Cover พื้นที่ Scented Sphere บนเกาะ Sentosa ที่จะเสริมประสบการณ์นักท่องเที่ยวด้วยการกระตุ้นประสาทสัมผัส แสง สี เสียง และกลิ่น

สิงคโปร์เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่สะดวกสบาย เป็นมิตรกับคนทุกวัย ด้วยนโยบาย Universal Design ที่ต้องการเป็นประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะกับทุกคน และเกาะ Sentosa กำลังยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวให้น่าตื่นตาตื่นใจ แต่ยังคงแนวคิดที่คำนึงถึงคนทุกวัย สอดคล้องกับเทรนด์ท่องเที่ยว multi-generational travel หรือเทรนด์การท่องเที่ยวของคนหลายรุ่นภายในครอบครัว ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเอเชีย

หากเอ่ยถึงเกาะ Sentosa จุดหมายท่องเที่ยวในใจใครหลายๆ คน คงหนีไม่พ้นสวนสนุก Universal Studio Singapore และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ S.E.A. Aquarium สองสถานที่เที่ยวยอดนิยมที่ครอบครัวที่มีสมาชิกเด็กเล็กไม่เคยพลาดเมื่อมาเยือนสิงคโปร์ แต่ที่เกาะแห่งนี้ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายให้คนทุกเพศทุกวัยได้เพลิดเพลินด้วย ไม่ว่าจะเป็นชายหาดที่สะอาดและชวนให้ผ่อนคลาย จุดชมวิว 360 องศา หรือกิจกรรมปลุกเร้าประสาทสัมผัสอย่างการปรุงน้ำหอม รวมไปถึงที่เที่ยวแห่งใหม่ Sensory Scape ที่ถือเป็นก้าวแรกของแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกาะระยะยาวที่ชื่อว่า Sentosa-Brani ของสิงคโปร์ โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

“ฉันเชื่อว่าเด็กๆ จะสนุกสนานมากแน่ๆ แต่มากกว่านั้นคือประสบการณ์ที่นี่จะช่วยจุดประกายจินตนาการผ่านการกระตุ้นประสาทสัมผัสด้านต่างๆ ซึ่งมีงานวิจัยรองรับเรื่องนี้อยู่” ผู้บริหารบรรษัทพัฒนาเซนโตซา Thien Kwee Eng กล่าวกับ Tatler ถึงความคาดหวังว่า Sentosa Sensoryscape จะช่วยให้เด็กๆ เกิดความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นและเสริมจินตนาการ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญมากต่อการเติบโตของพวกเขา

อ่านเพิ่มเติม: 8 จุดชมซากุระบานในญี่ปุ่น ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก กับความงดงามของทิวทัศน์ฤดูใบไม้ผลิ

มากกว่าแสงสีเสียง

มองเผินๆ อาจบอกได้ว่า Sentosa Sensoryscape เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่รวบรวมการแสดงแสงสีเสียงไว้ด้วยกัน บนพื้นที่ราว 30,000 ตารางเมตรที่เต็มไปด้วยกิจกรรมมากมายให้นักท่องเที่ยวได้สนุกสนาน ถือเป็นความพยายามในการผสมผสานธรรมชาติเข้ากับการออกแบบและเทคโนโลยี และสร้างแรงบันดาลใจและประสบการณ์ใหม่ให้ผู้มาเยือน

ทุกๆ วันช่วงเวลาหลัง 19.00 น. จนถึงราว 21.00 น. จะมีการเปิดแสงสี และใช้เทคโนโลยีความจริงเสริม (AR) มาช่วยเพิ่มความสนุกสนานในการถ่ายภาพด้วย โดยนักท่องเที่ยวจะต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น ImagiNite และสแกนโค้ดด้านหน้าแต่ละพื้นที่ เพื่อใช้งาน AR

นอกจากเพลงที่ใช้ประกอบแสงสีที่นี่จะถูกแต่งขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะแล้ว ยังมีจุดที่เน้นการเรียนรู้ผ่านกลิ่นด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าครบทุกประสาทสัมผัสจริงๆ

