Cover Range Rover เจเนอเรชั่นที่ห้า สร้างสรรค์ขึ้นจากนวัตกรรม การออกแบบ และความหรูหราในทุกสภาพภูมิประเทศตลอด 55 ปี (ภาพ: Range Rover)

55 ปีนับตั้งแต่ Range Rover ได้สร้างนิยามใหม่ให้กับวงการยานยนต์ วันนี้ Range Rover ได้ถือกำเนิดเจเนอเรชั่นที่ห้า ที่ดูเฉียบคมขึ้น ชาญฉลาดขึ้น และเปี่ยมด้วยขุมพลังอันเงียบสงบกว่าที่เคย

อะไรคือนิยามของสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ ไม่ใช่เพียงแค่ความยืนยาวหรือการเป็นที่จดจำเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสามารถที่พัฒนาอย่างไม่ละทิ้งแก่นแท้ของตัวตน ไม่ว่าจะเป็นในวงการแฟชั่น การออกแบบ หรือยานยนต์ ไอคอนตัวจริงที่จะก้าวข้ามเทรนด์และกาลเวลา โดยสะท้อนมุมมองที่เป็นแก่นแท้ซึ่งได้รับการกลั่นกรองมายาวนานหลายทศวรรษ แต่ยังคงโดดเด่นเสมอมา Range Rover เจเนอเรชั่นที่ห้า จากผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติอังกฤษอย่าง Land Rover คือหนึ่งในตัวอย่างนั้น ตลอด 55 ปีแห่งการพัฒนา ส่งผลให้ Range Rover แสดงออกถึงตำนานของแบรนด์ได้อย่างชัดเจนและสมบูรณ์แบบที่สุด ในฐานะต้นแบบยานยนต์สปอร์ตอเนกประสงค์ (SUV) สุดหรู Range Rover ไม่ได้เพียงแค่เข้ามาในวงการ แต่ยังสร้างนิยามใหม่ให้กับวงการ และยังคงเป็นมาตรฐานแห่งความเป็นเลิศจนถึงทุกวันนี้

ปัจจุบัน Range Rover เจเนอเรชั่นที่ห้า ยังคงครองตำแหน่งผู้นำอย่างสง่างาม ออกแบบมาเพื่อผู้นำที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นในทุกวันนี้ Range Rover รุ่นล่าสุดได้พลิกโฉมประสบการณ์การขับขี่ให้เป็นเสมือนการเดินทางระดับเฟิร์สคลาสในพื้นที่ส่วนตัวอันเงียบสงบและทันสมัย โดยผสานรูปลักษณ์อันโดดเด่นเข้ากับความแม่นยำอันสุขุมในทุกรุ่น รวมถึงรุ่นปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่มาพร้อมระบบส่งกำลังปลั๊กอินไฮบริด ซึ่งให้ระยะการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ไกลถึง 121 กิโลเมตร เหมาะกับผู้ที่กำลังมองหายานยนต์รักษ์โลกที่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมั่นใจและแทบจะไร้เสียง

All in the details

ตั้งแต่วินาทีแรกที่สัมผัส Range Rover เจเนอเรชั่นที่ห้า ก็เห็นได้ชัดเจนว่านี่ไม่ใช่แค่การปรับโฉมภายนอก แต่เป็นวิวัฒนาการเชิงปรัชญา รูปลักษณ์ภายนอกยังคงความเป็น Range Rover อย่างชัดเจน ทันสมัยและเปี่ยมด้วยความโดดเด่นอย่างเป็นธรรมชาติ เส้นสายที่แข็งแกร่ง หลังคาแบบลอยตัว ขอบหน้าต่างที่ยกสูงขึ้น และฝากระโปรงทรงเปลือกหอย (clamshell) ซึ่งทั้งหมดนี้ได้รับการปรับให้ดูเรียบง่ายแต่มีความประณีตและเป็นประติมากรรมมากขึ้น ส่วนท้ายรถแบบ boat tail ที่โดดเด่น พร้อมฝาท้ายแบบแยกส่วนที่ใช้งานได้จริง สร้างรูปทรงที่สง่างาม ในขณะที่องค์ประกอบที่เรียบเนียน เช่น กระจก ช่องระบายอากาศด้านข้าง และการตกแต่งขอบด้านข้าง มอบความรู้สึกที่ไร้รอยต่อ

