Cover Zack Tabudlo, วี-วิโอเลต วอเทียร์ และไบร์ท-วชิรวิชญ์ ในมิวสิกวิดีโอเพลงใหม่ "Turn back time" ของหนุ่ม Zack (ภาพ: Universal Music Group)

“ศิลปินหนุ่มชาวฟิลิปปินส์คนนี้ได้พิสูจน์แล้วว่า ความโด่งดังทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเขาไม่ใช่ได้มา เพราะได้รับโอกาสที่ดีเท่านั้น แต่มันคือความทุ่มเท แพสชัน และความมุ่งมั่นที่เขามีต่อเส้นทางสายดนตรี”

แม้ว่า Spotify ฟิลิปปินส์จะยกให้หนุ่ม Zack Tabudlo เป็นศิลปินเบอร์หนึ่ง Original Pilipino Music (OPM) ในปี 2022 และทำให้เขากลายเป็นศิลปินที่มียอดสตรีมสูงสุดเป็นอันดับสามของประเทศ เป็นรองเพียงแค่ Taylor Swift และ BTS เท่านั้น แต่นักร้อง-นักแต่งเพลงดาวรุ่งที่น่าจับตามองคนนี้ ยังคงออกค้นหาแรงบันดาลใจและความแปลกใหม่ให้กับแนวดนตรีของเขาด้วยการคอลแลปกับศิลปินอื่น ๆ ที่มีความคิดสร้างสรรค์ไม่แพ้กัน

ตอนนี้ดูเหมือนไม่มีอะไรที่จะมาฉุดรั้งกระแสความนิยมของเขาไว้ได้ Zack Tabudlo ยังคงพุ่งทะยานอย่างต่อเนื่อง ด้วยเพลง Pano ที่สามารถยึดครองคลื่นวิทยุต่าง ๆ ทั้งในประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงฟิลิปปินส์ด้วยเช่นกัน เขาเริ่มต้นปี 2023 ด้วยการย้ายไปอยู่กับ Republic Record ซึ่งเป็นค่ายเพลงในเครือของ Universal Music Group (UMG) ที่ช่วยเปิดทางให้เขาได้ร่วมงานกับศิลปินระดับโลกมากมาย

Tatler Asia
Above ไบร์ท วชิรวิชญ์ ในมิวสิควิดีโอ ‘Turn back time’ (ภาพ: Universal Music Group)

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ที่ผ่านมา UMG ได้ปล่อยมิวสิควิดีโอเพลงล่าสุดของเขา Turn Back Time ซึ่งเป็นการแต่งเพลงร่วมกันกับนักร้อง-นักแสดง ลูกครึ่งไทย-เบลเยี่ยม อย่าง วิโอเลต วอเทียร์ และการถ่ายทำมิวสิควิดีโอครั้งนี้ให้ประสบการณ์เสมือนการชมภาพยนตร์ โดยผู้กำกับ ปราชญ์ โรจนสินวิไล  และขอบคุณผู้สร้างสรรค์งานภาพอย่างบุรินทร์ ที่ทำหน้าที่เป็นผู้กำกับศิลป์ให้กับงานนี้ รวมถึงทีมงาน Dune Creative House ค่ายเพลง Universal Music Thailand และ Kodak Film ไปจนถึงนักแสดงนายแบบ ลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ไบร์ท วชิรวิชญ์ ที่แสดงนำร่วมกับวิโอเลต ซึ่งช่วยเติมเต็มอารมณ์ดราม่าเข้มข้นให้กับมิวสิควิดีโอที่เล่าถึงการเปลี่ยนแปลงของความรักความสัมพันธ์

ข้ามพรมแดน

Tabudlo เริ่มต้นเส้นทางการเป็นศิลปินด้วยการเข้าร่วมประกวดในรายการ The Voice Philippines ซึ่งแม้ครั้งนั้นเขาจะพลาดรางวัลไป แต่ Tabudlo ก็ยังคงออกไปไขว่คว้าตามความฝันของเขาอย่างไม่ย่อท้อ

