เปิดประสบการณ์ใหม่ของ “กลิ่น” และประสาทสัมผัส กับบทประพันธ์ดอกไม้ของนรภัทร ศักดิ์อาธรทรัพย์ และทำนองดนตรีของชัพวิชญ์ เต็มนิธิกุล ในคอลลาบอเรชั่นสุดพิเศษจาก PAÑPURI
แรงดึงดูดของกลิ่นหอมมักทำงานกับส่วนลึกของความทรงจำเสมอ หลายครั้งที่กลิ่นหนึ่งกลิ่นสามารถพาเราย้อนกลับไปยังช่วงเวลาในอดีต อย่างบ่ายวันหยุดในวัยเด็ก หรือนำพาจินตนาการเราโลดแล่นไปไกลถึงดินแดนที่เราไม่เคยไปเยือน
ประสบการณ์ลึกซึ้งเหล่านี้ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ “Botanical Rhapsody” โปรเจ็กต์พิเศษจาก PAÑPURI (ปัญญ์ปุริ) ที่กล้าจะแปลความหมายของ ‘กลิ่น’ ให้กลายเป็นสิ่งที่มองเห็นด้วยตาและได้ยินด้วยหู ผ่านการร้อยเรียงประสาทสัมผัสร่วมกับสองศิลปินไทย นรภัทร ศักดิ์อาธรทรัพย์ ศิลปินผู้สื่อสารผ่านโครงสร้างพฤกษศาสตร์ และชัพวิชญ์ เต็มนิธิกุล นักประพันธ์เพลงผู้สร้างบรรยากาศด้วยเสียง เพื่อร่วมกันถอดรหัสสิ่งที่มองไม่เห็นให้กลายเป็นรูปทรงและท่วงทำนอง ภายใต้ปรัชญาความงามที่สมดุลระหว่าง “ปัญญะ” (ความรู้ตื่น) และ “ปุริ” (ความบริสุทธิ์)
ในพื้นที่ที่พรรณไม้และตัวโน้ตมาบรรจบกันนี้ นรภัทรและชัพวิชญ์ได้รับโจทย์สำคัญในการเป็น ‘ผู้ร่วมประพันธ์บทเพลงแห่งกลิ่นหอม’ พวกเขาตีความมวลอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้กลิ่นซิกเนเจอร์ทั้ง 6 ของปัญญ์ปุริ โดยนรภัทรได้ก่อร่างสร้างรูปทรงให้กลิ่นจากคลังความทรงจำด้านพฤกษศาสตร์ ขณะที่ชัพวิชญ์รับ “ฟัง” มวลอารมณ์เหล่านั้นแล้วกลั่นออกมาเป็นท่วงทำนองจากเครื่องดนตรีหลากวัฒนธรรม การพบกันของศิลปะต่างแขนงในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนบทสนทนาอันแผ่วเบาแต่ช่างทรงพลังระหว่างสองศิลปิน ที่เชื้อเชิญให้เราได้หยุดพัก เพื่อ “ฟัง” กลิ่นหอม และ “มองเห็น” เสียงดนตรีในมิติที่แตกต่างและลึกซึ้งกว่าที่เคยเป็นมา
อ่านเพิ่มเติม: ส่อง 10 เซเลบริตี้แห่งเอเชียในงาน Met Gala 2026 ผู้เนรมิตแฟชั่นให้กลายเป็นโลกแห่งศิลปะ

Above นรภัทร ศักดิ์อาธรทรัพย์ ศิลปินผู้สื่อสารผ่านโครงสร้างพฤกษศาสตร์

Above ชัพวิชญ์ เต็มนิธิกุล นักประพันธ์เพลงผู้สร้างบรรยากาศด้วยเสียง
From Fragrance to Form
สำหรับนรภัทร ดอกไม้ไม่ได้มีเพียงความสวยงาม แต่คือภาษาที่เขาใช้บันทึกความทรงจำอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อได้รับหน้าที่ถ่ายทอดกลิ่นหอมซิกเนเจอร์ของปัญญ์ปุริออกมาเป็นประติมากรรมดอกไม้ นรภัทรจึงเริ่มจากการสำรวจ “ห้องสมุดพฤกษศาสตร์” ภายในใจของเขาเอง
“ผมรับรู้การได้กลิ่นผ่านความทรงจำของดอกไม้ที่เป็นคลังห้องสมุดในหัวผม ผมจดจำดอกไม้ได้ตั้งแต่กิ่ง ก้าน ใบ กลีบดอก กลีบเลี้ยง เกสร และสีสัน มันเลยกลายเป็นว่าทุกครั้งที่ผมได้กลิ่น ภายในหัวของผมจะเกิดการจัดวางดอกไม้ขึ้นมาเป็น Flower Sculpture ในหัว” นรภัทรอธิบายถึงกระบวนการแปลสิ่งที่มองไม่เห็นให้กลายเป็นโครงสร้างที่ชัดเจน

