Cover เอ็ดวิน ฟาน เดอ กัน (Edwin van der Gun) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างสรรค์ของ Eichholtz เผยเคล็ดลับการแต่งบ้าน (ภาพ: Eichholtz)

Edwin van der Gun, Chief Creative Officer ของ Eichholtz เผยเคล็ดลับการแต่งบ้านและแรงบันดาลใจเบื้องหลังคอลเล็กชั่นพิเศษ

ในโอกาสที่ Quattro Design (QD) มาเปิดแฟล็กชิปสโตร์ Eichholtz (ไอโฮลซ์) แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านชื่อดังสัญชาติดัตช์ครั้งแรกในไทยที่ A-Square สุขุมวิท 26 Tatler ได้มีโอกาสพูดคุยกับ เอ็ดวิน ฟาน เดอ กัน (Edwin van der Gun) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างสรรค์ของ Eichholtz ถึงคอลเล็กชั่นพิเศษระดับโลกที่ร่วมงานกับ The Met ตลอดจนเทรนด์และมุมมองในการแต่งบ้านของเขา

อ่านเพิ่มเติม: สรุป 10 เทรนด์ออกแบบภายใน ที่มีอิทธิพลต่อที่พักอาศัยของเราในปี 2024

อะไรทำให้แบรนด์ Eichholtz แตกต่างจากแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านอื่นๆ
สิ่งที่ทำให้ Eichholtz โดดเด่นนั้น ผมคิดว่าเราทุ่มเทอย่างหนักในการ curating และ creating คอลเล็กชั่นต่างๆ ขึ้นมา ผมคิดว่ามันสำคัญกับทุกแบรนด์ในการที่จะมีดีเอ็นเอเป็นของตัวเอง มีลุคของตัวเอง มันสำคัญมากที่แบรนด์จะได้แสดงตัวตนออกมา

สิ่งที่เราทำมาเสมอคือการใส่องค์ประกอบหลายอย่างลงในคอลเล็กชั่นที่เป็นเหมือนภาพจำของแบรนด์เรา แต่เราก็ยังแอบหยอดองค์ประกอบบางอย่างที่เป็นเซอร์ไพรส์ สิ่งที่คนไม่คิดว่าจะได้เห็น สำหรับเรา การผสมผสานสองอย่างนั้นให้ออกมาลงตัวเป็นเรื่องสำคัญ บางทีอาจจะดึงอะไรบางอย่างที่เคยเห็นจากยุค 60s 70s อาจจะเป็นของเก่า หรือการ reproduce ของเก่า ทั้งหมดนี้รวมกันออกมาเป็นการสร้างลุคที่โก้หรูของ Eichholtz

มองเห็นการเติบโตของแบรนด์ในเมืองไทยเป็นอย่างไรบ้าง
ตลาดในไทยถือว่าใหญ่มาก ผมได้เห็นอาคารบ้านเรือนและสิ่งก่อสร้างสวยๆ น่าตื่นตามากมาย เฟอร์นิเจอร์ของเราเข้าได้กับทุกสไตล์ ไม่จำเป็นต้องคอนเท็มโพรารี อาจจะคลาสสิกหรือหรูหราก็ได้ หรือถ้าคุณอยู่ในอพาร์ตเมนต์ขนาดเล็ก เราก็มีคอลเล็กชั่นเฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดเล็กให้เลือกโดยเฉพาะ

แต่สิ่งที่ผมชอบมากที่สุดของกรุงเทพฯ คือทุกอย่างมีความเป็น original และ polished ผมมีโอกาสไปหลายที่ที่สร้างแรงบันดาลใจ ผมเดินทางไปทำงานในหลายเมือง ผมไปแอลเอ ลอนดอน ปารีสอยู่บ่อยๆ แต่ทุกครั้งที่ผมได้มากรุงเทพฯ ผมได้แรงบันดาลใจเยอะมาก ได้เห็นทัศนียภาพที่งดงาม ผมถ่ายภาพเก็บไว้เป็นพันๆ ได้ไอเดียใหม่ๆ กลับไปเยอะ ผมเลยรู้สึกว่าเรามีมุมมองเหมือนกัน

Tatler Asia
Above คอลเล็กชันที่ Eichholtz สร้างสรรค์ร่วมกับ The Metropolitan Museum of Art (ภาพ: Eichholtz)

แรงบันดาลใจในการสร้างผลงานกับ The Met
เริ่มจากเราได้รับการติดต่อมาจากทาง The Met ว่าสนใจจะทำคอลเล็กชั่นร่วมกันไหม พวกเขากำลังขยายธุรกิจในการทำของแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์ พวกเขาถามว่าเรามีไอเดียริเริ่มบ้างไหม เผอิญว่าก่อนหน้านั้นหนึ่งปีผมได้มีโอกาสไป The Met เป็นทริปส่วนตัว ผมถ่ายภาพไว้เยอะมาก ประติมากรรมทั้งหลาย รายละเอียดต่างๆ ทีแรกตั้งใจจะเก็บไว้เฉยๆ แต่พอพวกเขาถาม ผมเลยทำพรีเซ็นเทชั่นออกมาเพื่อให้เห็นไอเดีย พวกเขาชอบมาก เราเลยตกลงทำงานร่วมกัน

