Inside of the Mythical Dream Trio Exhibition by Cheese Arnon, Bluepalete & Kratai Dudu
Cover ภายในนิทรรศการ Mythical Dream Trio Exhibition โดยสามศิลปิน Cheese Arnon, Bluepalete & Kratai Dudu
Inside of the Mythical Dream Trio Exhibition by Cheese Arnon, Bluepalete & Kratai Dudu

ใน 10 Minutes With… ครั้งนี้ เราคุยกับสามศิลปินไฟแรงที่มาบอกเล่าเรื่องราวของความฝันผ่านงานศิลปะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในนิทรรศการ Mythical Dream Trio Exhibition by Cheese Arnon, Bluepalete & Kratai Dudu

ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมีหนึ่งงานนิทรรศการศิลปะที่น่าสนใจเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นงาน trio exhibition ที่รวมตัวศิลปินหน้าใหม่ในวงการศิลปะอย่าง Bluepalete (ฟ้า รุ่งนภา คำน้อย) และ Kratai Dudu (กระต่าย สุภาพร ชาวสวน) ร่วมกับ Cheese Arnon (ชีส อานนท์ เนยสูงเนิน) ศิลปินไทยที่มีผลงานจัดแสดงในหลายๆ ประเทศทั่วโลก มาสร้างสรรค์ผลงานที่บอกเล่าความฝัน และขับเคลื่อนแรงบันดาลใจให้เหล่าสตาร์ทอัพ และคนที่อยากเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ พร้อมทั้งเปิดตัว TDPK Studio สตูดิโอจัดนิทรรศการให้ใหม่ใน True Digital Park

Tatler ขอชวนทั้งสามศิลปินมาบอกเล่าแรงบันดาลใจของการทำงานศิลปะในครั้งนี้ รวมถึงเส้นทางศิลปินของพวกเขา และมุมมองของวงการศิลปะไทยในอนาคต

อ่านเพิ่มเติม: Pomme Chan ศิลปินที่พร้อม set zero ให้กับตัวเองเสมอ

Tatler Asia
Artists, Curator and Founder of Mythical Dream Trio Exhibition
Above ผู้จัดงาน คิวเรเตอร์ และเหล่าศิลปินในงาน Mythical Dream Trio Exhibition
Artists, Curator and Founder of Mythical Dream Trio Exhibition

ช่วยเล่าถึงแรงบันดาลใจของผลงานที่จัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้หน่อยได้ไหม
Kratai Dudu: นี่เป็นอีกก้าวหนึ่งของกระต่ายที่ได้ออกมาจากคอมฟอร์ตโซน ซึ่งการจัดแสดงผลงานครั้งนี้เป็นงานที่ใหญ่สําหรับตัวเองเลย บวกกับความพิเศษของการเอาคาแร็กเตอร์ที่เป็นลายเซ็นของเราอย่าง Kratai Dudu ซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงที่ซุกซน มาใส่เข้ากับคอนเซ็ปต์ของนิทรรศการที่เป็นสัตว์ในเทพนิยายสี่ชนิดคือ เพกาซัส ยูนิคอร์น ฟีนิกซ์ และกริฟฟิน โดยเรานํามาตีความใหม่ว่า ถ้าตัวละครของเรามีคาแร็กเตอร์ที่เป็นเหมือนสัตว์ที่พร้อมตะลุยในดินแดนต่างๆ เหมือนการเดินตามความฝันผ่านโลกแห่งจินตนาการค่ะ

Bluepalete: คอนเซ็ปต์หลักๆ คือการทําสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ แล้วฟ้าก็นำจุดนี้มาผูกกับสัตว์ในเทพนิยายทั้งสี่ชนิด ซึ่งสิ่งที่ท้าทายก็คือ การนำแรงบันดาลใจนี้มาบอกเล่าผ่านเทคนิคการใช้สี ซึ่งปกติแล้วลายเซ็นของฟ้าคือ การใช้สีโทนเย็น แต่ในครั้งนี้เราได้ทำในสิ่งที่ไม่ได้ทำมานานแล้วก็คือ การใช้สีโทนร้อน อย่างตัวนกฟีนิกซ์ก็ถือเป็นการได้ลองทําอะไรใหม่ๆ หรืออย่างเพกาซัส เราก็จะเน้นไปที่ปีกให้เหมือนว่ามันกําลังสยายปีกพร้อมที่จะบินอย่างทะเยอทะยาน

