Tatler พาชมอิทธิพลและแนวโน้มของงานออกแบบจาก Milan Fair 2024 และสำรวจว่าไอเดียสร้างสรรค์ทั้ง 9 เทรนด์นี้ กำลังจะเปลี่ยนแปลงภาพรวมของการตกแต่งภายในทั่วโลกไปอย่างไร
งาน Salone del Mobile จัดขึ้นทุกปีที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี โดยปีนี้เป็นครั้งที่ 62 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 ถึง 21 เมษายนที่ผ่านมา ถือเป็นงานสำคัญที่สุดแห่งปีสำหรับชุมชนการออกแบบระดับนานาชาติ โดยงานจัดขึ้นที่เมืองโร โดยมีผู้เข้าร่วมงานมากถึง 361,417 คน ซึ่งถือเป็นจำนวนสูงสุดเป็นประวัติการณ์
งาน Milan Fair 2024 ซึ่งได้รับการพิสูจน์อีกครั้งว่าเป็นจุดดึงดูดหลักในปฏิทินการออกแบบระดับโลก เต็มไปด้วยผู้ผลิต บรรณาธิการ บรรณาธิการ และผู้ซื้อที่มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจ พูดคุยเกี่ยวกับร้านค้า และการค้นหาเทรนด์ต่างๆ เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์
งานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้ฉากหลังของงานนิทรรศการที่ออกแบบอย่างสง่างามโดย Fuksas ซึ่งดึงดูดผู้เข้าร่วมงานด้วยผลงานสร้างสรรค์ล้ำสมัยที่น่าทึ่งมากมาย ตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ และระบบไฟไปจนถึงสิ่งทอและอีกมากมาย
อ่านเพิ่มเติม: Milan Design Week 2024: นวัตกรรมห้องครัวตัวอย่าง 9 รายการจาก EuroCucina

Above โซนจัดแสดงของ Acerbis ที่ตกแต่งด้วยเฉดสีแดง
ไม่ว่าจะเป็นการใช้วัสดุที่ยั่งยืน หรือการผสานรวมเทคโนโลยีสุดล้ำ งานจัดแสดงเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความปราดเปรื่องและทักษะในการกำหนดภูมิทัศน์ของการออกแบบร่วมสมัยผ่านงาน Milan Fair 2024
ในขณะที่โลกกำลังเผชิญกับปัญหาเร่งด่วนต่างๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และปัญหาความเท่าเทียมทางสังคม งาน Salone del Mobile ได้ทำหน้าที่เป็นเครื่องย้ำเตือน ณ เวลาปัจจุบันว่า เรายังสามารถเข้าถึงพลังของการเปลี่ยนแปลงผ่านการออกแบบเพื่อช่วยในการจัดการและบรรเทาหลากปัญหาที่ท้าทายเหล่านี้
อ่านเพิ่มเติม: 7 สิ่งปลูกสร้างไอคอนิกแสนโดดเด่นในหลายแฟชั่นโชว์สุดล้ำ

Above การจัดแสดงผลงานของ Flexform ในงาน Salone del Mobile ซึ่งเต็มไปด้วยเฉดสีในโทนกลางๆ

Above ฉากจัดแสดงงานออกแบบแสนสะดุดตาของ Kartell ในงาน Salone del Mobile ที่ Rho Fiera
การขับเคลื่อนให้เกิดบทสนทนาและความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมการออกแบบ Milan Fair 2024 จะยังคงกำหนดทิศทางของนวัตกรรมการออกแบบต่อไปในอนาคต เพื่อตอกย้ำถึงบทบาทที่ขาดไม่ได้ในการกำหนดอนาคตของสภาพแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้นและประสบการณ์ที่เรามีร่วมกันในฐานะประชากรโลก
นี่คือหลากหลายงานออกแบบและแนวโน้มงานดีไซน์ที่น่าสนใจที่เราอยากแนะนำจากงานนี้
อ่านเพิ่มเติม: Paola Navone: ผู้มีวิสัยทัศน์ด้านการออกแบบที่สร้างสรรค์ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมสมัยใหม่
1. Style: การมาเยือนของ 'ความน่ารัก'

