ทำความรู้จักเชฟหน้าใหม่ไฟแรงที่กำลังมีชื่อเสียงในแวดวงอาหารของไทย
ในวงการอาหารไทยโดยเฉพาะในระดับไฟน์ไดนิ่งมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลา ส่วนหนึ่งในนั้นคือบุคลากรที่อยู่เบื้องหลังเมนูสุดพิเศษ เชฟเหล่านี้คือบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์และได้รับความนิยมแห่งยุค พวกเขายกระดับอาหาร สร้างนวัตกรรม และร่วมสนับสนุนการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นใกล้ตัว ครีเอทเป็นอาหารรสชาติแปลกใหม่ ขณะที่บางคนพลิกโฉมเมนูอาหารจนมีหน้าตาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทว่ายังคงรสชาติดั้งเดิมของเมนูต้นตำรับได้ไม่ผิดเพี้ยน ด้วยทั้งพรสวรรค์ พรแสวง และความเป็นมืออาชีพ ทำให้เราไม่ควรพลาดการรับประทานอาหารที่เชฟดาวรุ่งเหล่านี้ปรุงขึ้นเพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างและลืมไม่ลง
อ่านเพิ่มเติม: เชฟต้น ธิติฏฐ์ แนะนำร้านอาหารและบาร์ที่ดีที่สุดในเชียงใหม่

Above เชฟ เฮนรี่ ลี จาก Juksunchae
1. เชฟ เฮนรี่ ลี จาก Juksunchae
เชฟเฮนรี่ ลี (Henry Lee) คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังความหรูหราและประณีตของ Juksunchae ร้านอาหารเกาหลีไฟน์ไดนิ่งแห่งแรกของเมืองไทย ด้วยประสบการณ์ในแวดวงอาหารยาวนานกว่า 15 ปี เขาพิถีพิถันในการคัดสรรวัตถุดิบ ใส่ใจในการปรุงอาหาร เพื่อดึงรสชาติเด่นของอาหารออกมาให้ได้มากที่สุด เสิร์ฟคอร์สเมนู 11 คอร์ส แต่ละจานอาหารยังคงความหลากหลายของวัตถุดิบ ตามสไตล์ดั้งเดิม แต่มีการจัดวางในรูปแบบที่เราไม่คุ้นตา มีความมินิมอลนิดๆ แต่เต็มไปด้วยสีสันและเส้นสาย เชฟเฮนรี่เปิดโลกแห่งวัฒนธรรมอาหารเกาหลีในมิติใหม่ ชวนให้ติดตามว่าเขาจะรังสรรค์เมนูเกาหลีใดมาเซอร์ไพร์สเราได้อีก
2. เชฟ แบงค์ ชัชวาล วราหะจีระกูล จาก สมุทร

Above เชฟ แบงค์ ชัชวาล วราหะจีระกูล จากร้านสมุทร
สมุทร ร้านอาหารซีฟู้ดไฟน์ไดนิ่งชื่อแสนเรียบง่ายตรงไปตรงมา อาหารก็เช่นกัน แต่ละเมนูสามารถรับประทานได้อร่อย ไม่ต้องตีความให้ยุ่งยาก แต่เบื้องหลังทุกเมนูผ่านกระบวนการคิดกลั่นกรองมาอย่างแยบยล โดยการนำวัตถุดิบจากท้องทะเลไทยทั้งสองฝั่ง ทั้งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน เพื่อเชิดชูให้ทุกคนได้ชื่นชมในคุณค่าและคุณภาพที่ไม่น้อยหน้าวัตถุดิบจากท้องทะเลใดในโลก นำทีมโดยเชฟแบงค์ ชัชวาล วราหะจีระกูล เชฟผู้ลุ่มลึกทางความคิดเพราะคลุกคลีอยู่กับวงการร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งมายาวนาน เขายกระดับประมงพื้นบ้านไทย ไล่เรียงจากประจวบคีรีขันธ์จรดนราธิวาส สร้างสรรค์เป็นงานศิลปะที่สวยงาม พร้อมพาทุกคนออกเดินทางท่องเที่ยวภาคใต้ของไทยผ่าน 16 คอร์สเมนูที่จับคู่วัตถุดิบตามฤดูกาลและองค์ประกอบต่างๆ ได้อย่างเหมาะเจาะ กลมกล่อมทุกจาน
3. เชฟโอ๊ต ณัฐพนธ์ โอทนาวาทกิจ จาก HEH Phuket