Cheese Arnon: นิทรรศการนี้ผมทําเต็มที่มากๆ เพราะว่ามันเป็นครั้งแรกเลยครับที่ผมได้ทำงานจัดแสดงในไทยที่มีจำนวนผลงานเยอะขนาดนี้ ก่อนหน้านี้ผมจะส่งไปแสดงในต่างประเทศ ก็ไม่ค่อยจะมีคนไทยได้ดูเท่าไรนัก งานนี้ท้าทายตรงที่ว่าผมต้องทรานส์ฟอร์มคีย์เวิร์ดออกมาเป็นความหมายของแต่ละภาพ ซึ่งยากมากๆ และปกติผมไม่ได้ทำงานสไตล์นี้ด้วยครับ แต่ก็เป็นงานวาดในสไตล์ที่อยากทำมานานแล้วครับ

Tatler Asia
Artists of Mythical Dream Trio Exhibition  and exclusive merchandise
Above สามศิลปินเจ้าของผลงานในนิทรรศการ Mythical Dream Trio Exhibition และของที่ระลึกเอ็กซ์คลูซีฟ
Artists of Mythical Dream Trio Exhibition  and exclusive merchandise

เมสเสจที่ซ่อนอยู่ในงานศิลปะของทั้งสามคน
Cheese Arnon: สำหรับผม เมสเสจที่ซ่อนอยู่คือการบอกเล่าพลังที่จะผลักดันให้คนที่เริ่มทำธุรกิจหรือมีความฝัน ผ่านตัวละครสัตว์ในเทพนิยายทั้งสี่ตัวครับ

Bluepalete: อยากเป็นแรงบันดาลใจให้คนกล้าคิดกล้าฝัน ให้ทุกคนกล้าลงมือทําในสิ่งที่ตัวเองอาจไม่มั่นใจ หรือคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ เพราะเราคิดว่านิทรรศการนี้จะส่งผลกับคนที่เข้ามาชมจริงๆ

Kratai Dudu: สิ่งที่ซ่อนไว้คือ การจินตนาการค่ะ เราอยากเล่าเรื่องความฝันของแต่ละคน ว่าบางทีสิ่งที่เราเพ้อฝันถึงมันจะอาจไม่จำเป็นต้องอยู่แค่ในฝัน เพราะถ้าเราลงมือทําจริงๆ เราจะทํามันได้เหมือนกัน

ถ้าย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นเส้นทางศิลปะ อะไรคือสิ่งที่จุดประกายให้ทั้งสามคนอยากเป็นศิลปิน
Bluepalete:
ไม่ใช่อะไรยิ่งใหญ่เลยค่ะ ฟ้าแค่ชอบวาดรูป แล้วก็สนใจด้านนี้มากๆ จนตัดสินใจเรียนต่อทางด้านนี้ แต่ตอนแรกก็ยังไม่ได้มีความคิดที่จะเป็นศิลปินอยู่ในหัวมากขนาดนั้น แต่จุดเปลี่ยนคือช่วงที่ทำธีสิส ซึ่งเป็นงานชิ้นสุดท้ายของการเรียน ก็เลยเอางานไปลงในกลุ่มอาร์ต แบบที่เราเองก็ไม่ได้คาดหวัง แล้วหลังจากนั้นเราก็ได้รับโอกาสให้มาจัดแสดงงาน ก็เลยเป็นสิ่งที่จุดประกายให้เราอยากลองเป็นศิลปินดูค่ะ

Kratai Dudu: ตั้งแต่เด็กเราชอบวาดรูปอยู่แล้ว จนช่วงที่ทําธีสิส เป็นช่วงพอดีกับจังหวะที่กระแสของงานอาร์ตเริ่มมาแล้วค่ะ ทำให้มีคนทักมาขอซื้องานของเราบ้างในตอนนั้น จนวันหนึ่งมีนักสะสมมาเห็นงานของเราผ่านทาง Instagram แล้วเขาสนใจก็เลยติดต่อมาหาเรา พอเขาสั่งมาสองภาพก็เริ่มมีคนเห็นเรื่อยๆ จนถูกชวนให้ออกไปแสดงงาน และเริ่มเป็นที่รู้จักค่ะ

Cheese Arnon: ของผมตรงข้ามกับที่ทั้งสองคนเล่ามาเลย ผมเรียนออกแบบครับ แล้วก่อนหน้านี้ผมก็ทำงานกราฟิตี้มาก่อน แล้ว art scene ในยุคนั้นจะเป็นการรวมตัวไปแสดงงานตามบาร์เล็กๆ ถ้าถามว่าการที่เราเอาเงินเอาแรงไปแสดงงานตอนนั้นมันได้อะไรไหม ก็แทบจะไม่ได้อะไรเลย มันคล้ายๆ กับเราไปพบปะเพื่อนเฉยๆ จนเริ่มที่จะจริงจัง แต่พอจริงจังมากๆ แล้วเราขายไม่ได้ มันก็เริ่มเฟลครับ ผมก็เลยเลิกวาดรูปไปช่วงหนึ่ง ซึ่งผมเพิ่งกลับมาวาดรูปเมื่อปีที่แล้ว จนเริ่มได้จัดแสดงงานในต่างประเทศ แล้วก็ยาวมาจนถึงตอนนี้เลยครับ พอกลับมาทำงานเราก็อยากจะหาคาแร็กเตอร์สักตัวหนึ่งเพื่อที่จะไปแสดงงาน จนเข้าตาผู้จัดการและถูกชักชวนไปเป็นศิลปินในสังกัดครับ

Tatler Asia
Kratai Dudu, Thai Young Artist
Above Kratai Dudu ศิลปินไทยรุ่นใหม่ เจ้าของคาแร็กเตอร์กระต่ายสุดน่ารัก
Tatler Asia
Kratai Dudu, Art works for Mythical Dream Trio Exhibition
Above ผลงานของศิลปินรุ่นใหม่ Kratai Dudu ที่จัดแสดงในงาน Mythical Dream Trio Exhibition
Kratai Dudu, Thai Young Artist
Kratai Dudu, Art works for Mythical Dream Trio Exhibition

ตอนนี้เกินความฝันไปมากแล้ว ไม่คิดว่าจุดหนึ่งเราจะได้มาอยู่ตรงนี้ จากคนที่ชอบวาดรูปจนได้มาจัดแสดงผลงานในวันนี้ก็นับว่าเป็นความสำเร็จหนึ่งในชีวิตแล้วค่ะ

- Kratai Dudu -

แล้วในตอนนี้ความฝันของทั้งสามคนในฐานะศิลปินคืออะไร
Kratai Dudu: เหมือนตอนนี้มันเกินความฝันไปมากๆ แล้ว เพราะว่าเราไม่คิดว่าจุดหนึ่งของเราจะได้มาอยู่ตรงนี้ มันไกลตัวเรามากๆ จากที่เราเคยคิดว่า เราเรียนจบมาก็คงได้ไปเป็นพนักงานออฟฟิศ หรือทํางานกราฟิกตามบริษัท จากคนที่ชอบวาดรูปจนได้มาจัดแสดงผลงานในวันนี้ก็นับว่าเป็นความสำเร็จหนึ่งในชีวิตแล้วค่ะ

Bluepalete: เหมือนกันกับกระต่ายเลยค่ะ สำหรับฟ้ามันค่อนข้างที่จะเร็วมากๆ เพราะปีที่แล้วเรายังแสดงธีสิสอยู่ที่หอศิลป์อยู่เลย จนบางทีก็ยังงงๆ อยู่ว่าเรามาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร มันทำให้เราไม่ได้อยากจะคาดหวังอะไรในอนาคตมากขนาดนั้นแล้วค่ะ เพราะว่าบางอย่างมันเกิดขึ้นตามจังหวะชีวิตด้วย ซึ่งมันจะมีเวลาของมัน แต่ก็มีสิ่งที่จะทําแน่ๆ อยู่ค่ะ ก็คือรักษามาตรฐานของเราให้ได้ และให้มันดีขึ้นไปตามลําดับค่ะ

Cheese Arnon: จริงๆ ไม่ได้ต่างกับน้องๆ ทั้งสองคนนะครับ ผมกับผู้จัดการยังตกใจอยู่เลยที่ผมเริ่มจัดแสดงเมื่อปีที่แล้ว แล้วมันไปได้ไกลขนาดนี้ มันไปไกลจนเกือบจะไม่ได้มีนิทรรศการนี้เกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำครับ เพราะคิวจัดแสดงงานมันเยอะมากแล้วจริงๆ ตัวผมเองก็ไม่ได้คาดหวังอะไร ผมคิดแค่ว่างานที่มันจะไปได้ไกลก็คืองานที่มันดี เป็นงานที่จะอยู่ได้นาน เป็นงานที่ยืดหยุ่นไปกับกาลเวลาได้ ซึ่งเราก็ต้องปรับตัวให้ได้เมื่อถึงตอนนั้น

อ่านเพิ่มเติม: ยูน-ปัณพัท ศิลปินไทยผู้เคยฝากฝีมือระดับโลก กับการเดินทางบนสายรุ้งแห่งความฝัน

Tatler Asia
Cheese Arnon, Up and Coming Thai Artist
Above Cheese Arnon, ศิลปินไทยไฟแรงที่จัดแสดงผลงานในต่างประเทศ
Tatler Asia
Cheese Arnon's Silver Fox Statues
Above งานประติมากรรมคาแร็กเตอร์จิ้งจอกที่เป็นลายเซ็นของ Cheese Arnon ศิลปินซึ่งจัดแสดงในงาน Mythical Dream Trio Exhibition
Cheese Arnon, Up and Coming Thai Artist
Cheese Arnon's Silver Fox Statues

ถ้าผมหมดไฟนี่จะวาดงาน ผมหันไปเจอพู่กันแบรนด์ที่ยังไม่เคยลอง เราก็หยิบมาแล้ววาดอะไรก็ได้ ผมใช้เวลาว่างจากการวาดรูป แล้วรีแลกซ์โดยการวาดรูปอีกที

- Cheese Arnon -

ในฐานะศิลปินทั้งสามคนใช้วิธีไหนในการไดร์ฟความคิดสร้างสรรค์ของตัวเอง
Bluepalete: จริงๆ มีหลายครั้งที่ยังคอนโทรลความเป็นตัวเองไม่ค่อยได้ ก็ต้องหาวิธีจัดการความรู้สึกนั้นๆ แล้วการหาแรงบันดาลใจจากสิ่งใกล้ๆ ตัวก็เป็นหนึ่งในวิธีการรับมือค่ะ อย่างนิทรรศการนี้โจทย์ที่ได้รับมาก็ค่อนข้างไกลตัวค่ะ อย่างการสร้างแรงบันดาลใจให้กลุ่มคนที่เป็นสตาร์ทอัพ เพราะฉะนั้นฟ้าก็พยายามจะมองให้ใกล้ตัวขึ้น ลองปรับมุมมองว่าถ้าเราเป็นสตาร์ทอัพจะทำอย่างไร ซึ่งมันก็ช่วยได้เยอะเลยค่ะ

Kratai Dudu: สำหรับกระต่ายก็แค่เต็มที่กับทุกงานที่ทำค่ะ แล้วพอเสร็จปุ๊บเราต้องเบรกตัวเองออกมาจากพื้นที่ที่เรานั่งทํางานอยู่ อาจจะออกไปเดินเล่นบ้าง ออกไปดูงานคนอื่นบ้าง เพื่อที่จะได้เติมไฟให้เราก่อนจะกลับมาคิดงานของตัวเอง

Cheese Arnon: ผมอาจจะไม่ค่อยมีช่วงเวลาที่ขาดแรงบันดาลใจหรือความคิดสร้างสรรค์นะครับ แต่ผมก็คิดเสมอว่าเราควรที่จะเอาตัวเราเองไปอยู่ในจุดที่รายล้อมด้วยสิ่งที่เป็นแฟชั่นของเรา ผมเกิดจากครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวย แล้วผมชอบงานศิลปะ ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน ผมคงไม่มีเงินซื้ออุปกรณ์อะไรมาศึกษาเทคนิคศิลปะได้ แต่ตอนนี้พอผมพอจะมีเงิน ผมก็กวาดซื้ออุปกรณ์พวกนั้นมาทั้งหมดเลยไม่ว่าจากทวีปไหนก็ตาม แล้วผมก็เอามาวางไว้ ถ้าผมหมดไฟนี่จะวาดงาน ผมหันไปเจอพู่กันแบรนด์ที่เรายังไม่เคยลอง เราก็หยิบมา แล้วก็วาดอะไรก็ได้ที่ไม่เกี่ยวกับงาน ผมก็ใช้เวลาว่างจากการวาดรูป เพื่อรีแลกซ์โดยการวาดรูปอีกทีหนึ่ง

Tatler Asia
Bluepalete, Young Thai Artist
Above Bluepalete ศิลปินรุ่นใหม่ที่ใช้เทคนิคการคุมโทนด้วยสีโทนเย็น
Tatler Asia
Bluepalete, Art works for Mythical Dream Trio Exhibition
Above ผลงานของ Bluepalete ศิลปินในงาน Mythical Dream Trio Exhibition ที่สร้างความท้าทายด้วยการใช้สีโทนร้อนเข้ามาในผลงาน
Bluepalete, Young Thai Artist
Bluepalete, Art works for Mythical Dream Trio Exhibition

มีศิลปินรุ่นใหม่เก่งๆ อยู่เยอะมากในทุกที่ แต่บางครั้งเราไม่รู้ว่าเราจะแสดงผลงานของเราได้ที่ไหน เลยอยากให้มีพื้นที่ในการจัดแสดงงานของศิลปินมากขึ้นค่ะ

- Bluepalete -

สุดท้ายแล้วในฐานะศิลปินไทย แต่ละคนอยากเห็นวงการศิลปะไทยพัฒนาไปอย่างไรบ้าง
Bluepalete: รู้สึกว่าศิลปินรุ่นใหม่แบบฟ้าที่เพิ่งเรียนจบ มีคนเก่งๆ อยู่เยอะมากในทุกที่ แต่บางครั้งเราไม่รู้ว่าจะแสดงผลงานของเราได้ที่ไหน นอกจากงานธีสิสของเรา เราไม่รู้ว่าจะมีพื้นที่ไหนอีกบ้างที่สามารถยื่นผลงานไปจัดแสดงได้ เลยอยากให้มีพื้นที่ในการจัดแสดงงานของศิลปินมากขึ้นค่ะ

Kratai Dudu: เหมือนที่ฟ้าบอกเลยค่ะ อย่างกระต่ายก็จะได้เห็นว่าคนที่เรียนอาร์ตในบ้านเรา พอจบออกมาก็อาจไม่ได้มีพื้นที่รองรับ และทำให้หลายๆ คนต้องเปลี่ยนสายไป ไม่ได้เดินบนเส้นทางศิลปินต่อ เหมือนกับว่าถ้าใครพยายามและอยู่ต่อได้ก็หาทางรอดกันไป เหมือนที่กระต่ายทำงานศิลปะไปเรื่อยๆ จนคนมาเห็นและเริ่มแข็งแรงขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถทนข้อจำกัดนี้ได้ และต้องถอดใจไปก่อนทั้งๆ ที่ฝีมือเขาดีมากค่ะ 

Cheese Arnon: ผมอยากให้อยากมีพื้นที่ซัพพอร์ตกับศิลปินมากกว่านี้ ผมว่าบ้านเรามีศิลปินที่มีศักยภาพที่จะพัฒนาไปเป็นศิลปินเก่งๆ เยอะมาก และอีกอย่างหนึ่งคือในไทยยังค่อนข้างที่จะขาดพื้นที่สำหรับให้ศิลปินเหล่านั้น ผมว่ามันก็ต้องค่อยๆ พัฒนาไปครับ


อ่านเพิ่มเติม:

พูดคุยกับ Takashi Murakami ถึงนิทรรศการล่าสุด การออกจากพื้นที่ปลอดภัย และเหตุผลที่คนญี่ปุ่นอาจเข้าไม่ถึงผลงานของเขา

When art drives the local economy: นี่คือสิ่งที่ช่วยให้เกิดการเจริญเติบโต...

สืบสานภูมิปัญญาล้ำค่า หัตถกรรมโบราณแห่งภูมิภาคเอเชีย

Credits

ภาพ: จาก True Digital Park

Topics

Asa Ngamkala
Digital Writer, Tatler Thailand
Tatler Asia

นักเขียนดิจิทัลที่ต้องการเล่าเรื่องของผู้คน ไลฟ์สไตล์ และวัฒนธรรม ผ่านคอนเทนต์ออนไลน์ที่เข้าใจง่ายและมีมุมมองเฉพาะตัว