Cover ฌอง-มาร์ค ปงโตรเอ (Jean‑Marc Pontroué) ซีอีโอ Panerai (ภาพ: Panerai)

ฌอง-มาร์ค ปงโตรเอ (Jean‑Marc Pontroué) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของพาเนราย (Panerai) เปิดเผยเรื่องราวของแบรนด์นาฬิกาซึ่งทรงอิทธิพล หลังจากเข้ารับตำแหน่งเมื่อห้าปีที่ผ่านมา พร้อมประสบการณ์สุดพิเศษจากโครงการต่างๆ ในมือเขา

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา Panerai ได้ฤกษ์เปิดตัว คาซ่า พาเนราย (Casa Panerai) ซึ่งเป็นบูติกแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่และใหญ่ที่สุดของ Panerai ในปัจจุบัน บนถนนสายธุรกิจอย่าง เมดิสัน ในกรุงนิวยอร์ก ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ผู้ผลิตนาฬิกาสัญชาติอิตาลีได้สะท้อนภาพให้เห็นถึงความสำคัญในช่วงหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่ปงโตรเอก้าวเข้ารับตำแหน่งซีอีโอในปี 2561

หลังจากฌอง-มาร์ค ปงโตรเอ เข้ากุมบังเหียน Panerai ตลอดระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมา เขาเปิดบูติกนาฬิกาแบรนด์ดังมาแล้วกว่า 100 แห่งทั่วโลก และในปีงบประมาณนี้ยังมีแผนที่จะเปิดเพิ่มอีก 35 แห่ง “เรากำลังขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะดูตื่นตาตื่นใจกว่าที่เคยมีมา” ปงโตรเอกล่าวย้ำ และเมื่อเดือนพฤษภาคมปีนี้  Tatler ได้มีโอกาสไปชมผลงานนาฬิการุ่นใหม่ของปี 2566 ที่ต้องบอกว่า เรากำลังจะได้เห็นความพิเศษอีกครั้ง “เมื่อสิบปีที่แล้ว จะเห็นว่า Panerai จำหน่ายนาฬิการ่วมกับแบรนด์อื่นๆ ภายในบูติกมัลติแบรนด์และจะมีแหล่งจำหน่ายเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น แต่ในปัจจุบัน เราจะเน้นความสวยงามของบูติก ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงและการตัดสินใจครั้งสำคัญ โดยได้สร้างแพลตฟอร์มใหม่ในการแสดงถึงตัวตนของเราอย่างแท้จริง ในรูปแบบบูติกโมโนแบรนด์”

อ่านเพิ่มเติม: Tatler Singapore เริ่มต้นกิจกรรม Tatler Watch Club ครั้งแรกกับ Panerai

Tatler Asia
Above ประสบการณ์ของ Panerai กับกองกำลังพิเศษอิตาลีในปี 2022 (ภาพ: Panerai)

ปงโตรเอ ไม่เพียงแต่จะทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้นเท่านั้น เขายังสานสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้า ด้วยการนำเสนอประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีพที่มีเฉพาะกับ Panerai เท่านั้น เช่น การดำน้ำฟรีไดวิ่งใน Bora Bora กับแชมป์นักดำน้ำฟรีไดวิ่งชื่อดังชาวฝรั่งเศส อย่าง Guillaume Néry หรือการฝึกกับหน่วยทหารกองกำลังพิเศษของอิตาลี ประสบการณ์อันตื่นเต้นแต่ละอย่างได้เชื่อมโยงกับนาฬิกา Panerai รุ่นลิมิเต็ดอย่างน่าสนใจ

“ผมเชื่อมั่นว่า Panerai เป็นแบรนด์แรกที่คิดค้นแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกค้า โดยเริ่มครั้งแรกเมื่อประมาณสี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นกระแสและดึงดูดความสนใจจากกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างมาก เราต้องการให้ลูกค้ามีส่วนร่วมกับกิจกรรมที่เขาไม่สามารถเห็นได้จากนิตยสารท่องเที่ยวเล่มใด  อาทิ ประสบการณ์กับหน่วยซีลของกองทัพเรือในอเมริกา ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้คือสิ่งที่แบรนด์เรากำลังทำให้เกิดขึ้น”

Tatler Asia
Above นาฬิกา Panerai รุ่น Submersible Forze Speciali Experience Edition (ภาพ: พรรณราย)

