เมื่อ 'Soft Power' ของเกาหลีไม่ได้มีแค่ K-Pop แต่รวมถึงงานสถาปัตยกรรมระดับโลกที่กลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่เป็นผู้ผลักดัน
จากมิวเซียมบนเนินเขาฮันนัมดงที่รวมตัวสถาปนิกรางวัล Pritzker ไว้ถึงสามคน ไปจนถึงอาคารสำนักงานใหญ่รูปทรงล้ำสมัยที่ใช้เวลาสร้างนับทศวรรษ สถาปัตยกรรมโดยกลุ่มทุน ‘แชโบล’ ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่และกลายเป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของเกาหลีใต้
ตลอดศตวรรษที่ 20 ภาพจำของกลุ่มบริษัทข้ามชาติที่บริหารโดยครอบครัวหรือที่เรียกว่า ‘แชโบล’ (Chaebol) คือฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการผลิตและการส่งออกของเกาหลี ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ การต่อเรือ หรือการก่อสร้าง ทุกอย่างเน้นไปที่การผลิตในเชิงอุตสาหกรรม โดยมีเรื่องของความสวยงามเป็นเพียงผลพลอยได้เท่านั้น
ทว่าในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่เหล่านี้ได้เปลี่ยนมุมมองต่อสถาปัตยกรรมไปอย่างสิ้นเชิง พวกเขาไม่ได้มองว่าตึกคือพื้นที่ทำงานที่จำเป็นตามหลักโลจิสติกส์อีกต่อไป แต่คือการประกาศศักดาและ ‘การวางกลยุทธ์ทางวัฒนธรรม’ อย่างมีชั้นเชิง การว่าจ้างสถาปนิกแถวหน้าของโลกมาออกแบบอาคาร ไม่เพียงแต่จะช่วยพลิกโฉมภูมิทัศน์ของเมือง แต่ยังดึงดูดบุคลากรระดับกะทิจากทั่วโลก และสร้างภาพลักษณ์ในใจสาธารณชนได้อย่างทรงพลังยิ่งกว่าแคมเปญโฆษณาใดๆ จะทำได้
อ่านเพิ่มเติม: อัปเดตพิพิธภัณฑ์เปิดใหม่ปี 2026 กับ 8 แลนด์มาร์กวัฒนธรรมที่จะเปลี่ยนนิยามการเดินพิพิธภัณฑ์ของคุณไปตลอดกาล

Above ทัศนียภาพของ Lotte World Tower เมื่อมองจากอีกฝั่งของแม่น้ำฮัน ด้วยความสูงถึง 555 เมตร ทำให้อาคารนี้โดดเด่นเหนือหมู่ตึกในย่านตะวันออกของกรุงโซลอย่างชัดเจน (Photo: Unsplash/Park Gunwoo)
ในขณะที่กระแส Soft Power ของเกาหลีแผ่ขยายไปทั่วโลกผ่านภาพยนตร์ ดนตรี อาหาร และแฟชั่น เหล่าแชโบลก็ได้สร้างโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพที่บ้านเกิดควบคู่กันไปด้วย ตั้งแต่มิวเซียมบนเนินเขาฮันนัมดงที่ดึงสถาปนิกรางวัลพริตซ์เกอร์ (Pritzker Prize) มาผนึกกำลังกันถึง 3 คน, ตึกระฟ้าในย่านจัมซิลที่หยิบเอาเส้นสายของเครื่องปั้นดินเผาโบราณมาตีความใหม่ ไปจนถึงศูนย์ศิลปะทางตะวันตกของโซลโดยสถาปนิกชื่อดังชาวญี่ปุ่น
แน่นอนว่าโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่เหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่ม ‘Big Four’ ของเกาหลีเท่านั้น แบรนด์อย่าง Amorepacific (ก่อตั้งในปี 1945) แม้จะไม่ได้อยู่ในกลุ่มท็อปโฟร์ดั้งเดิม แต่ก็มีความทะเยอทะยานในสเกลที่เทียบเท่ากัน หรืออย่างกลุ่ม Hanwha เจ้าของห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่าง Galleria ก็เป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่ใช้สถาปัตยกรรมสื่อสารตัวตนขององค์กร
และนี่คือส่วนหนึ่งของผลงานชิ้นเอกที่สะท้อนว่า อำนาจทางธุรกิจในเกาหลียุคศตวรรษที่ 21 เลือกที่จะแสดงตัวตนผ่านงานสถาปัตยกรรมอย่างไร
สำนักงานใหญ่ Amorepacific เขตยงซาน กรุงโซล

