Cover เซเลบริตี้เชฟคนดัง Sergio Herman กำลังตกแต่งเมนูจานเด็ดของเขา seafood orecchiette ที่ Le Pristine Tokyo (ภาพ: Aun Koh)

เชฟ Sergio Herman แห่ง Oud Sluis ได้นำแนวคิด Le Pristine ที่ได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ของเขามาสู่เมืองหลวงชั้นนำแห่งวงการอาหารของเอเชีย

การตัดสินใจปิด mezza9 ร้านอาหารอายุกว่า 20 ปี ที่ Grand Hyatt Singapore ของ Andreas Stalder ทำให้หลายคนตกใจ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าตั้งแต่เปิดตัวในปี 1998 ร้าน mezza9 ก็กลายเป็นร้านโปรดของคนมากมาย และเป็นหนึ่งในร้านสำคัญของร้านอาหารในสิงคโปร์

แต่ถ้าจะมีใครเป็นคนตัดสินใจเปลี่ยนแปลง ก็ถูกแล้วที่จะเป็น Andreas เพราะเขาคือคนที่ปลุกปั้นร้านมาแต่แรกเริ่ม ร้าน mezza9 เป็นร้านแรกๆ ในสิงคโปร์ที่มีอาหารจากนานาชาติและเป็นครัวเปิด จนกลายเป็นต้นแบบที่ถูกร้านอื่นๆ เอาไปปรับใช้ในการออกแบบนับครั้งไม่ถ้วน นั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ Andreas มองว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

Andreas บอกกับ Tatler ระหว่างมื้ออาหารในโตเกียวว่า เขากำลังมองหาสิ่งใหม่ “เป้าหมายของผมคือสร้างสิ่งที่ลูกค้าจะไม่เอาไปเปรียบเทียบกับ mezza9 ผมรู้สึกว่าเราต้องกลับมาเน้นที่คุณภาพ และผมต้องการเชฟที่สามารถยกระดับอาหารและและสร้างประสบการณ์ที่พิเศษได้”

อ่านเพิ่มเติม: ชวนรู้จัก 'เนื้อฮันอู' ที่เป็นดั่งสมบัติของชาติเกาหลี สู่เวทีอาหารระดับโลก

Tatler Asia
Above Le Pristine Antwerp
Tatler Asia
Above เมนูคาเวียร์ที่เสิร์ฟที่ร้าน Le Pristine Antwerp

Andreas พบคำตอบในช่วงปีแรกของโควิด-19 เมื่อเชฟชาวดัตช์ Sergio Herman เปิดร้านชั่วคราวแบบ pop-up ที่ Park Hyatt Tokyo

เขาคิดว่าสิ่งที่เชฟกำลังทำ น่าจะเป็นสิ่งที่เขากำลังค้นหา ร้านอาหารกับแนวคิดที่ชูความสนุกสนาน แฟชั่น ศิลปะ ดนตรี และการออกแบบ โดยมีอาหารที่ “เรียบง่ายที่ทำได้ดีเยี่ยม” เป็นพื้นฐาน

เชฟ Sergio เปิดร้าน Le Pristine ที่เมืองแอนต์เวิร์ปในประเทศเบลเยียมเมื่อเดือนกรกฎาคม 2020 เขาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เมื่อร้าน Oud Sluis ที่เขารับช่วงกิจการต่อจากพ่อในเนเธอร์แลนด์ คว้า 3 ดาวมิชลินเมื่อปี 2006

Le Pristine ที่แอนต์เวิร์ปเป็นทั้งร้านอาหารและร้านกาแฟ ออกแบบโดยบริษัท Space Copenhagen สัญชาติเดนมาร์ก ร้านครบครันทั้งความสวยงามของรสชาติอาหาร ความสวยงามของตัวร้าน งานศิลปะ และเพลงเคล้าคลอบรรยากาศ ผลลัพธ์ที่ได้คือพื้นที่ที่เต็มไปด้วยงานศิลปะที่เก๋ไก๋และมีชีวิตชีวา พร้อมอาหารคุณภาพเยี่ยม โดยที่ไม่รู้สึกถึงการเสแสร้งหรือพยายามที่จะเป็นอะไร สำคัญที่สุดคือแนวความคิดของร้านที่ต้องการดึงดูดลูกค้าให้กลับมาอีกเรื่อยๆ

เชฟ Sergio ตกลงใจเปิด Le Pristine Singapore โดยมีกำหนดเริ่มให้บริการวันที่ 8 ตุลาคมนี้ ส่วนตัวโรงแรมเองก็ได้เริ่มกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

