ร้านอาหารนิวออร์ลีนส์ระดับไฟน์ไดนิ่งแห่งแรกของไทยพร้อมแล้วสำหรับนักชิมในกรุงเทพฯ
อาหารอเมริกันที่นักชิมส่วนใหญ่คุ้นเคยมักเป็นเมนูหนักแป้ง นมเนย และเนื้อสัตว์ แต่ในประเทศที่มีอาณาเขตกว้างไกลและมีวัฒนธรรมร่วมที่หลากหลายแห่งนี้ ยังมีอาหารท้องถิ่นที่น่าสนใจจากเมืองนิวออร์ลีนส์ รัฐหลุยเซียนา (Louisiana) ซึ่งเป็นเมนูลูกผสมระหว่างอาหารครีโอล อาหารท้องถิ่นประจำรัฐหลุยเซียนา อาหารสไตล์เคจุน (Cajun) และโซลฟู้ด จนออกมาเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของเนื้อสัตว์และอาหารทะเลที่ปรุงด้วยเทคนิคซับซ้อนและเครื่องเทศที่หลากหลาย
ตอนนี้อาหารสไตล์นิวออร์ลีนส์มีให้ชิมแล้วใจกลางกรุงเทพฯ ที่ Tina's ร้านอาหารนิวออร์ลีนส์แห่งแรกของไทยที่ถนนสวนพลู
อ่านเพิ่มเติม: ห้ามพลาด บรันช์ที่ดีที่สุดทั่วกรุงเทพฯ

Above เชฟ David Cleland หัวหน้าเชฟและผู้ก่อตั้ง Tina's
ร้าน Tina’s ตั้งอยู่ในตึกแถวบนถนนสวนพลูที่ร่มรื่นโดยเชฟ David Cleland ผู้คร่ำหวอดในวงการอาหารมายาวนานกว่าสองทศวรรษ เขาใช้พื้นที่แห่งนี้บอกเล่าเรื่องราวบ้านเกิดในเมืองลาฟาเยตต์ รัฐหลุยเซียนา และเมนูอาหารที่เป็นเอกลักษณ์และสะท้อนประวัติศาสตร์เก่าแก่ ได้แรงบันดาลใจมาจากความทรงจำเกี่ยวกับคุณแม่ "ทีน่า" ของเชฟ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อร้านอาหารด้วย

