default
Cover บริเวณดาดฟ้าของ Trunk Hotel Yoyogi Park มีสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้ (ภาพ: Tomooki Kengaku จาก Trunk Hotel Yoyogi Park)
default

แฟน ๆ สถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในต่างชื่นชอบย่านต่าง ๆ ในโตเกียวซึ่งมีการตกแต่งแบบต่าง ๆ ให้ชมเพียบ

ดีไซน์สวยงามพบได้ดาษดื่นในโตเกียว ตั้งแต่อาคารแบบดั้งเดิมของพระราชวังอิมพีเรียล ไปจนถึงสถาปัตยกรรมล้ำหน้าของร้านบูติกหรูหราในกินซ่า และผลงานสร้างสรรค์จากภาพยนตร์ชื่อดังจากตำนานของญี่ปุ่น  เช่น เคนโซ ทันเกะ (Kenzo Tange) ทาดาโอะ อันโดะ (Tadao Ando) และเคนโงะ คุมะ (Kengo Kuma) ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วเมือง ให้นักล่าดีไซน์ได้เลือกชมได้lสบาย ๆ อย่างแน่นอน ปัญหาท้าทายคือต้องจัดลำดับความสำคัญในการเลือกชมเมื่อมีเวลาจำกัด แต่อย่ากังวลไปเลย เราจะช่วยแนะนำคุณให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นโดยเราได้คัดสรรพื้นที่ในโตเกียวเพื่อให้คุณได้เยี่ยมชมด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบอย่างจุใจ ดังต่อไปนี้

1. อาโอยามะ (Aoyama)

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 2 อาคารกระจกบุนวมของ Prada ใน Aoyama ออกแบบโดย Herzog & de Meuron (ภาพจาก Herzog & de Meuron)
Photo 2 of 2 Prada Aoyama ออกแบบโดย Herzog & de Meuron (ภาพจาก Herzog & de Meuron)

ช้อปปิ้งเป็นสิ่งแรกที่นึกถึงเมื่อเอ่ยถึงอาโอยามะและก็เป็นเช่นนั้น  ย่านนี้เป็นที่ตั้งของร้านเรือธงดัง ๆ  เช่น ร้าน กอม เด การ์คซง (Comme des Garçons) ที่มีโทนสีขาวให้ความรู้สึกสงบ ซึ่งออกแบบโดยผู้ก่อตั้ง เร คาวากุโบะ (Rei Kawakubo) ร่วมกับสถาปนิก ทาเคโอะ คาวาซากิ (Takao Kawasaki) รวมถึงร้านบูติกหรูหราที่มีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารกระจกบุนวมของแบรนด์ดังปราดา (Prada) ที่ออกแบบโดย แฮร์ซ็อก & เดอ เมอรง (Herzog & de Meuron)  นอกเหนือจากการช้อปปิ้งคลายเครียดแล้ว หาเวลาไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เนซุ (Nezu Museum) ซึ่งมีผลงานศิลปะยุคก่อนสมัยใหม่ของญี่ปุ่นและเอเชียตะวันออกมากกว่า 7,000 ชิ้น รวมถึงห้องน้ำชาและสวนในมุมลับทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นโอเอซิสแห่งความสงบ

Tatler Asia
Above The Top บาร์บนชั้นดาดฟ้าที่โรงแรม Aoyama Grand (ภาพจาก The Aoyama Grand Hotel)

เคล็ดลับ: โรงแรมสุดชิคในย่านนี้ขาดแคลนจนกระทั่ง เดอะ อาโอยามะ แกรนด์ โฮเต็ล (The Aoyama Grand Hotel) เปิดในปี 2020 แตกต่างจากรูปลักษณ์วาบิ-ซาบิทั่วไป (วาบิ-ซาบิ เป็นในศิลปะสไตล์ญี่ปุ่นเน้นความเรียบง่ายและความงดงามของธรรมชาติที่ทุกอย่างมีความสวยงามอยู่ในตัว) ที่นี่จึงมีความทันสมัยในช่วงกลางศตวรรษ และมีร้านอาหาร 5 แห่ง รวมถึงบาร์บนชั้นดาดฟ้าสุดฮิปชื่อ เดอะ ท็อป (The Top)

2. นากาเมกุโระ (Nakameguro)

Tatler Asia
Above สาขา Tokyobike Nakameguro (ภาพจาก Tokyobike)

