ด้วยร้านอาหารกว่า 700 แห่ง รวมไปถึงเหล่าร้านสตรีทฟู้ดยอดนิยมที่สุดในกรุงเทพฯ และโซนใหม่ที่เปิดให้บริการจนถึงเที่ยงคืน ตอบโจทย์ทุกความอยากของคนรักอาหาร ในที่เดียว
กรุงเทพฯ ได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนานว่าเป็นหนึ่งในเมืองแห่งอาหารที่ยิ่งใหญ่ของโลก ซึ่งร้านอร่อยนั้นกระจายตัวอยู่มากมายในกรุงเทพฯ การรวบรวมหลากหลายสุดยอดร้านอร่อยไว้ให้ครบครันในที่เดียว ตั้งแต่สตรีทฟู้ดระดับตำนานไปจนถึงร้านอาหารระดับเรือธงจากทั่วโลกจึงเป็นเรื่องที่่เหล่านักเดินทางใฝ่ฝัน ซึ่งปัจจุบันสยามพารากอนได้รวบรวมสุดยอดร้านอาหารกว่า 700 แห่งไว้ในที่เดียวเพื่อความครบครันและสะดวกสบายสำหรับนักชิมที่ต้องการสรรหาของอร่อยทั่วกรุง
เมื่อก้าวเข้าไปใน Gourmet Eats คุณจะได้พบกับ ทิพย์สมัย ผัดไทยที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2482 ซึ่งยังคงห่อด้วยไข่แผ่นบางและเสิร์ฟพร้อมกุ้งแม่น้ำขนาดใหญ่สองตัวต่อจาน ถัดไปเพียงไม่กี่ก้าวคือ เฮียให้ ร้านอาหารย่านเอกมัยที่มีลูกค้าต่อคิวตั้งแต่เช้า โดยมีเมนูซิกเนเจอร์คือข้าวผัดปู เมนูอาหารเหล่านี้ไม่ใช่เมนูแปลกใหม่ หากแต่ยังคงรสชาติดั้งเดิมอันเป็นมาตรฐานเอาไว้ พร้อมให้สัมผัสในบรรยากาศที่เข้าถึงได้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากลิ้มรสความอร่อยของเมนูท้องถิ่นของคนกรุงเทพฯ นี่คือศูนย์รวมของรสชาติอันล้ำเลิศแบบดั้งเดิม และยังเป็นแหล่งรวมทุกความอร่อยจากร้านดังที่ช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายและครบครันในที่เดียวสำหรับชาวกรุงเทพฯ
อ่านเพิ่มเติม: Tatler Best Thailand 2026 งานประกาศรางวัลความยอดเยี่ยมแห่งปีของโรงแรม-ร้านอาหาร-บาร์ในไทย

Above สามารถมาอิ่มอร่อยกับเหล่าสุดยอดสตรีทฟู้ดของกรุงเทพฯ อย่างทิพย์สมัยและเฮียให้ ที่สยามพารากอนได้แล้ว
นอกจาก Street Food ยอดนิยมแล้ว สยามพารากอนยังรวมร้านดังที่เป็น Local Favorite ซึ่งสร้างกระแสดังไปทั่วเอเชีย เช่น กำแพงอีสาน (Kampang Isan Artisan) ที่นำเสนอรสชาติจากภาคอีสานแท้ๆ อย่างส้มตำปูดอง ส้มตำปลาร้า และคอหมูย่างที่หมักข้ามคืนในน้ำปลาและน้ำตาลมะพร้าว หรือจะเป็นหลุยส์วานิช (Louisvanich Eatery) ถ่ายทอดอาหาร Street Food แบบไทยๆ ในรูปแบบพรีเมียมที่มีความประณีตแต่ยังคงรสชาติจัดจ้านเอาไว้ รวมถึงข้าวหน้ามันปูท็อปด้วยไข่เจียวสีทองฟูฟ่อง อีกร้านที่เข้ามาเปิดใหม่ในปีนี้คือ ศรีตราด (Sri Trat) เสิร์ฟอาหารจากจังหวัดทางภาคตะวันออกที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติจัดจ้านและสมุนไพรอย่าง แกงส้มเหลืองปลากะพง และใบชะพลูผัดหมูกรอบ
ยามค่ำคืนที่สยามพารากอนก็ยังคงความคึกครื้นไม่แพ้กัน โดยเฉพาะที่ชั้น 5A โซน Nextopia โซนเปิดใหม่และขยายเวลาให้บริการจนถึงเที่ยงคืน เสิร์ฟความสดชื่นด้วยเมนูเครื่องดื่มอันเลิศหรู พร้อมรสชาติล้ำลึกตอบโจทย์ดื่มโดยเฉพาะ เริ่มที่ Hendrick's Gin Bar กับเครื่องดื่มซิกเนเจอร์อย่าง Hendrick's ผสมแตงกวาและกุหลาบ เสิร์ฟพร้อมโทนิค Fever-Tree และแตงกวาแผ่นแช่แข็งในแก้วทรงบอลลูน, ที่ Piché Wine Bar กับเมนูเครื่องดื่มที่ควรค่าแก่การลิ้มลองอย่าง 2022 Viña Ardanza Rioja Reserva หรือ 2023 Terlaner Pinot Grigio หรือจะเป็น Crafture by Hobs กับเบียร์คราฟต์ที่มีห้เลือกถึง 12 แท็บ โดยตัวที่โดดเด่นที่สุดคือ Mango Sticky Rice Sour (เบียร์รสข้าวเหนียวมะม่วง) จากโรงเบียร์ท้องถิ่นในกรุงเทพฯ ส่วน Bubble Bar by Vessel ก็นำเสนอเมนู Tommy's Margarita ที่ใช้เหล้า Patrón Silver ผสานกับน้ำเชื่อมอะกาเว่และมะนาวสด พร้อมเกลือรอบขอบแก้ว โดยไม่มีส่วนผสมของ Triple Sec ซึ่งถือเป็นสูตรที่ถูกต้องตามมาตรฐาน ส่วน Hopsy Story ก็มีเมนูวิสกี้ญี่ปุ่นแบบครึ่งแก้ว (half-glass) ซึ่งเมนูที่อยากแนะนำคือ Nikka from the Barrel ในขณะที่ Blue Moon ก็เน้นความเรียบง่าย คลาสสิกด้วยเมนู Negroni ที่ใช้วิธีการคน (stirred) แทนการเขย่า เสิร์ฟพร้อมน้ำแข็งก้อนใหญ่เพียงก้อนเดียว และปิดท้ายด้วย Fallabella ที่เข้ามาเติมเต็มไลน์อัปเครื่องดื่มด้วยค็อกเทลสไตล์เม็กซิกันที่เน้นรสชาติของอะกาเว่ พร้อมสร้างบรรยากาศที่สนุกสนานและมีชีวิตชีวาให้กับทุกค่ำคืน
เพิ่มอรรถรสให้กับเครื่องดื่มชั้นเลิศ ด้วยหลากหลายเมนูความอร่อยของร้านชื่อดังระดับโลก ที่มาปักหมุดเปิดสาขาแรกและสาขาเดียวในประเทศไทยที่สยามพารากอน ไม่ว่าจะเป็น Gordon Ramsay Street Burger ร้านเบอร์เกอร์ของเชฟกอร์ดอน แรมซีย์ ส่งตรงจาก Hell’s Kitchen เพื่อคุณโดยเฉพาะ เสิร์ฟความฉ่ำด้วยเนื้อสองชิ้น หอมใหญ่ผัดคาราเมล มายองเนสกระเทียมย่าง และเชดดาร์ชีสรสเข้ม หรือจะเป็น Soba House Konjiki Hototogisu กับเมนูชิโอะราเมนในน้ำซุปผสมทรัฟเฟิลและหมูสันนอกชาชูแบบซูวี, Robata Kitaro Sushi จากโอซาก้า นำเสนอปลาพรีเมียมย่างสไตล์โรบาตะดั้งเดิม ซึ่งเป็นวิธีการปรุงที่ดึงรสชาติธรรมชาติของอาหารทะเลสดออกมาได้มากที่สุด, Ginza Bairin อีกร้านระดับตำนานจากโตเกียว กับเมนูขึ้นชื่ออย่างเนื้อสันนอกพรีเมีนมชุบเกล็ดขนมปังพังโกะ ที่ผ่านการทอดถึงสองครั้งเพื่อความกรุบกรอบเป็นพิเศษในทุกๆ คำ รวมถึง L’Antica Pizzeria Da Michele ที่ถูกพูดถึงในวงกว้างกับเมนู Margherita DOC ที่ใช้มอซซาเรลล่าจากนมควาย มะเขือเทศซานมาร์ซาโน่ โหระพาฝรั่งสด และผ่านการอบในเตาฟืนเพียง 60 วินาทีที่อุณหภูมิ 485°C อุณหภูมิเดียวกับที่ใช้ในร้านต้นตำรับ ณ เมืองเนเปิลส์ มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1870 การันตีว่ารสชาติเหมือนบินไปกินที่อิตาลียังไงยังงั้น

Above Nextopia เปิดให้บริการจนถึงเที่ยงคืน พร้อมบาร์ค็อกเทลสุดหรู วิสกี้ญี่ปุ่น และวงดนตรีสดในช่วงสุดสัปดาห์ เปลี่ยนบรรยากาศจากมื้อค่ำไปสู่ความคึกคักยามค่ำคืนได้อย่างเพลิดเพลิน
ล่าสุด Conte de Tulear จากย่านอัพกูจอง กรุงโซล และ Keep in Touch แบรนด์บาร์บีคิวจีนสุดฮิป ได้เปิดสาขาแรกในไทยที่สยามพารากอนแล้ว เอาใจสายกินด้วยเมนูขึ้นชื่ออย่างมันบดชุบทอดสอดไส้ชีส คิมจิผัดพาสต้า และเป็ดอบรมควันสไตล์กวางตุ้งต้นตำรับ นับเป็นการรวมเอาหลากหลายร้านดังระดับโลกมาไว้ที่เดียว ตอบโจทย์ทุกความชอบและทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างครบครัน
และแน่นอนว่าช่วงวีคเอนด์สบายๆ ก็มี Live Performance ในทุกวันศุกร์และวันเสาร์ (วันละสองรอบ) เพื่อความบันเทิงและเพลิดเพลินขณะรับประทานอาหารรสเลิศ เคล้าด้วยเครื่องดื่มแสนชื่นใจ เติมเต็มวันหยุดด้วยความรื่นรมย์ได้อย่างไร้ที่ติ
อ่านเพิ่มเติม: Sorn ชนะร้านอาหารแห่งปี ส่วน Capella และ Dry Wave คว้าโรงแรม-บาร์แห่งปี ในงาน Tatler Best Thailand 2026

Above รวบรวมเอาร้านอาหารระดับโลก ร้านอาหารไทยระดับภูมิภาคชั้นนำ ไปจนถึงสตรีทฟู้ดชื่อดัง และย่านบันเทิงยามค่ำคืนไว้ในที่เดียว นี่คือมหานครแห่งอาหารของกรุงเทพฯ
สำหรับสยามพารากอน อาจพูดได้ว่ายกระดับและพัฒนาไปไกลกว่าคำว่า “ศูนย์การค้า” ลักซ์ชูรีแบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง เพราะไม่เพียงแต่ครบครันด้วยหลากหลายแบรนด์สินค้าเพื่อการจับจ่ายเท่านั้น แต่ยังเป็น “มหานคร” สำคัญแห่งรสชาติ ไม่ว่าจะเป็นร้านดังระดับโลก ที่การันตรีความอร่อยจากรางวัลมิชลิน ตลอดจนถึงร้านอาหารไทยเมนูดั้งเดิม เพิ่มเติมคือยกระดับความพรีเมียมได้อย่างน่าสนใจ รวมถึงแหล่งรวมสตรีทฟู้ดร้านยอดนิยมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ตอกย้ำการเป็นเดสติเนชั่นแห่งการกินดื่มและแฮงเอาท์ที่ครบครันอย่างแท้จริง
สยามพารากอน
ที่อยู่: 991 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 ประเทศไทย
Topics




