โรงแรมดีไซเนอร์แห่งนี้ ถ่ายทอดซิกเนเจอร์ของแบรนด์ Armani เข้ากับความสะดวกสบายแห่งการพักผ่อนได้อย่างลงตัว
ในหนังสืออัตชีวประวัติของ Giorgio Armani เรื่อง Per Amore ที่วางขายในปี 2023 ดีไซเนอร์ชื่อก้องได้เขียนเอาไว้ว่า “ผมใฝ่ฝันถึงความสมบูรณ์แบบ และผมทำทุกวิถีทางเพื่อให้บรรลุถึงความสมบูรณ์แบบนั้น ผมชื่นชมความสุขุมรอบคอบ และผมเกลียดการแสดงออก ผมถูกดึงดูดด้วยความเงียบ และผมรักในสิ่งที่เป็นพื้นฐาน ผมไม่ชอบอะไรที่มันมากและตะโกนจนเกินไป”
ในแวดวงอุตสาหกรรมแฟชั่น ความสมบูรณ์แบบนี้ถือเป็นตำนาน ภายใต้แบรนด์ที่มีชื่อเดียวกับตัวเขาเอง แบรนด์แฟชั่นที่ก่อตั้งขึ้นในช่วงทศวรรษ 1970 ได้ฉีกกรอบค่านิยมแห่งความหรูหราในยุคนั้นและหันมาใช้การตัดเย็บที่ประณีตและมีความสง่างามตามธรรมชาติ ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่เลื่องลือมาจนปัจจุบัน นอกจากการอยู่ในกระแสแฟชั่นแล้ว Armani ยังถ่ายทอดความรักที่เขามีต่อสไตล์มินิมอลออกมาผ่านวัสดุรูปแบบต่างๆ อีกหลากหลายชนิด และได้ถูกนำมาใช้ในการดีไซน์โรงแรมแห่งนี้ด้วย
Armani Hotel Milano ตั้งอยู่ใจกลางย่านที่มีสไตล์อย่าง Brera ทำให้มีความโดดเด่นสง่างามอย่างไม่ต้องสงสัย
อ่านเพิ่มเติม: ลิสต์โรงแรมที่ดีที่สุดที่เซเลบริตี้และคนในวงการแฟชั่นเลือกพัก

Above ภายนอกอาคารของโรงแรม Armani Milano
นี่คือโรงแรมที่ตั้งอยู่ในอาคารสุดหรูที่มีชื่อเสียงอย่าง Manzoni 31 ซึ่งได้รับการออกแบบโดย Enrico A. Griffini เมื่อปี 1937 ด้วยโครงสร้างและรูปทรงสมมาตรที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี ถือเป็นตัวอย่างของงานออกแบบสไตล์ rationalist ที่ชัดเจน
โครงสร้างของอาคารแห่งนี้ยังคงสัดส่วนที่สมมาตรแบบดั้งเดิมเอาไว้ แต่เสริมด้วยองค์ประกอบสมัยใหม่ให้ดูทันสมัยมากขึ้น เช่น ผนังกระจกสองชั้นแบบ double volume หรือที่เรียกว่า 'hat' ด้วยโครงสร้างที่ดูเคร่งขรึมนี้เอง ทำให้โรงแรมแห่งนี้โดดเด่นท่ามกลางอาคารเก่าแก่ที่อยู่รายล้อม เป็นจุดที่สะท้อนถึงมรดกทางสถาปัตยกรรมอันล้ำค่าของเมือง ในฐานะแหล่งกำเนิดของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ของอิตาลี และจุดตั้งต้นของงานสถาปัตยกรรมสไตล์ rationalist ในอิตาลี
จุดหนึ่งที่น่าสังเกตคือ เมื่อเรามองจากมุมสูง จะเห็นว่าตัวอาคารนั้นถูกก่อเป็นรูปตัวอักษร 'A' อันเป็นลายเซ็นของ Giorgio Armani ได้อย่างแยบยล

Above ภาพมุมสูงของโรงแรม Armani Milano ที่จะเห็นโครงสร้างอาคารเป็นรูปตัว A
First Impressions

Above พื้นที่ต้อนรับของโรงแรม Armani Milano
ทันทีที่เราลงจากรถลีมูซีน ก็ได้พบกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ดูคล้ายว่าจะเป็นนายแบบ ทั้งการแต่งกายที่สะอาดสะอ้าน การกรูมมิ่งสุดเนี้ยบ และแน่นอนว่าพวกเขาสวมสูทของ Armani จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็พาเราไปยังล็อบบี้บนชั้น 7 ของอาคารในทันที ด้วยความที่เราเพิ่งเช็กเอาท์ออกจากที่พักในอาคารเก่าแก่สีสันสดใสสไตล์อาร์ตนูโวริมทะเลสาบโคโม พอได้มาเจอการตกแต่งแบบมินิมอลของโรงแรม Armani Milano ก็ทำให้เราประหลาดใจอยู่เล็กๆ
เช่นเดียวกันกับการตกแต่งภายนอกอาคาร ภายในของอาคารก็ถูกดีไซน์ออกมาได้อย่างเรียบหรูและมีสไตล์ โดดเด่นด้วยเส้นสายเรขาคณิตที่คมชัด ทอดยาวตั้งแต่มู่ลี่บังแดดบริเวณหน้าต่างไปจนถึงโซฟาสีเบจทรงเหลี่ยมรับกับพื้นหินอ่อนขัดเงา ผู้จัดการด้านไลฟ์สไตล์ของโรงแรมซึ่งแต่งตัวเนี้ยบกริบก็พาเราไปยังห้องพัก เสียงส้นรองเท้าที่กระทบกับพื้นมันวาวฟังเป็นจังหวะยิ่งทำให้ตัวโรงแรมดูมีเสน่ห์มากขึ้นไปอีก เธอพาเราไปยังห้องพัก ผ่านเข้าไปในวงกตสลัวๆ แต่มีเอกลักษณ์ด้วยการที่ไม่มีลูกบิดประตูแบบโรงแรมทั่วๆ ไป
Do Not Disturb
โรงแรมแห่งนี้มีห้องพักรวม 95 ห้อง ตั้งแต่ห้องดีลักซ์และห้องพรีเมียร์ไปจนถึงห้องสวีทระดับท็อปที่มีโรงภาพยนตร์ในตัว, ห้องใต้หลังคา 2 ชั้นยกเพดานสูง, ยิมส่วนตัว, วิวของโบสถ์ Duomo แบบไร้สิ่งกีดขวาง พร้อมด้วยระเบียงชมวิวบนดาดฟ้า และห้องนอนหลายห้อง
แม้โรงแรมจะมีห้องพักจำนวนหลายห้อง แต่ละห้องกลับเงียบสงบเป็นส่วนตัวและกันเสียงได้ดี ทำให้การพักผ่อนที่นี่ชวนสงบผ่อนคลายเป็นอย่างมาก แขกที่เข้าพักสามารถควบคุมไฟ ผ้าม่าน เสียงเพลง และอุณหภูมิภายในห้องได้ด้วยตัวเองทั้งหมดผ่าน iPad ซึ่งสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและรับชมภาพยนตร์ทางโทรทัศน์ได้อีกด้วย
ห้องน้ำที่กว้างขวางภายในห้องพักเองก็ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกแก่แขกผู้เข้าพักอย่างดีเลิศ ทั้งอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ อ่างล้างหน้าแบบ His & Her และห้องอาบน้ำ พร้อมทั้งแยกโซนเปียกและแห้งออกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน ทั้งหมดที่ว่ามาล้วนเป็นองค์ประกอบของห้องพักที่เหมาะสำหรับ 2 คน การมีเซ็ตผลิตภัณฑ์สุดหรูจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ Armani Prive ให้บริการภายในห้องยิ่งช่วยเสริมให้ประสบการณ์การเข้าพักที่นี่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น และสร้างให้พื้นที่ในการพักผ่อนนี้มีเอกลักษณ์และเหนือระดับกว่าครั้งไหน
The Extras
โรงแรม Armani Milano มีสปาแสนสงบคอยต้อนรับแขกผู้มาเยือน ประกอบด้วยสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ห้องซาวน่า ห้องสตีม และจุดชมวิวที่ดีที่สุดของเมือง ที่รอให้คุณเอนกายพักผ่อนลงบนเก้าอี้สีขาวตัวใหญ่แสนสบาย มีห้องทรีตเมนต์เอาไว้ให้บริการถึง 6 ห้อง รวมถึงห้องสวีทส่วนตัวสำหรับคู่รัก
การบริการต่างๆ ของทางสปา มีตั้งแต่การนวดหน้าสำหรับผิวแห้งและขาดน้ำ, การขัดผิวและการพันตัวเพื่อฟื้นฟูผิว และการนวดเพื่อคลายความตึงเครียด ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการเดินทาง
นอกจากนี้สปายังมีบริการพิเศษที่ผสมผสานการนวดหน้ากับการนวดตัวเข้าไว้ด้วยกัน รวมถึงการนวดแบบไทยดั้งเดิมที่ได้รับอิทธิพลจากการแพทย์อายุรเวชของอินเดียและโยคะที่เน้นการปรับสรีระให้ถูกต้องเพื่อสร้างสมดุลให้การเคลื่อนไหว นอกจากนี้ทางโรงแรมยังมีร้านทำผมเล็กๆ สำหรับบริการไดร์ผม ทำเล็บ และแว็กซ์ สมกับเป็นการพักผ่อนในโรงแรมจากแบรนด์แฟชั่น
