Sang Chun at a makgeolli tasting
Cover ซังชุน แซม ลี เจ้าของโรงกลั่น ขณะอธิบายเครื่องดื่มมักกอลลีในงาน makgeolli tasting
Sang Chun at a makgeolli tasting

ก้าวต่อไปตามโซจู เมื่อไวน์ข้าว "มักกอลลี" รสหวาน กำลังมาแรง-ครองใจวัยรุ่นเกาหลียุคใหม่ในตอนนี้

เป็นที่รู้กันดีตั้งแต่ไหนแต่ไรว่าคนเกาหลีชอบดื่มโซจูมาก และย่อมง่ายที่จะเข้าใจว่าทำไมเครื่องดื่มกลั่นใสๆ ของเกาหลีนี้ ดื่มง่ายโดยไม่ต้องผสมอะไร ด้วยระดับแอลกอฮอล์ที่ต่ำ โซจูอาจจะมีความแรงกว่าเบียร์และไวน์ด้วยปริมาณแอลกอฮอล์เฉลี่ยอยู่ที่ 24% แต่เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องดื่มใสๆอย่างวอดก้า โซจูนั้นมีความแรงน้อยกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการความแรงมากเกินไป

อย่างไรก็ตามในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าไวน์น้ำข้าวของเกาหลีอย่าง "มักกอลลี" (Makgeolli) เริ่มกลับมาได้รับความนิยมในหมู่กลุ่มวัยหนุ่มสาว สำหรับผู้ที่ไม่ทราบมาก่อน มักกอลลี คือไวน์น้ำข้าวแบบดั้งเดิมของเกาหลีที่มีมานานหลายศตวรรษ ซึ่งผลิตด้วยส่วนผสมหลักสามอย่างได้แก่ ข้าว น้ำ และ Nuruk (สารตั้งต้นในการหมักของเกาหลี) ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ เครื่องดื่ม รสขม มันเล็กน้อย และอมเปรี้ยว

ด้วยค่า ABV ที่ต่ำ 6-7 % ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในหมู่เกษตรกร ชาวนา และชนชั้นแรงงาน จนถึงปี 1988 แต่ความนิยมลดลงเมื่อมีการแนะนำเครื่องดื่มใหม่ๆ เช่น เบียร์ และ โซจู ความจริงแล้วคำว่า Makgeolli ไม่ได้มีความหมายใดๆแต่ในภาษาเกาหลี แปลตรงๆได้ว่า “เพิ่งตัก” หลายคนก็เคยรู้จักไวน์น้ำข้าวที่มีความขุ่นมัวนี้ว่า ทักจู Tak-ju ที่วางขายในร้านขายน้ำขวด ชื่ออื่นๆที่เคยได้ยินบ้างก็คือ ยักจู Yak-ju ซึ่งเพี้ยนมาจากทักจู Tak-ju

Tatler Asia
Sang Chun at a makgeolli tasting
Above ซังชุน “แซม” ลี ผู้ผลิตเครื่องดื่มเกาหลีที่ได้รับการรับรอง
Sang Chun at a makgeolli tasting

ตามที่ซังชุน แซม ลี เจ้าของโรงกลั่นผู้ผลิตเครื่องดื่มเกาหลีที่ได้รับการรับรองที่กำเนิดขึ้นในปี 1990 เล่าว่า มักกอลลี ถือเป็นเครื่องดื่มเก่าแก่ที่ผู้สูงอายุจำนวนมากชอบดื่ม “ตอนที่ฉันเริ่มดื่มใหม่ๆ ฉันดื่มมักกอลลีบางครั้งบางคราวตามโอกาสในสถานที่ๆ ขายอาหารเกาหลีแบบดั้งเดิม เช่น แพนเค้กและเต้าหู้รสแซ่บ อย่างไรก็ตามฉันไม่เคยชอบประสบการณ์นั้นมากนัก เนื่องจากมันส่งผลทำให้ปวดหัวอย่างมากหลังดื่ม มันเป็นจุดเริ่มต้นของไมเกรน มันถูก มันหวาน”

มานจุงคิม ผู้เป็นเจ้าของ Onzi Brewery ได้สะท้อนความรู้สึกที่คล้ายๆ กัน “ฉันมีความทรงจำแย่ๆ มากมายเกี่ยวกับมักกอลลีตอนช่วงที่ฉันอายุ 20 กว่าๆ บ่อยครั้งฉันมีอาการเมาค้างอย่างหนักในวันรุ่งขึ้น ไม่เคยมีวันไหนที่ฉันตื่นขึ้นมาโดยไม่ปวดหัวเลย”

ในขณะที่การกลับมาได้รับความนิยมของมักกอลลี น่าจะมาจากความสนใจของคนทั่วโลกในวัฒนธรรมเกาหลี และ อาหารเกาหลี ซึ่งรวมถึงการเติมโตของโรงกลั่นและบาร์ใหม่ๆ ด้วย

Tatler Asia
Above มักกอลลีทำจากข้าว น้ำ และนูรุก จากนั้นนำมาผสมและหมักทิ้งไว้
Tatler Asia
Above บาร์มักกอลลี เช่น Damotori Hieut มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกาหลีแบบดั้งเดิมมากมาย และแขกสามารถเลือกลองได้ 5 เที่ยวบินก่อนตัดสินใจเลือกหนึ่งหรือสองขวดในตอนกลางคืน