ผมจดจำดอกไม้ได้ตั้งแต่กิ่ง ก้าน ใบ กลีบดอก กลีบเลี้ยง เกสร และสีสัน เลยกลายเป็นว่าทุกครั้งที่ได้กลิ่น ภายในหัวของผมจะเกิดการจัดวางดอกไม้ขึ้นมาเป็น Flower Sculpture ในหัว
ความน่าสนใจของงานนรภัทรในครั้งนี้อยู่ที่การนำพืชพรรณมาเป็นภาพสะท้อนของมนุษย์ โดยเขาเลือกใช้ความแตกต่างทางชีวภาพมาตั้งคำถามถึงการตัดสินคุณค่าของสังคม เช่นการวางดอกมิโมซ่าคู่กับดอกกระถิน หรือบัวหลวงคู่กับบัวสาย เพื่อสะท้อนว่าแม้ดอกไม้บางสายพันธุ์จะมาจากต้นกำเนิดเดียวกัน แต่บริบทและการรับรู้กลับถูกกำหนดให้แตกต่างกัน
“ดอกไม้จึงกลายเป็นภาพสะท้อนของมนุษย์ในสังคมปัจจุบัน ที่มักตัดสินคุณค่าโดยอิงจากรูปลักษณ์ภายนอกหรือบทบาทการใช้งาน มากกว่าการมองเห็นความเชื่อมโยงและคุณค่าที่แท้จริงจากภายใน” เขาย้ำถึงความตั้งใจที่ต้องการให้ผู้ชมมองดอกไม้ลึกไปกว่าเพียงผิวสัมผัสที่สวยงาม
แต่การทำงานกับสิ่งมีชีวิตย่อมมีเงื่อนไขเรื่องเวลาเป็นตัวกำกับ นรภัทรยอมรับว่า ‘ฤดูกาล’ คือโจทย์ที่สวยงามที่สุดในการรังสรรค์ผลงานครั้งนี้ แม้จินตนาการจะกว้างไกลเพียงใด แต่เขายังคงเลือกที่จะเคารพจังหวะชีวิตของพืชพรรณเหล่านั้นอย่างซื่อสัตย์
“สิ่งเดียวที่อาจเป็นปัญหา คงเป็นเรื่องของฤดูกาลทางธรรมชาติของดอกไม้แต่ละชนิดที่ปรากฎขึ้นในหัว แต่นั่นกลับเป็นข้อจำกัดที่สวยงามที่สุดของผม ที่ทำให้เราได้เรียนรู้การเคารพเรื่องของเวลา ธรรมชาติ และการมีชีวิตอยู่ของดอกไม้เหล่านี้”
งานประติมากรรมดอกไม้ของนรภัทรในครั้งนี้จึงเปรียบดั่งการบันทึกช่วงเวลาแห่งการผลิบานของดอกไม้ที่สอดประสานไปกับโน้ตแต่ละกลิ่นอย่างลงตัว
อ่านเพิ่มเติม: Venice Biennale 2026: เจาะลึก 5 พาวิลเลียนเอเชีย ไฮไลต์เด็ดที่คุณไม่ควรพลาดในปีนี้




