Cover ภาพยนตร์ ‘Anora’ คว้า 5 รางวัลออสการ์ ได้แก่ รางวัล ‘ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม’, ‘ผู้กำกับยอดเยี่ยม’, ‘บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม’, ‘ตัดต่อภาพยนตร์ยอดเยี่ยม’ และ ‘นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม’

งานประกาศรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ประจำปี 2025 หรือรางวัลออสการ์ (Academy Awards) ครั้งที่ 97 ปรากฏว่า หนังรักโรแมนติก-คอมเมดี้ อย่าง ‘Anora’ เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำปีล่าสุดจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ ผลงานการสร้าง เขียนบท กำกับ และตัดต่อ โดย ฌอน เบเกอร์ (Sean Baker) สามารถกวาดรางวัลถึง 5 รางวัล ได้แก่ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Picture), ผู้กำกับยอดเยี่ยม (Best Director), บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม (Best Original Screenplay), ตัดต่อภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Film Editing) รวมถึงนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (Best Actress)

จบลงไปแล้ว กับพิธีประกาศผลรางวัลออสการ์ (Academy Awards) ครั้งที่ 97 ประจำปี 2025 จัดโดยสถาบันศิลปะและวิชาการทางภาพยนตร์ (Academy of Motion Picture Arts and Sciences) ณ โรงละครดอลบี เธียเตอร์ ในนครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา พร้อมประกาศรายชื่อผู้ชนะรางวัลออสการ์ในสาขาต่างๆ ทั้งหมด 23 สาขา กับวลีดังที่หลายคนคุ้นเคยอย่าง ‘And the Oscar Goes to...’

เริ่มจาก 5 รางวัลใหญ่ หรือ ‘Big Five’ ซึ่งได้รับความสนใจและเป็นที่จับตามองอย่างมากในทุกๆ ปี ได้แก่ รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Picture), รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม (Best Director), รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (Best Actor), รางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยม (Best Actress), รางวัลบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม (Best Original Screenplay) หรือรางวัลบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม (Best Adapted Screenplay)

อ่านเพิ่มเติม: รวมความสำเร็จของ ‘หลานม่า’ ภาพยนตร์ไทยที่เดินทางมาไกลที่สุดบนเวทีออสการ์

Tatler Asia
Conan O’Brien พิธีกรรายการทอล์คโชว์ชื่อดังของสหรัฐฯ รับหน้าที่เป็นพิธีกรในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 97
Above Conan O’Brien พิธีกรรายการทอล์กโชว์ชื่อดังของสหรัฐฯ รับหน้าที่เป็นพิธีกรในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 97
Conan O’Brien พิธีกรรายการทอล์คโชว์ชื่อดังของสหรัฐฯ รับหน้าที่เป็นพิธีกรในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 97

5 รางวัลใหญ่ของเวทีออสการ์

  • รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Picture) ได้แก่
    ภาพยนตร์เรื่อง Anora
  • รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม (Best Director) ได้แก่
    Sean Baker จากภาพยนตร์เรื่อง Anora
  • รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (Best Actor) ได้แก่
    Adrien Brody จากภาพยนตร์เรื่อง The Brutalist
  • รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (Best Actress) ได้แก่
    Mikey Madison ภาพยนตร์เรื่อง Anora
  • รางวัลบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม (Best Original Screenplay) ได้แก่
    ภาพยนตร์เรื่อง Anora โดย Sean Baker
  • รางวัลบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม (Best Adapted Screenplay) ได้แก่
    ภาพยนตร์เรื่อง Conclave โดย Peter Straughan

อ่านเพิ่มเติม: เปิดลิสต์ 5 หนัง ผู้เข้าชิงออสการ์สาขา ‘ภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม’ ประจำปี 2025

Tatler Asia
Above ภาพยนตร์ ‘Anora’ คว้า 5 รางวัลออสการ์ ได้แก่ รางวัล ‘ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม’, ‘ผู้กำกับยอดเยี่ยม’, ‘บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม’, ‘ตัดต่อภาพยนตร์ยอดเยี่ยม’ และ ‘นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม’

‘Anora’ กวาด 5 รางวัล รวมถึงภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Picture)