Above ภาพรวมด้านหน้าของสำนักงานใหญ่ Amorepacific บนถนนฮันกังแดโร ย่านยงซาน ออกแบบโดย David Chipperfield Architects Berlin ในรูปทรงลูกบาศก์ที่มีความกว้างและสูงประมาณ 100 เมตร ห่อหุ้มด้วยระแนงอะลูมิเนียม (Aluminium Fin Screen) อย่างต่อเนื่อง (Photo: iStock)

Above รายละเอียดของระแนงกันแดด (Brise-soleil) และช่องเปิดบนตัวอาคาร Amorepacific ผลงานดีไซน์สุดประณีตที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 2017 (Photo: iStock)
พื้นที่ในย่านยงซานแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ Amorepacific มาตั้งแต่ปี 1956 จนกระทั่งการมาถึงของสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ที่ใช้เวลาออกแบบและก่อสร้างนานถึง 8 ปี เพื่อรองรับพนักงานกว่า 7,000 คน บนพื้นที่ 216,000 ตารางเมตร ครอบคลุมความสูง 30 ชั้น
David Chipperfield Architects Berlin ปฏิเสธการออกแบบตึกระฟ้าทรงพิมพ์นิยม แต่เลือกที่จะสร้างอาคารทรง ‘ลูกบาศก์’ ที่มีความกว้างและสูงด้านละประมาณ 100 เมตร โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ‘โถพระจันทร์’ (Moon Jar) หรือเครื่องปั้นดินเผาสีขาวแบบเกาหลีโบราณที่มีความเรียบง่ายแต่สง่างาม

Above โถงสาธารณะชั้นล่างของศูนย์ศิลปะ LG Arts Centre กรุงโซล โดดเด่นด้วยเพดานคอนกรีตหล่อขึ้นรูปอันเป็นเอกลักษณ์ของทาดาโอะ อันโด เหนือล็อบบี้หลายระดับที่เชื่อมต่อทางเข้าประตูสวนสาธารณะกับพื้นที่ทางวัฒนธรรมและพื้นที่ค้าปลีกของสถานที่ (ภาพ: iStock)
จุดเด่นคือช่องเปิดขนาดใหญ่ 3 จุดบนผนังอาคารที่เนรมิตเป็นสวนลอยฟ้า และลานกลางอาคารที่ช่วยให้แสงสว่างและอากาศถ่ายเทได้ทั่วถึง นอกจากนี้ บริเวณชั้นล่างยังเปิดเป็นพื้นที่สาธารณะที่มีทั้งพิพิธภัณฑ์ศิลปะ (APMA), หอประชุม, ห้องสมุด และสถานรับเลี้ยงเด็ก ซึ่งเป็นความตั้งใจตั้งแต่ต้นที่ต้องการให้อาคารนี้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน โดยตึกนี้ยังได้รับมาตรฐาน LEED Gold อีกด้วย
พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Leeum Museum of Art, ฮันนัมดง, โซล

Above อาคาร Samsung Child Education and Culture Centre ภายในพื้นที่ Leeum Museum of Art ออกแบบโดย Rem Koolhaas แห่ง OMA โดดเด่นด้วยรูปทรงเหล็กสีเข้มที่ยื่นออกมา และพื้นที่ภูมิทัศน์ที่เชื่อมต่ออาคารทั้งสามหลังเข้าด้วยกัน (Photo: iStock)
ไม่มีโครงการสถาปัตยกรรมเอกชนใดในเกาหลีที่จะเทียบเท่ากับสิ่งที่มูลนิธิวัฒนธรรมซัมซุง (Samsung Foundation of Culture) เนรมิตขึ้นบนเนินเขานัมซานในย่านฮันนัมดง แทนที่จะใช้สถาปนิกเพียงคนเดียว พวกเขากลับเชิญยอดฝีมือถึง 3 คนมาทำงานร่วมกัน ได้แก่ Mario Botta ผู้ออกแบบ Museum 1 (ศิลปะเกาหลีโบราณ), Jean Nouvel ผู้ออกแบบ Museum 2 (ศิลปะร่วมสมัย) และ Rem Koolhaas จาก OMA ที่รับหน้าที่วางผังแม่บทและออกแบบอาคาร Samsung Child Education and Culture Centre

Above บริเวณโดยรอบของ Leeum Museum of Art ในฮันนัมดง เผยให้เห็นการตัดกันของสไตล์สถาปนิกชื่อดัง ทั้ง Museum 1 อิฐสีเทอราคอตตา และอาคารจากเหล็กและกระจกของ OMA (Photo: iStock)
ผลลัพธ์ที่ได้คือสถาบันศิลปะเอกชนชั้นนำของประเทศที่เปิดตัวในปี 2004 รวบรวมผลงานกว่า 15,000 ชิ้น ซึ่งในจำนวนนี้มีถึง 36 ชิ้นที่ได้รับการยกย่องเป็นสมบัติของชาติ แม้อาคารทั้ง 3 หลังจะเชื่อมกันที่ชั้นใต้ดิน แต่พื้นที่เหนือดินกลับมีความเป็นอิสระต่อกันอย่างสิ้นเชิง โดยสถาปนิกแต่ละคนเลือกใช้วัสดุและโครงสร้างที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวออกมาได้อย่างเต็มที่
Galleria Centercity, ชอนัน

Above ภาพลักษณ์ภายนอกของ Galleria Centercity ในเมืองชอนัน ผลงานของ UNStudio ที่สร้างเสร็จในปี 2010 โดดเด่นด้วยผนังอะลูมิเนียมสองชั้นแบบแนวตั้งที่ช่วยสร้างภาพลวงตาทางสายตาให้กับตัวอาคารขนาด 66,700 ตารางเมตร (ภาพ: Getty)
ห้างสรรพสินค้า Galleria ในเครือ Hanwha ได้ว่าจ้าง UNStudio บริษัทออกแบบจากอัมสเตอร์ดัม ให้เป็นผู้ออกแบบสาขาเรือธงในเมืองชอนัน ทางตอนใต้ของกรุงโซล ซึ่งกำลังมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ตัวอาคารโดดเด่นด้วยผนังสองชั้น (Double-layered façade) ที่สร้างลวดลายหลอกตา (Trompe l’oeil) พร้อมการติดตั้งระบบไฟที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ ทำให้ตึกสามารถเปลี่ยนสีสันและแสดงภาพเคลื่อนไหวกลายเป็น ‘Media Façade’ ขนาดใหญ่ยามค่ำคืน

Above พื้นที่เอเทรียมกลางห้าง Galleria Centercity ที่เน้นการออกแบบด้วยเส้นโค้งสีขาวซ้อนเลเยอร์กัน เพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ของห้างสรรพสินค้าให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางทางวัฒนธรรม (ภาพ: Getty)
Ben van Berkel สถาปนิกหลัก ตั้งใจออกแบบภายในให้เป็นเลเยอร์ของชานพักทรงโค้งที่ต่อเนื่องกัน โดยให้เหตุผลว่าในเอเชียยุคใหม่ ห้างสรรพสินค้าไม่ได้ทำหน้าที่แค่ที่ขายของ แต่ได้วิวัฒนาการไปสู่สถาบันทางวัฒนธรรมอีกรูปแบบหนึ่ง นอกจากนี้ โปรเจกต์นี้ยังเป็นการประกาศศักดาในฐานะอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่แห่งแรกๆ ที่เข้าไปบุกเบิกโซนใหม่ของเมืองชอนันอีกด้วย
อ่านเพิ่มเติม: 7 ห้องอาหารในเอเชีย กับหน้าประวัติศาสตร์ที่ควรค่าแก่การไปเยือน
Lotte World Tower, จัมซิล, โซล

Above Lotte World Tower ท่ามกลางเส้นขอบฟ้ากรุงโซลและเทือกเขาบุคคันซัน รูปทรงเพรียวมนของตึกตัดกับตึกแถวและที่พักอาศัยหนาแน่นในย่านจัมซิลอย่างโดดเด่น (ภาพ: Unsplash/Yeon Lee)

Above ผนังกระจกและโลหะเคลือบเงาของ Lotte World Tower ที่ค่อยๆ เรียวเล็กลงสู่ยอดอาคาร ด้วยความสูง 555 เมตร จำนวน 123 ชั้น ทำให้นี่คือตึกที่สูงที่สุดในเกาหลีใต้ (ภาพ: Unsplash/Olivia Kim)
ด้วยความสูง 555 เมตร และจำนวน 123 ชั้น Lotte World Tower ไม่เพียงแต่เป็นตึกที่สูงที่สุดในเกาหลีใต้ แต่ยังครองสถิติตึกที่สูงที่สุดในบรรดาประเทศสมาชิก OECD และเป็นตึกแรกของเกาหลีที่มีจำนวนชั้นเกิน 100 ชั้น โดยเปิดให้บริการในปี 2017
Lotte Group เลือกใช้การประกวดออกแบบระดับนานาชาติ ซึ่งผู้ชนะคือ Kohn Pedersen Fox (KPF) จากนิวยอร์ก การออกแบบภายนอกเน้นใช้แผงกระจกสีอ่อนประกอบกับโครงโลหะสีขาวที่ได้รับแรงบันดาลใจโดยตรงจากงานประณีตศิลป์ของเกาหลี สถาปนิกตั้งใจให้รูปทรงที่เรียวมนนี้สะท้อนถึง ‘ศิลปะแบบเกาหลี’ และสร้างความแตกต่างอย่างสวยงามเมื่อเทียบกับภูมิประเทศที่เป็นภูเขาโดยรอบ ภายในอาคารประกอบด้วยห้างสรรพสินค้า, สำนักงาน, โรงแรมหรู Signiel, ที่พักอาศัยระดับพรีเมียม และจุดชมวิวที่ความสูง 500 เมตร
Hyundai Motorstudio Goyang, โกยาง

