จากอุบลฯ สู่สิงคโปร์: เส้นทางศิลปะที่เชื่อมโยงประสบการณ์ชีวิตของศิลปินไทย ปรัชญา พิณทอง สู่เวทีศิลปะระดับภูมิภาค
หากฟังเพียงวลีที่กล่าวว่า ‘Life imitates art’ (ชีวิตลอกเลียนศิลป์) ของ Oscar Wilde เราหลายคนคงจะนึกภาพไม่ออกเท่าไหร่ แต่หลังจากได้พูดคุยกับศิลปินผู้ผลิตผลงานศิลปะร่วมสมัยมาครึ่งชีวิตอย่าง ปรัชญา พิณทอง ความหมายของวลีดังกล่าวนั้นกลับกระจ่างชัดขึ้นมาอย่างทันตา จากชีวิตที่ประสบพบพานมาในหลากหลายวิถีของแต่ละสังคม องค์ประกอบต่างๆ เหล่านี้ถูกสังเกตผ่านเลนส์ของเขา ถูกหยิบจับและได้แปรรูปเป็นผลงานอันจับต้องได้ เรื่องราวทั้งหลายจึงได้ถูกนำเสนอใน Singapore Art Week ประจำปี 2025 นี้
อ่านเพิ่มเติม: Art SG 2025: ชมผลงานศิลปะที่ห้ามพลาดในโอกาสพิเศษฉลอง SG60
หลังจากเดินชมงานของปรัชญา พิณทอง ในโอกาสที่เขาได้มาจัดแสดงผลงานเดี่ยวครั้งแรกที่สิงคโปร์ในฐานะศิลปินภายใต้ชื่อ No Patents on Ideas โดยนิทรรศการครั้งนี้ตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑ์ศิลปะสิงคโปร์ (Singapore Art Museum) หรือ SAM โดยผลงานที่เขานำมาแสดงในครั้งนี้ เป็นความเชื่อมโยงและความผูกพันของตัวศิลปินเองกับประเทศสิงคโปร์

