Zhang Linghe and Dylan Wang (Photos: IMDB)
Cover นักแสดงชายที่มีดีมากกว่าแค่หน้าตาจากซีรีส์จีนเหล่านี้ กำลังเป็นเสาหลักดึงดูดผู้ชมหลายพันล้านคนและเปลี่ยนแนวละครต่างๆ ให้กลายเป็นกระแสความนิยมระดับสากล (ภาพ: IMDB)
Zhang Linghe and Dylan Wang (Photos: IMDB)

จากซูเปอร์สตาร์ระดับโกบอลไอคอนสู่พระเอกเจ้าบทบาทผู้ทรงอิทธิพล เหล่านักแสดงชายยุคใหม่เหล่านี้กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า พวกเขามีดีมากกว่าแค่รูปลักษณ์ที่แสนเพอร์เฟ็กต์

ในนาทีนี้คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า ซีรีส์จีน (C-drama) ไม่ใช่เพียงสินค้าส่งออกเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป หลังความสำเร็จระดับโลกของ Pursuit of Jade (2026) หรือ ล่าหยก วงการซีรีส์จีนได้ก้าวสู่สถานะ ‘Global Phenomenon’ อย่างเต็มตัว จากจุดเริ่มต้นของมหากาพย์กำลังภายในและโรแมนติกฟอร์มยักษ์ วันนี้ C-drama ได้พัฒนาเป็นระบบนิเวศแห่งคอนเทนต์ที่สามารถแข่งขันกับทั้งซีรีส์เกาหลีและ Prestige TV จากตะวันตกได้อย่างสง่างาม ทั้งในแง่ทุนสร้าง งานโปรดักชั่น ไปจนถึงวิธีเล่าเรื่องที่เฉียบคมและมีเสน่ห์ในระดับสากล

แน่นอนว่า ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากบทละครเพียงอย่างเดียว

ส่วนสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามได้คือนักแสดงชายผู้เปี่ยมเสน่ห์ เหล่าบุรุษผู้ปรากฏตัวบนหน้าจอด้วยความสมบูรณ์แบบราวผ่านการออกแบบโดยอัลกอริทึม ตั้งแต่โครงหน้าที่ไร้ที่ติ ไปจนถึงเสน่ห์เฉพาะตัวที่ยากจะละสายตา แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาแตกต่างจากคำว่า ‘หล่อเหลาเกินต้าน’ คือการเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่เป็นผู้กำหนดเทรนด์ สร้างมูลค่าให้แบรนด์สินค้า และทรงอิทธิพลต่อรสนิยมของผู้คนทั่วโลก

อ่านเพิ่มเติม: ชวนดู 14 ซีรีส์จีน "ที่สุดแห่งปี 2025" ครบทุกรส ตั้งแต่ ‘เทพเซียน’ ย้อนยุคฟอร์มยักษ์ ไปจนถึงรักโรแมนติกดราม่า

รายชื่อต่อไปนี้จึงไม่ใช่เพียงการจัดอันดับนักแสดงชายหน้าตาดี แต่เป็นการสำรวจ ‘แรงดึงดูดทางวัฒนธรรม’ ของยุคสมัย ที่ได้รับการถ่ายทอดผ่านแสงไฟและมุมกล้องอันงดงามเป็นพิเศษ

1. จางหลิงเฮ่อ (Zhang Linghe)

เป็นเรื่องยากที่จะไม่เริ่มต้นด้วย ‘ท่านอู่อันโหว’ ใน Pursuit of Jade นักแสดงชายผู้ก้าวขึ้นเป็นไอคอนของสุภาพบุรุษแห่งวงการซีรีส์จีนยุคใหม่ ความสูงสง่า บุคลิกสุขุม และใบหน้าที่สมมาตรราวงานประติมากรรม ทำให้ Zhang Linghe โดดเด่นไม่ว่าจะอยู่ในชุดย้อนยุคพลิ้วไหว หรือสูทเทเลอร์คัตติ้งร่วมสมัย