Tabudlo ได้กล่าวว่า “การสร้างสรรค์งานดนตรีคือการอุทิศทั้งชีวิตให้กับมัน” “ผมได้อยู่และเดินบนเส้นทางสายดนตรีมาเป็น 10 ปี และไม่เคยประสบความสำเร็จ จนกระทั่งปีที่ 11 หรือ 12 ช่วงเวลาของผมก็มาถึง จนทำให้ผมมีวันนี้ ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มาทำงานที่ประเทศไทย ได้ทำเพลงร่วมกับวิโอเลต เป็นเกียรติกับผมอย่างมากเลยครับ”

Tatler Asia
Above Zack Tabudlo

Tabudlo ได้รับความนิยมจากผลงานเพลงฮิต “Binibini” ในช่วงการระบาดของโควิด 19 ผลงานชิ้นนี้ทำให้เขามีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งภูมิภาค และนิตยสาร Rolling Stone ได้ยกให้เพลงนี้เป็นหนึ่งในเพลงที่ทุกคนควรฟังในปี 2021 (One of the Songs from International Hitmakers You Should Have on Your Radar in 2021)

หากย้อนกลับไปมองโพสต์ของเขาในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า Tabudlo ไม่เคยคิดว่าเขาจะได้รับการสนับสนุนจากแฟนเพลงและได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมายขนาดนี้ ล่าสุดนี้เองเขาเพิ่งจัดคอนเสิร์ตฉลองครบรอบอัลบั้มแรก “Episode” ที่ย่าน 5th Avenue เมือง Bonifacio Global City เขต Taguig ท่ามกลางแฟนๆ นับหมื่นคนที่เข้าร่วมชมการแสดง ทำให้เขากลายเป็นศิลปินที่จัดการแสดงดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี

เบื้องหลังผลงานเพลง Turn Back Time

Tatler Asia
Above Zack Tabudlo และ วิโอเลต วอเทียร์

วิโอเลต วอเทียร์ ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงของเมืองไทยจากการประกวดจากรายการ The Voice เช่นกัน โดยเธอเป็นทั้งนักร้อง Alternative Pop นักแต่งเพลง และนักแสดง ผู้ซึ่งได้รับรางวัลมากมายจากทั้งผลงานเพลงและงานแสดง และในซิงเกิ้ลที่สองของวิโอเลตที่ชื่อว่า Smoke ก็ได้ทำลายสถิติบน YouTube เป็นเพลงภาษาอังกฤษที่ร้องโดยศิลปินไทยด้วยยอดวิวสูงสุดถึง 6.5 ล้านวิว

อัลบั้ม Glitter and Smoke ซึ่งเป็นอัลบั้มเพลงภาษาอังกฤษของเธอที่ได้วางขายในช่วงปี 2020 ก็เป็นอัลบั้มที่มียอดฟังสูงสุดใน Apple Music ถึง 8 ประเทศ รวมไปถึงประเทศไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย และต่อมาเธอได้ออกอัลบั้มเพลงไทย Your Girl ในปี 2022 ที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความเปราะบางของชีวิต รวมไปถึงการให้ความรักและให้คุณค่าในตัวเองอีกด้วย

วิโอเลต กล่าวกับเราว่า “วีมีแพสชันให้กับดนตรีมาก มันเลยทำให้วีสามารถทำงานเพลงต่อไปได้เรื่อย ๆ เพราะวีกำลังทำในสิ่งที่วีรัก และก็ทำมันมาตลอด วีคิดว่าเพราะวงการดนตรีนี่แหละที่ทำให้วีมาไกลถึงขนาดนี้ และตอนนี้ก็มีโอกาสได้พบกับเขาคนนี้ที่เป็นศิลปินที่มากความสามารถ เป็นทั้งนักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ คือวีโชคดีมากๆ เลยตอนนี้”

Tatler Asia
Above วิโอเลต วอเทียร์
Tatler Asia
Above วิโอเลต วอเทียร์ ในมิวสิควีดีโอ ‘Turn back time’ (ภาพจาก Universal Music Group)