ภายในห้องโดยสาร จากความแข็งแกร่งด้านนอกกลับกลายเป็นความเงียบสงบ แม้จะเต็มไปด้วยความทันสมัย แต่ Range Rover เจเนอเรชั่นที่ห้าก็ไม่เคยละทิ้งวัตถุประสงค์ดั้งเดิม นั่นคือการสร้างความสะดวกสบายให้แก่ผู้โดยสาร ไม่ว่าจะเดินทางในเมืองหรืออยู่บนเส้นทางที่ทุรกันดาร ห้องโดยสารมีความเงียบสงบเป็นพิเศษ ด้วยการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ สถาปัตยกรรมแบบโมดูลาร์ตามยาวที่ยืดหยุ่นซึ่งช่วยเพิ่มการแยกเสียง และระบบ Active Noise Cancellation เจเนอเรชั่นใหม่

Tatler Asia
Above ภายในห้องโดยสารที่หรูหราโดดเด่นด้วยวัสดุคุณภาพสูงอย่างเบาะหนัง Aniline และ Ultrafabrics สำหรับการตกแต่งที่ปราศจากหนัง (ภาพ: Range Rover)

ความทันสมัยคือหัวใจสำคัญของ Range Rover ที่ถูกนำไปใช้ในทุกรายละเอียด ตั้งแต่เทคโนโลยีระบบกรองอากาศ Cabin Air Purification Pro ไปจนถึงการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูงอย่างเบาะหนัง Aniline และ Ultrafabrics ลำโพงตัดเสียงรบกวนที่ฝังอยู่ในพนักพิงศีรษะอย่างแนบเนียน และระบบเสียง Meridian Signature Sound System ขนาด 1,600W เพื่อประสบการณ์เสียงที่ดื่มด่ำที่สุดบนท้องถนน นี่ไม่ใช่แค่การตกแต่งภายใน แต่เสมือนเป็นสถานที่แห่งความสงบสุข

Tatler Asia
Above ผู้โดยสารด้านหลังสามารถเพลิดเพลินกับความบันเทิงที่ไร้รอยต่อด้วยหน้าจอสัมผัส HD ขนาด 11.4 นิ้ว และการเชื่อมต่อในตัว (ภาพ: Range Rover)

จุดศูนย์กลางแห่งความบันเทิงคือจอแสดงผลแบบกระจกโค้งลอยตัวขนาด 13.1 นิ้ว ที่เป็นศูนย์รวมของระบบอินโฟเทนเมนต์ Pivi Pro ที่ใช้งานง่าย เพื่อขยายประสบการณ์การเดินทางระดับเฟิร์สคลาสไปสู่ผู้โดยสารด้านหลัง ด้วยระบบ Rear Seat Entertainment ที่มีหน้าจอสัมผัส HD ขนาด 11.4 นิ้ว ปรับได้ ซึ่งติดตั้งอยู่ด้านหลังเบาะหน้า มอบการสตรีมมิ่งที่ราบรื่น การเชื่อมต่อ HDMI และความสามารถ Wi-Fi เปลี่ยนห้องโดยสารด้านหลังให้เป็นเลานจ์ส่วนตัว ผนวกกับเบาะนั่ง Executive Class ที่ปรับเอนได้ ตัวควบคุมหน้าจอสัมผัส Rear Seat สำหรับผู้โดยสารด้านหลังเพื่อปรับสภาพแวดล้อมได้อย่างละเอียด พื้นที่วางขาที่กว้างขวาง ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร และโซนควบคุมอุณหภูมิแยกส่วน Range Rover เจเนอเรชั่นที่ห้ามอบความสงบและความสะดวกสบายราวกับห้องสวีทในโรงแรมห้าดาวเคลื่อนที่ได้