อดีตนักศึกษาเอกวิศวกรรมไฟฟ้าผู้นี้ก้าวเข้าสู่วงการและสร้างชื่อได้อย่างรวดเร็ว ผ่านผลงานเด่น อาทิ Love Between Fairy and Devil (2022), My Journey to You (2023) และ Story of Kunning Palace (2023) ซึ่งส่งให้เขาก้าวจากนักแสดงหน้าใหม่สู่พระเอกแถวหน้าในเวลาไม่นาน

เสน่ห์ที่น่าหลงใหลที่สุดของ Zhang Linghe คือความนิ่งที่สื่อสารผ่านหน้าจอ ไม่ใช่นักแสดงที่ใช้พลังเกินจำเป็น แต่ปล่อยให้สายตา จังหวะ และภาษากายทำงานแทนคำพูด ความสุขุมที่เป็นธรรมชาติทำให้เขาสามารถสะกดผู้ชมได้อยู่หมัด แม้ในบทบาทที่เน้นอารมณ์ดราม่าเข้มข้นก็ตาม

อ่านเพิ่มเติม: 9 ซีรีส์เกาหลีมีพระเอกเป็น ‘องค์ชายผู้สูงศักดิ์’ ที่จะทำให้ตกหลุมรักเสน่ห์แห่งวังหลวง

2. เซียวจ้าน (Xiao Zhan)

หากจะนิยามคำว่า ‘ปรากฏการณ์’ ในวงการบันเทิงจีน ชื่อของ Xiao Zhan ย่อมปรากฏขึ้นเป็นอันดับแรกในฐานะศิลปินผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก รูปลักษณ์ของเขาคือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างความอ่อนโยนคลาสสิกและความสง่างามที่ทันสมัย ใบหน้าที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ดึงดูดและรอยยิ้มที่สามารถสะกดทุกสายตา ทำให้เขากลายเป็นที่ต้องการของแบรนด์ลักซ์ชูรีระดับสูงทั่วโลก

จากความสำเร็จที่สร้างประวัติศาสตร์ ด้วยเสน่ห์ที่ผสมผสานระหว่างความอ่อนโยน ความขบถ และความเปราะบางทางอารมณ์ ในซีรีส์ The Untamed (2019) หรือ ปรมาจารย์ลัทธิมาร ทำให้ Xiao Zhan กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับเอเชีย จากนั้นเขาก็ไม่ได้หยุดเพียงแค่ภาพลักษณ์ของไอดอล แต่เขาได้พิสูจน์ศักยภาพผ่านบทบาทที่หลากหลาย ตั้งแต่ดราม่าเข้มข้นในซีรีส์ย้อนยุคไปจนถึงบทบาทที่ต้องใช้ทักษะการแสดงชั้นสูงอย่างในละครเวทีเรื่อง A Dream Like a Dream (2021-2023) ความโดดเด่นของเขาคือการรักษาสมดุลระหว่างความเป็นซูเปอร์สตาร์ผู้เจิดจรัสกับความเป็นนักแสดงที่มุ่งมั่นพัฒนาฝีมืออย่างไม่หยุดยั้ง ทุกความเคลื่อนไหวของเขามันไม่ใช่เพียงแค่กระแส แต่คือการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับนิยามคำว่า ‘ความสมบูรณ์แบบ’ ของเอเชีย

อ่านเพิ่มเติม: มังกรหยก 2025: การผนึกกำลังของ ‘ฉีเคอะ’ และ ‘เซียวจ้าน’ ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่สร้างจากวรรณกรรมอมตะ

3. หวังอี้ป๋อ (Wang Yibo)

มีนักแสดงไม่มากนักที่สามารถสร้างชื่อเสียงในหลายอุตสาหกรรมได้อย่างโดดเด่นเท่า Wang Yibo เขาเป็นทั้งนักแสดง นักร้อง นักเต้น และนักแข่งรถมืออาชีพ ที่ประสบความสำเร็จทั้งในด้านรายได้และคำชื่นชมจากนักวิจารณ์ โดยเฉพาะรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากงาน China Movie Channel Media Awards จากภาพยนตร์เรื่อง Hidden Blade (2023)