Above ผลงาน ‘Parachute cloth and shrapnel’ (Circa 1942-1945) โดย ปรัชญา พิณทอง (ภาพ: courtesy of Singapore Art Museum)
เราเริ่มต้นบทสนทนาด้วยคำถามที่พร้อมจะล้นเอ่อ กับห้าผลงานที่ถูกจัดแสดงไว้เบื้องหลัง
“สำหรับผมแล้ว หลักการของวิธีการคิดในงานศิลปะนั้นไม่ใช่สิ่งที่ตรงไปตรงมา และงานนี้ก็ค่อนข้างครอบคลุมหลากหลายเรื่องราว ทั้งความเป็นไปในสิงคโปร์จากมุมมองผม รวมถึงความเป็นศิลปินของผมเอง โดยรวมคือผมต้องการหาสิ่งที่ยึดโยงกับฐานความคิดและสิ่งที่อยากจะขยายออกไปสู่ผู้ชม เท่านี้ก็ถือว่างานศิลปะได้ทำงานด้วยตัวมันเอง ดังนั้นก็ให้สารขึ้นอยู่กับการตีความของผู้เข้าชมแล้วกันครับ” ปรัชญา พิณทอง กล่าว
“คงต้องเท้าความกลับไปถึงช่วงปีตอนนั้นที่ผมเข้าร่วมโปรแกรมเป็นศิลปินในพำนักที่สิงคโปร์เป็นเวลาสามเดือน และเราต้องสร้างสรรค์ผลงานศิลปะให้กับทางเขาด้วย ผมก็ยังคิดอะไรไม่ออกเหมือนกัน จนไปเจอเรื่องราวในชีวิตช่วงวัยเยาว์ของผมเอง ผมเกิดและโตที่อุบลราชธานี สมัยนั้นใจกลางเมืองมันเป็นสนามบินเลย แน่นอนว่าได้ยินเสียงเครื่องบินบ่อยๆ แต่มันไม่ใช่เสียงเครื่องบินพาณิชย์ มันเป็นเสียงเครื่องบินรบ ที่เป็นการแลกเปลี่ยนด้านการฝึกซ้อมระหว่างกองทัพอากาศไทยและสิงคโปร์ ผลงานชิ้นแรกของผมมันคือการระลึกถึงเรื่องราวในอดีตที่เป็นผ้าเรยองจากร่มชูชีพและเศษกระสุนแตก อันนี้จะเป็นผลงานชิ้นแรกที่เมื่อคุณก้าวเข้ามาภายในนิทรรศการจะได้พบเจอ” ปรัชญาเริ่มเล่าให้เราฟัง ซึ่งผลงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งในคอลเล็กชั่นของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์ที่ถูกย้ายนำมาจัดแสดงที่ No Patents on Ideas
งานชิ้นต่อมา ปรัชญา พิณทอง เล่าว่าเป็นผลงานที่สร้างขึ้นมาใหม่ เป็นผลงาน Undrift ที่มาจาก Screen Saver ที่เขาได้มาฟรีจากการซ่อมคอมพิวเตอร์ที่ร้าน
“ตอนแรกผมเปิดไว้เล่นๆ เหมือนกวักเงินเข้าตัวเอง (หัวเราะ) แล้วผมก็ลองเล่นไปเรื่อย มันตั้งค่าได้ด้วยการเปลี่ยนสกุลเงินและความไวของการตกได้ มันดูไม่ได้มีความหมายอะไรเลย มันคือการตกของธนบัตร” เขาได้เล่าถึงกระบวนการการทำงานต่อจากนั้น
“ผมเลยได้ไอเดียของการหาความหมายของพื้นที่ว่าง ด้วยหน้าจอที่มันว่างเปล่า มันไม่ได้มีคอนเทนต์ในตัวมันเอง ธนบัตรที่ปลิวลงมาก็ไม่ได้มีความหมายอะไร นอกเสียจากเราไปให้ความหมายของมัน ผมเลยหยิบเอาเงินต่างประเทศที่มีอยู่มาเป็นธนบัตรในผลงาน ส่วนระยะเวลาการตก ความเร็ว ผมก็นำไปเชื่อมโยงเข้ากับความเร็วลม สภาพอากาศสี่จุดทั่วเกาะสิงคโปร์ มันจะมีความเชื่อมโยงของพื้นที่ว่างเปล่าที่เราได้ให้ความหมายกับมัน และระยะเวลาที่มันจะเกิดขึ้นเพียวชั่วขณะแล้วหายไป จนกว่าเราจะได้สมมติช่วงเวลาขึ้นมา และผมก็ได้เชื่อมโยงอีกชั้นหนึ่งกับการซื้อขายบัตรเข้างาน เพราะทันทีที่มีคนซื้อบัตรเข้างาน เครื่องบิน F-16 จะปรากฎขึ้นบนจอ ผมพยายามสร้างความเชื่อมโยงกับพื้นที่และการกระทำที่จะส่งผลต่อเนื่องกันเป็นทอดๆ ไป” เขาอธิบายผลงานล่าสุดให้เราได้ฟัง

Above ผลงาน ‘Nam Prik Zauquna’ โดย ปรัชญา พิณทอง (ภาพ: courtesy of Singapore Art Museum)

Above ผลงาน ‘Suasana’ โดย ปรัชญา พิณทอง (ภาพ: Image courtesy of Singapore Art Museum)
การจัดแสดงผลงานในครั้งนี้คือการรวบรวมผลงานตลอดระยะเวลาหลายสิบปีในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะของปรัญชา โดยผลงานแต่ละชิ้นนั้นล้วนมีจุดเชื่อมโยงเดียวกันคือความสัมพันธ์ของเขากับประเทศสิงคโปร์
“งานทุกชิ้นถูกสร้างขึ้นในเวลาแตกต่างกัน อย่างน้ำพริกก็อยู่มา 10 ปีได้ครับ สร้างขึ้นตอนที่ผมอยู่สิงคโปร์เหมือนกัน ตอนนั้น ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช ได้ชวนผมไปร่วมจัดแสดงผลงานที่ซานฟรานซิสโก ซึ่งผลงานส่วนใหญ่ของเขาก็จะเกี่ยวกับวัฒนธรรมและอาหารอยู่แล้ว แต่ระหว่างนั้นก็ได้ผลงานมาอีกชิ้น เพราะผมมีแผนจะไปปัตตานีหลังจากเห็นการสัมภาษณ์ภรรยาผู้สูญเสียสามีจากสถานการณ์ความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมต้องผ่านเป็นสิบๆ ด่านจากสิงคโปร์ไปปัตตานี จนได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของผู้คนที่นั่น จากที่เคยคิดว่าจะถ่ายรูปออกมา แต่ด้วยความหนักของสถานการณ์ในช่วงนั้น กับเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกร่วมกันด้วย มันตัดสินใจยากมากที่จะเผยแพร่รูปชุดนี้ดีไหม สรุปแล้วผมก็เลยให้พี่ๆ เขาทำลายฟิล์มภาพด้วยการดึงออกมาให้โดนแสง อีกนัยหนึ่งการทำลายคือการสร้างสรรค์ใหม่ ผมเลยเอาเส้นฟิล์มเหล่านี้มาเรียงกันเป็นแถบเหมือนมุมมองของพี่น้องมุสลิมหญิงผ่านผ้าคลุมหน้า เหมือนกับการมองที่ทุกครั้งที่เขาสูญเสีย เส้นการมองของเขาก็จะแคบลงจนใกล้กับการกลับสู่พระเจ้ามากยิ่งข้ึน สิ่งเหล่านี้มันคือความเข้มข้นทางอารมณ์และการสื่อสารในช่วงระยะเวลา ณ ขณะนั้น แต่เราก็ได้แปลสารเหล่านี้เข้าสู่ผลงานชิ้นนี้”