Above ด้านหน้าของ Hyundai Motorstudio Goyang ผลงานของ Delugan Meissl Associated Architects เผยให้เห็นหลังคาทรงอิสระ ‘Shaped Sky’ สีบรอนซ์ที่ยื่นออกมาคลุมตัวอาคารกระจกชั้นล่างอย่างดูสง่างาม (ภาพ: Instagram/DMAA)
ด้วยความยาว 160 เมตร และกว้างถึง 75 เมตร Hyundai Motorstudio Goyang คือธีมพาร์คด้านการเคลื่อนที่ (Mobility) ที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี ผลงานการออกแบบของ Delugan Meissl Associated Architects จากเวียนนา
ตัวอาคารประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คือ พื้นที่ภูมิทัศน์ชั้นดิน, กำแพงต้นไม้แนวตั้ง และ ‘Shaped Sky’ หรือหลังคาเหล็กทรงฟรีฟอร์มที่ดูเหมือนลอยอยู่บนฟ้า ซึ่งภายในเป็นที่ตั้งของโรงภาพยนตร์, แกลเลอรีนิทรรศการ และสำนักงาน ความมหัศจรรย์คือหลังคานี้ยึดอยู่กับแกนคอนกรีตเพียง 4 จุด และกลุ่มเสาเรียวเล็กเพียง 6 กลุ่มเท่านั้น เพื่อให้พื้นที่ด้านล่างโปร่งโล่งที่สุด อาคารนี้เป็นการรวมเอาศูนย์จำหน่าย ประสบการณ์แบรนด์ และวัฒนธรรมยานยนต์มาไว้ในที่เดียว ซึ่งต่อมา Hyundai ได้ขยายโมเดลนี้ไปสู่ปูซาน ปักกิ่ง และมอสโก
LG Arts Center Seoul, มาโกก, โซล

Above อาคารภายนอกของ LG Arts Center Seoul ย่านมาโกก ออกแบบโดย Tadao Ando ร่วมกับ Gansam เผยให้เห็นทางเข้าหลักที่นำไปสู่ฮอลล์การแสดงขนาด 1,335 ที่นั่ง (ภาพ: iStock)

Above LG Science Park ในย่านมาโกก ซึ่งตั้งอยู่ติดกับ Seoul Botanic Park โดยมี LG Arts Center ผลงานของ Tadao Ando เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรเทคโนโลยีและวัฒนธรรมแห่งนี้ (ภาพ: iStock)

Above ‘The Tube’ ภายใน LG Arts Center Seoul ทางเดินทรงกลมสูง 10 เมตรที่ตัดทแยงผ่านตัวอาคาร ออกแบบโดย Tadao Ando เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่สวนสาธารณะเข้ากับเขตอุตสาหกรรมไฮเทค (ภาพ: iStock)
หลังจากตั้งอยู่ที่กังนัมมานานถึง 22 ปี LG Arts Center ก็ได้ฤกษ์ย้ายบ้านใหม่มาสู่ย่านมาโกก ทางตะวันตกของโซลในปี 2022 โดยตั้งอยู่ภายใน Seoul Botanic Park งานออกแบบของ Tadao Ando ครั้งนี้เน้นไปที่แนวคิดอวกาศ 3 ประการ โดยสิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือ ‘The Tube’ ทางเดินทรงกลมสูง 10 เมตรที่ตัดทะลุอาคารในแนวทแยง เชื่อมต่อสวนพฤกษศาสตร์เข้ากับอาณาจักรเทคโนโลยี LG Science Park ได้อย่างแนบเนียน
ศูนย์ศิลปะแห่งนี้ประกอบด้วย LG SIGNATURE Hall ขนาด 1,335 ที่นั่ง และโรงละครแบล็กบ็อกซ์ (Black Box Theatre) อีก 365 ที่นั่ง ซึ่งงานออกแบบอันเปี่ยมด้วยพลังนี้ส่งผลให้อาคารได้รับรางวัล Grand Prize จาก Seoul Architecture Awards ปี 2023 ไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี
This story was originally written in English by Jennifer Choo.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2026 โดย Jennifer Choo โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
ส่องดีเทล Timbra เปียโนงานคราฟต์มือจาก Edelweiss ฝีมือการออกแบบโดย Kelly Wearstler
ปักหมุด 7 สระว่ายน้ำสุดหรู ดีไซน์ล้ำ ที่น่าไปกระโดดน้ำคลายร้อนที่สุดในซีซั่นนี้
Topics