Above บรรยากาศในร้านอาหาร Tina's

Above บรรยากาศในร้านอาหาร Tina's
เชฟ David ผู้เป็นทั้งหัวหน้าเชฟและผู้ก่อตั้งร้าน Tina’s กล่าวถึงที่มาที่ไปและแนวคิดของร้านแห่งนี้ว่า “ที่ Tina’s เราให้ความสำคัญกับแนวคิดที่ว่า ‘ความเป็นเลิศเกิดจากความรัก’ และแนวคิดนี้แทรกซึมอยู่ในทุกอณูของตัวตนและการดำเนินงานของเรา เนื่องจากร้าน Tina’s เป็นเสมือนอนุสรณ์แทนความรำลึกถึงคุณแม่ของผมที่เพิ่งจากไป ท่านเป็นที่รักของทุกคนที่ได้พบ เราตั้งใจที่จะมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารนิวออร์ลีนส์แบบต้นตำรับ รวมถึงภายในร้านตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์นิวออร์ลีนส์ดั้งเดิม เพื่อให้แขกได้สัมผัสกับความรุ่มรวยสไตล์นิวออร์ลีนส์ที่สอดแทรกเรื่องราวของมรดก ประเพณี และความหลากหลายทางวัฒนธรรมของเมืองเอาไว้ในอาหารทุกจานด้วยครับ”
อาหารสไตล์นิวออร์ลีนส์นั้น ขึ้นชื่อเรื่องการนำเครื่องเทศทั้งหลากหลายแหล่งที่มามาใช้ได้อย่างสมดุล ดังนั้นถ้ายังไม่เคยลิ้มลองอาหารแนวนี้ไม่ต้องกลัวมาว่าจะเจอกับกลิ้นรสของเครื่องเทศที่รุนแรง เพราะ "อาหารใต้" ฉบับอเมริกันนี้เป็นการผสมผสานรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของฝรั่งเศส สเปน แอฟริกัน อเมริกันพื้นเมือง อิตาลี และแคริบเบียนเข้าด้วยกันอย่างละมุนละไม ชนชาติเหล่านี้มาตั้งรกรากในสหรัฐอเมริกาที่ลุ่มแม่น้ำมิสซิสซิปปีตั้งแต่เมื่อสามร้อยกว่าปีที่แล้วในบริเวณที่เป็นเมืองนิวออร์ลีนส์ในปัจจุบัน กลายเป็นเบ้าหลอมทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นทั้งด้านสถาปัตยกรรม ดนตรี ประเพณีการละเล่น และที่สำคัญคืออาหารที่มีจุดเด่นอย่างมาก
อ่านเพิ่มเติม: รวมร้านอาหารอิตาเลียนในกรุงเทพฯ ที่นักชิมห้ามพลาด
อาหารจานเด็ดของร้าน Tina’s คงหนีไม่พ้น Shrimp and Grits กุ้งผัดซอสสไตล์หลุยเซียนา ที่ถูกนำมาจับคู่กับเบคอนและพาร์เมซานกริทเค้กที่แสนจะกรุบกรอบ เช่นเดียวกับ Jambalaya ข้าวผัดสไตล์หลุยเซียนาที่ผสมผสานทั้งข้าวเมล็ดสั้น กุ้ง ไก่ ไส้กรอกอันดูอิล สมุนไพร มะเขือเทศ และเครื่องเทศต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
นอกจากนี้ยังมีเมนูของว่างยอดนิยมอย่าง Deviled Eggs และ Buttermilk Biscuits เสิร์ฟเคียงด้วยชีสครีโอลพิเมนโต้รมควันตกแต่งด้วยแยมพริกสด รวมถึง Crispy Boudin เมนูไส้กรอกเนื้อผสมข้าวและเครื่องเทศสไตล์เคจุนที่นำไปทอดจนกรอบนอกนุ่มใน
เมนูอาหารรสเข้มสไตล์นิวออร์ลีนส์อื่นๆ ยังมี Beef Tartare ที่ผสมเครื่องเทศลงไปนิดหน่อย หอยนางรมอบชีส กุ้งย่างบาร์บีคิวตามแบบชาวนิวออร์ลีนส์ Gumbo สตูเนื้อเป็ด กุ้ง ไส้กรอกเอนดูยา และเครื่องเทศสูตรพิเศษที่หอมเตะจมูกผสานกลิ่นของควันและพริกจางๆ เสิร์ฟมาในชามพร้อมข้าวเมล็ดยาวที่นับเป็นอาหารคอมฟอร์ตฟู้ดที่ขึ้นชื่อจากย่านนี้ และที่พลาดไม่ได้ในร้านอาหารอเมริกันคลาสสิกคือ Macaroni & Cheese รับรองว่าต้องถูกใจคนที่ชอบชีสที่อบมาจนหอมและกรุบกรอบ

Above Passionfruit Tart

Above Pecan Pie
อย่าลืมเก็บพื้นที่ในท้องไว้สำหรับเมนูอาหารหวานของร้าน เมนูแนะนำคือ Passionfruit Tart เปรี้ยว หวาน มัน กำลังดี ให้ความสดชื่น ไม่หวานจนเลี่ยน และเมนูคลาสสิกอย่าง Pecan Pie เนื้อแน่นฉ่ำ หอมเครื่องเทศชวนน้ำลายสอ เสิร์ฟมาพร้อมไอศกรีมและคาราเมลซอส
นอกจากอาหารแล้ว ทางร้านยังมีเครื่องดื่มหลากหลายเมนู ทั้งค็อกเทลคลาสสิกและซิกเนเจอร์ และไวน์ชั้นดีที่สามารถให้ร้านช่วยจับคู่กับเมนูอาหารที่สั่งได้ด้วย ทางร้านเสิร์ฟอาหารแบบอะลาคาร์ตและมีเทสติ้งเมนูเป็นเซ็ตให้เลือกด้วย