Above เก้าอี้นวมรุ่น Omoi ออกแบบโดย Naoto Fukasawa จาก B&B Italia

Above เก้าอี้นวมรุ่น Omoi ออกแบบโดย Naoto Fukasawa จาก B&B Italia
Milan Fair 2024 นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในแวดวงการออกแบบ เมื่อคำว่า 'น่ารัก' ได้ถูกละทิ้งซึ่งความหมายเดิมๆ ในอดีตไป และเหล่านักออกแบบชั้นนำก็รับเอาเสน่ห์อันแปลกประหลาดของวัฒนธรรมคาวาอีนี้เข้ามาใช้
แรงบันดาลใจในการออกแบบจากทั้งสไตล์สแกนดิเนเวียและญี่ปุ่น ดูจะเป็นเทรนด์ที่แสดงออกได้ชัดเจนที่สุดที่ถูกหยิบมาใช้ในเก้าอี้อาร์มแชร์และม้านั่งต่างๆ ด้วยการใช้เส้นสายที่เรียบลื่น ผสานเข้ากับลูกเล่นที่นำเสนอทั้งการใช้งานและเสน่ห์ความน่ารักออกมาในชิ้นงานเฟอร์นิเจอร์
นักออกแบบระดับตำนานชาวญี่ปุ่นอย่าง Naoto Fukasawa ได้ออกแบบเก้าอี้รุ่นใหม่อย่าง Omoi ของ B&B Italia โดยให้มันออกมา “มีเสน่ห์ของสิ่งมีชีวิต เหมือนกับสัตว์ที่ทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนอยู่บ้านเพียงแค่มีมันอยู่ด้วย”
เก้าอี้ตัวนี้โดดเด่นด้วยเส้นสายเชิงประติมากรรมที่เสริมรับกับเส้นโค้งอันแสนนุ่มนวล ซึ่งเป็นการผสานความสง่างามและความแปลกใหม่เข้าไว้ด้วยกัน นับเป็นอีกผลงานที่น่าสนใจใน Milan Fair 2024

Above เก้าอี้สตูลรุ่น Gino ของ Meridiani ออกแบบโดย Andrea Parisio
Milan Fair 2024 มีเก้าสองรุ่นที่น่าสนใจในแง่ของความน่ารัก เริ่มจากเก้าอี้รุ่น Yuzu จาก Arflex ซึ่งออกแบบโดย Claesson Koivisto Rune เป็นเก้าอี้อาร์มแชร์ขนาดเล็กที่โดดเด่นด้วยรูปทรงที่ดูเป็นธรรมชาติ ชวนให้นึกถึง “สัตว์ตัวเล็กๆ ที่น่ารัก หรืออาจจะเป็นตัวละครโปเกมอนในการ์ตูนญี่ปุ่นก็ย่อมได้”
เก้าอี้สตูลรุ่น Gino ของ Meridiani ออกแบบโดย Andrea Parisio ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของแบรนด์ เป็นโซฟาที่ดูสนุกสนานและใช้งานได้หลากหลาย เหมาะสำหรับบ้านทุกสไตล์ และยังมีให้เลือกในหลากหลายวัสดุทั้งผ้า หนัง ไม้ หรือแล็กเกอร์อีกด้วย
อ่านเพิ่มเติม: Bill Bensley เผยดีไซน์ Coolies Club ร้านอาหารและบาร์สีสันจัดจ้านในย่านเมืองเก่าภูเก็ต
2. Style: ความเรียบง่ายคือความใหม่

Above โต๊ะรุ่น Bay ของ Porada ออกแบบโดย Niccolò Devetag
ใน Milan Fair 2024 กลุ่มงานดีไซน์โต๊ะรับประทานอาหารที่สามารถใช้แทนที่งานประติมากรรมได้นั้นมีให้เลือกมากขึ้น โดยมีฐานที่คราฟต์ขึ้นจากหิน ไม้ หรือโลหะขัดเงา เพื่อช่วยยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารให้กลายเป็นอีกหนึ่งฟอร์มของงานศิลปะ
โต๊ะรุ่น Bay ของ Porada ออกแบบโดย Niccolò Devetag เป็นโต๊ะรับประทานอาหารในเวอร์ชั่นที่เรียบง่ายขึ้น โดยทำจากไม้วอลนัทชิ้นเดียว พร้อมด้วยตัวเลือกหน้าโต๊ะที่ทำจากไม้ หินอ่อน แก้ว หรือหิน

