ในโลกแห่งเรือนเวลาที่ความคลาสสิกและนวัตกรรมมาบรรจบกัน Rolex ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ด้วยการเปิดตัวนาฬิการุ่นล่าสุดในปี 2025 ในงาน Watches and Wonders Geneva 2025
ในโลกแห่งเรือนเวลาที่ความคลาสสิกและนวัตกรรมมาบรรจบกัน Rolex ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ด้วยการเปิดตัวนาฬิการุ่นล่าสุดในปี 2025 ซึ่งแต่ละคอลเล็กชั่นล้วนสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญอันไร้ที่ติและความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์อนาคตแห่งการบอกเวลา
อ่านเพิ่มเติม: Rolex กับบทบาทการสนับสนุนวงการภาพยนตร์ และผู้รังสรรค์ Greenroom ที่งาน Oscars
Oyster Perpetual Land-Dweller: จินตนาการแห่งการขับเคลื่อน
ไฮไลต์สำคัญของการเปิดตัวครั้งนี้คือ Oyster Perpetual Land-Dweller นาฬิกาที่เปรียบเสมือนบทใหม่แห่งประวัติศาสตร์ของ Rolex ด้วยดีไซน์ร่วมสมัยที่ผสมผสานความสง่างามและความแข็งแกร่งได้อย่างลงตัว การออกแบบตัวเรือนและสายนาฬิกาที่เชื่อมต่อกันอย่างกลมกลืนสร้างรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวและสง่างาม รายละเอียดที่พิถีพิถัน เช่น หน้าปัดลวดลายที่ได้แรงบันดาลใจจากรังผึ้งและขอบหน้าปัดแบบตัดขอบ เผยให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกองค์ประกอบ นาฬิการุ่นนี้มีให้เลือกสรรในหลากหลายวัสดุและขนาด ได้แก่ 36 มม. และ 40 มม. ในรุ่น White Rolesor และรุ่น Everose Gold 18 กะรัต ที่มาพร้อมหน้าปัดสีขาวเข้ม หรือรุ่นแพลทินัม 950 ที่มีหน้าปัดสีไอซ์บลู
สิ่งที่ทำให้ Land-Dweller แตกต่างจากนาฬิกาอื่นๆ คือกลไกภายในอันล้ำสมัย คาลิเบอร์ 7135 ซึ่งเป็นกลไกไขลานอัตโนมัติที่พัฒนาและผลิตขึ้นโดย Rolex แต่เพียงผู้เดียว มาพร้อมกับนวัตกรรมที่น่าจับตามากมาย ไม่ว่าจะเป็นชุดกลไกปล่อยจักร Dynapulse ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร หรือออสซิลเลเตอร์ที่ทนทานต่อสนามแม่เหล็ก ชุดกลไกปล่อยจักร Dynapulse เป็นหัวใจสำคัญของคาลิเบอร์ 7135 นวัตกรรมนี้เข้ามาแทนที่ชุดกลไกปล่อยจักรแบบ Swiss Lever แบบดั้งเดิม ส่งผลให้กลไกการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ วัสดุที่ใช้ในการผลิตส่วนประกอบของออสซิลเลเตอร์ยังมีความสามารถในการต้านทานสนามแม่เหล็กได้ดีเยี่ยม

Above Oyster Perpetual Land-Dweller 40

Above Transparent backcase of the Land-Dweller 40
ด้วยออสซิลเลเตอร์ที่ทำงานร่วมกับแฮร์สปริง Syloxi ที่ผลิตจากซิลิคอนจะสร้างการเหวี่ยงที่คงที่ในอัตรา 36,000 ครั้งต่อชั่วโมง และมีความถี่ที่ 5 เฮิรตซ์ โดยสามารถบอกเวลาได้อย่างละเอียดถึงหนึ่งในสิบของวินาที อัตรานี้ทำให้นาฬิกาสามารถรักษาความเที่ยงตรงแบบโครโนเมตริก ไม่ว่าผู้สวมจะทำอะไรหรือมีท่วงท่าการเคลื่อนไหวข้อมือในรูปแบบใด แม้ว่าการทำงานด้วยความถี่สูงนั้นจำเป็นต้องใช้พลังงานมากกว่าความถี่เดิม ทว่าด้วยกลไกปล่อยจักร Dynapulse จึงทำให้คาลิเบอร์ 7135 ยังคงประสิทธิภาพในการกักเก็บพลังงานเพื่อให้สามารถใช้งานได้นานถึง 66 ชั่วโมง

Above Oyster Perpetual GMT-Master II
GMT-Master II: สุนทรียะแห่งการเดินทาง
สำหรับนักเดินทางผู้หลงใหลในความหรูหรา GMT-Master II คือเรือนเวลาที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ Rolex ได้สร้างสรรค์หน้าปัดเซรามิกสีเขียวเคลือบเงาเป็นครั้งแรกบนนาฬิการุ่นทองคำขาว 18 กะรัต นอกจากนี้ การจับคู่สีที่ลงตัวระหว่างหน้าปัดและขอบตัวเรือนยังสะท้อนถึงความประณีตในการออกแบบและความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมของแบรนด์
อ่านเพิ่มเติม: นวัตกรรม AI ที่กำลังก้าวเข้ามาปฏิวัติแวดวงนาฬิกาหรูยุคใหม่

Above Oyster Perpetual 36
Oyster Perpetual: เฉดสีใหม่แห่งความสดใส
Oyster Perpetual กลับมาพร้อมกับสีสันใหม่ที่เติมเต็มชีวิตชีวาให้กับข้อมือของคุณ ไม่ว่าจะเป็นสีม่วงลาเวนเดอร์ สีเบจทราย หรือสีเขียวพิสตาชิโอ แต่ละเฉดสีถูกคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันเพื่อสะท้อนถึงความงามเหนือกาลเวลา

Above Oyster Perpetual 1908
1908: ความสง่างามเหนือกาลเวลา
Perpetual 1908 ตอกย้ำความหรูหราด้วยสายนาฬิกาที่ผลิตจากทองคำ 18 กะรัตทั้งเรือน สายนาฬิกา Settimo ที่ได้รับการออกแบบอย่างประณีตบรรจงมอบความรู้สึกเบาสบายและนุ่มนวลเมื่อสวมใส่

Above Oyster Perpetual Datejust 31
Datejust: ศิลปะแห่งแสงและเงา
Datejust 31 รุ่นใหม่ล่าสุด คือบทกวีแห่งแสงและเงาบนข้อมือ หน้าปัดสีแดงออมเบรที่ไล่เฉดสีอย่างงดงามจากแดงเพลิงสู่ดำสนิท รังสรรค์ความเจิดจ้าด้วยเพชรที่ประดับบนขอบตัวเรือนและหน้าปัด

Above Dial of the Perpetual Cosmograph Daytona
Cosmograph Daytona, GMT-Master II และ Sky-Dweller: ความหลากหลายที่ลงตัว
Rolex ยังคงสร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยการเปิดตัวนาฬิการุ่นอื่นๆ ที่มาพร้อมหน้าปัดดีไซน์ใหม่ Cosmograph Daytona โดดเด่นด้วยหน้าปัดสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ ในขณะที่ GMT-Master II นำเสนอความงามของหินไทเกอร์อาย Sky-Dweller ผสานสองสีอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้อย่างลงตัว
การเปิดตัวนาฬิกา Rolex คอลเล็กชั่นใหม่ในปี 2025 ไม่เพียงแต่เป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำในวงการเรือนเวลาเท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลในการสร้างสรรค์อนาคตแห่งการบอกเวลาอีกด้วย
Topics




