ไม่ว่าคุณจะไปเที่ยวโตเกียวในช่วงเทศกาลซากุระ หรือ กำลังวางแผนล่วงหน้าเพื่อไปชมใบไม้เปลี่ยนสี พวกเราขอแบ่งปันเกร็ดความรู้เกี่ยวกับสถานที่ต่าง ๆ เพื่อให้การเดินทางไปโตเกียวครั้งต่อไปของพวกคุณเป็นที่น่าจดจำมากที่สุด
ลองถามนักชิม นักช้อป หรือผู้คลั่งไคล้การออกแบบ แล้วคุณคงได้ยินว่า โตเกียว
ถูกจัดอยู่ในอันดับต้น ๆ ของรายชื่อสถานที่ที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุด โดยเฉพาะในตอนนี้ซึ่งเป็นเทศกาลที่ดอกซากุระกำลังบานสะพรั่ง โตเกียวเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโลกเมืองหนึ่ง แถมยังมีสิ่งต่าง ๆ อีกมากมายที่กำลังรอให้พวกคุณไปชื่นชม ค้นหา และเก็บเกี่ยวประสบการณ์
โตเกียวมีสถานที่มากมายหลากหลายตั้งแต่ร้านอาหาร และร้านกาแฟเก๋ ๆ ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียง และ โรงแรมบูติกแห่งใหม่ ที่กำลังรอให้คุณเพิ่มไปในกำหนดการเดินทางของคุณ ไม่ว่าคุณจะไปชมซากุระแสนสวยที่กำลังผลิบาน หรือกำลังวางแผนสำหรับการเยี่ยมเยือนญี่ปุ่นในอนาคตเพื่อชื่นชมใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ลองไปเที่ยวชมสถานที่ดังต่อไปนี้ดูสิ
1. เดอะ โตเกียว เอดิชั่น โทราโนมง (The Tokyo Edition, Toranomon)
ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างพื้นที่ส่วนตัวที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในป่า สถาปนิกชื่อดังอย่าง เคนโกะ คุมะ (Kengo Kuma) และบริษัทของเขาที่มีชื่อเดียวกันจึง โรงแรมเอดิชั่นแห่งแรกในประเทศญี่ปุ่น ให้เป็นพื้นที่ที่เพิ่มความเขียวชอุ่มให้กับย่านธุรกิจ โทราโนมง อสังหาริมทรัพย์ที่มี 206 ห้องนี้ได้เปิดทำการในเดือนธันวาคม ของปี 2565
ที่ เดอะ โตเกียว เอดิชั่น โทราโนมง ผู้เข้าพักจะได้พบกับห้องรับรองแขกเพดานสูงโปร่ง ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ต่าง ๆ ทั้งยังถูกตกแต่งด้วยวัสดุชวนสัมผัสซึ่งเป็นการนำไม้โอ๊ค ไม้วอลนัท หินปูน และกระดาษวาชิมาใช้ปะปนกัน เมื่อขึ้นลิฟต์มาแล้ว ลูกค้าจะได้เจอกับห้องพักสไตล์โมเดิร์นชวนผ่อนคลายพร้อมวิวของโตเกียวทาวเวอร์ โดยแต่ละห้องจะถูกตกแต่งด้วยพาเลตต์สีสว่างโปร่งสบายตาที่เกิดจากการเน้นการใช้สีโทนขาวนวล และไม้สีอ่อน
ตรงกันข้ามกับตัวโครงการที่เรียบง่าย โกลด์ บาร์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้นล่าง เป็นสถานที่ที่มีเสน่ห์น่าค้นหา ควรค่าแก่การไปเยี่ยมชม เช่นเดียวกับลูกค้าของบาร์ที่ควรค่ากับการทำความรู้จัก จะไปดื่มให้หมดแก้วหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งแก้วก็ได้ที่บาร์แสนน่าทึ่งแห่งนี้ซึ่งตกแต่งด้วยไม้สีเข้ม ตัวบาร์วางติดกับชั้นจัดแสดงขวดแก้วเรียงเป็นแถวสะท้อนแสงสวยงามด้วยไฟประดับจากด้านหลัง
2. พิพิธภัณฑ์ศิลปะโมริ (Mori Art Museum)