มันเหมือนฝันที่เป็นจริงที่ได้เดินเข้าไปในพิพิธภัณฑ์และเลือกสไตล์ไหนก็ได้ในนั้น นำออกมาตีความใหม่ บางชิ้นได้แรงบันดาลใจจากพิพิธภัณฑ์ บางชิ้นเป็นเหมือนการก็อปปี้ชิ้นงานในนั้น หรือบางชิ้นก็ได้แรงบันดาลใจจากเมืองนิวยอร์ก มันเลยออกมาเป็นคอลเล็กชั่นคอนเทมโพรารี โมเดิร์น แต่ได้แรงบันดาลใจจากพิพิธภัณฑ์ ถือเป็นความพิเศษมากที่ได้ร่วมงานกับ The Metropolitan Museum of Art เพราะเป็นสถาบันที่โด่งดังมาก มีผู้เยี่ยมชมมากถึงปีละ 7 ล้านคน มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับแฟชั่น ผมว่าเป็นการร่วมงานที่ลงตัว และเรายินดีมากที่ได้ร่วมงานด้วย ตอนนี้เราเพิ่งปล่อยคอลเล็กชั่นที่สองออกมา อย่างที่กรุงเทพฯ นี่ก็คอลเล็กชั่นที่สอง และกำลังเตรียมผลิตคอลเล็กชั่นที่สามอยู่ น่าจะออกมาปีหน้า การนำคอลเล็กชั่น The Met มาที่กรุงเทพฯ ก็ถือเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นมาก

อ่านเพิ่มเติม: รวมเฟอร์นิเจอร์สุดหรู ต้อนรับสี Pantone ใหม่ประจำปี 2025 สี Mocha Mousse

การร่วมงานกับ Quattro Design (QD)
ผมคิดว่ามันสำคัญมากสำหรับเราที่จะหาพาร์ทเนอร์ที่เข้าใจแบรนด์และรู้ว่าจะทำอย่างไรกับมัน และ QD ก็เป็นพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสม เพราะพวกเขา (พรนฎา นิวาตวงศ์ และพราวพรรณ เลาหพงศ์ชนะ) ทำมาแล้วหลายโปรเจ็กต์ หลายบ้าน หลายที่พักอาศัย พวกเขารู้ดีว่าจะทำอย่างไรกับแบรนด์ รู้ว่าจะผสมผสานออกมายังไง จะทำการตลาดยังไง พวกเขามืออาชีพมาก สำหรับเราผมว่าเป็น perfect match และการเปิดร้านแห่งนี้สำหรับผมมันคล้ายกับเป็นการ reopening เพราะจริงๆ แล้วเราทำงานร่วมกันมานานแล้ว

ขอถามสไตล์ส่วนตัวบ้าง คุณชอบแต่งบ้านยังไง
อู้ว สไตล์การแต่งบ้านของผมเหรอ มันเหมือนเป็นการผสมผสานทุกอย่างเข้าด้วยกัน ผมเดินทางไปหลากหลายประเทศอยู่ตลอดเวลา ผมสะสมอะไรหลายอย่าง ได้เห็นอะไรหลายอย่าง เวลาไปไหนผมก็ชอบซื้อของมาเก็บไว้ อย่างครั้งนี้ก็เหมือนกัน ในกระเป๋าเดินทางของผมมีทั้งจานชาม ผ้าเช็ดปาก ผ้าปูโต๊ะที่ซื้อจากที่นี่ (ตอนที่คุณซื้อคุณมีภาพในหัวหรือเปล่าว่าจะนำสิ่งเหล่านั้นไปไว้ตรงไหน) ยังไม่มีเลยครับ ผมสะสม ผมซื้อไว้ก่อน ยังไม่รู้ว่าจะใช้เมื่อไหร่ ยังไง แต่บางทีผมก็ซื้อของเพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการทำงาน นั่นแหละสไตล์การแต่งบ้านของผมเลย เหมือนเป็นการผสมผสานหลายอย่าง มองอีกแง่หนึ่ง บ้านผมก็เหมือนเป็นห้องทดลอง เพื่อดูว่าคนที่มาเห็นจะมีความรู้สึกยังไง พวกเขาชอบไหม ชอบไฟอันใหม่ไหม ผมชอบจับสังเกตเวลาเชิญเพื่อนๆ มาที่บ้าน

Tatler Asia
Above ด้านในแฟล็กชิปสโตร์ Eichholtz ที่ A-Square สุขุมวิท 26 (ภาพ: Eichholtz)

ทำไมเราถึงต้องลงทุนกับการแต่งบ้าน
ในช่วงที่โรคโควิด-19 ระบาด ผู้คนพากันแต่งบ้านของตัวเองให้ใช้งานได้หลากหลาย อยู่สบายขึ้น ทิ้งของหลายอย่างที่ไม่จำเป็นออกไป คนเริ่มหันมาทำบ้านให้เป็นพื้นที่ที่สนุกขึ้น เพราะเราทำกิจกรรมอะไรหลายอย่างที่บ้านมากขึ้น คนเลยลงทุนกับบ้านและสไตล์การแต่งบ้านมากขึ้น ผมคิดว่าการแต่งบ้านมันเป็นเหมือนลายเซ็นของคุณนะ มันเป็นการแสดงถึงสไตล์ของคุณ สำหรับผมแล้ว ส่วนตัวผมชอบซื้อของที่ผมอยากจะมองเห็นมัน เวลาผมซื้อของ ผมจะซื้อของที่สวยน่ามอง ทำให้ผมรู้สึกดี ผมว่าการแต่งบ้านด้วยแนวคิดแบบนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ ห้องนอน เวลาคุณเดินเข้าไปคุณต้องรู้สึกดี สบายสุดๆ อยากอยู่ในนั้น นี่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการแต่งบ้านครับ

Topics