แบรนด์ชาสากล Chagee ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับตลาดเครื่องดื่มพรีเมียมในไทย ด้วยการเปิดตัวแฟล็กชิปสโตร์แห่งล่าสุดที่คิง เพาเวอร์ มหานคร (King Power Mahanakhon) โดยสาขานี้ไม่ได้เป็นเพียงร้านชาธรรมดา แต่คือ Tea Bar ที่สูงที่สุดในโลก ตั้งตระหง่านอยู่บนชั้น 74 ของตึก ซึ่งนับเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ผสานประสบการณ์ดื่มชาเข้ากับทัศนียภาพอันน่าทึ่งของกรุงเทพฯ
ตลาดเครื่องดื่มพรีเมียมในไทยกำลังถูกยกระดับครั้งใหญ่ เมื่อ Chagee แบรนด์ชาสากลจากจีน ตัดสินใจใช้กลยุทธ์ทำเลที่ตั้งมัดใจนักดื่มชา ด้วยการเปิดตัวแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ที่หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของไทย ตั้งตระหง่านอยู่บนชั้น 74 ของตึกคิง เพาเวอร์ มหานคร ซึ่งนับเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ผสานประสบการณ์ดื่มชาเข้ากับทัศนียภาพอันน่าทึ่งของกรุงเทพฯ ไม่เพียงแต่เป็นจุดหมายปลายทางใหม่ของผู้รักชา แต่ยังได้รับการรับรองว่าเป็น “Tea Bar ที่สูงที่สุดในโลก” ที่ไม่เพียงแต่ยกระดับวัฒนธรรมการดื่มชา แต่ยังเปลี่ยนทุกช่วงเวลาให้กลายเป็นประสบการณ์อันน่าจดจำ ให้ทุกคนได้ดื่มด่ำกับชาคุณภาพสูง หอม สดชื่น พร้อมเพลิดเพลินกับวิวตระการตาของกรุงเทพฯ แบบ 360 องศา ที่หาจากที่ไหนไม่ได้นอกจากที่ Chagee Mahanakhon
อ่านเพิ่มเติม: Bar Leone จากฮ่องกง คว้าแชมป์ World’s 50 Best Bar 2025 ครั้งแรกในประวัติศาสตร์เอเชีย
ชาพรีเมียมต้นตำรับจากยูนนาน
จากการเติบโตมากับวัฒนธรรมดื่มชาในยูนนาน ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตชาคุณภาพสูงของจีน สู่การปั้นแบรนด์ชาของตนเอง Chagee ได้เปิดเปิดสาขาแรกเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2017 บนถนน 51 ในเมืองคุนหมิง โดย Zhang Junjie นักธุรกิจหนุ่มชาวยูนนาน ผู้มีความตั้งใจอยากรักษาวัฒนธรรมการดื่มชาจีน และหวังที่จะเปลี่ยนมุมมองเชิงบวกของชานมให้ได้ทั้งคุณประโยชน์จากชาและความอร่อย
Chagee ได้รับการยกระดับการดื่มชาจีนในแบบ Traditional Tea ไปสู่ความเป็น “Modern Oriental Tea” ทั้งในแง่การสร้างอัตลักษณ์ผ่านองค์ประกอบวัฒนธรรมจีนแบบดั้งเดิมต่างๆ อาทิ งิ้ว ตราประทับ ลายเส้น สถาปัตยกรรมโบราณ เรื่องเล่า ฯลฯ โดยชื่อของแบรนด์มาจากภาษาจีน 霸王茶姬 (Bà Wáng chájī) หรือ “ป้าหวังฉาจี” ซึ่งเป็นชื่อของสนมคนรักของ “ฌ้อปาอ๋อง” ในบทละครโศกนาฏกรรมจีนคลาสสิกเรื่อง Farewell My Concubine (霸王别姬) ที่แปลว่า “ปาอ๋องลาสนม” เพื่อสื่อถึงการนำเสนอชาในรูปแบบที่คลาสสิกและมีความลึกซึ้งทางวัฒนธรรม โดยคำว่า “ฉา” (茶) ในภาษาจีนหมายถึงชา ส่วนโลโก้ของแบรนด์เป็นรูป “ฮวาตัน” ซึ่งเป็นบทบาทนักแสดงหญิงในงิ้วปักกิ่ง เพื่อสะท้อนถึงรากเหง้าทางวัฒนธรรมจีน
Chagee ประสบความสำเร็จในด้านการสร้างประสบการณ์ทางวัฒนธรรม จนกลายเป็นร้านชาที่เติบโตอย่างรวดเร็ว จนปัจจุบันมีสาขาทั่วโลกมากกว่า 6,000 สาขา โดยประมาณ 97% ตั้งอยู่ในประเทศจีน และมีสาขาในประเทศอื่นๆ ในแถบเอเชียแปซิฟิก เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และประเทศไทย

