จาก Motoi Restaurant Kyoto สู่ MOTOï Bangkok โดยเชฟ Motoi Maeda พร้อมเสิร์ฟอาหารสไตล์ Modern French
ใครที่ชื่นชอบอาหารไฟน์ไดนิ่งและหลงใหลในรสชาติที่ผสมผสานความเป็นสากลแบบไม่เหมือนใคร ร้าน MOTOï Bangkok ในโครงการ Patom Organic Living ซอยสุขุมวิท 49 ถือเป็นอีกจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาด
ร้านนี้เกิดจากความตั้งใจของเชฟ Motoi Maeda ซึ่งเป็นเชฟเจ้าของรางวัล Michelin 1 ดาวติดต่อกัน 10 ปี จากร้าน Motoi Restaurant Kyoto เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เชฟ Motoi ได้นำเสนอการผสมผสานอาหารแบบ Modern French กับกลิ่นอายอาหารจีนและญี่ปุ่นเข้าด้วยกันอย่างลงตัว สร้างสรรค์ประสบการณ์การรับประทานอาหารแบบใหม่ให้คนไทยได้สัมผัส
ร้าน MOTOï Bangkok สะท้อนถึงปรัชญาความคิดที่เชฟ Motoi ใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบที่สดใหม่ไปจนถึงการดึงรสชาติแท้จริงของวัตถุดิบแต่ละชนิดออกมาให้ได้มากที่สุด อาหารที่เสิร์ฟไม่เพียงแค่มีความสวยงามในเรื่องการตกแต่ง แต่ยังแสดงถึงความเคารพต่อธรรมชาติของวัตถุดิบ และสร้างสมดุลที่กลมกล่อมในการผสานรสชาติจากอาหารทั้งสามสัญชาติ โดยเชฟเน้นความประณีตในทุกจาน เพื่อให้ลูกค้าได้รับรู้ถึงรสชาติที่สดใหม่และสมบูรณ์แบบที่สุด
อ่านเพิ่มเติม: ชิมอาหารพม่าสมัยใหม่ที่ Rangoon Tea House ร้านชาที่มีแต่ของอร่อย
บรรยากาศของร้าน MOTOï Bangkok ยิ่งเสริมให้การรับประทานอาหารที่นี่เป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมได้ ด้วยพิกัดของร้านที่ตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้และธรรมชาติอันร่มรื่นในโครงการ Patom Organic Living ผู้ที่มารับประทานสามารถหลีกหนีความวุ่นวายในกรุงเทพฯ และดื่มด่ำกับอาหารไฟน์ไดนิ่งแบบผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่
การตกแต่งร้านยังคงแนวคิดของ MOTOï Restaurant Kyoto ที่เป็นบ้านเกียวโตแบบดั้งเดิมที่ปรับปรุงใหม่ ให้ความรู้สึกทั้งคลาสสิกและทันสมัยในเวลาเดียวกัน โดยสะท้อนถึงศิลปะและวัฒนธรรมอันประณีตของญี่ปุ่น
Above เปิดต่อมรับรสด้วยสาเก Kaze no Mori “Alpha Type 3” (ภาพ: Kornpath Parn-on)
Above Gougeres・DuckㆍTruffle Cream (ภาพ: Kornpath Parn-on)
Above PanipuriㆍCarrotㆍConsomme Dried Plum, ScallopsㆍPapayaㆍChorizo และ KagoshimaㆍSquid-Eggplant·Bilimbi·Cumin (ภาพ: Kornpath Parn-on)
Above UniㆍCaviarㆍNegi (ภาพ: Kornpath Parn-on)