Above ปรัชญา พิณทอง ศิลปินไทยกับการจัดแสดงผลงาน ‘No Patents on Ideas’ ที่ Singapore Art Museum (ภาพ: courtesy of Singapore Art Museum)
“ผมว่าสิ่งที่ผมสนใจจริงๆ คือผู้คน วิถีชีวิต และการมีอยู่ของสรรพสิ่งในแต่ละพื้นที่” ปรัชญา พิณทอง กล่าวขึ้นหลังจากเราได้ชมงานจนจบอีกครั้งด้วยความเข้าใจที่มากขึ้น
“ด้วยความสนใจของผมในฐานะศิลปินก็ค่อนข้างที่จะกระจัดกระจาย ผมก็ศึกษาหาข้อมูลไปเรื่อยๆ ทั้งมานุษยวิทยา เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เพื่อร้อยเรียงองค์ประกอบทุกอย่างให้เชื่อมกัน ผมเชื่อว่าเราจะต้องท้าทายความคิดของตัวเองและสั่งสมประสบการณ์ก่อน เพื่อที่จะหล่อหลอมมันให้ออกมาเป็นงานชิ้นหนึ่งๆ ”
อ่านเพิ่มเติม: O Thongthai x Chef Dalad: เมื่อสองสุดยอด Gen.T ผสานศิลปะแห่งเครื่องประดับเข้ากับอาหารระดับมิชลินสตาร์

Above ผลงาน ‘Undrift’ โดย ปรัชญา พิณทอง (ภาพ: courtesy of Singapore Art Museum)
อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้กับการเป็นศิลปินไทยภายในการสัปดาห์ศิลปะ Singapore Art Week ประจำปี 2025 ในส่วนนี้ปรัชญาได้ให้ความเห็นที่น่าสนใจไว้ว่า “อย่างที่คุณเห็น คุณบินมาที่นี่เพื่อสัมภาษณ์ผมในฐานะศิลปิน ทั้งๆ ที่ผมเป็นศิลปินไทย (หัวเราะ) มันน่าตลกไหม แต่เรื่องนั้นไม่ใช่ประเด็น ที่นี่เขามองกว้างกว่านั้น ปีนี้มีทั้งศิลปินไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย เข้ามาจัดแสดงผลงานกันนับไม่ถ้วน ถามว่าทำไม ทำไมเขาไม่มองหาศิลปินในประเทศ เพราะเขามองข้ามเรื่องของเชื้อชาติหรือสัญชาติไป ภาพที่เขามองมันใหญ่กว่าการจัดงานเพื่อประเทศ แต่มันคืองานที่เขาจะผลักดันให้เป็นระดับภูมิภาค ในส่วนนี้เราทำได้ไหมล่ะ ยังไม่รวมไปถึงเรื่องของพื้นที่ในการจัดแสดงและได้รับการสนับสนุนมากยิ่งขึ้น รวมถึงมีตลาดที่เปิดให้มีการซื้อขายงานมากขึ้น เพื่อให้ระบบตรงนี้ยังสามารถดำเนินต่อไปได้”
Credits
ภาพ: Courtesy of Singapore Art Museum