Above โต๊ะ Molecola โดย Massimo Castagna จากแบรนด์ Gallotti & Radice
ในขณะเดียวกัน โต๊ะรุ่น Molecola จาก Gallotti & Radice ที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงผ่านฝีมือการออกแบบของ Massimo Castagna จับคู่ระหว่างกระจกนิรภัยแบบโปร่งใสและฐานไม้ขัดเงาด้วยมือทรงกระบอก มีให้เลือกทั้งสีอิฐ สีเชือก สีถ่าน หรือสีงาช้าง
3. Style: การเชิดชูความยั่งยืน

Above ภาพแสดงวงจรชีวิตของเก้าอี้รุ่น Catifa Carta อันล้ำสมัยของแบรนด์ Arper
ในปีนี้แน่นอนว่าไม่มีทางขาดนวัตกรรมด้านการใช้วัสดุยั่งยืนพร้อมกับวิธีการนำเสนอในรูปแบบใหม่ๆ เพื่อเป็นการสานต่อความตั้งใจในอุตสาหกรรมออกแบบที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และปูทางไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้นในด้านการออกแบบและการผลิตสินค้า
แบรนด์ Arper ได้เปิดตัวเก้าอี้รุ่น Catifa Carta ซึ่งเป็นเก้าอี้ที่ต่อยอดมาจากเก้าอี้ Catifa 53 อันโด่งดังของแบรนด์อิตาลีแบรนด์นี้ ซึ่งได้รับการออกแบบโดย Lievore Altherr Molina ในปี 2001 เก้าอี้รุ่น Catifa Carta ผลิตจาก PaperShell ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากไม้คอมโพสิตที่สร้างสรรค์ใหม่ โดย Arper เป็นผู้ผลิตรายแรกในอุตสาหกรรมการออกแบบที่นำวัสดุนี้มาใช้กับผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์
คอลเล็กชั่นเฟอร์นิเจอร์เอาท์ดอร์ In-Side จากแบรนด์ Magis ออกแบบโดย Thomas Heatherwick เป็นคอลเล็กชั่นที่แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ด้านการออกแบบทั้งการใช้นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ของดีไซเนอร์ชาวลอนดอนคนนี้
ด้วยการใช้เทคโนโลยีการขึ้นรูปแบบหมุน เผยให้เห็นพื้นผิวภายในอันโดดเด่นที่ทำจากวัสดุโพลีเอทิลีนรีไซเคิลผสม โดยแต่ละชิ้นสะท้อนถึงเอกลักษณ์ในเรื่องความยั่งยืนและความสามารถในการออกแบบ
4. Material: เสน่ห์ของผ้าบูเคล

Above โซฟารุ่น Willow ของ Linteloo

Above โซฟารุ่น Steeve Lou จาก Arper ที่ผลิตจากผ้าบูเคลหลากสี
ผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ที่เราพบได้ทั่วไป ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นผ้าบูเคล ซึ่งผ้าบุชนิดนี้มีพื้นผิวที่ทอขึ้นเป็นพิเศษและมีสัมผัสที่สบาย ได้รับความนิยมทั้งในวงการแฟชั่นและการออกแบบเฟอร์นิเจอร์สไตล์ mid-century โดยในปีนี้ผ้าบุชนิดนี้มีหลากหลายเฉดสีเท่าที่คุณจะจินตนาการได้ พร้อมสร้างเอฟเฟกต์ที่แตกต่างกันออกไป
โซฟาขนาดใหญ่รุ่น Willow ของแบรนด์ Linteloo ออกแบบโดย Yabu Pushelberg เป็นโซฟาสีขาวที่ให้ความรู้สึกราวกับอ้อมกอดอันแสนสงบ ในขณะที่โซฟารุ่น Steeve Lou ของ Arper ที่ออกแบบโดย Jean-Marie Massaud มีเส้นสายที่ดูเรียบง่ายและอบอุ่น แต่ในขณะเดียวกันก็เก๋ไก๋ด้วยผ้าบูเคลสีแดงลายจุดหลากสี
คอลเล็กชั่นวอลล์เปเปอร์ Green House ของ Moooi ยังนำเสนออีกเวอร์ชั่นที่เรียกว่า Lacy Longlegs ในงานนี้อีกด้วย
วอลล์เปเปอร์รุ่นนี้มอบสัมผัสที่นุ่มนวลพร้อมสร้างเอฟเฟกต์สามมิติของลายใยแมงมุม ใบไม้ และซุ้มโค้งแบบโกธิก บนผ้าบูเคล
5. Style: เติมเสน่ห์ด้วยหัวเตียงสุดเก๋