จากจุดเริ่มต้นในปี 2012 MOTOï Restaurant Kyoto ได้สร้างชื่อเสียงในวงการอาหารไฟน์ไดนิ่งโดยการผสมผสานอาหารฝรั่งเศสกับความละเอียดอ่อนของญี่ปุ่น ทั้งยังนำปรัชญานี้สืบต่อมาถึง MOTOï Bangkok กับอาหารสไตล์ Fine Dining ที่เสิร์ฟเป็นคอร์ส เริ่มต้นด้วย Gougeres (กูแชร์) ขนมที่มีลักษณะเหมือนชูครีมสอดไส้ครีมทรัฟเฟิล และเป็ด สองคำเพื่อเรียกน้ำย่อยก่อนเข้าสู่เมนูอาหาร เชฟกำลังเตรียมให้เราได้เห็นในครัวเปิด ที่เราสามารถนั่งมองกระบวนการทำอาหารของเชฟได้ตลอดมื้ออาหารในค่ำคืนนี้
จากที่สองที่เสิร์ฟมานั้นเต็มไปด้วยความหลากหลายขององค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นปานิปูริ ที่สอดใส้แครอท ซุปใสที่มาในรูปแบบเจลลี่ และพลัมแห้ง ชิ้นต่อมาเป็นมูสหอยเชลล์เนื้อเนียน โรยด้วยไส้กรอกโซริสโซ่ และมะละกอ สุดท้ายเกิดจากเชฟ Motoi ได้ทดลองชิมตะลิงปิงผลไม้รสเปรี้ยวโดดที่มีรสชาติเฉพาะตัวมาก แต่เมื่อจับคู่กับปลาหมึกอะโอริอิกะจากคาโกชิมะแล้ว กลับได้ความกลมกล่อมที่ปิดท้ายเซตนี้ได้อย่างลงตัว
อีกหนึ่งจานที่ผสานเทคนิคของฝรั่งเศสและญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน ไข่ตุ๋นเย็นที่มีหลากหลายเนื้อสัมผัสในถ้วยเดียวกับพุดดิ้งต้นหอม มูสอูนิ และคาเวียร์
Above FukahireㆍShrimpㆍSoba·Sudachi- HerHerbs (ภาพ: Kornpath Parn-on)
Above FukahireㆍShrimpㆍSoba·Sudachi- HerHerbs (ภาพ: Kornpath Parn-on)
Above Foie Gras·PlumㆍCacao Chrysanthemememum (ภาพ: Kornpath Parn-on)
ความหลงใหลในวัตถุดิบของไทย และวิธีการรับประทานแบบไทยนั้น ยังคงส่งผลต่อการสร้างสรรค์เมนูของเชฟ Motoi ในจานต่อมา ที่เขาได้นำแป้งโซบะ ห่อเข้ากับเปาะเปี้ยะหูฉลาม โดยมีโมโรมิเป็นเครื่องจิ้มเพื่อชูรสชาติ โดยโมโรมินั้นเป็นกระบวนการของการทำซอสถั่วเหลือง ที่อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านของโคจิที่มาจากเมล็ดถั่วเหลืองผสมเข้ากับธัญพืชตากแห้งผสมเขากับน้ำเกลือลักษณะหยาบ ให้พอได้สัมผัสเนื้อของถั่วเหลือและรสเค็มปะแล่มที่มีความหวานปลายๆ โดยปลายทางของโมโรมมิจะกลายเป็นซอสถั่วเหลืองที่เราคุ้นเคยกัน
ด้วยประสบการณ์ของเชฟ Motoi ที่คร่ำหวอดในวงการอาหารฝรั่งเศสและความชื่นชอบในการทำอาหารฝรั่งเศสเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมนูต่อไปนี้เป็นการนำเสนอความสามารถและเทคนิคของเขากับวัตถุดิบชั้นยอดจากฝรั่งเศสอย่าง ฟัวกราส์ ให้ได้ลิ้มลองกัน
เขานำตับห่านมาปรุงด้วยหลากหลายกระบวนการตั้งแต่การแช่น้ำเกลือ ก่อนที่จะซูวี เพื่อลดกลิ่น คงรสชาติ เสิร์ฟคู่กับผลไม้คอมพอตเนื้อสัมผัสกึ่งพีช กึ่งพลัม พร้อมกับครัมเบิลเพิ่มเท็กซ์เจอร์ ไซรัปดอกเก็กฮวย และเชฟยังคงติดใจกับผลไม้รสเปรี้ยวในการสร้างสัมผัสของกลิ่น โดยเมนูนี้จะเปลี่ยนไปทุกฤดูกาล
