Cover รีสอร์ตบนเขาของแบรนด์เน้นย้ำสุขภาพที่ยืนยาวผ่านธรรมชาติ การเคลื่อนไหว และการผจญภัยกลางแจ้ง (Image: Club Med)

หัวใจสำคัญสู่การพักผ่อนอย่างแท้จริง Club Med เปิดตัวแคมเปญระดับโลกภายใต้แนวคิด ‘The Art of Free Time’ สะท้อนถึงนิยามการท่องเที่ยวแบบลักซ์ชูรีอย่างมีอิสระ

ครั้งสุดท้ายที่คุณได้พักผ่อนอย่างแท้จริงโดยไม่ต้องรู้สึกผิดคือเมื่อไหร่ วันหยุดที่คุณไม่ต้องคอยดูหน้าจอแล็ปท็อปหรือโทรศัพท์มือถืออย่างวิตกกังวล แต่มีอิสระที่จะได้ทำในสิ่งที่ใจต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการนอนรับลมข้างสระว่ายน้ำ ละเมียดละไมกับมื้อเช้าอันยาวนาน ออกไปเดินป่าชมธรรมชาติ หรือเพิ่มความตื่นเต้นให้ชีวิตด้วยกิจกรรมสุดท้าทาย 

ไม่มีสูตรสำเร็จสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง และนั่นคือหัวใจสำคัญของแคมเปญระดับโลกใหม่ล่าสุดจาก Club Med อย่าง 'The Art of Free Time' ที่เพิ่งเปิดตัวในเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยได้รับแรงบันดาลใจจากปรัชญาของผู้ก่อตั้งอย่าง Gérard Blitz ที่เคยกล่าวไว้ว่า "จุดมุ่งหมายของชีวิต คือความสุข" นับตั้งแต่ Club Med แห่งแรกได้เปิดในบริการที่เมดิเตอร์เรเนียนเมื่อปี 1950 ความเชื่อนี้ได้กลายเป็นหัวใจหลักของแบรนด์เสมอมา นั่นคือการช่วยให้ผู้เข้าพักทุกคนได้ทวงคืนเวลาแห่งการพักผ่อนเพื่อใช้ไปกับสิ่งอันทรงคุณค่าอย่างแท้จริง 

อ่านเพิ่มเติม: เทรนด์ท่องเที่ยวยุคใหม่ Passion Economy เมื่อผู้คนเลือกเดินทางตามความสนใจและประสบการณ์ที่มีความหมาย ผ่านมุมมอง Danielle Jin จาก Visa

"The Art of Free Time รังสรรค์ขึ้นจากความเชื่อที่ว่า ในโลกยุคปัจจุบันี่เร่งรีบให้เราต้องทำอะไรมากกว่าเดิม การได้พักผ่อนอย่างแท้จริงจึงกลายเป็นหนึ่งในความหรูหราที่สุดของชีวิต" สเตฟาน มาแคร์ (Stéphane Maquaire) ประธานและซีอีโอของ Club Med กล่าว "นับตั้งแต่จุดเริ่มต้น Cleb Med ได้ทำหน้าที่เป็นผู้นำในการนำเสนอสัมผัสใหม่ของการใช้เวลา นั่นคือเวลาที่เปิดกว้างด้วยอิสรภาพ กาารเชื่อมโยงถึงกัน และการค้นพบสิ่งใหม่" 

นอกจากนี้ มาแชร์ยังชี้ให้เห็นถึงจุดแข็งของรูปแบบ All-Inclusive อันเป็นเอกลักษณ์ของ Club Med ที่พร้อมต้อนรับทั้งนักท่องเที่ยว คู่รัก และครอบครัว ซึ่งนับเป็นแนวคิดที่ยังคงตอบโจทย์และครองใจนักเดินทางทั่วโลก อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในก้าวต่อไปของแบรนด์ และด้วยพอร์ตโฟลิโอที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แขกผู้เข้าพักจึงมีจุดหมายปลายทางให้เลือกสรรอย่างหลากหลายเพื่อใช้ชีวิตในรูปแบบที่ต้องการ

ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Club Med กำลังขยายธุรกิจไปยังจุดหมายปลายทางใหม่ๆ ด้วยการเปิดตัว Club Med Borneo บนชายหาดกัวลาเปนยู ในรัฐซาบาห์ ในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยนับเป็นรีสอร์ตริมหาดแห่งแรกของแบรนด์ในเอเชียที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความยั่งยืน BREEAM (Building Research Establishment Environmental Assessment Method) พร้อมการออกแบบที่ให้เกียรติมรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่น ผ่านเรือนไม้ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบ้านยาวประเพณีของชาวรูงุส ตัวรีสอร์ตตั้งอยู่ท่ามกลางน้ำตกและผืนป่าอันสมบูรณ์ มีห้องพักรวม 400 ห้อง รวมถึง Exclusive Collection Suites 39 ห้อง ในโซน Mutiara สำหรับผู้ใหญ่โดยเฉพาะ พร้อมห้องอาหารสามแห่ง สระว่ายน้ำไร้ขอบหันหน้าสู่ทะเลจีนใต้ และโปรแกรมกิจกรรมสำหรับครอบครัวแบบจัดเต็ม นอกจากนี้ ผู้เข้าพักยังสามารถออกไปท่องธรรมชาติกับกิจกรรมซาฟารีล่องเรือพร้อมไกด์ เพื่อชมสัตว์ป่าท้องถิ่น หรือสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมที่หมู่บ้านวัฒนธรรม มาริ-มาริ ได้อีกด้วย

Tatler Asia
Above Club Med South Africa Beach & Safari ผสมผสานพรีเมียมบีชรีสอร์ตเข้ากับประสบการณ์ซาฟารีสุดเอ็กซ์คลูซีฟ (Image: Club Med)

เช่นเดียวกันกับ Club Med South Africa Beach & Safari ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2026 บนชายฝั่งดอลฟิน ในรัฐควาซูลู-นาทาล ประเทศแอฟริกาใต้ โดยถือเป็น Club Med แห่งแรกของโลกที่ผสมผสานพรีเมียมรีสอร์ตริมหาดเข้ากับประสบการณ์ซาฟารีสุดเอ็กซ์คลูซีฟ หลอมรวมการพักผ่อนสองสไตล์ที่แตกต่างไว้ในทริปเดียว รีสอร์ตแห่งนี้ให้บริการห้องพัก 411 ห้องที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมซูลู พร้อมสระว่ายน้ำสามแห่ง บาร์สี่แห่ง ห้องอาหารระดับซิกเนเจอร์สองแห่ง และโรงเรียนสอนโต้คลื่นแห่งแรกของแบรนด์ สำหรับแขกที่เข้าพักใน Ilanga Exclusive Collection Suites จำนวน 66 ห้อง จะได้รับสิทธิ์เข้าใช้เลานจ์ส่วนตัว บาร์เฉพาะ และสระว่ายน้ำสุดไพรเวท 

อ่านเพิ่มเติม: คลื่นลูกใหม่แห่งวงการโรงแรมที่กำลังเชื่อมโยงวัฒนธรรมเหนือผลประโยชน์เชิงพาณิชย์

ลึกเข้าไปในผืนแผ่นดินใหญ่ Vikela Safari Lodge ขนาด 80 ห้องพัก ตั้งอยู่ภายในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าส่วนตัวขนาด 18,000 เฮกตาร์ (ประมาณ 112,500 ไร่) ที่มอบจังหวะชีวิตที่แตกต่างไปจากบรรยากาศชายทะเลอย่างสิ้นเชิง ด้วยกิจกรรมท่องซาฟารีชมสัตว์ป่า 'Big Five' (ได้แก่ สิงโต เสือดาว แรด ช้าง และควายป่าแอฟริกา) พร้อมไกด์นำทาง และการสังสรรค์รอบกองไฟแบบ Boma ดั้งเดิมใต้แสงดาว ความหรูหราที่แท้จริงจึงไม่ได้อยู่แค่การได้สัมผัสสองจุดหมายปลายทางในการเดินทางเดียว หากแต่อยู่ที่การผ่านเชื่อมต่อระหว่างสองบรรยากาศได้อย่างราบรื่น โดยปราศจากความยุ่งยากในการวางแผน