Panerai มีทีมงานที่อุทิศตนเพื่อดูแลกิจกรรมดังกล่าว ประมาณ 4-5 ครั้งต่อปี “ทีมงานจะใช้เวลาเพื่อคิดค้นหาไอเดียที่แปลกแหวกแนว จากความคิดที่ว่า 'ทำไมจึงจะทำไม่ได้ล่ะ'”  ปงโตรเอกล่าวด้วยความกระตือรือร้น “และเร็วๆนี้ เราจะจัดประสบการณ์สุดท้าทายในกรุงปารีส โดยคน 15 คนจะทำงานร่วมกับกองกำลังต่อต้านการก่อการร้ายเป็นเวลาสองวัน ซึ่งมิใช่แค่การฝึกฝนเท่านั้น แต่จะเกิดขึ้นในสถานการณ์จริงด้วย”

ปงโตรเอเองก็เคยไปร่วมกิจกรรมหลายครั้ง อย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดปัญหาด้านความปลอดภัย และกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นหนึ่งในนั้นคือ การเดินป่ากับ ไมค์ ฮอร์น(Mike Horn) นักสำรวจชื่อดังระดับโลกที่ขั้วโลกเหนือ ฮอร์นเป็น Friend of The Brand มานานกว่าสองทศวรรษและเป็นพาร์ทเนอร์ที่กระตือรือร้น เขาขอบคุณนักผจญภัยชาวแอฟริกาใต้ที่ทำให้ Panerai ได้ริเริ่มโครงการหลายอย่างในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

“ฮอร์นเป็นคนหนึ่งที่ชวนให้ตระหนักถึงความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว” ปงโตรเอกล่าว “โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ Panerai ในฐานะแบรนด์ที่มีความเชื่อมโยงกับมหาสมุทร เขาผลักดันให้เรามีกิจกรรมที่เห็นความสำคัญของธรรมชาติ ซึ่งนั่นก็คือความประทับใจที่ได้ร่วมงานกับนักสำรวจที่มุมมองใหม่ๆของเรา”

Tatler Asia
Above ในฐานะแบรนด์ที่มีความเชื่อมโยงกับการสำรวจใต้น้ำอย่างแยกไม่ออก การฟื้นฟูระบบนิเวศมหาสมุทรจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับ Panerai (ภาพ: Panerai)

เมื่อปี 2564 แบรนด์ Panerai ได้เปิดตัวผลงานนาฬิกาที่ผลิตจาก eSteel ซึ่งเป็นโลหะผสมจากวัสดุรีไซเคิล และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา Panerai ก็ได้ประกาศถึงเจตนารมณ์มที่จะเปลี่ยนตัวเรือนจากสเตนเลสสตีลมาเป็น eSteel  ทั้งหมด ภายในสิ้นปี 2567 ตัวเรือนซึ่งผลิตจากเหล็กประมาณ 35 - 45 เปอร์เซ็นต์ผลิตจาก eSteel  ความพิเศษยังมากกว่านั้น เพราะนาฬิกาของ Panerai ทุกเรือน ยังมาในบรรจุภัณฑ์รีไซเคิล 100 เปอร์เซ็นต์ นับตั้งแต่ต้นปี 2566 เป็นต้นมา

“เรารู้ว่าภายในปี 2593 หากเราทุกคนไม่เปลี่ยนแปลงวิถีการใช้ชีวิต ปัญหาทางธรรมชาติก็จะคงอยู่อย่างถาวร โลกนี้สวยงามเกินกว่าที่เราจะอยู่นิ่งเฉยโดยไม่ใส่ใจธรรมชาติ  Paneraiจึงขอเป็นหนึ่งกำลังที่จะทำให้ธรรมชาติดีขึ้น ด้วยวิธีการที่สามารถวัดผลได้

เมื่อเร็วๆ นี้  Panerai ได้จับมือร่วมมือกับองค์การสหประชาชาติเพื่อเป็นผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการของ World Ocean Day ในวันที่ 8 มิถุนายน “ผมภูมิใจมากที่ได้เป็นผู้จับเวลา ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเรา  แต่ผมภูมิใจมากกว่าที่จะกล่าวว่าพนักงาน Panerai และเพื่อนๆของแบรนด์กว่า 800 คน ได้ใช้เวลาสองชั่วโมงในการทำเก็บขยะพลาสติก” ปงโตรเอกล่าวเสริม และด้วยความคิดริเริ่มนี้ Panerai สามารถเคลียร์ขยะพลาสติกได้ 3.3 ตันในเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายให้ได้ 10 ตัน ซึ่งขณะนี้นี้สามารถรวบรวมได้แล้ว 13 ตัน แผนการต่อไปคือการสืบสานต่อประเพณีดังกล่าว โดยมีเป้าหมายให้สูงขึ้นในแต่ละปี “Same mission, same date, bigger ambition.”

Topics