Above บรรยากาศภายในครัวเปิดของร้าน MOTOï Bangkok (ภาพ: Kornpath Parn-on)
Above AbaloneㆍMushrooms·Risotto (ภาพ: Kornpath Parn-on)
Above 50 Kinds of Vegetables ㆍ Yuzu (ภาพ: Kornpath Parn-on)
ความเชี่ยวชาญในอาหารจีนของเชฟ Motoi นั้นไม่น้อยกว่าแพสชั่นของเขาที่มีต่ออาหารฝรั่งเศสแม้แต่น้อย เมนูนี้จึงเป็นการวมเอารีซอตโต รวมกับเห็ด 5 อย่าง หอยเป๋าฮื้อ ซอสจีน ความลงตัวของข้าวที่ผัดจนได้ความสุกพอดี กับวัตถุดิบแนวโอเรียนทอลที่เราคุ้นเคย เป็นอีกหนึ่งจานไฮไลต์ที่เราได้เห็นความรักในอาหารของเชฟ Motio
เป็นอีกจานที่เราจะได้เห็นความวุ่นวายในครัวที่เปิดให้ทุกท่านได้รับชม ความโกลาหลนั้นเป็นเรื่องปกติในทุกครัว แต่สำหรับเมนูที่ต้องใช้ผักมากกว่า 55 ชนิด ที่ 25 ชนิดส่งตรงจากเกียวโต และจากท้องถิ่นอีก 30 ชนิด บวกการกระบวนการปรุงที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น ผักสด ผัด ลวก ทอด ย่าง ที่ทั้งหมดรวมกันอยู่ในจานเดียว เปิดประสบการณ์การกินสลัดผักที่แปลกใหม่ และแตกต่างจากที่คุณเคยเจอมาอย่างแน่นอน
อ่านเพิ่มเติม: ไทย ติดอันดับเมืองอาหารยอดฮิตสำหรับสายฟู้ดดี้ในเอเชีย
Above Grouper·CosㆍDried Radishsh·Dried Scallops (ภาพ: Kornpath Parn-on)
Above Charolais BeefㆍGuava (ภาพ: Kornpath Parn-on)
เมื่อพูดถึงเมนูจานปลา ความสดของเนื้อปลานั้นคือหัวใจสำคัญ เชฟได้นำเอากระบวนการรักษาความสดของเนื้อปลาอย่าง อิเคะจิเมะ มาใช้กับปลาเก๋าทันทีที่จับได้ เนื้อปลาสีขาวไร้กลิ่นคาว ราดด้วยซอสสไตล์จีน และเพิ่มเนยเข้าไปเพื่อให้มีความขุ่นข้นแบบฝรั่ง เสิร์ฟคู่กับผักคอส และหอยเชลล์แห้ง
เราเลือกเมนูจานหลักเป็นเป็ดที่เพาะเลี้ยงจากเขาใหญ่ ผ่านกระบวนการดรายเอจ อบในอุณหภูมิที่เหมาะสม จนเนื้อสีชมพูฉ่ำ หนังส่วนนอกยังคงความกรอบ ส่วนด้านในยังมีชั้นไขมันอยู่พอดีคงความชุ่มชื้นของเนื้อไว้ เสิร์ฟคู่กับฝรั่งคอมพอต ทานคู่กันได้รสชาติที่ไม่เหมือนใคร
เมนูสุดท้ายคือราเมน น้ำซุปอุ่นช่วยย่อยอาหารได้เป็นอย่างดี กับเส้นราเมงที่มีความหนึบเล็กน้อยด้วยแป้งโมจิที่ถูกผสมเข้าด้วยกัน ปิดท้ายมื้ออาหารคาวได้เป็นอย่างดี
Above 3 Kinds of SweetsㆍKyoto Bancha (ภาพ: Kornpath Parn-on)
เมนูขนมหวานของทางร้านนั้นมี 3 เสิร์ฟในจานเดียว พร้อมด้วยบันฉะ (Bancha) โดยทางเชฟแนะนำให้รับประทานขนมเรียงกันจากสายไหมองุ่นชายน์มัสแคต คานาเล่เนื้อมะพร้าว และมาการองมะขาม ทานคู่กับชาบันฉะที่แทบจะไม่มีรสขมในเนื้อชา พร้อมผ่านการอบเพื่อเพิ่มกลิ่น จบเมนูมื้ออาหารในค่ำคืนนี้ได้ครบถ้วนตามแบบฉบับไฟน์ไดนิ่ง