เสน่ห์ของหวังอี้ป๋ออยู่ในความ ‘มินิมอล’ ที่เปี่ยมพลัง ใบหน้าคมสะอาด สีหน้าเรียบนิ่ง และท่าทีที่ดูห่างเหินเล็กน้อย กลับกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ใช้งานได้ทั้งในซีรีส์ย้อนยุค ระทึกขวัญ หรือดราม่าสมัยใหม่ โดยไม่เคยดูฝืนธรรมชาติ

4. ดีแลน หวัง (Dylan Wang)

เสน่ห์ของ Dylan Wang ไม่ได้เกิดจากความสมบูรณ์แบบ แต่คือความแปลกใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ เขาโด่งดังเป็นพลุแตกจากบทบาทใน Meteor Garden (2018) และพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่องผ่านตัวละครที่มีความซับซ้อนระหว่างความหยิ่งทะนงและความเปราะบาง เขาพิสูจน์ให้เห็นว่ารูปลักษณ์ที่ดูเป็น ‘แบดบอย’ ของเขาสามารถเข้าถึงบทบาทที่หลากหลายได้อย่างน่าอัศจรรย์

บทบาท ‘ตงฟางชิงชาง’ ใน Love Between Fairy and Devil (2022) ถือเป็นการปรับภาพลักษณ์ครั้งสำคัญในอาชีพนักแสดงของเขา Dylan ถ่ายทอดความขัดแย้งของตัวละครที่เริ่มต้นด้วยความเย็นชาและค่อยๆ เผยความเป็นมนุษย์ออกมาได้อย่างมีชั้นเชิง ขณะที่นอกจอ ความนิยมของเขาก็พุ่งทะยานไม่แพ้กัน ด้วยการเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้แบรนด์ระดับโลกมากมาย พร้อมฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นทั่วโลก

5. หลัวอวิ๋นซี (Luo Yunxi)

Luo Yunxi มีสุนทรียภาพทางการแสดงที่แตกต่างออกไป ด้วยพื้นฐานจากบัลเล่ต์ ท่วงท่าของเขาจึงมีความประณีตและสง่างามเป็นพิเศษ ทุกการเคลื่อนไหวดูตั้งใจและมีความเป็นศิลปะ ซึ่งสอดรับเป็นอย่างดีกับซีรีส์แนวแฟนตาซีและย้อนยุคที่องค์ประกอบภาพมีความสำคัญพอๆ กับบทสนทนา

คุณสมบัตินี้ส่งให้เขาโดดเด่นอย่างมากในซีรีส์แฟนตาซีและย้อนยุค เช่น Ashes of Love (2018) และ Till The End of The Moon (2023) ซึ่งมักถ่ายทอดตัวละครที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งภายใน แต่ซ่อนมันไว้ภายใต้ความสงบนิ่ง ความโดดเด่นของเขาไม่ใช่เพียงรูปลักษณ์ที่ดูบอบบางแต่ทรงพลัง แต่คือวิธีที่เขา ‘ใช้’ รูปลักษณ์นั้นราวเป็นส่วนหนึ่งของการเล่าเรื่อง เขาไม่ได้ครอบครองฉากด้วยความดัง หากค่อยๆ สร้างแรงดึงดูดอย่างละเอียดอ่อน จนผู้ชมไม่อาจละสายตา

6. สวี่ข่าย (Xu Kai)

หนึ่งในนักแสดงชายจีนตัวท็อป มีผลงานสร้างชื่อมากมาย ทั้งแนวย้อนยุคและปัจจุบัน ผลงานเด่นคือ Story of Yanxi Palace (2018), Arsenal Military Academy (2019), The Legends (2019) และล่าสุด As Beautiful as You (2024) โดยมักได้รับบทพระเอกที่ฉลาด ทะเล้น หรือมีความทะเล้นปนอบอุ่น