ย่านนี้ได้รับการเล่าขานกันมาว่าเป็นแหล่งกำเนิดของโรงแรมบูติกแห่งแรกในโตเกียวอย่าง คลาสก้า (Claska) เมื่อคลาสก้า เปิดในปี 2003 ก็นำพาความอยากรู้อยากเห็นและการสร้างสรรค์มาสู่ เมกุโระ (Meguro) ที่หลับใหลให้ฟื้นขึ้นมา และกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้ที่ชื่นชอบดีไซน์แนวนี้ตั้งแต่นั้นมา ในขณะที่ประตูของ คลาสก้า ปิดลง ยังมีร้านเก๋ ๆ หลายแห่งเปิดอยู่ ทำให้ที่นี่เป็นวันหรรษาสำหรับการเดินเล่นและช้อปปิ้งตามร้านรวงต่าง ๆ แวะเยี่ยมชมร้านบูติกเรียบง่ายของแบรนด์แฟชั่น วิสวิม (Visvim) ในบ้านโบราณ ร้านเครื่องเขียนของแบรนด์ แทรเวเลอร์ส แฟคทอรี่ (Traveler's Factory) ภายในโรงงานแปรรูปกระดาษเก่า รวมถึงร้านขายเครื่องใช้ในบ้านเฉพาะงานจำหน่ายในร้าน คินโตะ (Kinto) ซึ่งตั้งอยู่บนถนนที่เงียบสงบ 

เคล็ดลับ: เที่ยวให้ทั่วมากขึ้นด้วยการกระโดดขึ้นจักรยานโตเกียวไบค์ (Tokyobike) แบรนด์จักรยานสุดเก๋แห่งนี้ให้บริการเช่าที่สาขานากาเมกุโระ และยังมาพร้อมกับมัคคุเทศก์วงในผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยนักปั่นจักรยานวางแผนเส้นทาง

3. โทมิกายะและสวนโยโยกิ (Tomigaya and Yoyogi Park)

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 4 Trunk Hotel Yoyogi Park ออกแบบโดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่น Keiji Ashizawa และตกแต่งภายในโดยบริษัท Norm Architects จากเดนมาร์ก (ภาพจาก Tomooki Kengaku/ ได้รับความอนุเคราะห์จาก Trunk Hotel Yoyogi Park)
Photo 2 of 4 อีกมุมหนึ่งของห้องอาหารหลักที่ Trunk Hotel Yoyogi Park (ภาพ: Tomooki Kengaku/ เอื้อเฟื้อโดย Trunk Hotel Yoyogi Park)
Photo 3 of 4 Trunk Hotel Yoyogi Park มีห้องพักเพียง 25 ห้อง (ภาพ: Tomooki Kengaku/ เอื้อเฟื้อโดย Trunk Hotel Yoyogi Park)
Photo 4 of 4 พื้นที่ดาดฟ้าของ Trunk Hotel Yoyogi Park มีสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้ (ภาพ: Tomooki Kengaku/ ได้รับความอนุเคราะห์จาก Trunk Hotel Yoyogi Park)
default

เดินเพียง 10 นาทีจากทางม้าลายข้ามถนนห้าแยกของชิบูยะที่พลุกพล่าน (Shibuya Scramble Crossing) เข้ามาย่านชั้นในของชิบูยะ คุณจะพบย่านโทมิกายะที่มีเสน่ห์ดึงดูด ซึ่งถือว่าเป็นย่านที่ทันสมัยที่สุดของโตเกียว ก่อนที่จะมีการปรับปรุงพื้นที่แห่งนี้ ชาวโตเกียวพากันมาพักผ่อนที่สวนสาธารณะโยโยกิ (Yoyogi Park) ซึ่งเป็นดินแดนแห่งซากุระที่กำลังบานสะพรั่งหรือจะไปเยี่ยมชมโรงยิมแห่งชาติโยโยกิ (Yoyogi National Gymnasium) ที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งสร้างโดยสถาปนิกสมัยใหม่ เคนโซ ทันเกะ เพื่อใช้ในการแข่งโอลิมปิกฤดูร้อนปี 1964  ปัจจุบัน ผู้ที่ชื่นชอบการออกแบบและสถาปัตยกรรมจะมาแวะชมจุดสร้างแรงบันดาลใจมากมายหลายแห่ง เช่น แดนเซรามิกของพิพิธภัณฑ์ศิลปะโทกุริ (Toguri Museum of Art) และร้านกาแฟยอดนิยมอย่างฟูเกลน (Fuglen) แบรนด์ร้านกาแฟต้นกำเนิดจากออสโล (เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์) ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์วินเทจ 

เคล็ดลับ: Trunk Hotel Yoyogi Park ที่หลายคนตั้งตารอคอยเพิ่งเปิดใหม่ มีการตกแต่งภายในแบบมินิมัลลิสต์ (minimalist เป็นหลักการใช้ชีวิตด้วยการใช้จ่ายแค่สิ่งที่จำเป็นเท่านั้น ในที่นี้ ตกแต่งเรียบง่าย ใช้ของตกแต่งที่จำเป็น) โดย เคอิจิ อาชิซาวะดีไซน์ (Keiji Ashizawa Design) ในโตเกียวและ นอร์ม อาร์คิเทคส์แห่งโคเปนเฮเกน (Copenhagen’s Norm Architects) มีสระว่ายน้ำอินฟินิตี้บนชั้นดาดฟ้าที่เซ็กซี่ที่สุดในเมือง ซึ่งมองเห็นยอดไม้อันเขียวชอุ่มของสวนสาธารณะโยโยกิ

4. เกาะเทนโนสุ (Tennozu Isle)

