ตั้งแต่ Park Hyatt Tokyo ไปจนถึง Waldorf Astoria โรงแรมเหล่านี้คือสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ที่สร้างฉากที่น่าจดจำที่สุด หรือเป็นที่พักของดาราดังระดับโลกมากมาย และวันนี้ หลังจากได้รับการปรับโฉมใหม่ด้วยงบประมาณมหาศาลหลายล้านดอลลาร์ โรงแรมเหล่านี้ก็พร้อมเปิดประตูต้อนรับแขกผู้มาเยือนอีกครั้ง นี่คือ 3 โรงแรมชื่อดังที่คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนในห้องสวีทเดียวกับที่เคยจารึกชื่อไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ฮอลลีวูด
หลายคนคงจำภาพ Bill Murray นั่งละเลียดวิสกี้บนชั้น 52 ของตึกระฟ้าในกรุงโตเกียวจากหนังเรื่อง Lost in Translation ได้ บาร์แห่งนั้นมีอยู่จริง นั่นคือ New York Bar ที่ Park Hyatt Tokyo ขณะที่ Hotel Cipriani ในเวนิส ก็เป็นเจ้าบ้านต้อนรับดาวค้างฟ้าตั้งแต่ Sophia Loren ไปจนถึง George Clooney ในทุกเทศกาลหนังเวนิสมาตั้งแต่ปี 1958 ส่วน Waldorf Astoria ในนิวยอร์กนั้น เคยเป็นที่พำนักของ Marilyn Monroe ในปี 1955 และยังเป็นฉากหลังของฉากเต้นแทงโก้อันเลื่องชื่อของ Al Pacino ใน Scent of a Woman
หลังจากที่โรงแรมระดับตำนานทั้งสามแห่งนี้ได้ปิดตัวลงเพื่อปรับปรุงครั้งใหญ่ ตอนนี้พวกเขาพร้อมเปิดประตูต้อนรับแขกผู้มาเยือนอีกครั้ง โดยได้มือดีอย่าง Jouin Manku มาดูแล Park Hyatt Tokyo, Pierre-Yves Rochon รับหน้าที่คืนชีพ Waldorf และ Peter Marino สะบัดแปรงดีไซน์ใหม่ให้ Cipriani โจทย์สำคัญของทั้งสามคือ "ทำอย่างไรให้ความขลังที่ดึงดูดใจผู้กำกับและเซเลบริตี้ยังคงอยู่ โดยไม่ทำให้โรงแรมกลายเป็นเพียงพิพิธภัณฑ์ที่หยุดนิ่งในกาลเวลา" คำตอบอยู่ที่โฉมใหม่ของโรงแรมทั้งสามที่รอให้ทุกคนไปเยี่ยมเยือน
อ่านเพิ่มเติม: เปิดโลกสถาปัตยกรรมสายลับ 007 กับ 7 สถานที่ถ่ายทำหนังเจมส์ บอนด์ สู่ผลงานดีไซน์ระดับโลก
Park Hyatt Tokyo

Above Scarlett Johansson และ Bill Murray ในฉากจำจาก Lost in Translation ซึ่งถ่ายทำที่ New York Bar บนชั้น 52 ของ Park Hyatt Tokyo โรงแรมที่ยังคงครองตำแหน่งหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ที่โด่งดังที่สุด