Above เชฟ โอ๊ต ณัฐพนธ์ โอทนาวาทกิจ เจ้าของร้านและหัวหน้าเชฟร้าน HEH Phuket
เชฟโอ๊ต ณัฐพนธ์ โอทนาวาทกิจ เจ้าของร้านและหัวหน้าเชฟร้าน HEH Phuket สั่งสมประสบการณ์ชีวิตและการทำอาหารจากออสเตรเลียมานานกว่าสิบปี และกลับมาเปิดร้านอาหารแคชชวลไฟน์ไดนิ่งแนว Contemporary Australian ภายใต้คอนเซ็ปต์การนำตัวตนของเมืองเมลเบิร์น มาผสมผสานกับวัตถุดิบหลักคุณภาพดีและสดใหม่จากท้องทะเลอันดามัน ความน่าทึ่งอยู่ที่ความคิดสร้างสรรค์และเทคนิคในการปรุงอาหารของเชฟโอ๊ต เขาทำให้วัตถุดิบพื้นๆ ที่ดูธรรมดา น่าสนใจขึ้นอีกหลายเท่า รสชาติและองค์ประกอบของทุกจานเป็นความแปลกใหม่ที่ไม่มีใครเคยเจอ จนกระทั่งได้มาพบกับอาหารของเชฟโอ๊ต
4. เชฟ แท็ป ศุภสิทธิ์ ก๊กผล จาก Coda Bangkok

Above เชฟ แท็ป ศุภสิทธิ์ ก๊กผล จาก Coda Bangkok
จะเรียกว่าเป็นลูกไม้ที่หล่นใกล้ต้นก็ไม่เชิง จะว่าไกลต้นก็ไม่ใช่ เพราะแม้เชฟแท็ป ศุภสิทธิ์ ก๊กผล จะเติบโตมาท่ามกลางครอบครัวที่ทำธุรกิจร้านอาหารไทยและซีฟู้ดย่านสมุทรสาคร แต่อาหารของร้าน Coda Bangkok ของเขา ซึ่งเป็นร้านอาหารไทยไฟน์ไดนิ่ง กลับมีรูปโฉมที่สวยงามแปลกตาและแตกต่าง ถ้าเห็นแค่หน้าตาและไม่รู้ว่าที่นี่เสิร์ฟเมนูความเป็นไทยจะต้องประหลาดใจเมื่อได้ลิ้มลอง เพราะทุกเมนูให้รสชาติไทยแท้ดั้งเดิม คอร์สเมนูสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามฤดูกาลและวัตถุดิบที่หลากหลาย การไม่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ ทำให้ลูกค้ารู้สึกสนุกกับการรับประทานอาหาร เมื่อต้องวางช้อนและพับผ้าเช็ดปาก ยังไม่ทันจะกลับบ้านก็จดจ่อกับการเฝ้ารอที่จะได้กลับมาอีกครั้ง
5. เชฟ บิ๊ก อรรถสิทธิ์ พัฒนเสถียรกุล จาก อยากทำแต่ไม่อยากกิน

Above เชฟ บิ๊ก อรรถสิทธิ์ พัฒนเสถียรกุล จาก อยากทำแต่ไม่อยากกิน
เชฟบิ๊ก อรรถสิทธิ์ พัฒนเสถียรกุล เป็นเชฟเทเบิ้ลอาหารฝรั่งเศสคลาสสิก ที่ก้าวกระโดดมาอยู่ในใจของนักกินและนักชิมได้ในเวลาอันรวดเร็ว ไม่ใช่แค่เพราะความอารมณ์ดี กล้าคิด กล้าทำ และมีใจรักในการทำอาหารเท่านั้น แต่เพราะวิธีการต่อสู้เพื่อให้ได้ทำอาหารและพิสูจน์ว่าอาหารของเขาอร่อยและคุ้มค่ากับการตามหา เชฟบิ๊กสร้างทุกอย่างด้วยตัวเอง เรียนทำอาหาร คิดค้นสูตร ออกแบบครัว เขาบินลัดฟ้าไปเรียนจบวิชาการทำอาหารจากนครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ก่อนจะกลับเมืองไทยมาเปิดร้านเล็กๆ ที่ไม่ลับอีกต่อไปเมื่อก้าวเข้าสู่ร้าน อยากทำแต่ไม่อยากกิน ทุกอย่างเริ่มต้นจากกลิ่นที่กระตุ้นต่อมรับรสให้น้ำลายสอ กระทั่งจวบจนได้ลิ้มชิมรสอาหารทั้ง 6 คอร์สเมนู




