ภาพบรรยากาศจากห้องพักโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Cover ภาพบรรยากาศจากห้องพักโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ภาพบรรยากาศจากห้องพักโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

รอพบกับความน่าประทับใจของโรงแรมห้าดาวระดับลักซ์ชูรีแห่งแรกในกรุงเทพมหานครที่ “ดุสิตธานี กรุงเทพฯ”

หลังจากผ่านมากกว่า 5 ปี หลายคนน่าจะรอคอยการกลับมาของโรงแรมห้าดาวระดับลักซ์ชูรีแห่งแรกในกรุงเทพมหานครอย่าง “ดุสิตธานี กรุงเทพฯ” กันอย่างแน่นอน กับโรงแรมที่เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของกรุงเทพฯ และประเทศไทย ที่เคยได้เป็นสถานที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองคนสำคัญ และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมากว่า 50 ปี กำลังจะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเร็วๆ นี้

เมื่อวันที่  27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2513 โรงแรมดุสิตธานีเปิดให้บริการครั้งแรกในฐานะโรงแรมระดับห้าดาว โดยตลอดการดำเนินงานกว่า 5 ทศวรรต ดุสิตธานี ได้วางรากฐานและเป็นต้นแบบให้กับโรงแรมห้าดาวในกรุงเทพฯ

อ่านเพิ่มเติม: รีวิวโรงแรม: พักผ่อนกายใจ พร้อมดูแลร่างกายแบบองค์รวมที่โรสวูด ภูเก็ต

Tatler Asia
ห้องพักภายในโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ห้องพักภายในโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ห้องพักภายในโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ในวันที่ 27 กันยายน 2567 ที่จะถึงนี้ ทุกคนจะได้ยลโฉมโรงแรม ดุสิตธานี กรุงเทพฯ โฉมใหม่อย่างสมบูรณ์ กับอาคารใหม่ขนาด 39 ชั้น ห้องพักจำนวน 257 ห้อง พร้อมรูฟท็อปบาร์และสกายล็อบบี้ที่แขกผู้เข้าพักจะได้สัมผัสวิวเมืองแบบเต็มสายตา และในขณะเดียวกันก็ยังคงกลิ่นอายดั้งเดิมและจิตวิญญาณของดุสิตธานีใน 50 ปีก่อนไว้ได้อย่างลงตัว เช่น ยอดเสาสีทอง น้ำตก 9 ชั้น สวนเมืองร้อน ตลอดจนงานจิตรกรรมไทยต่างๆ ที่อนุรักษ์ไว้ ในบรรยากาศที่คุ้นเคยของแฟนดุสิตธานี

ในส่วนของห้องพักที่ Tatler ขอพาทุกท่านมาสำรวจในวันนี้ จะเป็นห้องพักแบบ Deluxe กับขนาดเริ่มต้นที่ 50 ตร.ม. ที่มีความกว้างขวางเป็นพิเศษ ภายในห้องพักได้รับการออกแบบอย่างประณีตโดย André Fu Studio ที่นำเอาเอกลักษณ์ของไทยและมรดกของความเป็นโรงแรมดุสิตธานีในอดีตมาประยุกต์เข้าด้วยกัน

สีหลักที่ใช้ภายในห้องจะเป็นสีของเนื้อไม้ที่เป็นโทนอ่อน ให้ความรู้สึกอบอุ่น ขณะที่สีตกแต่งจะเป็นสีเขียวศิลาดลที่ให้ความรู้สึกถึงงานศิลป์ของไทย นับเป็นความท้าทายของทีมงานในการเลือกเฉดของสีเขียวที่เหมาะและกลมกลืนไปกับห้อง ส่วนของผนังไม้ประกน ลายลูกฟักที่เป็นเอกลักษณ์ก็ถูกนำมาดัดแปลงให้มีความซับซ้อนและนำมาแกะเป็นลวดลายบนประตู หน้าต่างภายในห้อง หัวเตียงนับเป็นส่วนที่โดดเด่นไม่แพ้กัน

โดยงานออกแบบถูกเชื่อมโยงกับงานศิลป์ชิ้นสำคัญอย่างภาพจิตรกรรมฝาผนังในห้องอาหารไทย เบญจรงค์ ซึ่งเป็นผลงานของศิลปินแห่งชาติ อาจารย์ไพบูลย์ สุวรรณกูฎ หรือ ท่านกูฏ  ทางทีมงานออกแบบจึงได้ดัดแปลงนำลายเส้นเพียงบางส่วนของงานจิตรกรรมที่สะท้อนถึงสำนวนสุภาษิตไทย ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เพื่อสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์และรุ่งโรจน์ ด้วยลายผ้าสีแชมเปญ

อ่านเพิ่มเติม: รู้จักหัวใจแห่ง "องค์ประกอบ" กว่าจะเป็นโรงแรม "ยอดเยี่ยม" ต้องมีอะไรบ้าง