นับว่าเป็นความสำเร็จอย่างมากของภาพยนตร์ Anora ที่หยิบเรื่องราวของซินเดอเรลล่ายุคใหม่มานำเสนอ ว่าด้วยเรื่องราวของ sex worker สาวนักเต้นระบำเปลื้องผ้า นำแสดงโดย ไมกี้ เมดิสัน (Mikey Madison) ซึ่งสานต่อความสัมพันธ์กับลูกชายมหาเศรษฐีและผู้มีอิทธิพลชาวรัสเซีย จนนำไปสู่ความโกลาหลมากมายหลังทั้งคู่ตัดสินใจแต่งงานกัน 

ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากทุนสร้างราว 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 205 ล้านบาท) แต่สามารถทำรายได้ทั่วโลกสูงถึง 41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,405 ล้านบาท) กลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดของ ฌอน เบเกอร์ (Sean Baker) ซึ่งทำหน้าที่ทั้งอำนวยการสร้าง เขียนบท กำกับ และตัดต่อด้วยตัวเอง

Anora ยังได้รับเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์ และกวาดรางวัลสำคัญๆ บนหลายเวทีระดับโลก รวมถึง รางวัลปาล์มทองคำ (Palme d'Or) จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ และได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสิบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2024 โดย National Board of Review และสถาบันภาพยนตร์อเมริกัน (AFI) อีกด้วย

Above ตัวอย่างภาพยนตร์ (Official Trailer) ANORA
arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 5
Photo 2 of 5
Photo 3 of 5
Photo 4 of 5
Photo 5 of 5

Adrien Brody คว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (Best Actor)

Tatler Asia
Above Adrien Brody ผู้ชนะรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (Best Actor) จากภาพยนตร์เรื่อง ‘The Brutalist’

ไม่พลิกโผสำหรับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (Best Actor) ในปีนี้ หลัง Adrien Brody ผู้รับบทบาทผู้รอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวฮังการี-ยิว ซึ่งอพยพไปยังสหรัฐอเมริกา จากภาพยนตร์เรื่อง The Brutalist ที่เขาสามารถกวาดรางวัลในสาขานักแสดงนำชายจาก 3 เวทีใหญ่ก่อนหน้านี้ ได้แก่ Golden Globe Award, BAFTAs และ Critics Choice Awards โดยรางวัลออสการ์ครั้งนี้ถือเป็นการคว้ารางวัลออสการ์ครั้งที่สองของเขาในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม หลังจากเคยได้รับรางวัลนี้จากภาพยนตร์เรื่อง The Pianist (2002) ขณะอายุเพียง 29 ปี ซึ่งถือเป็นผู้ชนะรางวัลในสาขาดังกล่าวที่อายุน้อยที่สุดในตอนนั้นด้วย

Mikey Madison ชนะรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (Best Actress)

Tatler Asia
Above Mikey Madison ผู้ชนะรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (Best Actress) จากภาพยนตร์เรื่อง ‘Anora’

เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในสาขาที่ขับเคี่ยวและเปลี่ยนผู้ชนะมาแทบทุกเวทีสำหรับรางวัล ‘นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม’ (Best Actress) แต่ในที่สุด Mikey Madison นักแสดงสาวอเมริกันวัย 25 ปี ก็สามารถคว้ารางวัลออสการ์ในสาขานี้ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก หลังจากได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงจากเวที BAFTA Award และ Independent Spirit Awards มาก่อนหน้านี้

‘Conclave’ ชนะรางวัลบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม (Best Adapted Screenplay)

Tatler Asia
Above ภาพยนตร์เรื่อง ‘Conclave’ ผู้ชนะรางวัลบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม (Best Adapted Screenplay)

รายชื่อผู้ชนะรางวัลสาขาต่างๆ

  • รางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (Best Supporting Actor) ได้แก่
    Kieran Culkin จากภาพยนตร์เรื่อง A Real Pain
  • รางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (Best Supporting Actress) ได้แก่
    Zoe Saldaña จากภาพยนตร์เรื่อง Emilia Pérez
  • รางวัลภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม (Best International Feature) ได้แก่
    ภาพยนตร์เรื่อง I'm Still Here โดย Walter Salles
  • รางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยม (Best Animated Feature) ได้แก่
    ภาพยนตร์เรื่อง Flow โดย Gints Zilbalodis
  • รางวัลภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม (Best Documentary Feature) ได้แก่
    ภาพยนตร์เรื่อง No Other Land โดย Yuval Abraham, Basel Adra, Rachel Szor, Hamdan Ballal
  • รางวัลภาพยนตร์ขนาดสั้นยอดเยี่ยม (Best Live-Action Short) ได้แก่
    ภาพยนตร์เรื่อง I’m Not a Robot โดย Victoria Warmerdam
  • รางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นขนาดสั้นยอดเยี่ยม (Best Animated Short) ได้แก่
    ภาพยนตร์เรื่อง In the Shadow of the Cypress โดย Hossein Molayemi, Shirin Sohani
  • รางวัลภาพยนตร์สารคดีขนาดสั้นยอดเยี่ยม (Best Documentary Short Film) ได้แก่
    ภาพยนตร์เรื่อง The Only Girl in the Orchestra โดย Molly O'Brien