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า หากมาเยือนโรงแรมหรู (ของแบรนด์แฟชั่น) การแต่งกายที่ดีไม่ใช่เพียงแค่คำแนะนำเท่านั้น แต่คือธรรมเนียมปฏิบัติ เราจึงอยากเชื้อเชิญให้เข้ามาพักที่นี่ด้วยชุดที่เริ่ดที่สุดของคุณ
Food & Drink
ห้องอาหารของโรงแรมที่ให้บริการทั้งมื้อเช้าและเย็น ตกแต่งด้วยพื้นกระเบื้องหินอ่อนและออนิกซ์เงาวับสลับเป็นลายตารางหมากรุกช่วยสร้างประสบการณ์ทางอาหารที่หรูหรา โดยร้านอาหาร Armani Ristorante มีแผงโซลาร์เซลล์ที่ทำหน้าที่เป็นม่านบังแดดที่เปิดรับให้แสงส่องเข้ามาได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน
ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์แห่งนี้โดดเด่นในด้านการนำเสนออาหารอิตาเลียนร่วมสมัย ในระหว่างที่เราเข้าพักเรามีโอกาสได้ลองชิมเมนูอาหารประจำฤดูใบไม้ผลิจากเชฟ Francesco Mascheroni โดยมีจานเด่นหลากหลายเมนู เช่น บลังเก็ตเนื้อลูกวัวกับหน่อไม้ฝรั่งและเห็ดมอเรล, Non Solo Insalata ซึ่งเป็นผักตามฤดูกาล เสิร์ฟคู่กับมันฝรั่งทอดที่มีไขมันสัตว์ และทาโก้ซีฟู้ดที่ประกอบด้วยท้องปลาทูน่าและไข่คน
ในส่วนของมื้อเช้า ทางโรงแรมก็นำเสนอเมนูอาหารที่หลากหลาย ตั้งแต่ขนมอบหลากประเภท เสิร์ฟคู่กับชีสและ cold cuts พร้อมกับอาหารจานหลักสัญชาติเอเชียอย่าง บะหมี่ และซูชิ
การปูพื้นด้วยกระเบื้องสีดำของ The Bamboo Bar ชวนให้นึกถึงรันเวย์แฟชั่นโชว์ของ Armani ที่สะท้อนถึงความหรูหราในแบบที่แบรนด์เป็นอยู่ ด้วยการออกแบบที่มีสไตล์และทันสมัยของบาร์แห่งนี้ จึงไม่น่าแปลกใจถ้าที่นี่มักจะถูกใช้เป็นเซ็ตติ้งของการรับประทานอาหารมื้อเที่ยงอย่างไม่เป็นทางการ รวมถึงพื้นที่สำหรับดื่มเครื่องดื่มหลังมื้ออาหารค่ำ
รูฟท็อปบาร์แห่งนี้ตั้งอยู่บนชั้น 7 ของโรงแรม Armani Hotel Milano สามารถมองเห็นวิวเส้นขอบฟ้าของเมืองที่งดงาม ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับไนท์เอาท์ในกรุงมิลาน เมนูเครื่องดื่มประกอบด้วยเมนูที่ทวิสต์จากคลาสสิกค็อกเทล ร่วมกับเมนูเครื่องดื่มที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่อีก 8 ชนิด พรั่งพร้อมด้วยคาเวียร์และหอยนางรม รวมถึงสลัด อาหารเรียกน้ำย่อย พิซซ่า และอาหารจานหลักอีกหลากหลายตัวเลือก โดยรวมแล้วการผสมผสานกันระหว่างอาหารเลิศรสและทัศนียภาพอันน่าทึ่งของทั้ง Armani Ristorante และ Bamboo Bar จะมอบประสบการณ์อาหารอันน่าจดจำให้กับทั้งคนท้องถิ่นและเหล่านักท่องเที่ยว
This story was originally written in English by Nafeesa Saini.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2024 โดย Nafeesa Saini โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
Boss House Bali สวรรค์ของการพักผ่อนแห่งใหม่สำหรับนักเดินทางทั่วโลก
รีวิวโรงแรม: พักผ่อนกับพูลวิลล่าหรูดีไซน์มินิมอล บนหาดนาจอมเทียนที่ Mason
สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งดินแดนล้านนา กับหลากกิจกรรมที่ชวนทำในภาคเหนือ
Credits
ภาพ: Armani Hotel Milano