Tatler Asia
Above ทางเข้าโรงแรม Le Pristine Tokyo ใน Toranomon Hills (ภาพ: โรงแรม Toranomon Hills)
Tatler Asia
Above การตกแต่งภายในที่อบอุ่นและเก๋ไก๋ที่ Le Pristine Tokyo (ภาพ: Hotel Toranomon Hills)

ในเวลาเดียวกันนั้น Andreas ก็กำลังเปิดอีกโรงแรมในกรุงโตเกียว เป็นโรงแรมแรกในญี่ปุ่นที่ถูกออกแบบโดย Space Copenhagen เลยกลายเป็นความลงตัวอย่างเหมาะเจาะพอดีที่จะเชื้อเชิญเชฟ Sergio ให้มาเปิด Le Pristine ที่นี่เสียด้วยเลย แต่คราวนี้ไม่ใช่มาแค่ร้านอาหาร แต่มาพร้อมกับ Le Pristine Cafe และ Andreas ยังทาบทามให้เชฟมาดูกิจการด้านอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมดของโรงแรม

Le Pristine Tokyo เปิดตัวไปเมื่อเดือนธันวาคม 2023 อย่างสวยงามกับความเป็น “casual fine dining” ที่เชฟต้องการ Tatler ได้มีโอกาสนั่งคุยกับเชฟเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมากับบทบาทของเขาในโตเกียว และร้าน Le Pristine Singapore ที่กำลังเพิ่มอาหาร ‘อิตาเลียนแบบใหม่’ เข้าไปในเมนู โดยเชฟอธิบายว่าเป็นการ ‘ชื่นชม’ รสชาติแบบอิตาเลียนดั้งเดิมกอปรกับมรดกเซลันด์อันฝังรากลึกของเชฟเอง

เราสงสัยว่า “casual fine dining” แบบฉบับของเชฟ Sergio คืออะไร

เชฟบอกว่าอาหารไฟน์ไดนิ่งนั้นอยู่ในใจเขาเสมอ เป็นสิ่งที่เขาเติบโตมาด้วยประสบการณ์กับครอบครัว

“สุดท้ายผมไปเรียนการโรงแรม แล้วก็มาทำที่ร้านอาหารของครอบครัว ผมเชื่อว่าไฟน์ไดนิ่งมีที่อยู่ของมันเสมอ แต่ผมก็เชื่อว่าต่อไปเป็นเวลาของ ‘casual fine dining’ แล้ว เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนอยากจะใช้เวลาห้าชั่วโมงกับอาหารหนึ่งมื้อ คือมีกลุ่มคนที่รักที่จะทำแบบนั้น ซึ่งในบางครั้งผมเป็นหนึ่งในนั้น แต่ Le Pristine เป็นการฉลองอาหารชั้นเลิศ บรรยากาศดีเยี่ยม กับความมีชีวิตชีวาจากเพลง งานออกแบบ และศิลปะ เป็นที่ให้เกิดบทสนทนาต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดึงดูดทุกคน ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ หรือทำอาชีพอะไรก็ตาม”

สิ่งที่ทำให้ร้านเขาต่างไปจากไฟน์ไดนิ่งคือบรรยากาศและบริการ

“เราไม่มีอาหาร 18-คอร์สเมนู แต่เราจะให้ความสนใจกับบรรยากาศที่เปิดกว้าง ต้อนรับผู้มาเยือน กับมื้ออาหาร 4-5 คอร์สเมนู และบางทีก็มีจานใหญ่ตรงกลางให้แบ่งปัน ผมว่ามันสำคัญที่จะทำให้คนที่มารู้สึกผ่อนคลายระหว่างมื้อ”

อ่านเพิ่มเติม: สนุกกับมื้ออาหารหรูแบบมีกิมมิก ในร้านอาหารคอนเซ็ปต์ "fun dining" ทั่วโลก

Tatler Asia
Above เชฟ Sergio Herman ที่ครัวเปิดของร้าน Le Pristine Tokyo (ภาพ: Aun Koh)

