังหวะขึ้นลงของชีวิตและพบเจอคุณค่าและบทเรียนในแต่ละประสบการณ์ได้อย่างแท้จริง

1. คุณภาพการนอนหลับนั้นสำคัญ

ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการนอนหลับที่มีคุณภาพ จะช่วยให้ความจำและร่างกายตื่นตัวได้ดีขึ้น ควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น ความเครียดและความเหนื่อยล้าก็ลดลง การนอนหลับช่วยให้ร่างกายและจิตใจฟื้นตัวและเติมพลัง เสริมภูมิคุ้มกันและการทำงานของสมองและการรับรู้ และทำให้อารมณ์ดีขึ้น การนอนหลับที่ดียังช่วยลดความรู้สึกซึมเศร้า ความหงุดหงิด และความขุ่นเคืองด้วย การอดนอนทำให้เกิดความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า ความเจ็บป่วย และความเครียดมากขึ้น

  • เริ่มต้นด้วยการหยุดใช้โทรศัพท์และอุปกรณ์อื่นๆ ของคุณอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงก่อนเข้านอน เพราะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ปล่อยแสงสีฟ้าที่รบกวนวงจรการนอนหลับและการตื่นโดยธรรมชาติ ทำให้นอนหลับได้ยากขึ้น อุปกรณ์ต่างๆ ยังกระตุ้นและส่งผลให้สมองของเราทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้ใช้เวลานานกว่าจะนอนหลับและระยะเวลาการนอนหลับลดลง
  • หมั่นทบทวนและรู้สึกขอบคุณชีวิตในแต่ละคืน ฝึกสมองให้จดจ่อกับเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างวัน แทนที่จะเป็นเหตุการณ์เชิงลบ ลองนึกถึง 3 เรื่องที่คุณรู้สึกขอบคุณในแต่ละวันจะส่งผลดีต่อใจ ไม่ให้เกิดภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความพึงพอใจและความสุข การฝึกแสดงความขอบคุณก่อนนอนจะช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ และลดผลกระทบด้านลบที่อุปสรรคในแต่ละวันมีต่อชีวิตของเรา
Tatler Asia
Above การออกกำลังกายและเดินเล่นเบาๆ ช่วยให้ร่างกายได้ขยับตัว และทำให้รู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์ดีขึ้น

2. ดูแลสุขภาพทั้งกายและใจ

  • การออกกำลังกายได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประโยชน์เชิงบวกต่อสุขภาพที่ดี ทั้งทางร่างกายและอารมณ์ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ภูมิคุ้มกัน และลดความเครียด ในขณะเดียวกันก็ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น การออกกำลังกายจะปล่อยสารเคมี เช่น เอ็นโดรฟิน อะดรีนาลีน และโดปามีน ซึ่งเกี่ยวข้องกับความรู้สึกมีความสุขและความมั่นใจ และลดระดับภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล ลองจัดลำดับความสำคัญของเวลาสำหรับการออกกำลังกายแบบแอโรบิกเพื่อให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขและเกิดอารมณ์เชิงบวกมากขึ้น
  • การทำสมาธิและฝึกสติมีประโยชน์มากมาย การทำสมาธิช่วยเพิ่มความสุข ปรับปรุงการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ลดความเครียดและความวิตกกังวล ปรับปรุงการควบคุมตนเอง ควบคุมอารมณ์ ปรับปรุงทักษะการโฟกัสและการแก้ปัญหา ความสามารถในการทำงานหลายอย่างพร้อมกันและความจำ ลองจัดเวลาในแต่ละวันเพื่อการทำสมาธิและการฝึกกำหนดลมหายใจสักสองสามนาทีอย่างสม่ำเสมอ

3. แสดงความรู้สึกของตัวเอง

  • บางครั้งสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ฉุดรั้งเราไว้คือประสบการณ์เชิงลบจากอดีตที่ผุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เรารู้สึกหมดแรงและท้อแท้ การเรียนรู้ที่จะปล่อยวางและค้นหาข้อดีในแต่ละประสบการณ์นั้นเป็นสิ่งที่ท้าทาย แต่มีประโยชน์มากในการก้าวต่อไปข้างหน้ากับชีวิตของคุณ มันสำคัญที่เราต้องรู้ว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอดีตได้ แต่เราเรียนรู้จากมันได้
  • พูดคุยกับคนรอบตัว ดูแลความสัมพันธ์ รู้จักขอโทษและขอบคุณผู้คนในชีวิตของคุณ เมื่อชีวิตยุ่งวุ่นวาย การละเลยคนรอบข้างเป็นเรื่องง่าย หมั่นดูแลความสัมพันธ์ของคุณกับเพื่อน ครอบครัว ลูกๆ และแม้แต่เพื่อนร่วมงาน และหาเวลาที่จะถามไถ่และให้กำลังใจพวกเขาเช่นกัน อย่ารอจังหวะที่เหมาะสม แต่ให้หยิบโทรศัพท์ เขียนจดหมาย หรือส่งอะไรเล็กๆ น้อยๆ ให้กับคนพิเศษ

การดูแลสุขภาพใจนั้น เราควรพิจารณาใจเราเองอยู่เสมอ ใช้เวลาทำความเข้าใจเป้าหมายต่างๆ ในชีวิต อะไรทำให้คุณมีความสุข และอะไรที่คุณควบคุมได้ซึ่งคุณสามารถทำได้ทุกวันและทำให้คุณรู้สึกดี ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม โฟกัสความตั้งใจในแต่ละวันและก้าวข้ามช่วงเวลาที่ยากลำบาก และเชื่อมั่นว่าคุณสามารถทำให้ตัวเองมีความสุขได้ง่ายๆ


This story was originally written in English by Shireena Shroff Manchharam.

ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2566 โดย Shireena Shroff Manchharam โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ


อ่านเพิ่มเติม:

5 เคล็ดลับนวดหน้าแผนไทยด้วยตัวเองที่บ้าน

เคล็ดลับดูแลสุขภาพใจสไตล์ผู้บริหารรุ่นใหม่

10 เรื่องที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับวิตามิน

Topics

Panit Tanasuk
Features Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia

ผานิต ธนะสุข เป็นบรรณาธิการ Features Editor ประจำ Tatler Thailand ดูแลเนื้อหาบทความเชิงลึกตั้งแต่บทสัมภาษณ์เจาะลึกบุคคลที่น่าสนใจ เรื่องราวของความยั่งยืน ผู้หญิงแถวหน้าในหลายแวดวง และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย เธอมีประสบการณ์ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทั้งออนไลน์และออฟไลน์มากว่า 10 ปี