Tatler Asia
Above รีสอร์ตของ Club Med บนเทือกเขาแอลป์ในยุโรปคือจุดหมายปลายทางสำหรับการพักผ่อนในฤดูหนาวอันสมบูรณ์แบบ (Image: Club Med)

Mountain Escapes

ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาว่างไปกับการนอนเล่นข้างสระน้ำเสมอไป เพราะผู้เข้าพักยังสามารถออกไปค้นหา และการโอบรับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ในฮอกไกโดได้กับ Club Med Kiroro Grand และ Club Med Tomamu ที่นำเสนอวิถีชีวิตบนขุนเขาของญี่ปุ่นที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์มนทุกฤดูกาล เมื่อฤดูร้อนมาถึง ทัศนียภาพจะเปลี่ยนเป็นผืนป่าอันเขียวขจี ให้ผู้เข้าพักได้เปลี่ยนจากการเล่นสกีมาเดินป่า ปั่นจักรยานภูเขา เล่น mountain board และเล่นเทนนิสท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์สดชื่นบนยอดเขา

ในขณะเดียวกัน เทือกเขาแอลป์ในยุโรปก็มีเสน่ห์ดึงดูดไม่แพ้กันในช่วงเดือนที่อบอุ่น ครอบคลุมทั้งฝรั่งเศส อิตาลี และสวิตเซอร์แลนด์ รีสอร์ตบนเขาของ Club Med ได้เนรมิตพื้นที่ให้กลายเป็นสนามเล่นกลางแจ้ง ที่ผสมผสานการเดินป่าและปั่นจักรยานเข้ากับทรีตเมนต์ฟื้นฟูสุขภาพ และสุนทรียศาสตร์ทางอาหารประจำถิ่น ส่งผลให้เกิดมุมมองใหม่ของการพักผ่อนบนเขาที่เต็มไปด้วยกิจกรรมกีฬา ธรรมชาติ และการฟื้นฟูร่างกายอย่างแท้จริง

ส่วนที่ Club Med Vittel Ermitage ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส แม้แต่การพักผ่อนแบบครอบครัวก็ถูกนำมารังสรรค์ใหม่เช่นกัน รีสอร์ตสไตล์อาร์ตเดโคแห่งนี้ถือเป็นแห่งแรกในพอร์ตโฟลิโอของ Club Med ที่ต้อนรับสมาชิกสี่ขาอย่างเป็นทางการ พร้อมบริการ Doggy Welcome Kit ต้อนรับสัตว์เลี้ยงแสนรัก โดยผู้เข้าพักสามารถนำสัตว์เลี้ยงที่ใส่สายสวมจูงเดินผ่านพื้นที่ส่วนกลางได้ ในขณะที่กิจกรรมเดินชมธรรมชาติพร้อมไกด์ประจำสัปดาห์ ณ สวนสาธารณะ Vittel โดยรอบ ก็นำเสนอวิถีการผ่อนคลายที่ช้าลงอย่างงดงาม

สำหรับผู้ที่มองหาการพักผ่อนสไตล์แอ็กทีฟพร้อมความท้าทายเชิงแข่งขัน Club Med Magna Marbella ในสเปนคือคำตอบที่ลงตัว รีสอร์ตตั้งอยู่ท่ามกลางสวนสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนพร้อมทิวทัศน์เทือกเขา Sierra Blanca มีสนามพาเดิลถึงแปดสนาม พร้อมผู้เชี่ยวชาญ