อาหารที่ Le Pristine Tokyo ใช้วัตถุดิบชั้นเลิศของญี่ปุ่น และมีการย้อนกลับไปที่เมนูญี่ปุ่นยอดนิยมด้วย เชฟบอกว่ากุญแจสำคัญคือที่เขาเอาจาก Le Pristine Antwerp ไปเมืองอื่นๆ ด้วย นั่นคือ DNA ของการทำอาหารของเขา “สะท้อนความรักที่ผมมีต่ออาหารทะเล ผสมผสานกับความชอบในความสดและรสเปรี้ยว ปรัชญาของร้าน Le Pristine เป็นการผสมผสานองค์ประกอบเหล่านี้เข้ากับแรงบันดาลใจจากประสบการณ์การเดินทางของผม สร้างสรรค์ประสบการณ์อาหารที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งเคารพการทำอาหารในท้องถิ่น ในขณะที่ยังคงยึดมั่นในรากเหง้าของผมเอง”

ถ้าใครได้ไปลิ้มลองมาแล้วทั้งร้านที่แอนต์เวิร์ปและที่โตเกียว จะได้เห็นว่ามีเมนูที่อยู่กับชื่อร้านมาแต่ดั้งเดิม และจะเสิร์ฟที่สิงคโปร์ด้วย นอกเหนือจากนั้น จะเป็นเมนูที่นำเอาองค์ประกอบท้องถิ่นมาทำใหม่ ซึ่งเชฟบอกว่าแต่ละที่ก็จะมีเมนูที่เรียกได้ว่าเป็น DNA ของที่นั้นๆ

Tatler Asia
Above Le Pristine Spritz (ภาพ: Chantal Arnts)
Tatler Asia
Above เมนู seafood orecchiette ที่ห้ามพลาดของ Sergio Herman (ภาพ: Chantal Arnts)

“ที่สิงคโปร์ การผสมผสานทางวัฒนธรรมถือเป็นโอกาสอันยอดเยี่ยม และร้านอาหารแห่งนี้ได้รับอิทธิพลและแรงบันดาลใจจากทั่วเอเชียมากมาย เรากำลังทดลองรสชาติท้องถิ่น เช่น ปูผัดพริก และนำมาปรับให้เข้ากับเมนูของเรา ญี่ปุ่นมีอาหารทะเลที่อร่อยที่สุดในโลก ซึ่งเราใช้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ เราตั้งเป้าที่จะเคารพและโอบรับวัฒนธรรมท้องถิ่นในขณะเดียวกันก็แนะนำรสชาติและประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ผสมผสานกันอย่างเป็นเอกลักษณ์ของเรา ความสมดุลนี้ละเอียดอ่อน แต่เราต้องควบคุมอย่างพิถีพิถันเพื่อให้แน่ใจว่า Le Pristine แต่ละร้านจะนำเสนอสิ่งที่คุ้นเคยแต่แปลกใหม่”

เขาอธิบายว่าไม่ได้พยายามสร้างเมนูอาหารท้องถิ่นขึ้นมาใหม่ แต่เขาและทีมงานใช้แรงบันดาลใจและพยายามผสมผสานรสชาติและส่วนผสมเหล่านี้เข้ากับเมนูใหม่ๆ มากกว่า

“โอกาสที่จะได้ผสมผสานวัฒนธรรมและส่วนผสมที่หลากหลายคือสิ่งที่ผลักดันผม สถานที่ใหม่แต่ละแห่งมอบความท้าทายและโอกาสในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เป้าหมายที่จะแบ่งปันวิสัยทัศน์ด้านการรับประทานอาหารของเรากับคนทั่วโลกยังคงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของผมเสมอมา”

เราเชื่อว่าวิสัยทัศน์ของเขาจะสะท้อนถึงตลาดลูกค้าในปัจจุบันอย่างแน่นอน ที่ผู้คนหลีกเลี่ยงรูปแบบเมนูชิมอาหารที่ยุ่งยาก ซับซ้อน และยืดเยื้อเกินไป Sergio ซึ่งมีประสบการณ์ในครัวมากว่า 30 ปี รู้ดีว่าประสบการณ์รูปแบบใหม่นี้จะดึงดูดลูกค้าให้กลับมาใช้บริการบ่อยขึ้น ปัจจุบันเขาไม่สนใจที่จะบริหารร้านอาหารที่ผู้คนมาใช้บริการเพียงครั้งเดียว เพียงเพื่อเช็กลิสต์หรือเพื่อฉลองโอกาสพิเศษเพียงปีละครั้งอีกต่อไป

นอกจากนี้ Sergio ยังบอกกับเราว่า แม้ว่าเขาจะเคารพรางวัลและผลสำรวจต่างๆ ที่เชฟหลายคนให้ความสนใจ แต่ “เป้าหมายของผมในวันนี้คือการสร้างร้านอาหารที่ผู้คนชื่นชอบในด้านคุณภาพ บรรยากาศ และประสบการณ์โดยรวม การได้รับการยอมรับจากมิชลินหรือสถาบันที่มีชื่อเสียงอื่นๆ ถือเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมเสมอ แต่ความพึงพอใจของลูกค้าของเราถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด”