Tatler Asia
Above ด้วยระบบ Dynamic Response Pro และระบบกันสะเทือนอัจฉริยะ ทำให้ Range Rover เจเนอเรชันที่ 5 มีสมรรถนะที่นุ่มนวล ซึ่งเห็นไม่บ่อยนักในรถยนต์ประเภท SUV (ภาพ: Range Rover)

Capability and composure on the road

ยานยนต์ขนาดใหญ่อาจดูน่าเกรงขาม แต่เมื่ออยู่บนท้องถนน Range Rover เจเนอเรชั่นที่ห้ากลับแสดงสมรรถนะด้วยความสง่างามและความสุขุมอย่างที่ไม่ค่อยพบในรถ SUV ทั่วไป ระบบ Dynamic Response Pro และระบบช่วงล่างอัจฉริยะของรถจะอ่านสภาพพื้นผิวถนนข้างหน้าและปรับตัวแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ทุกโค้งและการกระเพื่อมของพื้นผิวราบเรียบราวกับไม่เคยมีมาก่อน ในเมืองที่มีโค้งหักศอกและลานจอดรถแคบๆ ซึ่งอาจสร้างความลำบากให้กับรถ SUV ทั่วไป Range Rover กลับแล่นผ่านไปได้อย่างง่ายดาย ด้วยระบบเลี้ยวสี่ล้อและรัศมีวงเลี้ยวที่แคบกว่า 12 เมตร

ที่น่าสนใจคือ รุ่น PHEV ที่รวมแรงบิดของพลังงานไฟฟ้าเข้ากับความมั่นใจในการเดินทางระยะไกลของเครื่องยนต์เบนซิน มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทรงพลังและมีประสิทธิภาพอย่างน่าประทับใจ ระยะการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 121 กิโลเมตรนั้นเกินพอสำหรับการเดินทางในแต่ละวันและการทำงานระหว่างทาง แต่เมื่อคุณเปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์สันดาป การเปลี่ยนผ่านสู่เชื้อเพลิงเบนซินก็เป็นไปอย่างราบรื่นจนแทบไม่รู้สึก ไม่ว่าจะเป็นโหมด EV, Hybrid หรือ Save การขับขี่ยังคงมั่นใจ เงียบสงบ และราบรื่นอย่างเหลือเชื่อ

ท้ายที่สุด Range Rover ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยจุดหมายปลายทาง แต่ยกระดับทุกช่วงเวลาของการเดินทางของคุณ Range Rover เจเนอเรชั่นที่ห้านี้ ไม่ได้เพียงสร้างสรรค์ต่อยอดจากตำนานอันโด่งดังของรุ่นก่อนหน้าเท่านั้น แต่ยังได้ให้นิยามใหม่ของยานยนต์ SUV สุดหรูสำหรับยุคใหม่ มุ่งหน้าสู่โลกอนาคตด้วยความประณีต การควบคุม และความรับผิดชอบที่เหนือกว่าที่เคยมีมา ทรงพลังด้วยความเงียบ เข้าถึงอย่างไร้ขีดจำกัด และเป็นไอคอนที่ไม่อาจปฏิเสธได้

Natthawut Saengchuwong
Editor-in-Chief, Tatler Thailand
Tatler Asia

ณัฐวุฒิ แสงชูวงษ์ บรรณาธิการบริหารของนิตยสาร Tatler Thailand และ Tatler GMT ประจำอยู่ในกรุงเทพฯ เขาเคยเป็นบรรณาธิการบริหารนิตยสาร GQ Thailand มาก่อน นอกเวลาการทำงานบริหาร เขาใช้เวลาในช่วงวันหยุดกับการสะสมและฟังแผ่นเสียง การตกแต่งบ้านและการดูแลสวนอันเงียบสงบของเขา