เส้นทางอาชีพของ Xu Kai ถูกนิยามด้วยคำว่า ‘ความหลากหลาย’ (Versatility) ได้ชัดเจนที่สุด เขาสามารถสลับบทบาทระหว่างมหากาพย์ย้อนยุคและดราม่าร่วมสมัยได้อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมปรับภาพลักษณ์ตามบริบทของเรื่องอย่างน่าทึ่ง ตั้งแต่ความคมเข้มดุดันในบทบาทย้อนยุค ขณะที่ในผลงานร่วมสมัย เขากลับดูผ่อนคลายและร่วมสมัยอย่างไร้ความพยายาม สิ่งที่ทำให้เขาน่าสนใจคือ ‘ความยืดหยุ่น’ ทั้งด้านการแสดงและบุคลิกบนหน้าจอ ซึ่งกลายเป็นทักษะสำคัญของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

7. เหรินเจียหลุน (Ren Jialun)

Ren Jialun สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งในโลกของซีรีส์ย้อนยุค ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องใช้ทั้งความอดทนและพลังการแสดงที่สุขุม บทบาทใน Under the Power (2019) และ One and Only (2021) ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์พระเอกมาดนิ่งผู้แบกรับหน้าที่และภาระอันหนักอึ้ง

การแสดงของเขามักเน้นการถ่ายทอดผ่านแววตาและการแสดงออกทางสีหน้าที่ละเอียดอ่อน มากกว่าการฟูมฟาย ซึ่งสร้างแรงดึงดูดและทำให้สิ่งที่ ‘ไม่ได้พูด’ มีความหมายลึกซึ้งพอๆ กับบทพูด Ren Jialun เปรียบเสมือนเสาหลักที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้ชมว่า ทุกผลงานที่เขาแสดงจะเป็นงานคุณภาพที่น่าติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ

8. ซ่งเว่ยหลง (Song Weilong)

นักแสดงชายและนายแบบจีนชื่อดัง เจ้าของฉายา ‘รักแรกแห่งชาติ’ มีผลงานซีรีส์เด่นที่สร้างชื่อเสียงอย่างมากคือ Find Yourself (2020) และ Go Ahead (2020) โดยผลงานที่น่าสนใจมีทั้งแนวย้อนยุคและปัจจุบัน เช่น Untouchable Lovers (2018), In a Class of Her Own (2020) และ A League of Nobleman (2023)

เสน่ห์ของ Song Weilong อยู่ที่ความคอนทราสต์ ใบหน้าของเขายังคงความอ่อนเยาว์และเรียบง่าย แต่กลับสามารถถ่ายทอดบทบาทที่ซับซ้อนทางอารมณ์ได้อย่างน่าประทับใจ โดยเฉพาะใน Go Ahead  ความเป็นธรรมชาติบนหน้าจอทำให้เขาดูเข้าถึงง่ายและมีความเป็นมนุษย์ที่จับต้องได้ ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เขาแตกต่างจากนักแสดงคนอื่นๆ ที่ดู ‘สมบูรณ์แบบที่อยู่ไกเกินเอื้อม’

9. หยางหยาง (Yang Yang)

หากนิยามของ ‘พระเอกในอุดมคติ’ ยังคงมีความหมายอยู่ในยุคนี้ ภาพของ Yang Yang คงเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด ด้วยพื้นฐานการเต้นจากสถาบันศิลปะกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ท่วงท่าและการเคลื่อนไหวของเขาจึงมีความสง่างามและแม่นยำอย่างยิ่ง

เขาแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวจาก Love O2O (2016) ก่อนพัฒนาภาพลักษณ์ ‘ชายหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบ เยือกเย็น และเปี่ยมความสามารถ’ ให้ลึกซึ้งขึ้นใน You Are My Glory (2021) Yang Yang แทบไม่เคยแสดงเกินความจำเป็น เขาปล่อยให้ความนิ่ง จังหวะ และภาษากายเป็นตัวส่งผ่านอารมณ์ เช่นเดียวกับเส้นทางอาชีพของเขาที่เหมือนผ่านการคิดและวางแผนมาอย่างดีเยี่ยม Yang Yang คือนักแสดงที่แบรนด์ต่างๆ ต่างถวิลหาด้วยภาพลักษณ์ที่สะอาดสะอ้านและทรงพลัง ทุกอย่างตั้งแต่โปรเจกต์ การรับงาน ไปจนถึงภาพลักษณ์ ล้วนถูกดูแลอย่างมีระบบ สิ่งที่ปรากฏจึงไม่ใช่เพียงนักแสดงหน้าตาดี หากคือ ‘แบรนด์บุคคล’ ที่เข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าควรเผยอะไรได้แค่ไหน

10. หลินอี (Lin Yi)

Lin Yi คือตัวแทนของนักแสดงรุ่นใหม่ที่เสน่ห์มาพร้อมกับความ ‘เข้าถึงง่าย’ เขาแจ้งเกิดจากซีรีส์ Put Your Head on My Shoulder (2019) และกลายเป็นต้นแบบของหนุ่มหล่อสมัยใหม่ที่ดูอบอุ่น แสดงออกอย่างจริงใจ และสื่อสารทางอารมณ์ได้ดีเยี่ยม การแสดงที่เป็นธรรมชาติของเขาเข้ากันได้อย่างลงตัวกับซีรีส์แนวโรแมนติกร่วมสมัยที่เน้นความละมุนและเรียบง่าย ซึ่งผู้ชมต้องการ ‘ความรู้สึกจริง’ มากกว่าความแฟนตาซี

11. หลี่เซี่ยน (Li Xian)

ความสำเร็จของ Li Xian จาก Go Go Squid! (2019) ทำให้เขากลายเป็นพระเอกที่มีเสน่ห์แบบ ‘นิ่งแต่ลึก’ (quiet charisma) เสน่ห์ของเขาไม่ได้อยู่ที่การแสดงใหญ่โต แต่มาจากความสม่ำเสมอทั้งในน้ำเสียง จังหวะการแสดง และระดับอารมณ์ที่ไม่ล้นเกิน เขาจึงดูเป็นชายหนุ่มที่สุขุมและติดดิน ซึ่งความธรรมดาที่แสนพิเศษนี้เองคือจุดเด่นที่ทำให้เขาครองใจแฟนซีรีส์ได้อย่างยาวนาน และบางที ในยุคที่ทุกอย่างต้องแข่งกันโดดเด่น ความเรียบง่ายอย่างมีชั้นเชิงของ Li Xian อาจเป็นสิ่งที่ทรงพลังที่สุดก็เป็นได้

12. โหวหมิงฮ่าว (Neo Hou)

Neo Hou คือนักแสดงที่นำเสนอความสดใหม่ผ่านรูปลักษณ์ที่ดูสะอาดสะอ้านและแววตาที่เต็มไปด้วยพลัง (vibrant energy) เขาเป็นนักแสดงรุ่นใหม่ที่โดดเด่นด้วยทักษะรอบด้าน ทั้งการแสดงที่เข้าถึงอารมณ์และรูปร่างที่ดูปราดเปรียวจากการเล่นกีฬา ผลงานใน The Lost Tomb 2 (2019) และ I Am Nobody (2023) แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสวมบทบาทที่เน้นความสมจริงและการแสดงที่ใช้ร่างกาย (physical performance) อย่างยอดเยี่ยม

เสน่ห์ของ Neo Hou อยู่ที่ความไม่หยุดนิ่ง เขามักจะมองหาบทบาทที่ท้าทายขีดจำกัดของตัวเองอยู่เสมอ ทำให้ผู้ชมได้เห็นพัฒนาการที่เติบโตขึ้นในทุกโปรเจ็กต์ ภาพลักษณ์ของเขาคือความทันสมัยที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ซึ่งตอบโจทย์รสนิยมของคนรุ่นใหม่ที่มองหาแรงบันดาลใจจากความพยายามและการก้าวไปข้างหน้าอย่างสง่างาม