พิพิธภัณฑ์ศิลปะโมริ (Mori Art Museum) ก่อตั้งขึ้นในปี 2003 พิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงในย่านรปปงหงิ (Roppongi) แห่งนี้ให้ความสำคัญกับการจัดแสดงงานศิลปะและงานออกแบบร่วมสมัย โดยผลงานส่วนใหญ่มาจากประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในปีนี้ พิพิธภัณฑ์ศิลปะโมริจะเฉลิมฉลองวันครบรอบ 20 ปีของการก่อตั้ง ตัวพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ที่ชั้น 53 ของตึกโมริทาวเวอร์ เมื่อมองออกไปจากห้องแสดงผลงานและเดอะซันคาเฟ่ คุณจะได้พบกับทัศนียภาพตระการตาของเมืองโตเกียว เพราะฉะนั้น อย่าลืมที่จะพักดื่มกาแฟระหว่างเดินชมนิทรรศการกันนะ

Above นักออกแบบชาวอังกฤษ โทมัส เฮเทอร์วิค (Thomas Heatherwick) ในงานเปิดตัวนิทรรศการเฮเทอร์วิคสตูดิโอ: การสรรค์สร้างจิตวิญญาณ (Heatherwick Studio: Building Soulfulness) ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะโมริ ในโตเกียว ภาพจาก เฮเทอร์วิคสตูดิโอ
ขณะนี้ พิพิธภัณฑ์ศิลปะโมริกำลังจัดนิทรรศการแสดงผลงานของสตูดิโอสัญชาติอังกฤษอย่าง เฮเทอร์วิคสตูดิโอ (Heatherwick Studio) โดยนิทรรศการจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 17 มีนาคม และสิ้นสุดลงในวันที่ 4 มิถุนายน 2566 ที่ห้องแสดงผลงานโตเกียวซิตี้วิว (Tokyo City View gallery) งานนิทรรศการนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากแนวคิดเรื่องจิตวิญญาณ โดยมีการสร้างสรรค์ผลงานผ่านการนำองค์ประกอบต่าง ๆ ที่มีปฎิสัมพันธ์กับผู้ชมมาผสมผสานกัน ไม่ว่าจะเป็น การฉายภาพเคลื่อนไหว ภาพขนาดใหญ่ยักษ์ รวมไปถึง โมเดลต้นแบบ ผลงานจำลอง และตัวอย่างวัสดุ ผลงานที่น่าประทับใจที่สุดของสตูดิโอ 28 ผลงานจะถูกนำมาจัดแสดง หนึ่งในนั้นคือ ไอโระ (Airo) โมเดลจำลองรถยนต์ขนาดเสมือนจริงที่จะทำความสะอาดอากาศขณะกำลังขับเคลื่อน และเก้าอี้ลูกข่างมาจิส (Magis Spun Chairs) อันโด่งดังของบริษัทในเวอร์ชั่นที่ใช้กลไกควบคุม นอกจากนี้ยังมีโมเดลต้นแบบอาคาร ยูเคพาวิลเลียน (UK Pavilion) ซึ่งสร้างขึ้นมาสำหรับงานเซี่ยงไฮ้เอ็กซ์โป (Shanghai Expo)
3. ดิอาโอยามะแกรนด์โฮเต็ล (The Aoyama Grand Hotel)
ท่ามกลางแนวถนนและร้านค้าสไตล์บูติกที่มีต้นไม้เรียงรายดูแล้วสง่างามของย่านอาโอยามะ (Aoyama) และโอโมเตะซันโด (Omotesando) คุณจะได้พบกับสถานที่ใหม่สะดุดตาที่ถูกสร้างขึ้นจากความร่วมมือกันของกลุ่มอาโอยามะ โนมุระ ดีไซน์ (Aoyama Nomura Design) ที่เปิดตัวขึ้นในเดือนสิงหาคมของปี 2563 โดยกลุ่มธุรกิจการบริการและไลฟ์สไตล์อย่าง แปลน ดู ซี (Plan Do See) โรงแรมดิอาโอยามะแกรนด์มีลักษณะโดดเด่นด้วยส่วนหน้าของอาคารที่มีสีเขียวขจี และการตกแต่งห้องพักที่ได้รับอิทธิพลจากสไตล์มิด-เซนจูรี่ โมเดิร์น ร่วมด้วยร้านอาหารและบาร์สวยงามมากมายที่ซ่อนตัวอยู่ภายใน