เราได้เรียนรู้การเคารพเรื่องของเวลา ธรรมชาติ และการมีชีวิตอยู่ของดอกไม้เหล่านี้
Resonating Memories
ในฝั่งของเสียง ชัพวิชญ์เริ่มต้นการทำงานด้วยการปลดเปลื้องโครงสร้างดนตรีแบบเดิมออก แล้วแทนที่ด้วยการ “รับรู้” มวลอากาศและบรรยากาศอารมณ์ที่กลิ่นแต่ละชนิดมอบให้ เขาเข้าไปใช้เวลาที่ปัญญ์ปุริเพื่อทำความเข้าใจทุกอณูความหอม ก่อนจะประพันธ์เพลงขึ้นจากจินตภาพที่ไม่มีเสียง
“การแต่งเพลงครั้งนี้เหมือนการสร้างจังหวะและจินตนาการจากสิ่งที่ไม่มีเสียงให้มีรูปร่างขึ้นมาในจินตนาการ ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสทางประสาทการรับฟัง ซึ่งเราไม่ได้พยายามเลียนแบบกลิ่น แต่ถ่ายทอดอารมณ์ของมันออกมา เพื่อให้แต่ละคนได้รับรู้ด้วยการฟังและซึมซาบในแบบของตัวเอง”
ชัพวิชญ์เชื่อว่าเสียงมีหน้าที่พิเศษในการช่วยนำพาความทรงจำ ดนตรีในโปรเจ็กต์ Botanical Rhapsody จึงคล้ายกับไดอารี่ที่เปิดเล่มออกกว้างให้ผู้ฟังได้เข้ามาเติมเต็มประสบการณ์ส่วนตัว เขาเลือกที่จะไม่ควบคุมท่วงทำนองให้เคร่งครัดเกินไป แต่ปล่อยให้มันไหลลื่นไปตามกระแสความรู้สึกที่สะท้อนทั้งความรุ่งโรจน์และการร่วงโรย

ศิลปะไม่ใช่เพียงสิ่งที่ถูกสร้างขึ้น แต่คือพื้นที่ที่บรรจุความสัมพันธ์และความรู้สึกที่มีร่วมกันเอาไว้
“ผมอยากให้มันเป็นเรื่องของผู้ฟังว่าเพลงมันนำพาเขาไปสู่ภาพในหัวแบบไหน แต่ถ้าหมายถึงตัวผมเอง ผมคิดว่ามันเห็นการเดินทางของชีวิตตัวเองอยู่ในเพลงนี้ประมาณหนึ่งเหมือนกัน มันมีทั้งความสุข ความเศร้า ความโรยรา และการให้กำลังใจ” ความงามของเสียงสำหรับชัพวิชญ์จึงอยู่ที่การ “เล่าเรื่อง” ที่สั่นสะเทือนถึงความรู้สึกภายใน
ในการทำงานร่วมกัน ศิลปินทั้งสองต่างมอบพื้นที่ว่างให้กันและกันเพื่อให้ศิลปะต่างแขนงได้แสดงตัวตนออกมาได้อย่างอิสระที่สุด จนเกิดเป็นผลลัพธ์ที่ผสานกันอย่างลึกซึ้งเกินกว่าการวางดอกไม้คู่กับดนตรีสดทั่วไป
ชัพวิชญ์ให้ความสำคัญกับการเลเยอร์เสียงอย่างละเอียดอ่อนเพื่อสร้างมิติ เช่นเดียวกับที่นรภัทรบรรจงเลือกกลีบดอกไม้อย่างพิถีพิถัน
“ศิลปะไม่ใช่เพียงสิ่งที่ถูกสร้างขึ้น แต่คือพื้นที่ที่บรรจุความสัมพันธ์และความรู้สึกที่มีร่วมกันเอาไว้... มันคือการผสมผสานกันอย่างลึกซึ้ง จนเกิดเป็นพื้นที่ใหม่ที่ทั้งสองสิ่งสามารถดำรงอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่ลดทอนหรือสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง” ชัพวิชญ์สรุปถึงหัวใจของการร่วมงานที่ทำให้เสียงดนตรีและพฤกษศาสตร์สามารถหายใจไปพร้อมๆ กับกลิ่นหอมได้