ผู้บริหารบรรษัทพัฒนาเซนโตซา Thien Kwee Eng กล่าวกับ Tatler ว่า Sentosa Sensoryscape เป็นเสมือนตัวแทนพันธสัญญาของเซนโตซาที่พยายามก้าวข้ามขีดจำกัดต่างๆ และได้รับแรงบันดาลใจจากความงามในธรรมชาติในการออกแบบ เพื่อเชื่อมต่อชายหาดกับส่วนที่เป็นพื้นที่รีสอร์ต

“เป็นความลื่นไหลของบทสนทนาระหว่างธรรมชาติและการออกแบบ แล้วถ้ายิ่งคุณได้ดาวน์โหลดแอปฯ ImagiNite มันจะยิ่งเพิ่มความซับซ้อนให้กับประสบการณ์ Sentosa Sensoryscape เป็นการเที่ยวกลางแจ้งที่มีเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่สอดคล้องกับบริบทของเซนโตซา”

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 5 พื้นที่ส่วน Scented Sphere
Photo 2 of 5 ภาพ Symphony Streams จากมุมมองบนทางเดิน
Photo 3 of 5 ถ่ายภาพผ่านแอป ImagiNite ด้วยเทคโนโลยี AR
Photo 4 of 5 การแสดงแสงสีเสียงที่ Glow Garden
Photo 5 of 5 แสงสีที่จะเปลี่ยนแปลงตามนักท่องเที่ยวที่ผ่านบนทางเดิน

ตอบโจทย์ประสบการณ์ความท้าทาย

สิ่งก่อสร้างทางสถาปัตยกรรมที่หน้าตาคล้ายตะกร้าสานสามใบวางเรียงรายเป็นทางเชื่อมสู่ทะเล ผ่านการคิดและออกแบบอย่างซับซ้อน ตัวโครงสร้างเองถูกสร้างขึ้นจากประเทศอื่น และขนย้ายเป็นชิ้นใหญ่มาที่สิงคโปร์

เรื่องการใช้เทคโนโลยี AR ก็เกิดความลังเลระหว่างช่วงโควิด-19 ระบาด แต่เซนโตซาทำการสำรวจแล้วพบว่า หลังจากสถานการณ์คลี่คลาย ผู้คนส่วนใหญ่มองหาประสบการณ์ที่ทำให้รู้สึกสมจริงยิ่งขึ้น

ประสบการณ์ทั้งหมดที่เซนโตซาพยายามสร้างให้คนที่มาเที่ยว Sentosa Sensoryscape เป็นความพยายามที่จะผสานการรับรู้ด้านต่างๆ และเปลี่ยนเป็นเรื่องความรู้สึกและพัฒนาการด้านสุขภาพ

Tatler Asia
Above ภาพมุมสูงของ Sentosa Sensoryscape จุดหมายปลายทางเที่ยวแห่งใหม่บนเกาะเซนโตซา

พัฒนาอย่างยั่งยืน

ผู้บริหารเซนโตซากล่าวว่า ทุกธุรกิจที่อยู่บนเกาะมีความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืน เซนโตซามีแผนที่จะบรรลุมาตรฐานความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ carbon neutral ในปี 2030 ถ้ามาที่เกาะตอนนี้ จะเห็นว่ามีแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์อยู่บนดาดฟ้าถึง 46 จุดทั่วเกาะ 

“เราตั้งเป้าหมายว่าจะได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ที่จริงแล้วเรามีความก้าวหน้าไปด้วยดี เราเป็นจุดหมายปลายทางเกาะแรกของสิงคโปร์ที่ได้รับการรับรองจาก GSTC”

GSTC หรือ Global Sustainable Tourism Council คือสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนระดับโลกที่ตรวจสอบด้านมาตรฐานในการเดินทางและการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

เซนโตซามีความคาดหวังว่าความพยายามในการสร้างความยั่งยืนบนเกาะจะสร้างแรงบันดาลใจกับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน ขณะเดียวกันก็กระตุ้นให้ทุกคนมีความพยายามมุ่งมั่นกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนมากขึ้นไปอีก

Tatler Asia
Above ภาพถ่ายผ่านแอปฯ Imaginite ที่พื้นที่ Symphony Streams

Topics