“ศิลปิน Gen ใหม่จากฝั่งอเมริกา ที่พร้อมจะเดินสวนทางกับกาลเวลาและพาทุกคนย้อนกลับสู่อดีตไปพร้อมกัน ผ่านบทเพลงของเขาที่เรียบเรียงท่วงทำนองสุดคลาสสิก ร้อยเรียงเป็นเรื่องราวความรักแสนโรแมนติกที่แฝงกลิ่นอายจากยุค 50s-60s”
นั่นอาจเป็นคำนิยามที่เหมาะสมที่เราตั้งใจอยากมอบให้กับ Stephen Sanchez ศิลปินยุคใหม่ที่พาเราทุกคนย้อนเวลาสู่ท่วงทำนองแห่งยุคเก่า และเขาก็ทำมันได้สำเร็จ
แม้ทุกวันนี้ เทรนด์ดนตรีจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลา แต่ Stephen Sanchez ศิลปินนักร้อง-นักแต่งเพลงวัย 20 ปี กลับสร้างปรากฏการณ์เพลงไวรัลฮิตด้วยห้วงทำนองและแนวดนตรีที่เสมือนถูกบันทึกเสียงในช่วง 1950s อย่างเพลง ‘Until I Found You’ ที่บอกเล่าเรื่องราวการตกหลุมรักแบบหมดหัวใจจนสร้างกระแสนิยมไปทั่วโลกออนไลน์ ทั้งยังมียอดขายและยอดสตรีมระดับ 3X Platinum รวมถึงติดชาร์ตใน Billboard Hot 100 สูงสุดถึงอันดับ 23 เมื่อปี 2022
Above มิวสิควิดีโอเพลง ‘Until I Found You’
ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 กันยายน ที่ผ่านมา Stephen Sanchez ได้ปล่อยอัลบั้มแรก ‘Angel Face’ และเดบิวต์ตัวละครพ่อหนุ่มคลั่งรักอย่าง ‘The Troubadour Sanchez’ ในช่วงปี 1958-1964 ที่เขาได้ตกหลุมรักสาว ‘Evangeline’ จนเกิดเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความรักโรแมนติกหลายรสชาติ ถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน 13 บทเพลงและมิวสิควิดีโอที่เผยให้เห็นโชคชะตาแห่งชีวิตรักของชายคนนี้ ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่เขาต้องพบกับจุดจบ ในเพลง 'Death Of The Troubadour’

Above อัลบั้ม 'Angel Face' อัลบั้มแรกในชีวิตของนักร้องหนุ่ม Stephen Sanchez
ความแตกต่าง
แม้อายุเพียงแค่ยี่สิบปี แต่ Stephen Sanchez สามารถนำพาคนทุกช่วงวัยท่องไปในห้วงเวลาของยุคสมัยแห่งอดีตก่อนที่เขาจะเกิดมาเสียด้วยซ้ำ นั่นเป็นเพราะเขาทุ่มเทให้กับทุกบทบาทของ The Troubadour Sanchez ตั้งแต่ไอเดียการสร้างสรรค์งานเพลง การถ่ายทำมิวสิควิดีโอที่ให้ประสบการณ์เหมือนได้ไปอยู่ในช่วงเวลานั้น รวมไปถึงสไตล์การแต่งตัวที่ทำให้ทุกคนเชื่อว่าเขาหลุดมาจากยุคดังกล่าวจริงๆ
“ผมแค่อยากจะบอกว่า แค่สนุกไปกับมัน” Stephen Sanchez ได้ให้สัมภาษณ์กับ Tatler ผ่าน Zoom ระหว่างงานแถลงข่าวกับสื่อทั่วภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ “และถ้าคุณรักอะไรบางอย่าง สิ่งนั้นแหละจะกลายเป็นสิ่งที่ผลักดันให้คุณลงมือทำมันทุกวัน”
คำพูดของเขาสะท้อนถึงความหลงใหลและความมุ่งมั่นทำในสิ่งที่รัก แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับความสนุกสนานเพลิดเพลินในการทำงาน Stephen Sanchez กล่าวต่อว่า “ผมคิดว่า ถ้าคุณทำให้แพสชันกลายเป็นเหมือนงานที่ต้องทำ คุณจะรู้สึกเคี่ยวเข็ญพยายามอย่างหนักเมื่อต้องทำมันเป็นอาชีพจริงๆ แต่ถ้าหากคุณเริ่มต้นด้วยการสนุกไปกับมัน สนุกไปกับสิ่งต่างๆ ที่เข้ามา นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นที่ดี” เขายังกล่าวเสริมอีกว่า “ผมคิดว่า ถ้าคุณมองไม่เห็นความสุขจากสิ่งที่คุณทำอยู่ มันก็จะมีแต่ความทุกข์ เพราะฉะนั้น ผมอยากจะแค่บอกว่า ถ้าคุณรักอะไรก็ตาม ให้ลองทำทุกอย่างเพื่อจะไปให้ถึงจุดนั้น ไปให้ใกล้จุดหมายที่คุณต้องการมากที่สุดและมีส่วนร่วมไปกับมัน และนั่นคือสิ่งที่ผมทำครับ”