Above New York Bar ตกแต่งด้วยภาพวาดฝาผนังลายเบสบอลวินเทจ พร้อมการแสดงสดดนตรีแจ๊สทุกค่ำคืน คงบรรยากาศเปี่ยมเสน่ห์แบบเดียวกับที่เคยสะกดใจ Sofia Coppola ให้เลือกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำ
Sofia Coppola เลือกถ่ายทำ Lost in Translation เกือบครึ่งเรื่องที่นี่เมื่อปี 2002 โดยใช้จุดเด่นของโรงแรมที่ตั้งอยู่บนชั้น 39 ถึง 52 ของอาคาร Shinjuku Park Tower (ผลงานออกแบบโดย Kenzo Tange สถาปนิกรางวัลพริตซ์เกอร์) เพื่อสร้างความรู้สึกเหมือนตัวละครกำลังล่องลอยอยู่เหนือมหานครโตเกียว
สตูดิโอจากปารีสอย่าง Jouin Manku ใช้เวลา 18 เดือนในการปรับปรุง โดยตระหนักดีว่าหัวใจของโรงแรมที่เป็นไอคอนภาพยนตร์คือ "การรักษาของเดิมและเติมเต็มสิ่งใหม่" แม้จำนวนห้องจะลดลงจาก 177 เหลือ 171 ห้อง แต่สิ่งที่เป็นจิตวิญญาณยังคงอยู่ครบถ้วน ทั้งผนังไม้เอล์มฮอกไกโด โคมไฟกระดาษวอชิ และหน้าต่างบานยักษ์ที่เปิดรับวิวเมือง
ทีมดีไซเนอร์ได้เพิ่มหินอ่อนอิตาลีและปรับโทนสีให้ดูอบอุ่นขึ้น พร้อมขยายมุมมองให้เห็นภูเขาไฟฟูจิได้กว้างกว่าเดิม โดยเฉพาะห้อง Diplomat Suite ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำฉากสำคัญ ยังคงดูเหมือนในภาพยนตร์แทบจะทุกระเบียดนิ้ว
โรงแรมกลับมาเปิดบริการอีกครั้งในเดือนธันวาคม 2025 ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1,032 ดอลลาร์ต่อคืน (ประมาณ 36,000 บาท) New York Bar ยังคงเสิร์ฟวิสกี้รสเลิศ วงแจ๊สยังคงบรรเลงขับกล่อม และวิวที่สวยสะกดใจนั้น... ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
Hotel Cipriani Venice

Above เวนิส อิตาลี - 26 สิงหาคม: George Clooney และ Amal Clooney ขณะเดินทางมาถึงเวนิสเพื่อเตรียมเข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส ครั้งที่ 82 ประจำปี 2025

Above Hotel Cipriani Venice ตั้งอยู่บนเกาะ Giudecca พร้อมวิวลากูนแบบ 270 องศา และบริการเรือส่วนตัวที่ทำให้โรงแรมแห่งนี้เป็นวิมานส่วนตัวของเหล่าดาราดัง
นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 1958 Hotel Cipriani คือสถานที่หลบพักของซูเปอร์สตาร์ ตั้งแต่ Yves Saint Laurent, Sophia Loren ไปจนถึง Brad Pitt และ George Clooney ล่าสุดในงานเทศกาลปี 2025 ที่ผ่านมา Julia Roberts และ Cate Blanchett ก็ต่างมาเช็กอินที่นี่
Peter Marino กำลังดูแลการปรับปรุงแบบแบ่งเฟส โดยเริ่มจากห้องพักโฉมใหม่ 13 ห้องที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 ห้อง Master Suite สองห้องถูกออกแบบให้เป็นเหมือนอพาร์ตเมนต์เวนิสสุดหรู ส่วนล็อบบี้เดิมยังคงถูกรักษาไว้ตามความต้องการของแขกประจำ และในฤดูใบไม้ผลิปี 2026 โรงแรมเตรียมเปิดตัว Dior Spa แห่งแรกในเวนิส พร้อมกับห้องอาหารมิชลินสตาร์ Oro ในรูปลักษณ์ใหม่
สิ่งที่ทำให้ Cipriani พิเศษคือ "ทำเล" แม้จะอยู่ในเวนิสแต่ก็ห่างไกลจากความวุ่นวายจนเหล่าเซเลบริตี้สามารถหายใจได้เต็มปอด ที่นี่มีสระว่ายน้ำน้ำเค็มขนาดโอลิมปิกเพียงแห่งเดียวในใจกลางเวนิส รายล้อมด้วยสวนเขียวขจี มักจะเป็นที่ที่ทีมงานภาพยนตร์มาปาร์ตี้กันต่อหลังจากงานรอบพรีเมียร์เสร็จสิ้น
อ่านเพิ่มเติม: Home Tour: เปิดบ้านอินทีเรียดีไซเนอร์ Patricia Ho Douven ที่ถอดบทเรียนจากการออกแบบโรงแรมหรู
Marino ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิ Venetian Heritage ได้สอดแทรกศิลปะ 3 ยุคไว้ในการตกแต่ง ได้แก่ ยุคขุนนางเวนิสโบราณ, ยุค Dolce Vita และยุคศิลปะร่วมสมัย ผลลัพธ์ที่ได้คือห้องพักที่บอกเล่าเรื่องราวต่างกัน แต่ทุกห้องให้ความรู้สึกว่าเป็น "เวนิส" อย่างแท้จริง
Waldorf Astoria New York