Above การจัดแสดงการตกแต่งห้องนอนโดย Giorgetti
หัวเตียงกำลังก้าวไปไกลกว่าการเป็นเพียงแค่ของตกแต่งที่มอบสบายสำหรับพิงหรือเป็นกันชนติดผนังเพียงเท่านั้น
เตียงนอน Giorgetti รุ่น Karphi Nap ออกแบบโดย Carlo Colombo เป็นมากกว่าแค่หัวเตียงด้วยฟังก์ชั่นที่มากขึ้นกว่าเดิม โดยมาพร้อมชั้นวางของและช่องเสียบสาย USB ซึ่งเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายว่าจะมีฟังก์ชั่นเหล่านี้อยู่บบนหัวเตียงดีไซน์สวยเก๋ ด้วยงานออกแบบที่ทั้งหรูหราและประณีต ทำให้หัวเตียงบุนวมขนาดใหญ่นี้สามารถขยายออกไปได้จากทุกทิศทางเพื่อสร้างให้เกิดเป็นผนังขนาดใหญ่ที่มีหลากหลายฟังก์ชั่นให้คุณเลือกปรับแต่งได้ ไม่ว่าจะเพิ่มชั้นวางของตามจำนวนที่ต้องการ เพิ่มปลั๊กไฟ ช่องเสียบสาย USB และ USB-C หรือแม้แต่ติดไฟ LED ก็ยังทำได้

Above เตียงนอนจาก Cassina รุ่น Night Wood ออกแบบโดย Philippe Starck
เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับคอลลาบอเรชั่นที่ทำร่วมกันมานานกว่าสามทศวรรษ ค็อลเลกชั่นใหม่ของ Cassina และ Philippe Starck นี้จึงรวมถึง Volage EX-S Night Wood ด้วย
เตียงนอนที่สวยงามนี้ตกแต่งด้วยไม้ชั้นดี ส่วนของหัวเตียงมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ไม่มีใครเทียบได้ มาพร้อมกับโต๊ะข้างเตียงที่ติดตั้งไว้พรั่งพร้อมด้วยฟีเจอร์ที่เป็นประโยชน์ เช่น พอร์ตเสียบสาย USB และไฟหัวเตียงแบบบิลด์อิน
6. Style: เฟอร์นิเจอร์ทรงอัญมณี Ice ice baby

Above โต๊ะจากแบรนด์ Acerbis รุ่น Lokum ออกแบบโดย Sabine Marcelis
โต๊ะกาแฟโดยทั่วไปมีจุดประสงค์ในการใช้งาน หรือไม่ก็มีบทบาทเป็นส่วนเสริมให้กับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นๆ ในห้องนั่งเล่น อย่างไรก็ตามในปีนี้โต๊ะที่ถูกเรียกว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ได้ใช้สำหรับนั่งเล่นเป็นครั้งคราวกลับได้รับความสนใจอย่างมากจากฝีมือออกแบบอันประณีตและวัสดุที่ไม่ธรรมดา
เริ่มกันที่โต๊ะกาแฟในซีรีส์ Lokum ที่ออกแบบโดย Sabine Marcelis สำหรับแบรนด์ Acerbis เป็นการผสมผสานระหว่างสสาร แสง และสีออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม นำเสนอผ่านรูปทรงที่เรียบง่าย ด้วยงานฝีมือเป่าแก้ว โต๊ะเตี้ยเหล่านี้มีให้เลือกทั้งในโทนสีเหลืองอำพันและสีควันบุหรี่ สร้างให้เกิดเอฟเฟกต์การเล่นแสงและเงาที่น่าดึงดูดใจ และทำให้กลายเป็นงานศิลปะ
โต๊ะกาแฟรุ่น Jewel ออกแบบโดย Fabio Novembre ที่ออกแบบด้วยดีไซน์หลายเหลี่ยมมุม ที่ปรับเปลี่ยนดีไซน์เอกลักษณ์ของ Kartell ด้วยการใช้พื้นผิวโปร่งใส ทำให้โต๊ะตัวนี้ให้แสงสว่างแก่พื้นที่และสร้างจุดสนใจให้กับพื้นที่ของคุณได้ราวกับอัญมณี
โต๊ะกาแฟรุ่น Remis ออกแบบโดย Patricia Urquiola ของ Glas Italia ประกอบด้วยโครงไม้ที่ปิดทับด้วยกระเบื้องโมเสคแก้วหล่อสีต่างๆ แม้ว่าจะดูเรียบง่าย แต่กระเบื้องเหล่านี้ก็ผ่านการคราฟต์ออกมาอย่างประณีตและจัดวางอย่างพิถีพิถันทำให้พื้นผิวดูเหมือนรูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน
7. Style: ฟังก์ชั่นการพับได้