จุดเด่นในการเขียนเพลงของวิโอเลตคือ การนำประสบการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตของเธอมาแต่งเป็นเพลง โดยเธอได้ให้สัมภาษณ์ผ่าน Zoom ระหว่างงานแถลงข่าวเปิดตัวมิวสิควิดีโอกับสื่อทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่า เธอได้พาตัวเองกลับไปในความทรงจำช่วงเวลาที่เธออกหักเพื่อสัมผัสกับความรู้สึกช่วงนั้น และใส่อารมณ์ความรู้สึกเพิ่มลงไปในเนื้อเพลงที่ Tabudlo เขียนให้กับ Turn Back Time ในตอนแรก

“วีเจอ Zack ครั้งแรกที่สิงคโปร์ตอนปี 2022” วิโอเลตเล่าต่อ “วีชื่นชมเขามากๆ ในฐานะศิลปิน และตอนที่ถูกสัมภาษณ์แล้วถูกถามว่า วีอยากจะร่วมงานกับใครในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บ้านเรา วีก็นึกถึงเขาเป็นคนแรกเลย จากนั้นค่ายเพลงของเราก็เริ่มมีการพูดคุยกันและทำให้ทุกอย่างมันเกิดขึ้น”

เช่นเดียวกับ Tabudlo ที่นึกถึงวีเป็นคนแรกตอนถูกทีมงานถามว่าอยากจะร่วมงานกับใคร เขากล่าวเสริมว่า “ในตอนนั้นผมกำลังมาเที่ยวพักผ่อนที่ประเทศไทยและผมก็มีไอเดียผุดขึ้นมาว่า ผมอยากจะเขียนเพลงแนวเดียวกับ Pano แต่เป็นมุมมองของทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงที่ทั้งสองคนหมดรักกันแล้ว”

Tatler Asia
Above ไบร์ท วชิรวิชญ์ และวิโอเลต วอเทียร์ ในมิวสิควีดีโอ ‘Turn back time’ (ภาพจาก Universal Music Group)

Tabudlo ได้ให้สัมภาษณ์ส่วนตัวกับ Tatler ที่ Universal Music ฟิลิปปินส์ในช่วงระหว่างปล่อยมิวสิควิดีโอว่า การร่วมงานกับศิลปินอื่น ๆ เป็นงานที่สบายใจสำหรับเขา

“ความสบายใจนี้มาพร้อมกับความคิดสร้างสรรค์ด้วยเช่นกัน เมื่อไหร่ก็ตามที่ศิลปินสองคนดำดิ่งลงไปในบทเพลงร่วมกัน ความมหัศจรรย์จะปรากฏขึ้น” โดยก่อนหน้าผลงานเพลง Turn Back Time เขายังเคยคอลแลปร่วมกับศิลปิน Al James ในเพลง Gusto และ Johnny Orlando ในผลงาน Someone will love you better อีกด้วย

หากจะเปรียบเทียบกับผลงานก่อนหน้านี้กับเพลง Turn back time จะเห็นความแตกต่างในเชิงเนื้อหาที่จะเน้นไปทางมุมมองของผู้ชาย โดย Tabudlo ได้ส่งเดโมของเพลงทั้งหมด รวมถึงเนื้อเพลงครึ่งแรกให้กับทีมของวิโอเลต แล้วปล่อยครึ่งหลังว่างไว้เพื่อให้ศิลปินไทยได้เขียนเนื้อหาเพิ่มเติมเข้าไป และจากกระแสที่โด่งดังข้ามประเทศของเพลง Pano ทาง Tabudlo จึงวางแผนให้ผลงานชิ้นนี้เป็นเพลงภาษาอังกฤษ เพื่อให้ผู้ฟังได้เข้าถึงเพลงของเขาได้อย่างเต็มที่