Kieran Culkin ชนะรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (Best Supporting Actor)

Tatler Asia
Above Kieran Culkin ผู้ชนะรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (Best Supporting Actor) จากภาพยนตร์เรื่อง ‘A Real Pain’

Zoe Saldaña ผู้ชนะรางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (Best Supporting Actress)

Tatler Asia
Above Zoe Saldaña ผู้ชนะรางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (Best Supporting Actress) จากภาพยนตร์เรื่อง ‘Emilia Pérez’

‘Flow’ ผู้ชนะรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยม (Best Animated Feature)

Tatler Asia
Above ‘Flow’ ผู้ชนะรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยม (Best Animated Feature)

ภาพยนตร์แอนิเมชั่นแนวผจญภัยสัญชาติลัตเวีย โดยผู้กำกับ กินต์ส ซิลบาโลดิส (Gints Zilbalodis) Flow เป็นแอนิเมชั่นที่ไม่มีบทสนทนา เล่าเรื่องราวของมิตรภาพและความไว้วางใจผ่านแมวที่พลัดถิ่นจากน้ำท่วม โดยปกติแมวเป็นสัตว์ที่ชอบอยู่ตามลำพัง แต่เมื่อบ้านของมันถูกทำลายจากน้ำท่วมใหญ่ มันจึงต้องเอาชีวิตรอดและหาที่พักพิงบนเรือที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งนก สุนัข ลีเมอร์ และคาปิบารา ในสถานการณ์แบบนี้ ทั้งหมดต้องร่วมมือกัน แม้จะมีความแตกต่างกันก็ตาม

Flow กลายเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกจากประเทศลัตเวียที่ได้รับรางวัลออสการ์ และยังประสบความสำเร็จอย่างกว้างขวางบนเวทีโลก โดยสามารถกวาดรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยมจากหลากหลายเวทีใหญ่ ทั้ง Golden Globe Awards, National Board of Review Awards, Los Angeles Film Critics Association Awards, New York Film Critics Circle Awards, European Film Awards เป็นต้น

Above ตัวอย่างภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง ‘Flow’

‘I'm Still Here’ ชนะรางวัลภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม (Best International Feature)

Tatler Asia
Above ‘I'm Still Here’ ผู้ชนะรางวัลภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม (Best International Feature)

ภาพยนตร์ชีวประวัติทางการเมืองจากประเทศบราซิล ซึ่งอ้างอิงจากบันทึกความทรงจำของมาร์เซโล รูเบนส์ ไพวา (Marcelo Rubens Paiva) บุตรชายของ รูเบนส์ ไพวา (Rubens Paiva) นักการเมืองผู้ถูกจับตัวไปจากบ้านในเมืองริโอ เดอ จาเนโร เมื่อปี 1971 ในช่วงยุคเผด็จการทหารของบราซิล และไม่เคยถูกพบเห็นอีกเลย ซึ่งไม่บ่อยครั้งนักที่การพูดถึงประเด็นการต่อสู้กับเผด็จการทหารจะถูกถ่ายทอดผ่านมุมมองที่ใกล้ชิดเช่นนี้

นับเป็นการคว้ารางวัลออสการ์ครั้งแรกของผู้กำกับมากฝีมืออย่าง วอลเตอร์ เซลส์ (Walter Salles) ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักทำหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของบราซิล หลังผลงาน Central Station (1998) ของเขา เคยเข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมบนเวทีออสการ์ก่อนหน้านี้

Above ตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง ‘I'm Still Here’

‘No Other Land’ ชนะรางวัลภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม (Best Documentary Feature)

Tatler Asia
Above รางวัลภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม (Best Documentary Feature) ได้แก่ ภาพยนตร์เรื่อง ‘No Other Land’ โดย Yuval Abraham, Basel Adra, Rachel Szor, Hamdan Ballal

ภาพยนตร์สารคดีฝีมือการกำกับครั้งแรกของสี่ผู้กำกับและนักเคลื่อนไหวชาวปาเลสไตน์-อิสราเอล Yuval Abraham, Basel Adra, Rachel Szor  และ Hamdan Ballal ซึ่งพวกเขาอธิบายว่า นี่เป็นการแสดงออกถึงการต่อต้านเพื่อนำไปสู่ความยุติธรรม ท่ามกลางความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินอยู่ในภูมิภาคแห่งนี้

ก่อนหน้านี้ No Other Land สามารถคว้ารางวัล Panorama Audience Award สาขาภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม รวมถึงรางวัล Berlinale Documentary Film Award จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน

Above ตัวอย่างภาพยนตร์สารคดีเรื่อง ‘No Other Land’
  • รางวัลเพลงบรรเลงภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Score) ได้แก่
    ภาพยนตร์เรื่อง The Brutalist โดย Daniel Blumberg
  • รางวัลเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Song) ได้แก่
    เพลง El Mal จากภาพยนตร์เรื่อง Emilia Pérez โดย Clement Ducol, Camille & Jacques Audiard
  • รางวัลออกแบบเสียงยอดเยี่ยม (Best Sound) ได้แก่
    ภาพยนตร์เรื่อง Dune: Part Two โดย Richard King, Ron Bartlett, Doug Hemphill, Gareth John
  • รางวัลการออกแบบโปรดักชั่นยอดเยี่ยม (Best Production Design) ได้แก่
    ภาพยนตร์เรื่อง Wicked โดย Nathan Crowley, Lee Sandales
  • รางวัลการถ่ายภาพยอดเยี่ยม (Best Cinematography) ได้แก่
    ภาพยนตร์เรื่อง The Brutalist โดย Lol Crawley
  • รางวัลการแต่งหน้า-ออกแบบทรงผมยอดเยี่ยม (Best Makeup and Hairstyling) ได้แก่
    ภาพยนตร์เรื่อง The Substance
  • รางวัลออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม (Best Costume Design) ได้แก่
    ภาพยนตร์เรื่อง Wicked โดย Paul Tazewell
  • รางวัลตัดต่อภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Film Editing) ได้แก่
    ภาพยนตร์เรื่อง Anora โดย Sean Baker
  • รางวัลเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม (Best Visual Effects) ได้แก่
    ภาพยนตร์เรื่อง Dune: Part Two โดย Stephen James, Rhys Salcombe, Gerd Nefzer, Paul Lambert

‘The Brutalist’ ชนะรางวัลเพลงบรรเลงภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Score)

Above รางวัลเพลงบรรเลงภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Score) ได้แก่ ภาพยนตร์เรื่อง ‘The Brutalist’ โดย Daniel Blumberg

เพลง El Mal จากภาพยนตร์เรื่อง ‘Emilia Pérez’ ชนะรางวัลเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Song)

Above เพลง El Mal จากภาพยนตร์เรื่อง ‘Emilia Pérez’ ผู้ชนะรางวัลเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Song)

‘Wicked’ ชนะรางวัลการออกแบบโปรดักชั่นยอดเยี่ยม (Best Production Design)

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 8
Photo 2 of 8
Photo 3 of 8
Photo 4 of 8
Photo 5 of 8
Photo 6 of 8
Photo 7 of 8
Photo 8 of 8

‘Dune: Part Two’ ชนะรางวัลเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม (Best Visual Effects)

Tatler Asia
Above ภาพยนตร์เรื่อง ‘Dune: Part Two’ ผู้ชนะรางวัลรางวัลออกแบบเสียงยอดเยี่ยม (Best Sound) และรางวัลเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม (Best Visual Effects)

Topics

Chachanondh Limthong
Editor, Tatler Power and Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชชานนท์ ลิ่มทอง (เว้า) บรรณาธิการ Power and Purpose ของ Tatler Thailand ผู้หลงใหลในงานบทสัมภาษณ์ชีวิตและการพบปะผู้คน นอกเหนือจากเนื้อหาเข้มๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กร ธุรกิจ นวัตกรรม และบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแล้ว เขายังสวมหมวกอีกใบในการดูแลคอมมูนิตี้ต่างๆ ของ Tatler ทั้ง Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow, Tatler Most Influential (TMI) และ Front and Female (F&F)