Above เก้าอี้นวม B&B Italia รุ่น Narinari ออกแบบโดย Tiziano Guardini และ Luigi Ciuffreda
เหล่านักออกแบบกำลังขยายขอบเขตของความสามารถในการผลิตชิ้นงาน ด้วยดีไซน์ที่ผสมผสานการแสดงออกทางศิลปะกับความสมบูรณ์แบบในเชิงโครงสร้าง ซึ่งชวนให้นึกถึงรูปทรงเรขาคณิตที่พับอย่างซับซ้อนของโอริกามิ
Narinari เก้าอี้อาร์มแชร์ขนาดเล็กจาก B&B Italia และเป็นการร่วมงานครั้งแรกกับ Tiziano Guardini และ Luigi Ciuffreda ซึ่งเก้าอี้ตัวนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากนกอินทรีทะเล ซึ่งสะท้อนให้เห็นความกลมกลืนของความแตกต่าง พื้นผิวที่เว้าและนูนแต่อยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน เก้าอี้ตัวนี้หุ้มด้วยผ้าสักหลาดที่ตัดแบบดิบๆ คมๆ มีรูปร่างคล้ายโอริกามิที่ผสมผสานรูปทรงออร์แกนิกเข้ากับดีไซน์ที่แม่นยำแบบดิจิทัล

Above ม้านั่งของ Porro รุ่น Origata ออกแบบโดย Nao Tamura
ในคอลเล็กชั่น Origata ของ Porro ที่รังสรรค์จากจินตนาการของ Nao Tamura ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะการทำกิโมโน แต่มีการดัดแปลงให้มีความทันสมัยมากขึ้น โดยคอลเล็กชั่นนี้ประกอบด้วยม้านั่งและคอนโซล โดยแต่ละชิ้นทำจากแผ่นอะลูมิเนียมแผ่นเดียว สะท้อนให้เห็นถึงความสง่างาม เรียบง่ายของวัสดุสไตล์มินิมัล และฟังก์ชั่นการใช้ประโยชน์
8. Style: สานต่อเทรนด์จากยุค 70s
สไตล์จากยุค 1970s เป็นกระแสหลักของสินค้าต่างๆ ในปีที่ผ่านมา และดูไม่มีทีท่าว่าจะซบเซาลงในปีนี้ เนื่องจากแบรนด์ต่างๆ ยังคงได้รับแรงบันดาลใจจากยุคนี้ ซึ่งโดดเด่นด้วยการใช้สีเอิร์ธโทน รูปทรงเรขาคณิต และการออกแบบสไตล์โมดูลาร์
Minotti อุทิศงานออกแบบสะท้อนถึงช่วงเวลาในยุค 1970s โดยเรียกผลงานแต่ละชิ้นว่าเป็นตัวแทนของการพบกันระหว่างความทรงจำที่มีสไตล์และนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ ผลงานที่ค้นพบจิตวิญญาณของช่วงเวลาดังกล่าวอีกครั้งในหลักการออกแบบที่ร่วมสมัยอย่างโซฟารุ่น Supermoon ที่ออกแบบโดย Giampiero Tagliaferri ซึ่งเป็นระบบโมดูลาร์ที่มีพนักพิงและที่วางแขนที่จากแรงบันดาลของดวงจันทร์ และเก้าอี้อาร์มแชร์รุ่น Kendall ออกแบบโดย GamFratesi ที่มีการตัดเย็บอันเป็นเอกลักษณ์แสดงถึงความชำนาญของ Minotti

