จากดวงอาทิตย์จำลองสุกสว่างไปจนถึงโลกดิจิทัลที่โอบล้อมผู้คน Olafur Eliasson ศิลปินร่วมสมัยชาวไอซ์แลนด์-เดนมาร์ก ใช้เวลากว่าสามทศวรรษในการพลิกโฉมวิธีที่เรามองโลก และเปลี่ยนมุมมองที่เรามีต่อสิ่งรอบตัว
นิทรรศการเดี่ยวล่าสุดของ Olafur Eliasson ในสิงคโปร์มาพร้อมกับชื่อ Your view matter สะท้อนลายเซ็นอันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปินชื่อดังคนนี้ได้อย่างแยบคาย เริ่มตั้งแต่การดึงผู้ชมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานผ่านคำว่า “Your” ไปจนถึงการจงใจบิดบริบททางไวยากรณ์เพื่อสื่อความหมายซ้อนทับสองประการของคำว่า ”matter” ความหมายแรกคือการบอกว่ามุมมองของพวกเราทุกคนล้วน “มีความหมาย” (Your view matters) และในขณะเดียวกัน มุมมองของเราก็สามารถก่อให้เกิด “สสาร” หรือชิ้นงานนั้นๆ ขึ้นมาจริงๆ ด้วย (Your view makes matter)
นิทรรศการนี้จัดแสดงที่ Padimai Art & Tech Studio บริเวณ Tanjong Pagar Distripark ประเทศสิงคโปร์ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปี 2025 และจะจัดยาวไปจนถึงวันที่ 13 มิถุนายน ปี 2026 โดยรวบรวมผลงานวิดีโอ VR และซาวด์สเคปจำนวน 6 ชิ้นที่ Olafur สร้างสรรค์ขึ้นในปี 2022
อย่างไรก็ตาม การกลับมาจัดแสดงอีกครั้งที่ Padimai จากในปี 2025 มีความพิเศษที่น่าจับตาเพิ่มเข้ามา ซึ่งต้องยกเครดิตให้กับ Vignesh Sundaresan หรือที่คนในวงการรู้จักกันในนาม Metakovan ผู้ก่อตั้งสตูดิโอแห่งนี้ เขาคือผู้ประกอบการคริปโตฯ ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลกในปี 2021 จากการทุ่มเงินประมูลผลงาน NFT ระดับตำนานอย่าง Everydays: The First 5000 Days ของ Beeple ที่สถาบัน Christie’s ด้วยมูลค่าสูงถึง 42,329 Ether (หรือราว 69.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐในขณะนั้น)
อ่านเพิ่มเติม: เผยโฉม Celia ปฐมบทใหม่แห่งการเดินทางบนตู้รถไฟสไตล์ภาพยนตร์ โปรเจ็กต์มาสเตอร์พีซล่าสุดของ Belmond

Above Olafur Eliasson ณ Marshall House เมืองเรคยาวิก ประเทศไอซ์แลนด์ (ภาพ: Ari Magg)
เมื่อก้าวเข้าสู่นิทรรศการ ผู้ชมจะได้สวมแว่นตา VR แล้วปล่อยใจให้ล่องลอยไปในสภาพแวดล้อมเสมือนจริง 6 รูปแบบที่ถูกโครงสร้างขึ้นจากรูปทรงเรขาคณิต (Platonic solids) ทั้ง 5 รูปแบบและรูปทรงกลม ทว่าเมื่อเราขยับตัวไปเรื่อยๆ โครงสร้างเหล่านี้จะค่อยๆ หลอมละลายกลายเป็นมิติของสีสัน แสง และการแทรกสอดของคลื่นที่แปรเปลี่ยนไปมาอย่างอิสระ เส้นทางการรับชมของแต่ละคนจะไม่มีทางเหมือนกันเลย ทำให้เกิดประสบการณ์ทางผัสสะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในทุกๆ ครั้งที่ก้าวเดิน

Above นิทรรศการ ‘Your view matter’ ที่ Padimai Art & Tech Studio เปิดให้เข้าชมถึงวันที่ 13 มิถุนายน 2026

Above หนึ่งในผลงานวิดีโอ VR ของ Olafur Eliasson ภายในนิทรรศการ ‘Your view matter’ ที่ Padimai Art & Tech Studio

Above หนึ่งในผลงานวิดีโอ VR ของ Olafur Eliasson ภายในนิทรรศการ ‘Your view matter’ ที่ Padimai Art & Tech Studio
แต่สิ่งที่ทำให้การจัดแสดงที่ Padimai ล้ำลึกไปกว่านั้นคือ ‘เลเยอร์’ ที่ถูกซ่อนไว้ ผู้เข้าชมสามารถเลือกที่จะ ‘บันทึก’ การเดินทางในโลก VR ของตนเอง (ซึ่งก็คือ "view" หรือมุมมอง) แล้วกลับมาดูย้อนหลังได้บนแพลตฟอร์มของ Padimai โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกรวบรวมเป็นระบบจัดเก็บข้อมูลที่สร้างขึ้นจากผู้ร่วมงาน (ซึ่งก็คือ "matter" หรือสสาร)
เมื่อเวลาผ่านไป การเดินทางของแต่ละปัจเจกบุคคลจะหลอมรวมกันกลายเป็นหอจดหมายเหตุร่วม (Shared Archive) บนระบบบล็อกเชนของ Padimai เปลี่ยนประสบการณ์ส่วนตัวของผู้ชมแต่ละคนให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกประวัติศาสตร์ทางศิลปะที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

Above งานเสวนาโดยมี Vignesh Sundaresan (ซ้าย), Olafur Eliasson (กลาง) และ Mark Rappolt (ขวา) ในพิธีเปิด Padimai Art & Tech Studio

Above หนึ่งในผลงานวิดีโอ VR ของ Olafur Eliasson ภายในนิทรรศการ ‘Your view matter’ ที่ Padimai Art & Tech Studio

Above หนึ่งในผลงานวิดีโอ VR ของ Olafur Eliasson ภายในนิทรรศการ ‘Your view matter’ ที่ Padimai Art & Tech Studio
ภูมิทัศน์แห่งการหล่อหลอมตัวตน
ความหลงใหลในเรื่องการรับรู้ของมนุษย์ (Perception) ของ Olafur Eliasson ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่หยั่งรากลึกมาตั้งแต่เขายังเด็ก Olafur เกิดที่โคเปนเฮเกนในปี 1967 เติบโตมาท่ามกลางสองวัฒนธรรมระหว่างเดนมาร์กและไอซ์แลนด์ โดยใช้เวลาส่วนใหญ่ในวัยเด็กที่ไอซ์แลนด์ สมัยเป็นวัยรุ่นในโคเปนเฮเกน เขาอินกับการเต้นเบรกแดนซ์ขั้นสุด ถึงขั้นเคยขึ้นแสดงกับวง Harlem Gun Crew ก่อนจะเบนเข็มเข้าศึกษาต่อที่ Royal Danish Academy of Fine Arts
หลังเรียนจบในปี 1995 เขาย้ายไปตั้งรกรากที่เบอร์ลิน และก่อตั้ง Studio Olafur Eliasson ในอาคารอุตสาหกรรมเก่าขนาดมหึมา ปัจจุบัน สตูดิโอแห่งนี้ไม่ได้เป็นแค่ห้องทำงานศิลปิน แต่มีสถาพคล้ายห้องแล็บหรือโรงงานขนาดย่อม ที่รวมคนเก่งระดับหัวกะทิ ทั้งสถาปนิก วิศวกร โปรแกรมเมอร์ และช่างฝีมือ มาทำงานร่วมกันเพื่อเนรมิตผลงานอินสตอลเลชันฟอร์มยักษ์ให้เกิดขึ้นจริง

Above ผลงาน ‘Yellow corridor’ (1997)
เส้นทางศิลปะของ Olafur Eliasson ไม่เคยเดินตามขนบดั้งเดิม ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาข้ามขีดจำกัดของสื่อศิลปะไปมาอย่างลื่นไหล ไม่ว่าจะเป็นการทดลองทำเพลง ทำภาพยนตร์ งานตีพิมพ์ หรือแม้กระทั่งออกหนังสือทำอาหารอย่าง Studio Olafur Eliasson: The Kitchen ซึ่งรวบรวมสูตรอาหารมังสวิรัติที่ทำทานกันทุกวันในสตูดิโอที่เบอร์ลิน
จุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาโด่งดังในระดับนานาชาติเกิดขึ้นในปี 2003 กับผลงาน The Weather Project ที่พิพิธภัณฑ์ Tate Modern กรุงลอนดอน เขาเนรมิตโถง Turbine Hall สุดดิบให้กลายเป็นเส้นขอบฟ้าสีส้มเรืองรองด้วยดวงอาทิตย์จำลองขนาดยักษ์ ผู้ชมนับไม่ถ้วนพากันลงไปนอนบนพื้นใต้ดวงอาทิตย์ส่องสว่างดวงนั้น เพื่อมองดูเงาสะท้อนของตัวเองที่ทวีคูณอยู่บนเพดานกระจก ผลงานชิ้นนี้เรียบง่ายในแง่ของโครงสร้าง แต่กลับสร้างอิมแพกต์ระดับลึกซึ้ง มันได้เปลี่ยนสถานะของ ‘ผู้ชม’ (Spectators) ให้กลายเป็น ‘ผู้มีส่วนร่วม’ (Participants) โดยสมบูรณ์

Above ‘Yellow corridor’ (1997)

Above ‘Yellow corridor’ (1997)

Above ‘Complementary colour chart ‘(2009)
ผลงานชิ้นเอกหลายชิ้นของ Olafur Eliasson มักจะทำงานกับตรรกะแบบเดียวกันนี้ หนึ่งในการทดลองด้านการรับรู้ที่มีชื่อเสียงที่สุดของเขาคือ Room for one colour (สร้างขึ้นในปี 1997 และเคยจัดแสดงที่สิงคโปร์ในปี 2018 ในนิทรรศการ Minimalism: Space. Light. Object. ที่ National Gallery Singapore) ผลงานชิ้นนี้พาผู้ชมเข้าไปในห้องที่อาบย้อมด้วยแสงสีเหลืองความถี่เดียว (Monofrequency yellow light) ซึ่งไปกดทับสเปกตรัมสีอื่นๆ จนหมด ทำให้ทุกสิ่งและทุกคนในห้องนั้นปรากฏให้เห็นแค่สีเหลืองและดำ ความรู้สึกสับสนชั่วขณะนี้ ไปปรับเปลี่ยนวิธีการรับรู้สีของดวงตาอย่างแนบเนียน ทำให้ผู้ชมตระหนักถึง ‘กลไกการมองเห็น’ ของตัวเองในมุมมองใหม่
ไม่ว่าจะเป็นการสร้างหมอก กระจก แสงสี หรือการเข้าไปจัดการกับโครงสร้างสถาปัตยกรรม ผลงานของเขามักจะเชิญชวนให้ผู้ชมหันกลับมาสำรวจการรับรู้ของตนเองเสมอ
"ผมมักจะใช้คำว่า 'มุมมอง' (View) เพื่อลดทอนศูนย์กลางที่ยึดติดอยู่กับตัวศิลปิน" Olafur กล่าว "ผมแค่สร้างเครื่องจักรขึ้นมาเครื่องหนึ่ง และการที่คนเข้ามาใช้งานเครื่องจักรนั้นแหละ คือสิ่งที่สร้างงานศิลปะขึ้นมา" พูดง่ายๆ ก็คือ ผู้ชมไม่เคยเป็นแค่ผู้สังเกตการณ์ที่อยู่นิ่งเฉย แต่เป็นผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานที่ขาดไม่ได้
อ่านเพิ่มเติม: Find the perfect match: ชวนเปลี่ยนบ้านให้เป็นอาร์ตสเปซส่วนตัว ด้วยศิลปะชิ้นที่ “ใช่” กับ ทราย ดมิสา วนาสวัสดิ์

Above ‘Complementary colour chart’ (2009)
ความสงสัยที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ (Productive Doubt)
ความสัมพันธ์ของ Olafur Eliasson กับ Metakovan นี่เองที่ดึงให้เขาก้าวเข้าสู่บทสนทนารูปแบบใหม่ ทั้งคู่พบกันที่สตูดิโอในเบอร์ลินช่วงสั้นๆ ก่อนเกิดโรคระบาดใหญ่ จากนั้นการพูดคุยก็พัฒนาเป็นการสนทนาประจำสัปดาห์ที่กินเวลายาวนานนับปี พวกเขาถกเถียงกันตั้งแต่เรื่องศิลปะ เทคโนโลยี ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังหล่อหลอมโลกดิจิทัล การแลกเปลี่ยนความคิดเหล่านี้คือจุดเริ่มต้นที่นำมาสู่นิทรรศการ Your view matter ที่ Padimai
ถึงแม้จะทำงานกับเทคโนโลยีสุดล้ำ แต่ Olafur กลับทำการทดลองทางเทคโนโลยีด้วยความระมัดระวัง มากกว่าจะกระโจนเข้าใส่ด้วยความตื่นเต้นแบบไร้สติ สำหรับเขา ความไม่แน่นอน (Uncertainty) ไม่ใช่จุดอ่อน แต่เป็นสภาวะที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่สร้างสรรค์
"ผมชอบความรู้สึกที่ปล่อยให้ตัวเองรู้สึกไม่แน่ใจบ้าง" เขาอธิบาย "ผมคิดว่าการกล้ายอมรับว่าเรามีความลังเลสงสัย ถือเป็นจุดยืนที่แข็งแกร่งมากนะ"

Above ‘Double spiral’ (2001)

Above ‘Adrift compass’ (2019)

Above ‘Olafur Eliasson The last seven days of glacial ice’ (2024)
แนวคิดนี้ดูจะสวนทางกับความคาดหวังที่สังคมมักมีต่อศิลปินระดับบิ๊กเนม ที่มักจะนำเอาความมั่นใจและความชัดเจนมาผูกติดกับความเป็นผู้มีอำนาจในงานของตน แต่สำหรับ Olafur แล้ว เขากลับมองว่า ‘ความสงสัย’ คือการเปิดประตูบานใหม่ เช่น การเปิดรับองค์ความรู้ใหม่ ผู้ร่วมงานหน้าใหม่ และวิธีมองโลกแบบใหม่ ท่ามกลางยุคสมัยที่ขับเคลื่อนด้วยความเร็วทางเทคโนโลยีและความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ศิลปินผู้นี้กลับเสนอจุดยืนที่ช้าลงและลุ่มลึกมากขึ้น

Above ‘Dusk to dawn, Bosporus’ (2024)(1)
ขยายขอบฟ้าแห่งการรับรู้
ตลอดสามทศวรรษที่ผ่านมา Olafur Eliasson ได้สร้างสรรค์ผลงานมากมาย ตั้งแต่การทดลองการรับรู้ระดับปัจเจกไปจนถึงงานสาธารณะสเกลยักษ์ แต่สิ่งหนึ่งที่ฝังรากลึกอยู่ในทุกผลงานของเขาคือ คอนเซ็ปต์ที่ว่า ‘ศิลปะสามารถเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนสัมผัสโลกใบนี้ได้’
ด้วยการสับเปลี่ยนแสง บรรยากาศ และมิติสัมพันธ์ Olafur ได้เผยให้เราเห็นถึงระบบที่มองไม่เห็น ทั้งในแง่ของธรรมชาติ สังคม และเทคโนโลยี ซึ่งล้วนหล่อหลอมความเข้าใจที่เรามีต่อความเป็นจริง

Above ‘Multiple shadow house’ (2010)
การสำรวจโลกของเขายังคงเดินหน้าต่อไปในนิทรรศการเดี่ยวครั้งใหญ่ที่มีชื่อว่า Your curious journey ซึ่งได้จัดแสดงอยู่ที่ Museum MACAN (Museum of Modern and Contemporary Art in Nusantara) กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย จนถึงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา นิทรรศการนี้รวบรวมเอาสภาพแวดล้อมจำลองที่ดึงผู้ชมเข้าไปเป็นศูนย์กลางของประสบการณ์ กระตุ้นให้พวกเขาออกสำรวจภูมิทัศน์ของแสง สี และเงาสะท้อนที่แปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา

Above ผลงานที่จัดแสดงในนิทรรศการเดี่ยว ‘Olafur Eliasson: Your curious journey’ ณ Museum MACAN กรุงจาการ์ตา ในปี 2025-2026 รวมถึงผลงาน ‘Multiverses and futures’ (2017)

Above ‘Circumstellar resonator’ (2018)

Above ‘Your split second house’ (2010)(2)
ผลงานไฮไลต์ในนิทรรศการนี้ประกอบไปด้วย Your spiral view อุโมงค์กระจกที่สะท้อนและตัดทอนภาพของผู้ชมให้แตกแขนงออกไป และ Your uncertain shadow ที่เปลี่ยนเงาของผู้ชมให้กลายเป็นสนามของแสงสีที่เคลื่อนไหวได้ เมื่อประกอบกับสภาพแวดล้อมที่กระตุ้นประสาทสัมผัสอื่นๆ ผลงานเหล่านี้จะคอยเชิญชวนให้เราเคลื่อนไหว สังเกต และตั้งคำถามว่า ‘การรับรู้’ ของเรานั้นทำงานอย่างไร
ในทุกนิทรรศการของ Olafur Eliasson ผู้ชมไม่เคยเป็นเพียงแค่คนดู แต่เป็นผู้เล่นคนสำคัญ ดังที่เขาเคยกล่าวไว้ว่า "ถ้าคุณยืนนิ่งๆ จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย แต่ถ้าคุณขยับตัว แม้เพียงนิดเดียว ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะเกิดขึ้น"

Above ‘Beauty’ (1993)
This story was originally written in English by Asih Jenie.
ต้นฉบับเขียนและปรับเสริมเนื้อหาเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2026 โดย Asih Jenie โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
ส่องดีเทล Timbra เปียโนงานคราฟต์มือจาก Edelweiss ฝีมือการออกแบบโดย Kelly Wearstler
ปักหมุด 7 สระว่ายน้ำสุดหรู ดีไซน์ล้ำ ที่น่าไปกระโดดน้ำคลายร้อนที่สุดในซีซั่นนี้
Credits
ช่างภาพ: Courtesy of Padimai Art & Technology and Musem MACAN
Topics