13. เฉิงเหล่ย (Cheng Lei / Ryan Cheng)

Cheng Lei ก้าวขึ้นมาครองใจผู้ชมด้วยเสน่ห์แบบ ‘เงียบขรึมแต่เปี่ยมด้วยอำนาจ’ (quiet authority) รูปลักษณ์ของเขาแฝงไว้ด้วยความเข้มแข็งและดุดันอย่างมีชั้นเชิง โดยเฉพาะจากบทบาท ‘กงซ่างเจวี๋ย’ ในซีรีส์ My Journey to You (2023) ที่ส่งให้เขากลายเป็นพระเอกในดวงใจของใครหลายคน ความโดดเด่นของเขาคือการใช้โครงหน้าที่มีความคมชัดและการแสดงออกทางสีหน้าที่นิ่งลึก เพื่อสื่อสารอารมณ์ที่ซับซ้อนภายใต้หน้ากากแห่งความแข็งแกร่ง

เขาคือตัวแทนของความสง่างามที่น่าค้นหา (mysterious elegance) การแสดงของ Cheng Lei มีความสุขุมและหนักแน่น ทำให้ทุกฉากที่เขาปรากฏตัวมีน้ำหนักและความน่าดึงดูดอย่างประหลาด เขาพิสูจน์ให้เห็นว่าความหล่อเหลาที่มาพร้อมกับบุคลิกภาพที่ทรงพลังคืออาวุธสำคัญที่ทำให้เขาสามารถครอบครองพื้นที่ในใจผู้ชมระดับสากลได้อย่างรวดเร็ว

14. เถียนเจียรุ่ย (Tian Jiarui)

Tian Jiarui คือนิยามของ ‘ความงดงามที่เต็มไปด้วยจินตนาการ’ เขาเป็นนักแสดงหน้าใหม่ที่แจ้งเกิดอย่างงดงามด้วยรูปลักษณ์ที่ดูอ่อนเยาว์และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว (distinctive visuals) ใน  My Journey to You (2023) เขาถ่ายทอดบทบาทที่แฝงไปด้วยความขี้เล่นแต่มีความลึกซึ้งทางอารมณ์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ เสน่ห์ที่ดูเป็นธรรมชาติและมีความยืดหยุ่นสูงทำให้เขาสามารถสร้างเคมีที่น่าสนใจกับนักแสดงรอบข้างได้เสมอ

สิ่งที่ทำให้ Tian Jiarui โดดเด่นท่ามกลางนักแสดงรุ่นเดียวกัน คือความสามารถในการสื่อสารอารมณ์ผ่านแววตาที่สดใสแต่กลับมีเรื่องราวซ่อนอยู่ เขาเป็นนักแสดงที่นำความสดใสและความมีชีวิตชีวามาสู่หน้าจอ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากและทำให้เขากลายเป็นที่จับตามองในฐานะดาวรุ่งดวงใหม่ที่พร้อมจะก้าวสู่ตำแหน่งแถวหน้าของวงการในอนาคตอันใกล้


This story was originally written in English by Sasha Mariposa.

ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2026 โดย Sasha Mariposa โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ

Topics

Usanisa Wongmongkolrit
Assistant Editor, Power & Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

อุษณิษา ว่องมงคลฤทธิ์ ผู้ดูแลเนื้อหาด้านการเงิน การลงทุน และการบริหารจัดการสินทรัพย์ พร้อมขยายพรมแดนความมั่งคั่งไปยังพื้นที่แห่งความสุข เช่น การดูหนัง ฟังเพลง หรืออ่านหนังสือ ด้วยความเชื่อว่าความรื่นรมย์อยู่ในทุกช่วงจังหวะของชีวิต และสามารถสร้างพลังงานใหม่ๆ ให้กับผู้คนได้ไม่สิ้นสุด