Above โซฟาจาก Baxter รุ่น Aura ออกแบบโดย Hannes Peer

Above เก้าอี้พนักพิงจาก Baxter รุ่น Pillow ออกแบบโดย Hannes Peer
ผลงานเดบิวต์ของ Hannes Peer ที่ร่วมงานกับ Baxter เป็นอีกดีไซน์คอลเล็กชั่นที่สะท้อนให้เห็นถึงความเก๋แบบยุค 1970s อีกด้วย
โดยเฉพาะโซฟาโมดูลาร์รุ่น Aura ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรมของ John Lautner ซึ่งโดดเด่นด้วยฐานที่ทันสมัยพร้อมเบาะนั่งที่มีโครงสร้าง และฐานของโซฟารุ่น Pillow ชวนให้นึกถึงนั่งร้านโลหะของ Centre Pompidou
9. Colour: สีแดงสุดฮ็อต

Above โต๊ะจาก B&B Italia รุ่น Asiale ออกแบบโดย Piero Lissoni
สีแดงยังคงได้รับความนิยมในฐานะสีที่นำมาใช้ขับเน้นงานออกแบบ แม้ว่าในปีนี้จะมีการใช้เฉดสีที่แตกต่างกันไปอย่างหลากหลายตั้งแต่สีแดงเงาไปจนถึงสีสนิม ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาต่อเนื่องจากสีชมพู millennial pink ซึ่งได้รับความนิยมมากในช่วงก่อนหน้านี้ แต่เฉดสีแดงที่ดูทันสมัยก็ช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับทุกจุดที่มันถูกนำไปใช้
โต๊ะรับประทานอาหารสีแดงขนาดใหญ่อาจจะไม่เหมาะกับคนที่ไม่กล้าเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นเด่น แต่โต๊ะรุ่น Assiale สีแดงเคลือบแล็กเกอร์ของ B&B Italia ที่ออกแบบโดย Piero Lissoni ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ โต๊ะตัวนี้โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ เส้นสายสะอาดตาช่วยปกปิดฟังก์ชั่นการใช้งานอันยอดเยี่ยมของส่วนต่อขยายที่เลื่อนเข้าออกได้ซึ่งซ่อนตัวอยู่บนหน้าท็อปของโต๊ะ

Above ผลงานชิ้นคลาสสิกที่ทำออกมาในสี Oxblood Rosso Ancora ซิกเนเจอร์ของ Sabato De Sarno ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Gucci

Above คอนโซลรุ่น Bamboo Mood ออกแบบโดย Jiang Qiong Er จากแบรนด์ Roche Bobois
ในการจัดแสดงผลงานที่ Milan Design Week ของ Sabato De Sarno ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Gucci นำเสนอผลงานการออกแบบสไตล์อิตาเลียนคลาสสิก 5 ชิ้นด้วยสีแดง Rosso Ancora สีซิกเนเจอร์ของเขา โดยผลงานเหล่านี้ถูกจัดวางไว้ในห้องที่ปูพรมสีเขียวสดใสแบบเหนือจริง โดยมีโซฟา Le Mura ออกแบบโดย Mario Bellini จากแบรนด์ Tacchini และแจกันรุ่น Opachi ออกแบบโดย Tobia Scarpa จากแบรนด์ Venini
อีกหนึ่งชิ้นงานที่น่าสนใจคือคอลลาบอเรชั่นระหว่าง Roche Bobois และ Jiang Qiong Er นักออกแบบชาวจีน ส่งผลให้เกิดผลงานเฟอร์นิเจอร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากไม้ไผ่อันสวยงาม ซึ่งได้รับอิทธิพลในฐานะพืชชั้นสูง เฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นมาในสีขาวนวล, เขียว, ปะการัง และที่โดดเด่นที่สุดคงหนีไม่พ้นสีแดงสดใส
This story was originally written in English by Jennifer Choo.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2024 โดย Jennifer Choo โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
นักออกแบบระดับโลกเผยเคล็ดลับการออกแบบโรงแรมที่จับใจนักเดินทาง
Boss House Bali สวรรค์ของการพักผ่อนแห่งใหม่สำหรับนักเดินทางทั่วโลก
Topics