Tatler Asia
Above Pigment ร้านจำหน่ายอุปกรณ์ศิลปะที่ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังชาวญี่ปุ่น Kengo Kuma (ภาพ ได้รับความอนุเคราะห์จาก Kengo Kuma & Associates)

รถบัสสายระยะทางสั้นๆ จากชินากาวะ (Shinagawa) จะพาคุณไปยังเกาะเทนโนซุ (Tennozu Isle) อดีตป้อมปราการที่กลายมาเป็นย่านศิลปะและการออกแบบ ซึ่งค่อนข้างแตกต่างจากพื้นที่อื่น ๆ ของโตเกียว คนรักงานศิลป์ต้องไม่พลาด เทอร์ราดา อาร์ต คอมเพลกซ์ (Terrada Art Complex) ซึ่งเป็นโกดังที่ได้รับการปรับปรุงใหม่กลายเป็นสถานที่รังสรรค์ผลงานศิลป์หาดูได้ในแกลเลอรีและสตูดิโอศิลปะแห่งนี้ ความคิดริเริ่มที่คล้ายกันนี้พบได้บนถนนบอนด์สตรีท ซึ่งเรียงรายไปด้วยโกดังเก่าที่ดัดแปลงเป็นร้านค้า บาร์ และร้านอาหาร ต่อจากนั้นหยุดแวะที่ อาร์คิ ดิโป (Archi-Depot) พิพิธภัณฑ์ที่มีแบบจำลองสถาปัตยกรรมขนาดเล็กและ พิกเมนท์ (Pigment) ร้านจำหน่ายอุปกรณ์ศิลปะที่แสดงสี 4,500 สีบนผนังคล้ายสายรุ้งที่ตกแต่งภายในโดย เคนโกะ คุมะไม่น้อยหน้ากัน 

เคล็ดลับ: อยากช้อปปิ้งเต็มทีแล้วใช่ไหม ตรงไปที่สโลว์ เฮาส์ Slow House สิ ร้านค้าไลฟ์สไตล์เก๋ไก๋นี้จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์วินเทจ แฟชั่น ต้นไม้ เครื่องสำอาง และแบรนด์ Ouur โดย Kinfolk

5. ไดคังยามะ (Daikanyama)

Tatler Asia
Above ร้าน Tsutaya ใน Daikanyama (ภาพ ได้รับความอนุเคราะห์จาก Structured Environment)

ย่านหรูอย่างไดคังยามะมีร้านบูติกแบบคัลท์แบรนด์ต่างๆ มากมาย (cult boutiques ขายสินค้าที่มีแบรนด์เฉพาะกลุ่ม)  คาเฟ่คลื่นลูกที่สามสไตล์เก๋ไก๋ (third-wave café คาเฟ่หรือกาแฟคลื่นลูกที่สามเน้นกาแฟชนิดพิเศษที่ปลูกอย่างมีจริยธรรม มีระดับการคั่วกาแฟซับซ้อนขึ้น) ร้านอาหารมื้อสาย และดีไซน์ที่ทำให้ย่านนี้ได้รับฉายาน่าทึ่งว่า "ลิตเติ้ลบรูคลิน" “Little Brooklyn” เสน่ห์ดึงดูดใจหลัก ๆ คือ ไดคันยามะ ที-ไซต์ (Daikanyama T-Site) ซึ่งอาจนับได้ว่าเป็นศูนย์รวมหนังสือที่น่าประทับใจที่สุดในโลก ครอบคลุมอาคารสามหลังที่เชื่อมต่อถึงกันในสภาพแวดล้อมที่มีบรรยากาศคล้ายป่า “ห้องสมุดในป่า” ที่ได้รับรางวัลแห่งนี้ สร้างสรรค์โดย ไคลน์ ไดแธม อาร์คิเทคเชอร์  (Klein Dytham Architecture) ซึ่งใช้ตัวอักษร T (ย่อมาจาก ทสึทายะTsutaya) อย่างชาญฉลาดเป็นลวดลายที่ประสานกันสำหรับส่วนหน้าของอาคาร นอกจากนี้ยังมีฮิลไซด์ เทอเรส (Hillside Terrace) สุดคลาสสิกโดยนักออกแบบชาวญี่ปุ่น ฟูมิฮิโกะ มากิ (Fumihiko Maki) โดยเป็นอาคารแบบผสมผสานที่สร้างขึ้นในช่วงปี 1967 ถึง 1992 อาคารที่ได้รับการปรับปรุงใหม่นี้ว่ากันว่ามีอิทธิพลต่อวิวัฒนาการทั้งหมดของ ไดกันยามะ (Daikanyama)

เคล็ดลับ: สถาปัตยกรรมการผสมผสานระหว่างเก่ากับใหม่ในย่านผู้ดีของไดคันยามะ ตัวอย่างเช่น ท่ามกลางอาคารสมัยใหม่คือบ้าน คิว อาสะคุระ Kyu Asakura ซึ่งเป็นคฤหาสน์สมัยไทโชแบบดั้งเดิมพร้อมสวนญี่ปุ่นที่กว้างขวาง

Topics