ผมอยากให้เป็นเรื่องของผู้ฟังว่าเพลงมันนำพาเขาไปสู่ภาพในหัวแบบไหน แต่สำหรับผมเอง มันเห็นการเดินทางของชีวิตตัวเองอยู่ในเพลงนี้ มันมีทั้งความสุข ความเศร้า ความโรยรา และการให้กำลังใจ
The Scented Journey
การเดินทางผ่านประสาทสัมผัสใน Botanical Rhapsody ยังถูกร้อยเรียงผ่านการผสมผสานอารยธรรมทางดนตรีจากหลากหลายซีกโลกเพื่อเป็นตัวแทนของโน้ตแต่ละกลิ่น ในซีกโลกตะวันออก ความบริสุทธิ์ของดอกมะลิในน้ำฝนจากกลิ่น Siamese Water ถูกส่งผ่านเสียงลมหายใจที่พลิ้วไหวแต่เฉียบคมของขลุ่ยอู้ สอดรับกับความงามอันไร้รูปแบบของดอกโบตั๋นใน Peony Absolute ที่ใช้ความอบอุ่นคล้ายเสียงมนุษย์ของซอเอ้อร์หูเป็นตัวเล่าเรื่อง ก่อนจะส่งต่อให้ความยืดหยุ่นและก้องกังวานของระนาดทุ้มในกลิ่น Lotus Eclipse ที่ตีแผ่ความแตกต่างของวิวัฒนาการระหว่างบัวหลวงและบัวสาย คล้ายการสร้างแรงกระเพื่อมของวงน้ำที่ค่อยๆ กระจายตัวออกไปอย่างเชื่องช้าแต่มั่นคง
ขณะเดียวกัน ท่วงทำนองไร้พรมแดนนี้ยังพาเราข้ามไปยังบรรยากาศร่วมสมัยและซับซ้อนยิ่งขึ้น เสียงดีดสายของโกโตะที่กังวานและจางหายอย่างรวดเร็ว ทำหน้าที่จับภาพเสน่ห์อันเปราะบางของดอกหอมหมื่นลี้ใต้แสงจันทร์ในกลิ่น Heaven Moon Osmanthus ได้อย่างหมดจด ตัดกับโครงสร้างเสียงที่สอดประสานกันอย่างหนักแน่นของเปียโน ซึ่งถ่ายทอดความเย้ายวนของดอกซ่อนกลิ่นยามค่ำคืนใน One Night in Bangkok ให้กลมกลืนเป็นเนื้อเดียว ก่อนที่เสียงไวโอลินที่เปี่ยมล้นด้วยห้วงอารมณ์สดใสและละเอียดอ่อน จะพัดพาเอาความทรงจำวัยเยาว์ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งท่ามกลางสวนดอกมิโมซ่าใน Memoria Mimosa การร้อยเรียงเครื่องดนตรีทั้ง 6 ชนิดนี้จึงไม่ต่างจากการพาผู้ฟังออกเดินทางข้ามวัฒนธรรมผ่านประสาทสัมผัสที่ซ้อนทับกันอย่างงดงาม
The Shared Space of Purity
ความงดงามของโปรเจ็กต์ Botanical Rhapsody ไม่ได้หยุดอยู่เพียงมิติของการสร้างสรรค์งานศิลปะ แต่ยังสะท้อนถึงแก่นแท้ของแบรนด์ปัญญ์ปุริที่ให้ความสำคัญกับความบริสุทธิ์จากภายในสู่ภายนอก เมื่อเสียงดนตรีโน้ตสุดท้ายเลือนหายไป และกลีบดอกไม้เริ่มโรยรา ความรู้สึกคือสิ่งที่ยังสลักอยู่ในความทรงจำ การเดินทางครั้งนี้ตอบรับกับปรัชญาของชื่อ “ปัญญ์ปุริ” อย่างแท้จริง นั่นคือการผสาน “ปัญญะ” หรือความรู้ตื่นทางจิตใจ เข้ากับ “ปุริ” ที่หมายถึงความบริสุทธิ์
Botanical Rhapsody ครั้งนี้เปรียบเสมือนบทสนทนาระหว่างการรับรู้และศิลปะในจินตนาการ ผ่านสิ่งที่มองเห็นและมองไม่เห็น และระหว่าง “กลิ่น” กับ “ความทรงจำ” ที่จะยังคงอยู่กับผู้ชมแม้เสียงดนตรีจะจบลง ดั่งบทกวีที่เตือนให้เราลองหลับตา ฟังเสียงของกลิ่นหอม และปล่อยให้ความงามที่แท้จริงได้เบ่งบานในห้วงเวลาของมันเอง
ร่วมสัมผัสแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ 6 กลิ่นหอมซิกเนเจอร์ และกลิ่นอื่นๆ ได้ที่ปัญญ์ปุริทุกสาขา และ PANPURI.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook, X, Instagram, Weibo ในชื่อ @panpuriofficial และ LINE Official Account ในชื่อ @PANPURI

Topics