Above ร้านอาหารและบาร์ เดอะเบลโคโม (The Belcomo) ภายในโรงแรมดิอาโอยามะแกรนด์ ภาพจาก อาโอยามะ โนมุระ ดีไซน์
ขอเชิญทุกท่านมาพักผ่อนหย่อนใจหลังวันแสนวุ่นวายในเมืองใหญ่ที่ร้านอาหารและบาร์ที่มีที่นั่งรองรับถึง 160 ที่นั่งอย่าง เดอะเบลโคโม (The Belcomo) หรือจับจองที่นั่งได้ที่ เดอะท็อป (The Top) ซึ่งเป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ที่กำลังเป็นที่นิยมบนดาดฟ้าของโรงแรม และชื่นชมทัศนียภาพสวยงามสุดลูกหูลูกตาของย่านนี้
4. กุชชี่ โอสเตรียา ดา มาสซิโม บอตตูร่า โตเกียว (Gucci Osteria da Massimo Bottura Tokyo)
ตั้งแต่ร้านกุชชี่ โอสเตรียา สาขาย่านกินซ่าน่าเที่ยวในโตเกียวมาเปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคมของปี 2564 แห่งนี้ ก็ดึงดูดลูกค้ามากหน้าหลายตาอย่างไม่ขาดสาย และได้กลายมาเป็นร้านอาหารอิตาลีที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งในเมือง โดยมีเชฟ อันโตนิโอ ยาโควิลเลโอ (Antonio Iacovilleo) คอยดูแลเมนูร้านมิชลินสตาร์แห่งนี้ โดยเสิร์ฟอาหารอิตาเลียนแบบต้นตำหรับ และใช้วัตถุดิบของญี่ปุ่นในการเตรียมอาหาร นอกจากนี้ ทุก ๆ จานจะถูกจัดเสิร์ฟอย่างสร้างสรรค์โดยใช้ชุดภาชนะจาก กุชชี่ เดคอร์ (Gucci Décor)
เช่นเดียวกับร้าน Gucci ทุกสาขา ร้านอาหารที่ตั้งอยู่บนชั้นบนสุดของบูติก Gucci Ginza ก็มีการตกแต่งภายในที่น่าจดจำเช่นกัน บริเวณทางเข้าสีเขียวสดใสนั้นถูกประดับด้วยไม้ตกแต่งผนังที่มีลวดลายพืชพรรณธรรมชาติ (ซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หมวดออกแบบตกแต่งบ้านในเครือของแบรนด์แฟชั่นสัญชาติอิตาลีเหมือนกัน)ซึ่งเข้ากันกับเก้าอี้กำมะหยี่ที่ดูหรูหราในเฉดสีน้ำเงิน บริเวณระเบียงกลางแจ้งของทางร้านจะทำให้ลูกค้ารู้สึกราวกับอยู่ในสวนฤดูหนาวในทวีปยุโรป นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ที่เหมาะที่สุดในการรับประทานอาหารเที่ยงสุดเก๋ ก่อนที่คุณจะหลงระเริงไปกับการจับจ่ายใช้สอยคลายเครียดอย่างจริงจังในย่านช็อปปิ้งสุดหรูแห่งนี้
5. โบนัส แทร็ก (Bonus Track)
ด้วยบรรยากาศชวนผ่อนคลายราวกับอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ศูนย์รวมร้านช็อปปิ้ง และร้านอาหารแห่งนี้มีหลากหลายทั้งร้านค้า ร้านอาหารและบาร์ ร้านกาแฟ ห้องแสดงผลงานศิลปะ รวมถึงพื้นที่ให้ผู้คนมาทำงานร่วมกัน โดยทั้งหมดนี้จะกระจายตัวอยู่ในกลุ่มอาคารโลว์ไรส์ (low-rise building อาคารประเภทจำกัดความสูงไม่เกิน 8-9 ชั้น) เปิดตัวในเดือนตุลาคม 2563 โบนัส แทร็ก เป็นสถานที่ที่แม้จะมีขนาดเล็กกะทัดรัดแต่ก็สบายน่านั่ง ซ่อนตัวอยู่ในย่านชิโมะคิตะซาว่า สร้างขึ้นโดยบริษัท สึบามะ อาร์คิเทคส์ แอนด์ เอน แลนด์สเคป ดีไซน์ (Tsubama Architects and En Landscape Design) และตั้งอยู่ระหว่างสถานีชิโมะคิตะซาว่า และสถานีเซตากายะ-ไดตะ (Setagaya Daita) บนรถไฟสายโอดะคิว (the Odakyu line) สถานที่แห่งนี้จะเริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาในช่วงเทศกาลและงานนิทรรศการซึ่งทำให้บรรยากาศคึกคัก