Tatler Asia
Above เรือยอชต์เสากระโดงห้าเสาของ Club Med มอบการพักผ่อนสไตล์อันหรูกราสำหรับนักเดินทางท่ามกลางท้องทะเล (Image: Club Med)

Space to Slow Down

ในอีกมุมหนึ่ง Club Med ยังนำเสนอพื้นที่พักผ่อนอันเปี่ยมด้วยความสงบผ่อนคลายที่ Club Med Kani ในมัลดีฟส์ ห้องพัก Overwater Suites รุ่นใหม่โดดเด่นด้วยงานออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ความสงบของเกาะ และงานหัตถกรรมดั้งเดิมของมัลดีฟส์ พร้อมระเบียงส่วนตัวที่เปิดออกสู่ลากูนสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ ในขณะเดียวกัน โครงการก็ได้ปรับปรุงหลายเฟสของ Club Med Bintan เพื่อนำเสนอห้องพักรูปโฉมใหม่ โซนเล่นน้ำสำหรับครอบครัว แนวคิดห้องอาหารใหม่ๆ และการเปิดตัวสนามเด็กเล่นในร่ม Amazing Family! Hub เป็นแห่งแรกในเอเชีย

สำหรับทริปปลีกวิเวกอย่างแท้จริง เรือยอชต์ของ Club Med 2 จะช่วยให้ตลอดการเดินทางกลายเป็นจุดหมายปลายทางอันเปี่ยมด้วยความสงบ เมื่ออยู่ท่ามกลางท้องทะเล ความเร่งรีบของชีวิตในเมืองใหญ่จะค่อยๆ เลือนหายไป โดยมีเส้นขอบฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวันคอยนำทาง ท้ายที่สุดแล้ว ความงดงามของท่องเที่ยวและพักผ่อนจึงไม่ใช่การเบียดเสียดทุกกิจกรรมใส่เข้าไปในแต่ละวันให้มากที่สุด หากแต่คือการลดทอนกิจกรรมที่ไม่ได้คืนความสุขให้กับคุณอย่างแท้จริงให้น้อยลง ด้วยการคำนวนกิจกรรมและช่วงเวลาต่างๆ อย่างแม่นำในทุกรายละเอียด Club Med ได้มอบอิสรภาพให้คุณได้เลือกกิจกรรมต่อไปในแต่ละวันด้วยตัวเอง อาจเป็นการเล่นสกีช่วงเช้า นั่งริมทะเลยามบ่าย ท่องซาฟารียามอาทิตย์อัสดง สนุกสนานไปกับการเล่นพาเดิล หรือแม้แต่การพักผ่อนโดยไม่ต้องทำกิจกรรมใดๆ เลยก็ตาม 

ในโลกที่คอยผลักดันให้เราทำกิจกรรมมากขึ้นเรื่อยๆ การมีเวลาหยุดพักอย่างแท้จริงจึงกลายเป็นที่สุดแห่งการใช้ชีวิตอย่างหรูหรา วันหยุดพักผ่อนในอุดมคติจึงไม่ใช่การตระเวนเที่ยวทุกที่และทำกิจกรรมให้ครบทุกสิ่ง หากแต่คือการมีอิสระที่จะเลือก นั่นคือศิลปะแห่งเวลาว่างหรือ The Art of Free Time นั่นเอง


อ่านเพิ่มเติม: 

เผยโฉม ‘Fairmont Bangkok Sukhumvit’ กับการมาถึงของแบรนด์โรงแรมระดับตำนานแห่งแรกในไทย

จากวีซ่าสู่ ‘Passport to Luxury’ มนาเทศ อันนวัฒน์ กับวิสัยทัศน์พาไทยเป็น ‘บ้าน’ ของพลเมืองโลก

7 สนามบินในเอเชียที่มาพร้อมสปาและเลานจ์สุดหรู รอต่อเครื่องนานแค่ไหนก็ไม่เบื่อ