Turn Back Time เล่าถึงความเจ็บปวดรวดร้าวของความสัมพันธ์ดีๆ ที่ต้องสิ้นสุดลง และแม้ทุกอย่างจะจบด้วยความยุ่งเหยิงวุ่นวาย แต่ท้ายที่สุด ความรักความเข้าใจก็ยังคงหลงเหลืออยู่

“ก็เหมือนกับทุกๆ ความสัมพันธ์ มันมีช่วงเวลาที่สวยงาม แต่มันก็มีช่วงเวลาที่เจ็บปวดด้วยเหมือนกัน” วิโอเลตได้เล่าถึงสิ่งเพลงอยากจะสื่อความหมายเอาไว้ว่า “วีคิดว่า ไม่ว่าใครก็ตามที่เคยอยู่ความสัมพันธ์มายาวนาน จะเข้าในจุดนี้ได้ และมันเป็นจุดที่มันเป็นแรงบันดาลใจของเพลงนี้ มันจริงมากและมันก็เจ็บปวดมาก มากพอๆ กับที่เราอยากจะให้ความสัมพันธ์มันไปต่อได้ แต่บางครั้งมันก็ไปต่อไม่ได้”

ก้าวสู่ความสำเร็จระดับโลก

Tabudlo ได้พบกับไบร์ทตอนที่เขาไปชมคอนเสิร์ตของวิโอเลตไม่กี่เดือนก่อนที่จะออกมิวสิควิดีโอ ไบร์ทมีชื่อเสียงในประเทศฟิลิปปินส์จากซีรีย์ 2gether และภาคต่อ Still 2gether

ไบร์ทได้เล่าถึงการทำงานร่วมกับ Tabudlo ในมิวสิควิดีโอไว้ว่า “Zack เป็นคนดีมากครับ ถึงเราจะไม่ได้มีเวลาคุยกันมากเท่าไหร่ แต่ผมสัมผัสได้ว่าเขาเป็นคนที่ดี และเรารู้สึกเหมือนเป็นพี่น้องกันจริง ๆ”

ด้าน Tabudlo เล่าถึงการทำงานครั้งนี้ว่า “ผมและไบร์ทสนุกกันมากในช่วงการถ่ายทำมิวสิควิดีโอ เราทั้งสามคนได้แชร์ความชอบเกี่ยวกับเรื่องดนตรีด้วยกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทั้งสามคนสนใจ ไบร์ทเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมากและทุกวันนี้เรายังติดต่อกันอยู่”

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 7 ภาพเบื้องหลังจากมิวสิควิดีโอ ‘Turn Back Time’ (ภาพจาก Punyawee Praditpong)
Photo 2 of 7 ภาพเบื้องหลังจากมิวสิควิดีโอ ‘Turn Back Time’ (ภาพจาก Punyawee Praditpong)
Photo 3 of 7 ภาพเบื้องหลังจากมิวสิควิดีโอ ‘Turn Back Time’ (ภาพจาก Punyawee Praditpong)
Photo 4 of 7 ภาพเบื้องหลังจากมิวสิควิดีโอ ‘Turn Back Time’ (ภาพจาก Punyawee Praditpong)
Photo 5 of 7 ภาพเบื้องหลังจากมิวสิควิดีโอ ‘Turn Back Time’ (ภาพจาก Punyawee Praditpong)
Photo 6 of 7 ภาพเบื้องหลังจากมิวสิควิดีโอ ‘Turn Back Time’ (ภาพจาก Punyawee Praditpong)
Photo 7 of 7 ภาพเบื้องหลังจากมิวสิควิดีโอ ‘Turn Back Time’ (ภาพจาก Punyawee Praditpong)

สำหรับการถ่ายทำมิวสิควิดีโอนอกประเทศฟิลิปปินส์ครั้งแรกของ Tabudlo เขาประหลาดใจมากที่เขารู้สึกว่ามันมีความ “ชิล” ถึงแม้ว่าอากาศจะร้อนจัดในช่วงหน้าร้อน แต่เขาดีใจอย่างมากที่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากทีมไทย

Tabudlo ไม่เคยคิดมาก่อนว่าความสำเร็จของเขาในฟิลิปปินส์จะส่งต่อไปถึงแฟนเพลงจากทั่วโลกได้ เขากล่าวว่า “ผมเพียงแค่ตั้งใจทำผลงานดนตรี โดยเฉพาะการเขียนเพลงเพื่อเตือนสติตัวเอง ทุกครั้งเวลาที่ผมเจอประสบการณ์อะไรมา ผมจะจดบันทึกเพื่อเป็นการฟื้นฟูจิตใจของตัวเอง เหมือนก่อนหน้านั้นที่ผมทำโคฟเวอร์เพลงฮิตระดับโลก และเพลงมันก็ดังขึ้นมา ติดเทรนด์บน TikTok และ YouTube ผมก็นึกไม่ถึงว่ามันจะไปไกลขนาดนั้น เพราะฉะนั้น การโด่งดังในระดับทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับผมแล้ว มันค่อนข้างเกินความคาดหมายไปมาก”

Tatler Asia
Above Zack Tabudlo และวิโอเลต วอเทียร์ ในมิวสิควีดีโอ ‘Turn back time’ (ภาพจาก Universal Music Group)

ยังมีอีกหลายโปรเจกต์ที่ Tabudlo กำลังจะเตรียมปล่อยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และเขาก็กำลังเตรียมปล่อยอัลบั้มในเร็ว ๆ นี้ เขายังมีเป้าหมายที่จะค้นหาแนวเพลงอื่นๆ ที่เขายังไม่เคยได้ทำก่อนหน้านี้อีกด้วย

“แน่นอนว่ามันเป็นความท้าทายในการที่จะพัฒนาเพลงใหม่ ๆ ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมไปถึงตลาดในสหรัฐอเมริกาด้วย มันค่อนข้างที่จะแตกต่างจากสิ่งที่เราคุ้นเคยในฟิลิปปินส์ แต่ยังไงก็ตาม ผมเชื่อว่าไม่ว่าคุณจะมาจากที่ไหน ผู้คนจะประทับใจผลงานของคุณ หากมันดีพอ” Tabudlo กล่าวในการสัมภาษณ์

Tatler Asia
Above Zack Tabudlo

การเข้าสู่วงการเพลงของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นเหมือนการเปิดโลกใหม่ของ Tabudlo เพราะว่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นมีวัฒนธรรมย่อยเยอะแยะมากมายที่เขาจะต้องเรียนรู้และเข้าใจให้ลึกซึ้ง ถ้าหากเขาต้องการสร้างสรรค์งานเพลงของเขาให้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับดาวรุ่ง Gen Z อย่างเขาอยู่แล้ว

Tabudlo ฝากทิ้งท้ายไว้สำหรับศิลปินรุ่นใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นเดินบนเส้นทางสายนี้ “การออกเพลงของตัวเองในยุคนี้ไม่จำเป็นจะต้องมีข้ออ้างใด ๆ แล้ว เพราะทุกวันนี้มีเครื่องมือมากมายที่พร้อมจะช่วยคุณ ผมเคยเห็นศิลปินหลายคนที่ทำเพลงฮิตติดชาร์ต เขาใช้แค่โทรศัพท์ในการทำเพลงขึ้นมา มีคนฟังตั้งหลายพันคน ตอนนี้พวกเรามีช่องทางมากมายให้เสพความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี เพราะฉะนั้น คุณไม่มีข้ออ้างที่จะมาบอกว่าคุณไม่มีความสามารถอีกแล้ว เพราะสุดท้ายแล้ว มันอยู่ที่ความคิดของคุณ อย่าปิดกั้นตัวเอง คุณสามารถเขียนเพลงอะไรก็ได้จากความคิดทั้งหมดที่คุณมี มันอยู่ในหัวของคุณและในใจของคุณ แค่มีความเชื่อในงานของคุณ ไม่สำคัญหรอกว่าคุณเป็นใครหรือมาจากไหน แค่คุณเชื่อในตัวเองก็พอ”

Topics