เชิญลองเครื่องดื่มดับกระหายจากร้าน วายจูซ? (Why Juice?) ซื้อของกินของใช้ที่ทำมาจากวัตถุดิบจำพวกหมักดองที่ร้าน ฮักโกะ ดีพาร์ทเม้นท์ (Hakko Department) ชิมคร็อกเก้มันฝรั่งจากร้าน คร็อกเก้คาเฟ่ (Croquette Cafe) และตามหาสินค้าที่น่าสนใจในร้านค้าอินดี้ ได้แก่ แผนกดนตรีที่ร้าน พิโนลา เรคคอร์ดส์ (Pinola Records) และ ร้านหนังสือ ฟุสึคุเอะ (Fuzkue)
โบนัส แทร็ก มีอาหารให้เลือกรับประทาน ได้แก่ โอเด้งและสาเกบาร์อังดง (Andon) ซึ่งเชี่ยวชาญในการทำอาหารเมนูจากจังหวัดอาคิตะ นอกจากนี้ยังมีแกงกะหรี่สไตล์อินเดียที่ร้าน แอดดา (ADDA) รวมไปถึงอาหารจานหลักของไต้หวันที่ร้าน บิ๊ก โรแมนติก สตอร์ (Big Romantic Store) ร้านนี้จะเสิร์ฟข้าวหน้าหมูตุ๋นที่ชวนให้นึกถึงข้าวบ้านแบบเรียบง่ายแถมยังขายสินค้าภายใต้ธีมประเทศไต้หวันจากแบรนด์ และนักประดิษฐ์ท้องถิ่นอีกด้วย
6. รีโหลด (Reload)
เมื่อคุณเดินออกจาก โบนัส แทร็ก ในย่านชิโมะคิตะซาว่า เพียงสักพัก คุณก็จะพบกับ รีโหลด สถานที่ท่องเที่ยวที่กำลังมาแรง รีโหลดเป็นที่ตั้งของโรงแรมมัสตาร์ด (Mustard Hotel) อีกทั้งร้านสินค้าแบบไลฟ์สไตล์ และร้านอาหารที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และมีความหลากหลาย มากกว่า 20 ร้าน อาคารโลว์ไรส์สไตล์เรียบง่ายแห่งนี้ออกแบบโดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่น ชิน โอโฮริ (Shin Ohori) แห่งบริษัท เจนเนอรัล ดีไซน์ (General Design) และตั้งอยู่บนที่ดินผืนยาวซึ่งครอบคลุมทางรถไฟสายเก่าโอดะคิว

Above โอกาวะ คอฟฟี่ แล็บบอราทอรี่ ชิโมะคิตะซาว่า (Ogawa Coffee Laboratory Shimokitazawa) ที่ รีโหลด ภาพจากโอกาวะ คอฟฟี่ แล็บบอราทอรี่
สำรวจร้านเสื้อผ้าวินเทจ และร้านค้าเฉพาะทางสุดแสนพิเศษ ที่รวมตัวกันอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นร้านแว่นตา มาซูนากะ1905 (Masunaga1905) ร้านศิลปะและงานออกแบบ เกรทบุคส์ (Great Books) และร้านเครื่องเขียนสไตล์บูติก เดสก์ ลาโบะ (Desk Labo) หลังจากนั้นไปเติมคาเฟอีนกันต่อที่ โอกาวะ คอฟฟี่ แล็บบอราทอรี่ สาขาที่สอง จากนั้นไปเพลิดเพลินกับขนมหวานรสชา และเครื่องดื่มต่าง ๆ ที่ ชิโมคิตะ เจแปนนีส ที แล็บ (Shimokita Japanese Tea Lab)
This story was originally written in English by Hong Xinying.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2566 โดย Hong Xinying โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
มองโตเกียวผ่านสายตาสถาปนิกชื่อก้องโลก ‘Kengo Kuma’





