Above ทางเข้าฝั่ง Park Avenue ที่ได้รับการบูรณะใหม่อย่างวิจิตรของ Waldorf Astoria New York หนึ่งในโรงแรมที่เป็นตำนานที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ภาพยนตร์

Above Marilyn Monroe ขณะนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ในอพาร์ตเมนต์ของเธอที่ Waldorf-Astoria Towers เมื่อปี 1955
Waldorf Astoria New York ปิดปรับปรุงไปตั้งแต่ปี 2017 และใช้เวลาถึง 8 ปีพร้อมงบประมาณกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ อาคาร Art Deco ปี 1931 นี้ถูกปรับเปลี่ยนจากห้องพัก 1,400 ห้อง เหลือเพียง 375 ห้องสำหรับโรงแรม และอีก 372 ยูนิตถูกขายเป็นที่พักอาศัยส่วนตัว ฉากเต้นแทงโก้อันโด่งดังใน Scent of a Woman ถ่ายทำที่ห้อง Grand Ballroom ของที่นี่ ขณะที่หนังรักอย่าง Serendipity ก็ใช้ Peacock Alley เป็นฉากพบกันโดยบังเอิญของตัวละครหลัก
บริษัทสถาปนิกชื่อดังระดับโลกอย่าง Skidmore, Owings & Merrill รับหน้าที่บูรณะอย่างละเอียดลออ ถึงขนาดถอดนาฬิกาน้ำหนัก 2 ตันจากปี 1893 ออกไปซ่อมแซมข้างนอกก่อนนำมาติดตั้งใหม่ และใช้ช่างฝีมือลงทองคำเปลวบนเพดานด้วยเทคนิคเดียวกับเมื่อปี 1930 ห้องพักส่วนใหญ่ตอนนี้มีขนาดกว้างขวางกว่า 570 ตารางฟุต ซึ่งถือว่าใหญ่มากสำหรับมาตรฐานแมนแฮตตัน พร้อมการเพิ่มสปาพื้นที่กว่า 30,000 ตารางฟุต
Pierre-Yves Rochon ออกแบบภายในโดยยังคงโครงสร้าง Art Deco ไว้แต่เติมความสบายแบบร่วมสมัยเข้าไป ห้องพักมีการแยกสัดส่วนห้องนั่งเล่นและห้องนอน ซึ่งหาได้ยากในโรงแรมที่สร้างมาเกือบศตวรรษ เป็นการปิดฉากการรอคอยของแฟนโรงแรมทั่วโลกอย่างสมศักดิ์ศรี
This story was originally written in English by Jennifer Choo.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2026 โดย Jennifer Choo โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
ส่อง 7 ย่านสุดหรูในโซลที่เหล่าคนดังเลือกใช้ชีวิต พร้อมไฮไลต์บ้านใหม่ของจาง วอนยองใน UN Village
ส่องสีมงคลต้อนรับ ‘ปีม้าไฟ’ 2026 เสริมฮวงจุ้ยบ้านตามปีนักษัตร
กทม. เตรียมดันผังเมืองใหม่ปี 2027 รับการเติบโต ชู 9 ย่านบูมเศรษฐกิจแนวรถไฟฟ้า
Topics































