Montblanc ได้รับการยอมรับในความเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์หรูหรา ปัจจุบันมีทั้งเครื่องเขียน กระเป๋าหนัง นาฬิกา เครื่องตกแต่งกาย กระนั้นจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมที่สร้างชื่อเสียงให้ Montblanc มาอย่างยาวนานก็คือการรังสรรค์ปากกา Meisterstück ที่ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของรสนิยมอันประณีต และทำให้ Montblanc ก้าวสู่สถานะสูงสุดของโลกแห่งการเขียนด้วยปากการุ่นไอคอนิกนับตั้งแต่เปิดตัวด้ามแรกของ Meisterstück เมื่อปี 1924
เรื่องราวอันเป็นตำนานของปากกาหมึกซึม Montblanc เริ่มต้นขึ้นด้วยความท้าทายทางนวัตกรรมเมื่อร้อยกว่าปีก่อนที่ว่า การใช้ปากการะหว่างการเดินทางเป็นเรื่องลำบาก เพราะยุคนั้นปากกาและหมึกต้องเก็บแยกส่วนกัน (ปากกาแบบจุ่มหมึก) และปัญหาหมึกหกก็เป็นเรื่องปกติ
Montblanc จึงได้คิดค้นวิธีแก้ปัญหาจนมาสู่ปากกาหมึกซึมที่มีระบบเก็บหมึกได้ในตัว ที่มีความหรูหรา ประณีต และคุณภาพสูง กระทั่งถึงปี 1924 Montblanc ก็ได้เปิดตัวคอลเล็กชั่นที่จะกลายเป็นเอกลักษณ์และเป็นที่รู้จักทั่วโลกในเวลาต่อมานั่นคือ Meisterstück ที่ว่ากันว่า การประดิษฐ์ปากการุ่นนี้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ จากความต้องการลูกค้าที่ต้องการเครื่องเขียนเพื่อ "ใช้ในวันอาทิตย์" ซึ่งหมายความว่าต้องเป็นปากกาที่มีความละเอียดอ่อน และเหมาะสำหรับโอกาสพิเศษต่างๆ มากขึ้น
Meisterstück ได้รับการพัฒนาไปตามยุคสมัย จากรุ่นแรกที่มีสีดำแบบเรียบง่าย มาสู่รูปลักษณ์ที่กลายเป็นภาพจำในปัจจุบันกับรูปทรงซิการ์ และการสลักตัวเลข 4810 ตามความสูง (เมตร) ของยอดเขามงบล็อง บนปลายปากกาที่มีส่วนผสมของทองคำแท้ พร้อมวงแหวนสามวง ที่เริ่มนำมาใช้ในช่วงทศวรรษที่ 1940s และ 1950s
อ่านเพิ่มเติม: Dior Men เผย Lifestyle Capsule ผลงานร่วมออกแบบโดย Lewis Hamilton นักแข่งรถระดับโลก
กล่าวได้ว่านับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี 1924 Meisterstück ได้กลายเป็นที่ยอมรับในฐานะสิ่งประดิษฐ์แหวกแนวแห่งยุค จนถึงปี 1963 สถานะของ Meisterstück ก็ยิ่งถูกตอกย้ำในการเป็นมากกว่าเครื่องมือการเขียน จากการเข้าไปมีบทบาทในหน้าประวัติศาสตร์โลก เมื่อประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา John F. Kenedy ได้ยื่นปากกา Montblanc Meisterstück 149 (รุ่นท็อปของไลน์ Meisterstück) ให้นายกรัฐมนตรีคนแรกของเยอรมนีตะวันตก Konrad Adenauer ใช้ลงนามในสมุดปกทองที่เมืองโคโลญ ซึ่งขณะนั้น Adenauer ไม่มีปากกาอยู่ในมือ จนกลายเป็นภาพแห่งประวัติศาสตร์ของแบรนด์ และภาพการเป็นปากกาที่ผู้นำโลกเลือกใช้