ลีอธิบายว่า “(คนเกาหลี) ได้ดูตัวอย่างประเทศต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จในด้านเศรษฐกิจ เราได้คอยดูประเทศในโลกตะวันตกเป็นตัวอย่าง และเครื่องดื่มนำเข้า เช่น ไวน์ วิสกี้ ได้รับความนิยมอย่างมาก ด้วยกระบวนการนั้นเรากลับรังเกียจวัฒนธรรมของเราเอง อย่างไรก็ตามย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ได้มีร้านอาหารเกาหลีเพิ่มขึ้นหลายร้านที่ดัดแปลงอาหารเกาหลีให้ทันสมัยขึ้น และฉันคิดว่าพวกเขาได้ทำให้อาหารเกาหลีดูเก๋ดูดีขึ้นในสายตาหลายคนในเมืองโซล ฉันคิดว่ามันเป็นธรรมชาติที่ร้านอาหารเหล่านี้ต้องการที่จะจับคู่อาหารของเขากับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเกาหลีที่ดีกว่า ฉันคิดว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ในวงการร้านอาหารเกิดขึ้นเพราะคนเหล่านั้นต้องการนำเสนออาหารเกาหลีในมุมมองใหม่ๆ”

คิม เสริมว่า “คนกลุ่มเจน Z และ Millennials ไม่ได้มองว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสิ่งที่ดื่มให้เมาอีกต่อไป มีลูกค้ามากขึ้นที่กำลังมองหาเครื่องดื่มที่อร่อยเพื่อที่จะเพลิดเพลินและชื่นชมอาหารจานต่างๆ ได้”

สำหรับคิมนั้น ความคิดในการคิดค้นผลิตมักกอลลีของเขาเอง เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนที่เขาทำอาชีพก่อนหน้านี้ “ฉันเคยทำร้านอาหารที่เสิร์ฟ ปลาดิบทูน่าสดๆ แล้วลูกค้าส่วนใหญ่ดื่มสาเกกับปลาดิบ โดยส่วนตัวฉันไม่ใช่คนที่ชื่นชอบสาเก และฉันได้คิดสงสัยว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเกาหลีจะเหมาะกับอาหารของร้านฉันไหม ฉันจึงเริ่มศึกษาวิธีทำมักกอลลี และต่อมาฉันได้เปิดอีกร้านที่เน้นขายอาหารยุคเก่าและเครื่องดื่มดั้งเดิม แต่ในที่สุดทั้งสองร้านได้ปิดลงเนื่องจากโรคระบาดโควิด 19 และฉันจึงได้ตัดสินใจทำแต่เพียงผลิตเครื่องดื่มมักกอลลีอย่างเดียว”

Tatler Asia
Man Joong Kim, owner of Onzi Brewery
Above มาน จุง คิม เจ้าของโรงเบียร์ออนซี
Man Joong Kim, owner of Onzi Brewery

“หนึ่งในความทรงจำแรกๆ ที่ฉันมีเกี่ยวกับมักกอลลี ตอนฉัน 7 ขวบ คุณยายของฉันมักฝากให้ฉันออกไปซื้อบ่อยๆ ฉันลองชิมดูเพราะอยากรู้ว่าเป็นยังไง และตอนนั้นได้จุดประกายความสนใจของฉัน”

ดังนั้นโรงกลั่น Onzi ได้ถือกำเนิดขึ้น โรงกลั่นที่มีอายุ 55 ปีได้ใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพสูงขณะที่ให้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ที่ดึงดูดกลุ่มที่ทันสมัย รสชาติหลักทั้ง 4 ที่มีตอนนี้ได้แก่ Mugwort, Omija, Lemon and Pine โดยมีรสองุ่นอีกรสที่กำลังพัฒนาอยู่ ขณะที่โรงกลั่นที่ตั้งอยู่ที่เมือง Bulgwang นี้ไม่ได้เปิดหน้าร้านขายบางครั้ง คนที่สนใจสามารถซื้อได้ที่ร้านจำหน่ายเครื่องดื่ม และที่ร้านอาหาร เช่น Eoseul Cheongdam ซึ่งตั้งอยู่ในเขตกังนัมที่หรู 

หากกำลังมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ช่วงที่คุณอยู่ในเมืองโซล แซมเสนอบางอย่างให้กับนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่ทำงานที่นั่น “ฉันเห็นนักท่องเที่ยวมีความสนใจมากขึ้นในบางอย่างไม่เพียงแต่ไก่ทอดและปิ้งย่างเกาหลี  ฉันได้เริ่มจัด 2 กิจกรรม มักกอลลีเทสติ้ง และโซจูเทสติ้ง ณ โรงกลั่น เพื่อที่จะแนะนำเครื่องดื่มเกาหลีที่ดีที่สุดที่ผลิตโดยผู้ผลิตรายเล็กๆ บางครั้งแม้แต่ชาวเกาหลีเองก็มาร่วมกิจกรรมเทสติ้งนี้ด้วย ส่วนใหญ่เขาเคยชิมมักกอลลีที่ถูกและมีขายทั่วไป แต่พอขวดมักกอลลีของฉันมีรสชาติดี และเข้าถึงง่ายในแง่รายละเอียดรสชาติ พวกเขามักจะซื้อกลับบ้านด้วยและกลับไปอย่างมีความสุข”

สำหรับใครที่ต้องการลองมักกอลลีคุณภาพสูงในกรุงโซล มีบาร์และร้านอาหารแบบดั้งเดิมหลายแห่ง เช่น Nook, Damotori Hieut, Insadong Brewery, Sueulgwan and Hanguk Bar Anssi Makgeolli ร้านเหล่านี้มีรายการมักกอลลีที่ดี และยังมีอาหารเกาหลีแบบสมัยใหม่และแบบดั้งเดิม

Topics