Above การออกแบบของ Chagee มีองค์ประกอบทางวัฒนธรรมจีนแบบดั้งเดิม (ภาพ: Chagee Thailand)
ชาที่เชื่อมโยงผู้คนและวัฒนธรรม
ปรัชญาของ Chagee คือการเปลี่ยนชาให้เป็นมากกว่าเครื่องดื่ม ด้วยการยกระดับให้เป็น “ไลฟ์สไตล์” ผ่านการผสมผสาน “ชาแท้คุณภาพสูง”, “ดีไซน์ร้านแบบ Tea Bar ที่ร่วมสมัย” และ “ประสบการณ์การดื่มชาที่หรูหราแต่เข้าถึงง่าย” ปรัชญานี้มุ่งเน้นการสร้างพื้นที่ “บ้านหลังที่สาม” ที่ผู้คนสามารถมาพักผ่อน ทำงาน หรือสังสรรค์กับเพื่อนฝูง พร้อมกับดื่มด่ำกับชาแท้จากวัตถุดิบชั้นดีที่ผ่านการชงสดด้วยเทคนิคเฉพาะตัว เพื่อมอบประสบการณ์รสชาติและความรู้สึกที่ดี
- ชาคุณภาพสูง: เน้นการคัดสรรใบชาแท้คุณภาพสูงจากจีน เช่น อู่หลง ชาเขียว และชาผู่เอ๋อร์ เพื่อดึงรสชาติที่เข้มข้น ละมุน และหอมจากธรรมชาติ ด้วยเทคนิคเฉพาะ
- ประสบการณ์ที่ทันสมัย: สร้างบรรยากาศ “Tea Bar” ที่ออกแบบมาให้มีความสงบ น่านั่ง และทันสมัย เพื่อให้ผู้คนรู้สึกสบายและผ่อนคลาย
- ไลฟ์สไตล์ที่เข้าถึงง่าย: ทำให้การดื่มชาแท้เป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายและเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวันในเมือง
- “Chagee Together”: เน้นการสร้างพื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันผ่านช่วงเวลาของการดื่มชาร่วมกัน
อ่านเพิ่มเติม: ‘ปังชา’ ขนมหวานถ้วยโปรดจากคู่รักนักสร้างสรรค์ ผู้พลิกเกมชาไทย...สู่เวทีโลก
การขยายสู่ APAC และเส้นทางในประเทศไทย
Chagee ดำเนินการตามปรัชญา “Chagee Together” อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นที่งานฝีมือ (craftsmanship) การยอมรับความหลากหลายและชุมชน ซึ่งเป็นสิ่งที่กำหนดการปรากฏตัวของแบรนด์ทั่วเอเชีย การเปิดตัวสาขา Mahanakhon ถือเป็นก้าวล่าสุดในการขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ต่อจากความสำเร็จใน สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ โดยสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ที่สิงคโปร์ และมีร้านค้าในมาเลเซีย ไทย และอินโดนีเซีย
ประเทศไทย ถือเป็นส่วนสำคัญในการเดินทางของ Chagee ในการนำวัฒนธรรมชาสมัยใหม่ไปสู่ผู้คนทั่วโลก โดยแบรนด์ได้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจต่อชุมชนผ่านความสำเร็จล่าสุดในภูมิภาค เช่น การมีร้านคอนเซ็ปต์ที่เป็นมิตรต่อครอบครัวในประเทศไทย และ Signing Store ที่ดำเนินการโดยบาริสต้าผู้บกพร่องทางการได้ยินในสิงคโปร์

Above เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา Chagee ประสบความสำเร็จใจากการขายหุ้น IPO ไปได้ถึง 411 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.34 หมื่นล้านบาท) ส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของ Zhang Junjie ขึ้นแตะ 2.10 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 6.85 หมื่นล้านบาท) (ภาพ: Chagee Thailand)
ยกระดับประสบการณ์: Tea Bar แห่งใหม่บนยอดตึก
สาขา Chagee Mahanakhon เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2025 และถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อทำให้เส้นขอบฟ้าของเมืองกลายเป็นหัวใจสำคัญของประสบการณ์ ตัวร้านมีดีไซน์แบบมินิมอลและเปิดโล่ง ทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่ผิวกระจกสะท้อนแสงไปจนถึงการจัดวางที่นั่ง ล้วนถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อดึงดูดสายตาของผู้มาเยือนให้ออกไปชมวิวภายนอก ทำให้ลูกค้าสามารถลิ้มรสชาและดื่มด่ำกับทัศนียภาพอันน่าทึ่งได้อย่างเท่าเทียมกัน ชุมพิชา พัฒนาหิรัญ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ Chagee ประเทศไทย กล่าวว่า ที่นี่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสชาในรูปแบบใหม่ โดยรายล้อมไปด้วยเส้นขอบฟ้าของเมือง

Above ชุมพิชา พัฒนาหิรัญ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ Chagee ประเทศไทย (ภาพ: Chagee Thailand)
การผสมผสานของวัฒนธรรมและเทคโนโลยี: ชาเพื่อคนยุคใหม่
หัวใจสำคัญด้านคุณภาพอยู่ที่การนำ เทคโนโลยี Teaspresso มาใช้ในการชงชา ระบบนี้จะควบคุมอุณหภูมิและความดันอย่างแม่นยำเพื่อสกัดหัวเชื้อชาเข้มข้น ซึ่งเป็นฐานของเครื่องดื่มซิกเนเจอร์อย่าง Teaspresso Lattes และ Frappes การใช้เทคโนโลยีนี้ทำให้มั่นใจได้ว่าชาทุกแก้วจะมีรสชาติที่สม่ำเสมอและดึงเอากลิ่นหอมตามธรรมชาติและความลุ่มลึกของใบชาพรีเมียมออกมาได้อย่างสมบูรณ์
นอกจากเครื่องดื่มแล้ว สาขามหานครยังเป็นจุดที่วัฒนธรรมและการออกแบบมาบรรจบกัน โดยมีมุมจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์แบบจำกัดจำนวน (exclusive merchandise) ที่มีจำหน่ายเฉพาะที่สาขานี้เท่านั้น เช่น Essential Stone Scent Set และ Floral Dream Series Shawl (Blue) สินค้าเหล่านี้ถูกออกแบบให้เป็นของที่ระลึกที่สื่อถึงจิตวิญญาณอันสงบและประณีตของ Chagee Mahanakhon