Tatler Asia
ฝาไม้แกะลายลูกฟักที่ได้แรงบันดาลใจจากกำแพงเก่าของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ฝาไม้แกะลายลูกฟักที่ได้แรงบันดาลใจจากกำแพงเก่าของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Tatler Asia
ตู้ Mini Bar ภายในโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ที่ได้แรงบัลดาลใจจากตู้กับข้าว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ตู้ Mini Bar ภายในโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ที่ได้แรงบัลดาลใจจากตู้กับข้าว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ฝาไม้แกะลายลูกฟักที่ได้แรงบันดาลใจจากกำแพงเก่าของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ตู้ Mini Bar ภายในโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ที่ได้แรงบัลดาลใจจากตู้กับข้าว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

พร้อมด้วยวิวของกรุงเทพฯ แบบพาโนรามิก นับเป็นจุดแข็งที่สำคัญของโรงแรมดุสิตธานี ที่ไม่ว่าอีกกี่สิบปีต่อไป วิวของโรงแรมดุสิตก็จะไม่มีตึก หรืออาคารใดที่สามารถบดบังทัศนียภาพของกรุงเทพฯ จากมุมนี้ได้ โดยมุมวิวของห้องจะยื่นออกไปนอกจากตัวห้อง เป็นเหมือนกรอบรูปสีทอง (Golden Photography Frame) และภายนอกจะเห็นเป็นกรอบอาคาร (Golden Façade) ที่เป็นเอกลักษณ์ของทางโรงแรม

Tatler Asia
ห้องน้ำภายในโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ  (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ห้องน้ำภายในโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Tatler Asia
ชุดกาน้ำชาสีเขียวศิลาดล โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ  (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ชุดกาน้ำชาสีเขียวศิลาดล โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ห้องน้ำภายในโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ  (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ชุดกาน้ำชาสีเขียวศิลาดล โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ  (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนแปลงไป แต่เราจะเห็นได้ว่าประวัติศาสตร์กว่า 50 ปีของโรงแรมดุสิตธานีนั้นถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี หรือแม้แต่ตัวอาคารที่ถูกปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เป็นไปตามยุคสมัยในแบบรูปโฉมใหม่ที่ทุกคนจะได้พบกันในวันที่ 27 กันยายนนี้ ดุสิตธานียังคงรักษาแบรนด์และความเป็นตัวตนเอาไว้ได้อย่างมั่นคง นับเป็นอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามอง

อย่างที่กล่าวไปในข้างต้นว่า “ดุสิตธานี ได้วางรากฐาน และเป็นต้นแบบให้กับโรงแรมห้าดาวในกรุงเทพฯ” ในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ภายใต้แนวคิด An Icon Reimagined โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ก็ได้วางพิมพ์เขียวของการเปลี่ยนผ่านจากยุคเริ่มต้น สู่บริบทของยุคใหม่ได้อย่างน่าประทับใจ และดุสิตธานียังคงรักษาความเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับวงการโรงแรมของไทย และก็เป็นอีกครั้งที่สามารทำออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Tatler Asia
รถปอร์เช่ รุ่น Panamera 4 E-Hybrid Executive ยนตรกรรมสปอรต์ซาลูนสุดหรูสำหรับบริการรถลีมูซีนระดับไฮเอนด์
Above รถปอร์เช่ รุ่น Panamera 4 E-Hybrid Executive ยนตรกรรมสปอรต์ซาลูนสุดหรูสำหรับบริการรถลีมูซีนระดับไฮเอนด์
รถปอร์เช่ รุ่น Panamera 4 E-Hybrid Executive ยนตรกรรมสปอรต์ซาลูนสุดหรูสำหรับบริการรถลีมูซีนระดับไฮเอนด์

อีกหนึ่งเซอร์ไพรส์ที่ทางโรงแรมดุสิตธานีได้สร้างสรรค์ เพื่อประสบการณ์การเข้าพักโรงแรมแบบที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน กับบริการรถลีมูซีนรับส่งด้วยยนตกรรมระดับไฮเอนด์ปอร์เช่ (Porsche) ส่งมอบประสบการณ์ลีมูซีนสุดพิเศษกับแนวคิด ‘Redefine the Art of the Journey’ ที่ทั้งดุสิตและปอร์เช่มีร่วมกัน ผ่านการกำหนดนิยามใหม่ของ “ศิลปะแห่งการเดินทาง” ด้วยรถปอร์เช่ รุ่น Panamera 4 E-Hybrid Executive  จำนวน 5 คัน รวมทั้งรถยนต์สุดหรูที่เตรียมไว้รองรับแขกคนพิเศษ ลัดเลาะไปตามเส้นทางที่ขนาบด้วยวิวของ ตึกระฟ้า และสีสันของเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร เมืองที่ไม่เคยหลับใหล

Topics

Bharanroj Dhanabhudhinitikorn
Lifestyle Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia