ร้านอาหารมาดขรึมบนถนนเจริญกรุงในบรรยากาศมินิมอลแต่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจบอกเล่าการเดินทางของ ศรีล โรจนเมธินทร์ เชฟและผู้ก่อตั้งผ่านเซ็ทเมนูสร้างสรรค์
วงการอาหารไม่เคยน่าเบื่อ เพราะจินนาการและความสร้างสรรค์ของเชฟไม่เคยมีที่สิ้นสุด นักชิมที่มองหาประสบการ์อาหารที่ไม่เพียงอร่อย แต่ยังปลุกปั่นจินตนาการและสร้างบทสนทนาห้ามพลาดมื้อเย็นแบบเซ็ทเมนูที่เรียงร้องเรื่องราว แรงบันดาลใจ และมุมมองใหม่ๆ ที่มีต่ออาหารไทยของเชฟ ศรีล โรจนเมธินทร์ ที่ Small Dinner Club ที่เปรียบเสมือนเวทีแห่งการเล่าเรื่องผ่านรสชาติ ซึ่งเส้นแบ่งระหว่างประเพณีและนวัตกรรมถูกทำให้พร่าเลือน และไม่ใช่แค่ร้านอาหาร แต่คือพื้นที่แห่งการทดลองที่มุ่งสำรวจและพลิกโฉมอาหารไทยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน Small Dinner Club เสิร์ฟแบบเซ็ทเมนูเท่านั้น และให้บริการเฉพาะมื้อเย็น เมื่อมาถึงนักชิมจะยังไม่ได้รับเมนูหรือคำอธิบายจนกว่าจะแต่ละคอร์สที่เชฟศรีลจะเล่าถึงแนวคิดและแรงบันดาลใจเบื้องหลังของแต่ละจานอย่างละเอียด
อ่านเพิ่มเติม: สัมผัสอาหารอิตาเลียนที่สวยงามราวบทกวีที่ Arva

Above Looking at Tomyum Prawn from Far Away Part II
ทุกจานคือการเดินทาง การตีความใหม่ที่หยั่งรากลึกในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอาหารไทย ด้วยความเคารพต่อเทคนิคดั้งเดิมและความกล้าที่จะตั้งคำถามกับข้อจำกัดเดิมๆ เช่นการพลิกโฉมต้มยำสูตรคลาสสิก ไปจนถึงการขยายขอบเขตความหมายของ "ข้าว" ในฐานะหัวใจของวัฒนธรรมไทย ที่เชิญชวนให้ผู้ลิ้มลองตั้งคำถามและมองอาหารไทยในมุมใหม่ เป็นการผสานรสชาติอย่างลงตัวระหว่างความหวานและเค็ม ความซับซ้อนและความเรียบง่าย อดีตและอนาคต ในบรรยากาศที่ใกล้ชิดและเป็นกันเอง โดยปราศจากความเป็นทางการของการรับประทานอาหารแบบไฟน์ไดนิ่งดั้งเดิม

Above Duck and Hide ที่สร้างสรรค์จากเป็ดเทศท้องถิ่นเอจสี่สัปดาห์
Small Dinner Club เริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร และอยากมอบประสบการณ์แบบไหนให้กับนักชิมในกรุงเทพ
เดิมทีผมเรียนด้านศิลปะและการถ่ายภาพ และเคยทำบริษัทโปรดักชันในวงการโฆษณาตอนที่อยู่ออสเตรเลีย แต่จริงๆ แล้วผมสนใจการทำอาหารมาตลอด อยากรู้ว่าวัฒนธรรมต่างๆ เขาทำอาหารกันยังไง พอเริ่มจริงจังขึ้น ผมก็ไปทำงานเป็นบาริสต้าระหว่างช่วงที่หยุดจากงานโปรดักชัน และรู้สึกหลงใหลกับจังหวะชีวิตที่รวดเร็วในร้านอาหาร จากนั้นก็เริ่มศึกษาเรื่องกาแฟอย่างจริงจัง ได้ทำงานในร้านกาแฟดี ขๆ หลายแห่ง จนได้มีโอกาสใกล้ชิดกับเชฟฝีมือเยี่ยม
วันหนึ่งผมมีเพื่อนมาทานข้าวที่บ้าน เลยลองอบขนมปังซาวโดห์จากหนังสือ Tartine เล่มเดียวที่มีในบ้าน เป็นครั้งแรกที่ได้ลองทำตั้งแต่สร้างหัวเชื้อ หมัก แป้ง จนอบออกมา ผลลัพธ์ดีกว่าที่คิดไว้มาก และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมเริ่มตั้งคำถามกับวิธีการกิน วิธีการเลือกซื้อวัตถุดิบ และความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการทำอาหา ร หลังจากนั้นผมเปิดคาเฟ่เล็กๆ และเรียนรู้การทำอาหารจากตรงนั้น อ่านหนังสือ ดู YouTube เยอะมาก จนวันหนึ่งผมจัดป๊อปอัพชื่อ Small Dinner Club ในคืนวันศุกร์ที่ร้านของตัวเอง
พอย้ายกลับมาอยู่กรุงเทพฯ ผมเห็นว่ายังมีช่องว่างที่จะสร้างบทสนทนาใหม่ๆ เกี่ยวกับอาหารไทยกับคนไทยและนักท่องเที่ยวที่มาเยือน ผมอยากให้ Small Dinner Club เป็นร้านอาหารที่ไม่ได้แค่ให้อิ่มหรืออร่อย แต่ต้องให้ประสบการณ์ที่ครบทั้งรสชาติ บรรยากาศ การบริการ ศิลปะ วัสดุ จานชาม ทุกอย่างที่ผสมกันอย่างตั้งใจ เพื่อให้แขกได้เปิดประสบการณ์ใหม่กับวัตถุดิบและรสชาติแบบไทยในมุมที่แตกต่าง รวมถึงการบริการที่อบอุ่น เป็นกันเอง และไม่ต้องเป็นทางการหรือหรูหราเกินไป
อะไรเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สนใจโลกของอาหาร
ที่บ้านผมกินดีอยู่แล้ว คุณยายเป็นแม่ครัวที่เก่งมาก พ่อแม่ก็ชอบทำอาหารแบบสมัยใหม่ ผมมีความทรงจำดีๆ กับการกินข้าวเย็นด้วยกัน แต่ที่จำได้แม่นคือช่วงปิดเทอม ผมจะช่วยคุณยายเข้าครัว ปอกกระเทียม ตำพริกแกง เด็ดผัก หั่นผัก ผมชอบที่ได้เป็นคนแรกที่ได้กินของอร่อยก่อนใคร โดยเฉพาะไก่ทอดหรือข้าวผัดที่เกรียมติดก้นกระทะ
เวลาออกแบบเมนูแต่ละจานเริ่มจากวัตถุดิบ เรื่องราว หรืออารมณ์
เมื่อก่อนผมได้แรงบันดาลใจจากการค้นพบวัตถุดิบใหม่ๆ การได้ทานอาหารดีๆ หรือพบปะเชฟเก่งๆ แต่ตอนนี้ผมรู้สึกว่าแรงบันดาลใจมาได้จากทุกอย่างในชีวิตประจำวัน การพูดคุย เพลง หรือศิลปะ มันเป็นสิ่งที่สัมผัสความรู้สึกในฐานะมนุษย์ แล้วผมแค่เอาสิ่งนั้นมาถ่ายทอดผ่านอาหาร
การทำอาหารแบบนี้ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับตัวเองบ้าง
พื้นฐานที่สุดของประสบการณ์การกินคือต้องอร่อย ได้คุณค่า และทำอย่างดีที่สุด ส่วนความเป็นเอกลักษณ์ของเชฟแต่ละคนก็คือสิ่งที่เพิ่มเติมเข้าไป ผมรู้สึกดีใจที่สามารถมอบประสบการณ์ที่แตกต่างให้แขกได้ เปิดมุมมองใหม่ๆ กับวัตถุดิบไทยที่ทั้งรู้จักและไม่เคยรู้จัก หวังว่าหลังจากได้ทานที่ร้านแล้ว แขกจะได้มองอาหารไทย วัตถุดิบ และเทคนิคต่างๆ ในแบบของตัวเอง
วัฒนธรรม การเดินทาง หรือรากเหง้ามีอิทธิพลต่อการทำอาหารอย่างไร
สำหรับเชฟ การเดินทางไปสัมผัสวัฒนธรรม อาหาร ตลาด เป็นประสบการณ์ที่มีค่าและเปิดโลกมาก เพราะอาหารเป็นภาพสะท้อนวัฒนธรรมของผู้คนแต่ละพื้นที่ เป็นภาษาที่บอกเล่าเรื่องราว ชนชั้น และประวัติศาสตร์
ช่วงเวลาที่ส่งผลต่อแนวคิดของผมมากที่สุดคือ ตอนที่บวชเป็นพระในวัดป่าอยู่ภาคอีสาน หลังจากกลับจากทำงานในต่างประเทศมาหนึ่งปี ตอนเป็นพระจะต้องฝึกวางเฉยต่อสิ่งกระตุ้นต่างๆ รวมถึงอาหารด้วย เพราะเป็นสิ่งที่มีผลต่อความคิดและความรู้สึก แต่ในขณะเดียวกันก็ได้เรียนรู้วิถีชีวิตและอาหารท้องถิ่นของชาวบ้านในอีสาน ที่จะนำอาหารป่า พืชผักที่หาได้ในท้องถิ่นมาถวายพระทุกเช้า ถึงแม้ตอนนั้นผมจะไม่ได้คิดถึงเรื่องอาหารแบบจริงจัง แต่พอกลับมาทบทวนทีไรก็รู้สึกว่าวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความเป็นชุมชนของที่นั่นเป็นสิ่งที่มีผลต่อแนวคิดการทำอาหารของผมเสมอ
Small Dinner Club
1109 ถนนเจริญกรุง สี่พระยา บางรัก กรุงเทพฯ (เปิดวันพฤหัสบดีถึงอาทิตย์), 083-992-9669
อ่านเพิ่มเติม
เชฟนูรอ กับความสำเร็จของร้าน Blue Elephant ธุรกิจอาหารไทยระดับโลกที่ย่างเข้าสู่ปีที่ 44