Above ประธานาธิบดี John F. Kennedy ขณะยื่น Montblanc Meisterstück 149 ให้กับ Konrad Adenauer นายกรัฐมนตรีคนแรกของเยอรมนีตะวันตก จนกลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ (ภาพ: X.com / @Montblanc)
มาถึงปัจจุบัน Montblanc Meisterstück ก็ยังครองความสำคัญในฐานะปากกาที่บ่งบอกถึงความสำเร็จสูงสุด และถูกครอบครองโดยผู้นำประเทศ ผู้ทรงอิทธิพล นักคิด นักเขียน ตลอดจนเซเลบริตี้จำนวนมาก อาทิ Vladimir Putin ประธานาธิบดีรัสเซีย, Anne Frank เจ้าของบันทึกลับอันลือลั่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง, Salman Rushdie นักเขียนชาวอังกฤษเชื้อสายอินเดีย, Johnny Depp, Leonardo DiCaprio ฯลฯ
เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 100 ปีของผลงานซึ่งสมดั่งนาม ‘Meisterstück’ ในภาษาเยอรมันที่แปลได้ว่า ‘ผลงานชิ้นเอก’ ในปีนี้ Montblanc ก็ได้สร้างสรรค์ภาพยนตร์สั้น 'Montblanc 100 Years of Meisterstück' ซึ่งเปี่ยมล้นไปด้วยรายละเอียดที่สะท้อนถึงดีเอ็นเอและเอกลักษณ์ของเมซง กำกับโดย Wes Anderson เพื่อพาผู้ชมเดินทางสู่โลก Montblanc ที่มอบความมหัศจรรย์ของการเขียนและจินตนาการที่ไม่สิ้นสุด ผ่านสายตาของผู้สร้างภาพยนตร์ระดับรางวัลออสการ์ ร่วมกับนักแสดง Rupert Friend และ Jason Schwartzman และตัว Wes Anderson เอง
อ่านเพิ่มเติม: อัปเดตนาฬิกา เปิดตัวเรือนเวลาใหม่ปลายปี 2024
ยิ่งไปกว่านั้น ทางแบรนด์ยังได้เปิดนิทรรศการชั่วคราว Inspire Writing | Filmmaking ที่ Montblanc Haus ในเมืองฮัมบวร์ก เพื่อเฉลิมฉลอง 100 ปี Meisterstück ซึ่งจะพาผู้เยี่ยมชมไปสัมผัสเบื้องหลังกระบวนการการสร้างภาพยนตร์ ตั้งแต่แรงบันดาลใจสู่แนวคิดบนกระดาษ จนกลายเป็นผลงานชิ้นเอกทางภาพยนตร์
“หากไม่มีศิลปะพื้นฐานของการเขียนบท ความมหัศจรรย์ของภาพยนตร์ก็คงจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ การจรดปากกาบนกระดาษเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการสร้างสรรค์เรื่องราว การพัฒนาตัวละคร และสร้างโลกที่น่าหลงใหล เช่น สตูดิโอที่ออกแบบสำหรับ Montblanc โดย Wes Anderson นิทรรศการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นความคิดและอารมณ์ใหม่ๆ เชิญชวนให้โลกสนใจ ค้นพบศิลปะการเขียนเหนือกาลเวลาอีกครั้งผ่านเลนส์ใหม่ที่อาจคาดไม่ถึง” Vincent Montalescot ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและการจัดสินค้าของ Montblanc กล่าว
เพื่อเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงโอกาสสำคัญนี้ Montblanc Meisterstück ยังได้เปิดตัวคอลเล็กชั่น The Origin เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี โดยแต่ละรุ่นจะมีปลายปากกาดีไซน์พิเศษพร้อมตัวเลข 100 และปี 1924 กับ 2024 รวมถึงคอลเล็กชั่นโอลิมปิกเกมส์ถึงสองคอลเล็กชั่น ได้แก่ Meisterstück x Olympic Heritage Paris 1924 และ Meisterstück x Olympic Heritage Chamonix 1924 ที่เป็นการระลึกถึงมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่ Chamonix ซึ่งฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ อันเป็นปีเดียวกับการกำเนิดของรุ่น Meisterstück
“ณ จุดสูงสุดของโลกยุคดิจิทัล Meisterstück ยังคงถือเป็นสัญลักษณ์ของโลกแห่งการเขียน ความคิดสร้างสรรค์ การเชื่อมความสัมพันธ์ และยังเป็นตัวแทนของพลังการเขียนด้วยลายมืออีกด้วย” Alessandra Elia ผู้อำนวยการฝ่ายวัฒนธรรมการเขียนของ Montblanc กล่าว

Above Meisterstück x Olympic Heritage Paris 1924 (ภาพ: Montblanc)

Above Montblanc Meisterstück The Origin Collection (ภาพ: Montblanc)
ทางด้าน Wes Anderson นอกจากการกำกับภาพยนตร์โฆษณาให้กับเมซงแล้ว เขายังได้ร่วมกับทางแบรนด์ในการออกแบบคอลเล็กชั่นพิเศษโดยมีกำหนดวางจำหน่ายในปีหน้า (2025) ในรุ่น Wes Anderson's The Schreiberling Limited Edition 1969 ขนาดมินิ ที่มีรูปทรงเดียวกันกับ Montblanc Heritage Rouge et Noir ‘Baby’ โดยรายละเอียดของ Schreiberling ซึ่งแปลว่า ‘นักเขียน’ ในภาษาเยอรมันนี้ จะมาในโทนสีลูกกวาดอันเป็นซิกเนเจอร์ในภาพยนตร์ของผู้กำกับมือรางวัลออสการ์ผู้นี้ ด้วยเฉดสีเขียวที่ตัวด้ามและฝาปิด ท้ายด้ามเป็นสีเหลือง มีโลโก้เป็นรูปยอดเขาหิมะหกแฉกอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ล้อมรอบด้วยสีแดงที่ด้านบน ผลิตขึ้นเพียง 1,969 ด้าม ตามปีเกิดของ Anderson

Above Wes Anderson's The Schreiberling Limited Edition 1969 ที่ Anderson เป็นผู้ออกแบบสีสัน และผลิตเพียง 1969 ด้าม (ตามปีเกิดของ Anderson) กำหนดวางจำหน่ายปีหน้า (ภาพ: Montblanc)
สำหรับประเทศไทย หลังจากปิดให้บริการไปกว่าครึ่งปี Montblanc ก็ได้กลับมาเปิดช็อปให้บริการอีกครั้งในวันที่ 16 สิงหาคมนี้ ที่สยามพารากอน (ชั้น M ฝั่งตรงข้ามบูติกช็อปเดิม) โดยก่อนหน้านี้ได้เปิดพื้นที่ป๊อปอัพเป็นเวลาหนึ่งเดือนเพื่อแนะนำ Meisterstück The Origin Collection และเตรียมต้อนรับการกลับมาของผลิตภัณฑ์ Montblanc ในประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง
This story was originally written in English by Julianna Cabili.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2024 โดย Julianna Cabili โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
นาฬิกาเรือนบาง ที่บางที่สุดในโลก ตั้งแต่ Richard Mille จนถึง Bulgari
Dior Spa กับประสบการณ์สุดลักซ์ชูรีบนรถไฟหรู Eastern & Oriental Express