Above นักร้องหนุ่ม Stephen Sanchez
ทุกคำที่หลั่งใหลออกมาจาก Stephen Sanchez แสดงได้เห็นถึงแพสชันอันล้นเหลือและความคิดสร้างสรรค์อันไร้ขีดจำกัดที่เขามีต่อการทำงานเพลง และเมื่อความสามารถ ความหลงใหล และความมุ่งมั่นตั้งใจถูกหลอมรวมกัน จึงเกิดเป็นผลงานดนตรีที่ทำให้เขาโดดเด่นและแตกต่าง
แรงบันดาลใจจากทุกคน ส่งต่อถึงทุกคน
หลายคนขนานนามเขาว่าเป็นศิลปินรุ่นเยาว์ที่มีจิตวิญญาณของรุ่นใหญ่ ซึ่งอาจเป็นเพราะเขามีทัศนคติที่เกินกว่าอายุและมีใจรักต่อดนตรีที่มากกว่าใครในรุ่นเดียวกัน “ผมไปดูทุกโชว์การแสดงที่ผมสามารถไปได้ และผมได้รับแรงบันดาลจากทุกวงดนตรีที่ผมเคยดู” Stephen Sanchez แชร์ให้เราฟัง
การแบ่งปันเรื่องราวของเขาสะท้อนให้เห็นถึงการเดินทางบนเส้นทางดนตรีด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง ไม่เพียงแค่รับแรงบันดาลใจจากศิลปินยุคเก่าที่ทำให้เขาสร้างสรรค์ผลงานอัลบั้มนี้ขึ้นมาเท่านั้น แต่เขายังโอบรับพลังจากศิลปินร่วมสมัย และที่มากไปกว่านั้นคือการที่เขาให้ความสำคัญกับดนตรีอย่างจริงจัง

Above นักร้องหนุ่ม Stephen Sanchez
“เวลาอยู่บ้าน ผมมักจะร้องเพลงแล้วทำเป็นว่าผมกำลังอยู่บนเวทีของวงดนตรีนั้นๆ ที่ผมเคยไปดู ซึ่งผมคิดว่านี่แหละเป็นส่วนที่สำคัญที่ทำให้ผมมีทุกวันนี้ อันที่จริงแล้ว การมีความฝันก็คือการที่คุณต้องฝันถึงมันก่อนตั้งแต่แรก ราวกับว่ามันได้เกิดขึ้นแล้ว และผมก็คิดว่าสุดท้ายแล้ว เราจะได้โชว์ผลงานดี ๆ เหล่านั้นออกมา”
ความทุ่มเท แพสชัน และความฝัน สิ่งเหล่านี้คือแรงบันดาลใจที่เราได้รับจากศิลปินรุ่นใหม่วัย 20 เจ้าของผลงานเพลงที่มีท่วงทำนองย้อนยุคอย่าง Stephen Sanchez ซึ่งเขาไม่ได้เพียงแค่แบ่งปันมันผ่านคำพูดเท่านั้น แต่เรายังสัมผัสได้ถึงการแชร์ส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณที่เขามีให้กับการทำงานดนตรี และเราเชื่อว่าคำแนะนำสุดคลาสสิกที่ไม่มีวันตกยุคของเขา จะไม่เพียงสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นแรงกระตุ้นและผลักดันให้กับคนทุกเจเนอเรชันให้ลงมือทำและสนุกไปกับสิ่งที่รักด้วย
อ่านเพิ่มเติม:
เดวิด เบ็คแฮม นั่งคุยกับ Tatler ถึงชีวิตครอบครัว, สารคดีในเน็ตฟลิกซ์ "เบคแฮม" และแผนในอนาคต
มารู้จัก Quick Style ทีมเต้นที่ออกแบบท่าเต้นให้ BTS และจุดกระแสชาเลนจ์ TikTok ที่กลายเป็นไวรัล