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 ดีเทลการตกแต่งด้วยลูกบอลดิสโก้หลอมละลาย 'Quelle Fête' โดยกลุ่มศิลปะ Rotganzen ของเนเธอร์แลนด์ (ภาพ: Chantal Arnts)
Photo 2 of 3 แม้ว่าร้านอาหาร Le Pristine แต่ละแห่งจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในทำเลที่ตั้ง แต่ก็จะมีองค์ประกอบการออกแบบร่วมกันเพื่อสร้างเอกลักษณ์แบรนด์ที่จดจำได้ (ภาพ: Chantal Arnts)
Photo 3 of 3 งานศิลปะโดย Rinus Van de Velde (ภาพ: Chantal Arnts)

ร้าน Le Pristine ทั้งสามร้าน แม้จะมีความแตกต่างในเรื่องสถานที่และบรรยากาศ แต่จะมีการออกแบบที่เป็นซิกเนเจอร์ของความเป็น Le Pristine หนึ่งในนั้นที่เชฟชี้ให้ดูคือ ลูกบอลดิสโก้ที่เหมือนถูกหลอมติดกำแพงร้าน เป็นผลงานศิลปะชื่อ Quelle Fête โดยกลุ่มศิลปินดัตช์ และโต๊ะต้อนรับลูกค้าหน้าร้านที่ออกแบบโดย Maarten Baas and Bertjan Pot เหล่านี้จะเป็นองค์ประกอบที่เชื่อมโยงร้าน Le Pristine ทุกร้านเข้าด้วยกัน

เชฟ Sergio ร่วมมือกับ Serax แบรนด์ออกแบบสัญชาติเบลเยียมมาหลายต่อหลายครั้ง เขามีเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารกับแบรนด์นี้ 2 รุ่นคือ Surface และ Inku หนึ่งในนั้นเปิดตัวเพื่อใช้ที่ Le Pristine Antwerp

“ผมชอบที่จานชามพวกนี้ไม่ได้ถูกใช้แค่ที่ร้านอาหารของผม ผมภูมิใจมากที่เห็นภาพถ่าย David Beckham และ Robert De Niro กินอาหารที่ไมอามี่เสิร์ฟบนจานจากคอลเล็กชั่น Inku”

Tatler Asia
Above Sergio กล่าวว่า “เป้าหมายของผมในวันนี้คือการสร้างร้านอาหารที่ผู้คนชื่นชอบในเรื่องคุณภาพ บรรยากาศ และประสบการณ์โดยรวม”

วิสัยทัศน์ของเชฟ Sergio สำหรับ Le Pristine คือการสร้างร้านอาหารที่ส่งเสริมความรื่นรมย์ในการรับประทานอาหารอย่างไม่เสแสร้ง แต่เป็นอาหารที่สร้างสรรค์โดยช่างฝีมือระดับปรมาจารย์ที่จะสามารถผสมผสานทุกอย่างได้อย่างราบรื่นเท่านั้น

เหมือนกับที่ Andreas เคยบอกว่าเป็นอาหารที่ดูเหมือนเรียบง่ายแต่ทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยม

ประสบการณ์ที่ Le Pristine Tokyo มักทำให้ผู้มาเยือนผันตัวเป็นแฟนตัวยงในวิสัยทัศน์ของเชฟ Sergio กับร้าน “casual fine dining” ในแบบฉบับของเขา และแทบรอไม่ไหวที่จะไปเยี่ยม Le Pristine Singapore ที่เตรียมเปิดให้บริการเดือนตุลาคมนี้


This story was originally written in English by Aun Koh.

ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2024 โดย Aun Koh โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ


อ่านเพิ่มเติม:

อู้ นพปฎล พหลโยธิน กับความสำเร็จที่ได้มาจากความสามารถ ความใจร้อน และความบังเอิญ

Tictactoe เดตติ้งบาร์ซนๆ ที่ชวนให้ทุกคนได้ 'จิบ' และได้ 'จีบ'

การหวนกลับสู่เส้นทางรางเหล็กของรถไฟสายตำนาน Eastern & Oriental Express

Credits

ภาพ: Hotel Toranomon Hills, Chantal Arnts, Aun Koh

Topics